สมบัติล้ำค่า ภาษาญี่ปุ่น
posted on 14 May 2007 13:37 by gin-no-ishi in All-about-Japanese
ถ้าพูดถึงเรื่องการแปลภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไรก็ตามเนี่ย หลาย ๆ คนก็ต้องมีอุปกรณ์ช่วยเหลือในการแปลกันอยู่ไม่มากก็น้อยใช่ไม๊คะ
เราเอง บางครั้งก็ใช้โปรแกรมดิกชันนารี่ ที่เดี๋ยวนี้มีให้ดาวน์โหลดฟรี ๆ บ้าง หรือไม่ก็ใช้วิธีแปลผ่านเว็ปไซต์บ้าง (อันนี้ก็สะดวกดีค่ะคัดลอกแล้ววางแปะได้เลย) แต่ที่ขาดไม่ได้เลยอย่างน้อยก็ต้องมีหนังสือภาษาญี่ปุ่นดี ๆ สักเล่มไว้ในครอบครองค่ะ
วันนเราก็เลยขอรีวิวหนังสือภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ ๆ อยู่นะคะ เพื่อน ๆ สนใจลองอ่านไว้เป็นไกด์ไลน์ก็ได้ค่ะ แต่มันก็เป็นความคิดเห็นของเราเองล่ะนะ (ลางเนื้อชอบลางยาค่ะ)
สองเล่มที่ใช้บ่อย ๆ ค่ะ (สังเกตว่าจะโทรมกว่าชาวบ้าน)
★★★★★ オススメ!
- เล่มทางซ้ายจะเป็น dict. คันจิของโคดันฉะฉบับแปลไทยค่ะ (ไปถอยมาจากคิโนะ ตอนนั้นซื้อได้ถูกกว่าที่ B2S) ดีมาก ๆ สำหรับคนที่กำลังศึกษาคันจิที่คนญี่ปุ่นใช้ในชีวิตประจำวัน แต่คันจิขั้นสูงไม่ค่อยจะมีเท่าไร (ก็มันเป็นคันจิทั่วไปเบื้องต้นล่ะนะ) ใช้ง่ายดีค่ะ เพราะมีทั้งการหาตาม element (บุฉุ), หาตามเสียงอ่านทั้งเสียงคุง (เสียงอ่านแบบญี่ปุ่น) และเสียงอง (เสียงอ่านแบบจีน) และการหาตามจำนวนขีดค่ะ (สำหรับคนมีพื้นฐานภาษาจีน จะสะดวกในการหาจากลำดับขีดมาก ๆ ค่ะ เราเรียนภาษาจันมาประมาณ 200 กว่าตัว ก็พอจะมีพื้นฐานบ้าง) เล่มนี้ขอแนะนำว่า ควรมีเก็บไว้เป็นอย่างยิ่งค่ะ
- เล่มทางขวา รู้สึกว่าฉบับพิมพ์ครั้งล่าสุด จะเป็นปกสีแดงนะคะ (ไม่แน่ใจ) สำหรับเล่มนี้ คำศัพท์ค่อนข้างเยอะ แต่คำทับศัพท์บางคำ หรือคำวัยรุ่นใหม่ ๆ จะไม่ค่อยมี พวกคำศัพท์ที่ความหมายเหมือน หรือคล้ายกันแต่ใช้คันจิต่างกันก็ไม่ค่อยจะมีมาให้ (สำหรับคนญี่ปุ่นถ้าใช้คันจิต่างกัน ความรู้สึกที่ต้องการสื่อความหมายออกมา จะแตกต่างกันนิดหน่อยค่ะ) แต่โดยรวมแล้วถือว่าโอเคค่ะ ส่วนตัวแล้วคิดว่า dict. ญี่ปุ่น-ไทย ที่มีขายในบ้านเรา เล่มนี้เรียกได้ว่าดีที่สุดค่ะ สมควรมีเก็บไว้เช่นกัน
อีกสองเล่มที่ไม่ค่อยได้ใช้ แต่ซื้อมาเมื่อนานมาแล้ว
★☆☆☆☆
- เล่มทางซ้ายซื้อมาเมื่อตอนอยู่ชั้นมัธยมต้น สมัยเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นจริง ๆ จัง ๆ ครั้งแรก (ก่อนหน้านั้นเรียนด้วยตัวเองมาก่อน จากหนังสือเรียนของมามี๊ค่ะ) เป็นของมูลนิธิญี่ปุ่นค่ะ รูปเล่มสวยงามเป็นแบบเย็บข้างปกแข็งอาบมันกระดาษอย่างดี แต่คำศัพท์ค่อนข้างน้อย ประโยคตัวอย่างที่มีมาให้นั้น เมื่อเทียบกับจำนวนคำศัพท์แล้วถือว่าเยอะค่ะ แต่ว่าถ้าคิดจะมีเก็บไว้ใช้ล่ะก็ โดยส่วนตัวแล้วไม่แนะนำนะคะ
- เล่มทางขวาเป็น dict. ของเยอรมัน (มีคนบอกมาค่ะ) ด้านหน้าจะเป็น ญี่ปุ่น-อังกฤษ ด้านหลังจะเป็น อังกฤษ-ญี่ปุ่นค่ะ หาคำศัพท์ตามแบบโรมันจิ คำศัพท์มีไม่ค่อยเยอะนัก แต่บางคำที่เล่มอื่นไม่มี เล่มนี้กลับมี ตอนนี้เราก็ใช้สลับกับเล่มข้างบนอยู่ค่ะ ไม่แนะนำให้ซื้อค่ะ เพราะราคาค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับ
เล่มที่ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไร ตั้งแต่มีโปรแกรมค้นหาผ่านเว็ปไซต์
★★★☆☆
- เล่มนี้เจ้านายมามี๊ไปญี่ปุ่นแล้วซื้อมาฝากค่ะ เป็น dict. อังกฤษ-ญี่ปุ่น ของโอบุนฉะ ใช้กระดาษตัดแสง เนื้อกระดาษค่อนข้างบางแต่เหนียว ปกเป็นปกหนังค่ะ มีดัชนีให้ด้านข้างเวลาหาคำศัพท์ด้วย มีเล่มแถมบาง ๆ เป็นกระดาษอาบมัน ที่มีส่วนของดัชนี และส่วนตัวอย่างประโยคที่มักใช้กันผิดเวลาแปลเป็นภาษาอังกฤษด้วยค่ะ (เคยไปเดินดูราคาที่คิโนะ อุ๊แม่เจ้าแพงเจ้าค่า ยังไงก็ต้องขอบคุณเจ้านายมามี๊มาก ๆ นะค๊า)
เล่มที่มีไว้ใช้เพิ่มเติม
★★★☆☆
- เล่มนี้ไปถอยมาเมื่อสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ผ่านมาค่ะ เคยอยากได้มาก ๆ สมัยเรียนมหาลัย แต่ตอนนั้นยังไม่มีตังค์ซื้อค่ะ อันนี้ถือว่ามาเติมเต็มให้กับ dict. ที่ใช้อยู่เพราะบางสำนวน หรือภาษาพูดของคนญี่ปุ่นนั้นเวลาแปลเป็นภาษาไทยบางทีมันจะฟังแหม่ง ๆ เล่มนี้ก็สามารถช่วยได้มากค่ะ แต่ว่าศัพท์น้อยไปนิด และการหาคำมันก็ไม่ค่อยจะเรียงตามแถวเสียงเท่าไรค่ะ (หรือว่าเราหาไม่เป็นเองก็ไม่รู้ ที่สำคัญยังอ่านไม่หมดเลยค่ะ)
เล่มที่เอาไว้ดูไวยากรณ์เบื้องต้นต่าง ๆ
★★★★☆
- เล่มนี้เป็นหนังสือไวยากรณ์เบื้องต้นของ ม. ธรรมศาสตร์ ซื้อไว้เมื่อนานมาแล้วเหมือนกัน ซัก 4-5 ปีได้มั๊งคะ เพราะว่าใช้ร่วมกับหนังสือเรียนของ สนญ. ได้ ตอนนั้นก็เลยซื้อมาจะได้ไม่ต้องคอยเก็บชีทจากเซ็นเซย์ค่ะ ตัวหนังสือใหญ่อ่านง่าย แบ่งเป็นบทให้หาได้ง่าย สำหรับคนที่เริ่มเรียนไวยากรณ์เบื้องต้น และต้องการหาหนังสือสรุปรูปประโยคที่มีการอธิบายให้ด้วยนั้น เล่มนี้โอเคและคุ้มค่าราคามากค่ะ
เล่มที่ไม่เคยจับอีกเลยหลังจากซื้อมา
★☆☆☆☆
- คำช่วย วะ กับ งะ นั้น สำหรับคนที่มีพื้นภาษาญี่ปุ่นอยู่บ้าง จะรู้ว่าการใช้สองตัวนี้ต่างกันมาก ถึงมันจะใช้ชี้ภาคประธานของประโยคเหมือนกันก็เถอะ เล่มนี้เป็นของ สสท. ค่ะ ไม่ค่อยมีใครทำหนังสือออกมาสไตล์ลงเนื้อหาลึก ๆ เท่า สสท. อีกแล้วล่ะค่ะ สำหรับเรานั้นอ่านไปได้สักพักเริ่มงงค่ะ ยิ่งอ่านยิ่งงง ก็เลยไม่อ่านอีกเลย ตอนนี้ก็ใช้ตามหลักที่เรียนมาและก็ตามความเข้าใจของเราดีกว่าอ่ะค่ะ (ก็คนมันหัวสมองไม่ค่อยดี คิดไว้ว่าถ้ามีเวลาแอนด์อารมณ์จะฮึดหยิบมาอ่านอีก)
เล่มที่ไม่ค่อยอ่านเหมือนกัน
★★★☆☆
- เล่มนี้เห็นพิมพ์ใหม่หลายครั้งเหมือนกัน (ของเราฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 ค่ะ) เป็นหนังสือไวยากรณ์เหมือนเล่มข้างบนค่ะ แต่เล่มนี้มีเสียงอ่านแบบโรมันจิกำกับให้สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนตัวคานะมาด้วย (สะดวกดีนะคะ) มีบทนำเล่าความเป็นมาของภาษาญี่ปุ่น เล่มนี้เนื้อหาจะเยอะและแน่นกว่าเล่มด้านบน มีประโยคตัวอย่างให้ทุกหัวข้อ แต่โดยส่วนตัวแล้วชอบแบบเบา ๆ อย่างของ ม. ธรรมศาตร์ มากกว่าค่ะ (ก็มันอ่านง่ายนี่นา ฮา)
สองเล่มที่ควรมี
★★★★★ オススメ!
- เล่มซ้ายไปถอยมาจากสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ผ่านมาเหมือนกัน ส่วนเล่มทางขวาซื้อมาจาก B2S ค่ะ ยังไม่ได้เปิดอ่านด้านในแบบละเอียดเลย เท่าที่เปิดผ่าน ๆ ก็โอเคค่ะ เป็นไกด์ไลน์ในการแต่งและแปลประโยคภาษาญี่ปุ่นได้ดีค่ะ สำหรับ 500 ประโยคจะสำหรับคนที่ได้ภาษาญี่ปุ่นระดับ 3 ขึ้นไปนะคะ เพราะมีหลายประโยคอยู่เหมือนกันที่ทำความเข้าใจค่อนข้างยาก แต่ยังไงก็แนะนำควรมีไว้ในครอบครองทั้ง 2 เล่มค่ะ
เล่มที่มีไว้อ่านสนุก ๆ ค่ะ
★★★★★ オススメ!
- เล่มนี้ทำให้ไขข้อข้องใจในภาษาพูดของคนประเภทต่าง ๆ ได้ดีค่ะ อย่างคำพูดที่ผู้ชายใช้กัน คำพูดที่ผู้หญิงใช้กัน คำลงท้ายประโยคแปลก ๆ ที่คนไทยฟังแล้วไม่รู้จะแปลว่ายังไง (เช่นคนแก่มักจะลงท้ายว่า ...เจี๊ยโน่ หรือประโยคคำถามที่ลงท้าย ...ดัคเคะ? อะไรแบบเนี๊ยะน่ะค่ะ) มี CD ให้มาด้วยค่ะ เปิดฟังแล้วอ่านไปด้วยเป็นการฝึกการออกเสียงไปในตัวค่ะ มีไว้อ่านสนุก ๆ ก็ไม่เสียหายอะไรค่ะ
เล่มนี้แถมค่ะ
★★★★★★★★★★★★★★★★ แนะนำสำหรับผู้ลุ่มหลงในสิ่งลี้ลับ!!!
- ฮะฮะ เล่มนี้มีไว้แก้เซ็งค่ะ ซื้อมาสมัย........... จำไม่ได้แล้วอ่ะ รู้แต่ว่ามันนานมาก สังเกตกล่องดูเยินมาก ๆ ค่ะ หน้าปกก็เลือน ๆ แล้ว แต่ของแบบนี้ยิ่งเก่ายิ่งขลังก็เลยไม่ซื้อใหม่ค่ะ
(จริง ๆ ก็ทำนายไม่ค่อยแม่นหรอกค่ะ แต่เพื่อน ๆ ชอบให้ทำนายให้ เคยทำนายวันนึง 7-8 คนเสียงหายไปเลยค่ะ ฮ่าฮ่า ขำตัวเองจริง ๆ)
อ้อ เล่มนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นของ "ขุนทอง อัสุนี ณ อยุธยา" นั่นเองค่ะ
**ความจริงก็ยังมีอีกนิดหน่อยที่ไม่ได้เอามาได้ดู แต่เป็นหนังสือที่ใช้เรียนน่ะค่ะ ก็ขอไม่เอามาลงแล้วกันนะคะ สำหรับเพื่อน ๆ มีเล่มไหนไว้ใช้บ้างแล้วคะหรือใครที่มีหนังสือเล่มอื่นดี ๆ อย่าลืมแนะนำกันบ้างนะคะ ขอบคุณล่วงหน้าไว้เลยแล้วกันค่ะ**
Blog-map




![เรียนรู้ภาษาญี่ปุ่น กับ ศ. ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์ ที่ [โรงเรียนเด็กวัดปรียา] ค่ะ](http://gin-no-ishi.exteen.com/images/lan-dekwad.gif)