ห่างหายกันไปนานมาก ๆ เลยนะคะ กับเอ็นทรี่บอกเล่าภาษาญี่ปุ่น
มาวันนี้ จะให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกับวิธีการผันคำกริยา ที่เราได้สัญญาเอาไว้ (นานมั่ก ๆ) ว่าจะนำมาแนะนำค่ะ

เอ้า วันนี้เอาการผันรูปไหนมาฝากนั้น
เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเริ่มกันเลยก็แล้วกันนะคะ

よ~し、始めるよ~!!

 

★การผันกริยารูป ~MASU 「ます形の活用」

ทำไมต้องมี ~masu Form?

คำตอบก็คือเพื่อ ความสุภาพค่ะ (มันก็แน่อยู่แล้วนี่เนอะ 555)
นอกจากนั้น กริยาที่ผันเป็น ~masu Form แล้ว ยังสามารถนำไปใช้กับรูปอื่น ๆ ต่อได้อีกหลากหลายรูปแบบ หรือนำไปเชื่อมกับกริยาอีกตัว หรือนำไปผันต่อได้อีกหลาย ๆ ขั้นด้วยนะคะ กล่าวได้ว่ากริยารูป ~masu Form เปรียบได้กับรากฐานของการผันกริยาเลยล่ะค่ะ

วิธีการผัน ~masu Form?

ก่อนอื่น ก็ต้องดูว่ากริยาที่เราจะผันนั้น อยู่ Group ไหน ถ้ายังแยก Group ไม่ได้ดูตรงนี้ได้เลยค่ะ
เรามาดูหลักการผันในแต่ละ Group ที่แตกต่างกันตามตารางด้านล่างนี้เลยค่ะ

 


 

★กริยากลุ่มที่ 1

- กริยากลุ่มที่ 1 นั้น ก็คือกริยาที่ลงท้ายด้วยเสียง "อุ", "คุ", "สึ", "ทซึ" ฯลฯ นั่นเองค่ะ ซึ่งหลักการผันก็คือ

เปลี่ยนเสียง "う=อุ" ทั้งหลายแหล่ ให้กลายเป็นเสียง "い=อิ" จากนั้น เติม ~ます ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ เช่น

Ex: 買う = kau = ซื้อ
- 買 > 買い (เปลี่ยนเป็นแถว "อุ" ให้เป็นเสียง "อิ") > 買います (เติม "มัส" ต่อท้าย)

Ex: 読む = yomu = อ่าน
- 読 > 読み (เปลี่ยนเป็นแถว "มึ" ให้เป็นเสียง "มิ") > 読みます (เติม "มัส" ต่อท้าย)

★กริยากลุ่มที่ 2

- กริยากลุ่มที่ 2 ลงท้ายด้วยแถวเสียง "~อิรึ" และ "~เอะรึ" (※ระวัง มีกริยาอยู่ 7 คำ ที่เข้าข่ายกริยากลุ่มนี้ แต่ถือว่าเป็นกลุ่มที่ 1 ซึ่งมีตัวไหนบ้างนั้น ดูได้ตรงนี้ค่ะ) ซึ่งหลักการผันก็คือ

ตัด "~る=รึ" และ "~る=~รึ" ทิ้งไปซะ จากนั้นเติม ~ます ได้เลย เท่านี้ก็เรียบร้อย แบบง่าย ๆ ไม่วุ่นวายค่ะ เช่น

Ex: 見る = miru = มอง, ดู
- 見 (ตัด "รึ" ทิ้ง) > 見ます (เติม "มัส" ต่อท้าย เสร็จเรียบร้อย)

Ex: 支える = sasa'eru = สนับสนุน, ค้ำจุน
- 支え (ตัด "รึ" ทิ้ง) >支えます (เติม "มัส" ต่อท้าย นี่ก็เสร็จง่าย ๆ อีกแล้วครับท่าน)

★กริยากลุ่มที่ 3

- อย่างที่บอก กริยากลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มพิเศษที่มี "する=suru=ทำ" และ "来る=kuru=มา" เพียง 2 ตัวเท่านั้น ซึ่งหลักการผันก็คือ

สำหรับ する
- ให้เปลี่ยนเป็น "します=shi-masu" ได้เลยค่ะ

สำหรับ 来る
- ให้เปลี่ยนเป็น "来ます=ki-masu" สั้น ๆ ได้ใจความเช่นเดียวกันค่ะ

Note: พึงระวังนะคะ คันจิตัว "来" ตัวนี้ ถ้าเป็น Plain Form (รูปดั้งเดิม) จะอ่านว่า 来る "คุรุ"
แต่ถ้าเป็น Masu Form ถึงแม้จะเขียนเหมือนกัน แต่ต้องอ่าน 来ます "คิมัส" ค่ะ

 


 

◆◆ตารางสรุป ます形◆◆

Ⅰグループ
う = u 飼う = kau = เลี้ยง (สัตว์)
奪う = ubau = ช่วงชิง, แย่งเอาไป, ฉวยไป, ยึดไป
~u > ~i 飼います = kai-masu
奪います = ubai-masu
す = su 貸す = kasu= ให้ยืม
翳す = kazasu = ยกขึ้นสูง, ชู, ยก (มือ) ขึ้นมาบัง
~su > ~shi 貸します = kashi-masu
翳します = kazashi-masu
る = ru 守る = mamoru = ปกป้อง, คุ้มครอง
知る = shiru = รู้, รู้จัก (※1)
~ru > ~ri 守ります = mamori-masu
知ります = shiri-masu
く = ku 続く = tsuduku = ต่อไป, ต่อเนื่องกันไป, เรื่อยไป (※2)
描く = egaku = วาด, เขียน (รูป)
~ku > ~ki 続きます = tsuduki-masu
描きます = egaki-masu
ぐ = gu 仰ぐ = aogu = แหงนมอง, เคารพ, ขอ, ขึ้นอยู่กับ
繋ぐ = tsangu = ผูกให้แน่น, มัดให้แน่น, เชื่อม
~gu > ~gi 仰ぎます = aogi-masu
繋ぎます = tsunagi-masu
つ = tsu 保つ = tamotsi = รักษาไว้, อนุรักษ์, สงวน
旅立つ = tabi'datsu = ออกเดินทาง
~tsu > ~chi 保ちます = tamochi-masu
旅立ちます = tabi'dachi-masu
ぬ = nu 死ぬ = shinu = ตาย ~nu > ~ni 死にます = shini-masu
ぶ = bu 叫ぶ = sakebu = กู่ร้อง, ตะโกน
忍ぶ = shinobu = อดทน, อดกลั้น, ปกปิด, แอบ, ซ่อน
~bu > ~bi 叫びます = sakebi-masu
忍びます = shinobi-masu
む = mu 微笑む = hohoemu = ยิ้ม
刻む = kizamu = สับ, หั่น, แกะสลัก, จารึก
~mu > ~mi 微笑みます = hohoemi-masu
刻みます = kizami-masu
Ⅱグループ
~いる = ~iru 生きる = ikiru = มีชีวิต, ดำรงอยู่
似る = niru = คล้ายคลึง, เหมือน
~iru 生きます = iki-masu
似ます = ni-masu
~える = ~eru 続ける = tsudukeru = ทำต่อ, ดำเนินต่อไป (※2)
教える = oshieru = สอน, บอก
~eru 続けます = tsuduke-masu
教えます = oshie-masu
Ⅲグループ
する = suru = ทำ します = shi-masu
来る = kuru = มา 来ます = ki-masu

Note1:
กริยายกเว้น ที่เข้าข่ายกลุ่มที่ 2 แต่ใช้หลักการผันเหมือนกลุ่มที่ 1 ค่ะ
Note2:
続く เป็น "อกรรมกริยา" ส่วน 続ける เป็น "สกรรมกริยา" ค่ะ

 


 

★ตัวอย่างความแตกต่างระหว่างรูปธรรมดา (Plain Form) กับรูปสุภาพ (masu Form)

A: どこに行くの?
- doko ni iku no?
- จะไปไหนอ่ะ?
B: 本屋に行く
- hon'ya ni iku
- จะไปร้านหนังสือ

^บทสนทนาข้างต้นนี่ จะเป็นบทสนทนาที่ใช้พูดกับเพื่อน ๆ หรือบุคคลระดับเดียวกันค่ะ

A: どこに行きますか?
- doko ni iki-masu ka?
- จะไปไหนคะ?
B: 本屋に行きます
- hon'ya ni iki-masu
- จะไปร้านหนังสือครับ

^ ส่วนอันนี้ จะเป็นบทสนทนาอย่างสุภาพค่ะ A กับ B ที่ยกตัวอย่างมา อาจเป็นบุคคลระดับเดียวกัน แต่ยังไม่ค่อยสนิทสนมกันมากเท่าไรนัก หรืออาจเป็นบุคคลคนละระดับก็ได้ค่ะ (เช่น แม่กับลูก, อาจารย์กับนักเรียน ที่ไม่ได้ใช้ภาษาสุภาพเชิงยกย่องหรือถ่อมตัว ฯลฯ)

 


 

เป็นยังไงบ้างคะ ไม่ยากเลยใช่มั้ยเอ่ย
สำหรับบางคนที่มีพื้นฐานอยู่แล้ว เราว่าต้องง่ายสุด ๆ แน่เลยใช่มั้ยคะ

แต่สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยังเพิ่งเริ่มเรียน ลองศึกษาและฝึกผันดูนะคะ และถ้าหากพบข้อผิดพลาด หรือมีคำถามล่ะก็ หากเราพอจะแนะนำได้ เรายินดีช่วยเพื่อน ๆ เต็มที่เลยล่ะค่ะ

หากเราไม่ถอดใจ ก็จะรู้ได้ว่าการเรียนภาษาญี่ปุ่นไม่ยากเลยค่ะ
มาพยายามไปด้วยกันนะคะ สู้ ๆ

一緒に頑張りましょう!!

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เยี่ยมเลยครับ อ่านไม่ค่อยเข้าใจ แต่รู้สึกมีประโยชน์อย่างมากเลย Hot!

#1 By mnop on 2008-05-21 15:57

อ้ากชอบมากครับ!
ตอนนี้กำลังศึกษาภาษาญี่ปุ่นอยู่
ปลื้มมมมHot!
ได้ความรู้เยอะแยะเลย
ขอบคุณนะคะ

ถ้าว่างมาสอนวิธีพูดจีบหนุ่มให้หน่อยสิคะ

sad smile

#3 By ++misskuni++ on 2008-05-21 16:27

โอ อะริกาโตะโกะไซมัส ~!! Hot!

#4 By [ギッグ] k i k n a k a * on 2008-05-21 16:54

ลืมไปแล้วว่ามีซีรีย์ภาษาญี่ปุ่นอยู่ด้วย sad smile Hot!

#5 By PaePae on 2008-05-21 17:24

ได้ความรู้นะคะ แต่ยากนิquestion

#6 By 2spot studio on 2008-05-21 18:27

หวา~~....รู้เรื่องขึ้นเยอะเลยฮะ..
Arigato Gozaimasu~!

#7 By o~Yue~~Yuu~o on 2008-05-21 18:57

ขอบคุณมากค่ะ เรามักจะมีปัญหากับการผันกิริยาเหมือนกัน คงต้องตั้งใจฝึกให้มากๆ

ขอ add fav ไว้นะคะ

#8 By Dahlia on 2008-05-21 19:28

กำลังอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นอ่าค่า
มีประโยชน์ๆ


ขออนุญาตแอดเฟบนะคะ

#9 By ”• dhy ”• on 2008-05-21 19:55

ขอบคุณมากค่า กำลังจะได้เรียนภาษาญี่ปุ่นแล้ว ^^Hot! Hot!
และ ます เมื่อเติมเต็งๆ และ い จะกลายเป็น まずい ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับเอนทรี่นี้เลย...sad smile

ภาษาญี่ปุ่นยากครับ ในความเห็นผมนะ แต่ก็พอจะเรียนได้ถ้าพยายาม sad smile double wink

#11 By 「Mysteryくん」 on 2008-05-21 23:06

ช่วยแก้ข้อสงสัยหลายๆ คนได้เลยละครับ อธิบายได้เข้าใจง่ายดีด้วย open-mounthed smile

#12 By Nihil อยู่ข้างนอก (202.183.148.132) on 2008-05-22 09:11

เขียนดีงี้

เด๋วเชิญใ้ห้ไปเปนคอลัมนิสต์ในเว็บ(เถื่ือน) ที่ทำเอง(ดูเอง) ซะเรย

ฟรีเนอะ ๆ

ฮี่ๆๆ

พอไหวค่ะ sad smile ถ้าให้จำคงยากเอาการอยู่
แวะมาทักทายครับผม

#15 By LittleLee on 2008-05-23 13:58

อยากจะบอกว่า
สุดยอดดดดดดดดดดดดดดค่าcry
ดีมากเรยๆๆๆ
แม้จะไม่รุเรื่อง แต่ก้ออ่านแล้วเข้าจัยเรยน้ะ
พอดีกาลังสนจัยญี่ปุ่นอยุ่น่ะค่ะ
ขอบคุนมากค่ะHot!

#16 By [B]*bEttY* on 2008-05-24 04:20

ขอโทษที นะงับ พี่ พอดี หายยาวเลย เหมือนกาน งิงิ แบบว่า หายไปคิดtheme แต่นั้น ยังไม่เสร๊จอ่านะ อิอิ

#17 By 『†』[SeirayzDs]『†』 on 2008-05-25 21:40

ดีมากๆครับ แต่ผมอยากให้มีสอนไปเรื่อยๆจนถึงระดับสูง เพราะ
ค่าเรียนที่ รร.ญี่ปุ่นสมัยนี้ค่อนข้างแพง
ก้อคิดว่าการผันเป็นอะไรที่ยากมากสำหรับผู้เพิ่งเริ่มเรียน
อาจารย์ผมเคยสอนว่า(ช่วงที่ผมเรียนแรกๆนะ นานมาแล้ว)
ฝึกผันบ่อยๆ แต่งประโยค และ ผัน บ่อยๆ เดี๋ยวก้อชินเอง
ไม่ต้องไป ซีเรียส ว่าจำไม่ได้สักที
ซึ่งผมทำตามแล้วได้ผลดีมากครับ แต่ต้องใช้เวลานิดนึงนะ
ก้อขอให้มีการสอนแบบนี้เยอะๆบ่อยๆนะครับ
BYE BYE

#18 By KANE (125.26.22.69) on 2008-05-29 13:26

แหะ ๆ ก็อยากจะทำต่อถึงระดับสูงเหมือนกันค่ะ

แต่ลำพังแค่นี้ เจ้าของบล็อกคนนี้ ก็จะตกม้าตายในระดับกลางแล้วนะคะ

เอาเป็นว่าจะทำเอ็นทรี่บอกเล่าภาษาญี่ปุ่นไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดก๊อกความรู้ก็แล้วกันค่ะdouble wink

ป.ล. ท่าทางคุณ Kane คงเรียนภาษาญี่ปุ่นมาแน่ ๆ เลย ถ้าว่าง ๆ แวะเวียนมาให้คำแนะนำที่บล็อกนี้บ้างนะคะ ขอบคุณล่วงหน้า มัดมือชกเลยก็แล้วกันนะคะcry

ป.ล. อีกที ที่เรียนญี่ปุ่นราคาเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ ณ ปัจจุบันที่ดูไม่แพง เห็นก็มีแต่ที่ ๆ เราเรียนอยู่ สนญ. นี่เองค่ะ ไม่ได้ค่าโฆษณานะคะ แต่เท่าที่สัมผัสมาที่นี่ดีจริง ๆ ค่ะconfused smile

#19 By sora no hime★空のひめ on 2008-06-02 16:20

รุสึก งงๆ นิดนึงแฮะแต่ก็

ありがと ごさいます

#20 By ☆Nj.(Noo-japan)★ on 2008-06-12 19:17

sora no hime★空のひめ View my profile

Favourites