สอบวัดระดับฯภาษาญี่ปุ่น (แนว) ใหม่
posted on 11 Mar 2008 18:39 by gin-no-ishi in All-about-Japaneseเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสไปสอบวัดระดับใหม่ที่จุฬามาค่ะ แต่ถ้าจะให้พูดแบบไม่สับสนก็คือ ไปทดลองทำข้อสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (แนว) ใหม่มา ถึงจะถูกต้องกว่า
ซึ่งสถานที่สอบก็คือ อาคารบรมราชกุมารี คณะอักษรฯ ที่เคยใช้เป็นสถานที่สอบวัดระดับก่อนย้ายไปจัดที่มธ. ศูนย์รังสิตทั้งหมด (เมื่อ 9 - 10 ปีก่อนเราก็สอบระดับ 4 ที่นั่น) ซึ่งวันนั้นทั้งตึกเงียบมาก ให้บรรยากาศชวนขนหัวลุกจริง ๆ ค่ะ
พอขึ้นไปบนชั้น 6 ก็มีคณาจารย์ เจ้าหน้าที่จากที่ต่าง ๆ ไม่เฉพาะแต่สมาคมนักเรียนเก่าญี่ปุ่น ยืนให้การต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แถมยังได้เจออาจารย์ที่เคยสอนเราด้วย ก็เลยทักทายไปว่า "โอะฮิซะชิบุริเดะชิตะเนะ" ก่อนจะรีบเร่งเข้าห้องสอบ เพราะเห็นพี่ ๆ เจ้าหน้าที่กำลังอธิบายการสอบอยู่
ในห้องสอบ มีคนสอบอยู่ไม่เยอะมากนัก บางคนก็ไม่มาสอบด้วย ห้องที่เราสอบมีประมาณ 10 กว่าคนเท่านั้นเอง พอ 9 โมงตรงตามนาฬิกาของพี่คุมสอบ เราก็เริ่มลงมือทำข้อสอบทันทีค่ะ
น่าแปลก ที่ข้อสอบคราวนี้แบ่งเป็น 2 Part คือ การอ่านและการฟัง เท่านั้นค่ะ
★ ส่วนการอ่าน (よむ)
- มีเวลาให้ทำ 1 ชั่วโมง 40 นาที (9.00 - 10.40 น.) ทำแบบสอบถาม 10 นาที (10.40 - 10.50 น.)
- ข้อสอบมีทั้งหมด 95 ข้อ แบ่งออกเป็น 15 ส่วน
- ข้อสอบเป็นแบบเลือกจากคำตอบที่ให้มา 4 ข้อ (ช้อยส์... เอ่อ ไม่ใช่ชื่อยี่ห้อซอสนะเออ) เลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว
- เนื้อหาของข้อสอบเท่าที่จำได้จะเป็น
(1) เลือกคำอ่านของ "คันจิ" ที่ระบุในประโยคให้ถูกต้อง
(2) เลือก "คันจิ" จากคำอ่านที่ระบุในประโยคให้ถูกต้อง
(3) เลือกคำประเภทต่าง ๆ ที่หายไป
- คำที่หายไป ก็เป็นพวก กริยา, คำคุณศัพท์ ที่เราต้องเลือกให้เข้ากับความหมายและรูปประโยคค่ะ
(4) คำถามที่ให้มา จะมีช่องว่าง 4 ที่ และจะมีอยู่ช่องหนึ่งที่มีตัวอักษร A กำกับอยู่ ให้หาคำตอบสำหรับ A เท่านั้น
- ถ้าใครไม่ได้อ่านคำสั่ง จะงงเต๊กกับส่วนนี่ไปพักใหญ่ เพราะส่วนนี้ ถือได้ว่า "ใหม่" จริง ๆ ค่ะ
- ส่วนที่หายไปจะอยู่ในช้อยส์ทั้งหมด เป็นการวัดความรู้ความเข้าใจของผู้เข้าสอบจริง ๆ ว่า เข้าใจรูประโยคได้ดีแค่ไหน
- ถ้าเรียงผิดล่ะก็ คำตอบของจุด A ที่ต้องระบายลงใน Answer sheet ก็ต้องผิดตามไปด้วยแน่ ๆ ถือว่ายากในระดับหนึ่งเลยล่ะ
(5) การอ่าน (ของแท้ เพราะมีแต่ Passage ยาวเฟื้อย)
- เนื้อหาเยอะมาก ๆ เป็นส่วนที่ทำให้เวลาหมดลงไปอย่างรวดเร็วมาก (แต่กาไม่ได้ซักกะข้อ)
- จำเนื้อหาไม่ค่อยได้ แต่ส่วนใหญ่เป็นบทความที่ตัดมา มีอยู่ข้อหนึ่งเป็นเนื้อหาข่าวที่อ่านแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ค่ะว่า ใครกันน้าช่างคิดไปได้
- แนะนำ ให้ข้ามไปทำข้างหลังก่อน เพราะสั้นอย่างแรง แค่นำข้อมูลในภาพ (ใบประกาศรับสมัครงาน) + เนื้อหาที่ให้มาตอบคำถามค่ะ
◆ สรุปส่วนการอ่าน
- เพิ่ม (4) ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด และได้นำส่วนที่เป็น Passage ไปไว้ข้างหลังแทนค่ะ ซึ่งก่อนหน้านี้ พี่แกเล่นวางไว้ด้านหน้า และเราก็เป็นพวกชอบทำเรียงหน้าไปเรื่อย ๆ ทำไม่ได้ก็ไม่ยอมข้ามไปทำด้านหลังก่อน แต่ตอนนี้ปรับตัวเองใหม่แล้ว เพราะพลาดกับการสอบปีที่แล้ว เจ็บใจ ฮือ ๆ
- แต่การสอบครั้งนี้รู้สึกว่า ศัพท์ที่ใช้ในส่วน Passage หรือ Reading เนี่ย ง่ายกว่าคราวที่แล้วเยอะมากกกกกก (ใครที่ผ่านระดับ 2 ปีที่แล้ว ขอออกปากชมว่า ท่านเทพจริง ๆ ค่ะ)
- เวลา 100 นาทีที่ให้มาในคราวนี้...... ถึงยังไงมันก็ไม่พอสำหรับเราอยู่ดีค่ะ แง~~~~
★ ส่วนการฟัง (きく)
- มีเวลาให้ทำ 50 นาที (11.00 - 11.50 น.) ทำแบบสอบถาม 10 นาที (11.50 - 12.05 น.)
- ข้อสอบมีทั้งหมด... อ่า จำไม่ได้อ่ะ แบ่งออกเป็น 5 ส่วน
- มีทั้งช้อยส์ให้เลือก และไม่มีช้อยส์ให้เลือกในกระดาษคำถาม (หึ งอนและ กินภูเขาทองก็ได้ ฮึ่ม)
- เนื้อหาของข้อสอบเท่าที่จำได้จะเป็น
(1) มีรูปให้เลือก 4 ข้อ ฟังเทป (หรือซีดีนะ 555) แล้วเลือกข้อที่ถูกต้อง
- แพทเทิร์นเดิม ๆ ไม่เปลี่ยนแปลงซักกะติ๊ดค่ะ
(2) ฟังบทสนทนาสั้น ๆ
- ฟังจบเลือกคำตอบจากช้อยส์ที่ให้มา 4 ข้อ ข้อไหนถูกต้องระบายใน Answer sheet โลดค่ะ
(3) ฟังบทสนทนาสั้น ๆ ไม่มีช้อยส์ให้เลือกตอบ
- ส่วนนี้จะให้เราเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด เช่น นาย A กับนาย ฺB คุยกันอยู่ A เป็นฝ่ายถามคำถาม B คำสั่งก็คือ ให้เราเลือกคำตอบที่นาย B ตอบนาย A ค่ะ
- ช้อยส์ (ฟังจากเทป) จะมีให้เลือก 3 ข้อค่ะ
(4) ฟังบทสนทนาสั้น ๆ ไม่มีช้อยส์ให้เลือกตอบ
- เหมือน (3) แต่ส่วนนี้จะให้เราเลือกประโยคต่อไปของคนพูด ไม่ใช่คนตอบค่ะ
- ช้อยส์ (ฟังจากเทป) จะมีให้เลือก 3 ข้อค่ะ
(5) ฟังบทสนทนาสั้น ๆ
- เทปจะบอกให้เราอ่านคำตอบที่ให้มาก่อน ภายในเวลา 20 วินาที
- จากนั้น เทปจะเริ่มอ่านส่วนที่เป็นคำถาม รีบตอบก่อนที่จะลืมเนื้อหาค่ะ
- สมาธิต้องดีมาก ๆ ไม่อย่างนั้นจะเกิดอาการเอ็กโตปลาสซึ่มค่ะ
◆ สรุปส่วนการอ่าน
- เพิ่ม (5) ชัวร์ ฟันธง!! (5) จะว่ายากก็ยาก จะว่าง่ายก็ง่ายค่ะ (แต่เราทำไม่ได้แฮะ เอ๊กโตปลาสซึ่ม
)
ก็ประมาณนี้ค่ะ ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนได้ไปสอบมาเหมือนกัน มาช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อสอบได้นะคะ ถ้าเนื้อหาขาด ๆ เกิน ๆ ก็รบกวนช่วยแจ้งเข้ามาได้เลยค่ะ จะได้รีบแก้ไข หรือถ้าเพื่อน ๆ คนไหนไม่ได้ไปสอบก็สามารถแสดงความคิดเห็นกับข้อสอบแนวใหม่ได้นะคะ ว่าอยากให้สอบแบบนี้ หรือแบบเก่ามากกว่า อะไรแบบนี้น่ะค่ะ แต่สำหรับเรา แบบไหนก็ได้ทั้งนั้นนะ แต่อย่าออกแบบปีที่แล้วก็แล้วกัน เวลาหมดตรงส่วน Reading ส่วน Grammar ด้านหลังไม่ได้ทำซักกะข้อ 555
ทิ้งท้าย เพื่อน ๆ บางคนอาจจะไม่ทราบเรื่องนี้ และก็สงสัยว่าทำไมไม่เห็นได้ไปสอบเลย
อันที่จริงทางสมาคมฯ เขาทำการสุ่มเลือกคนเข้าสอบในระดับ 2 ของปี 2007 มาประมาณ 100 คน
เพื่อมา (เป็นหนู) ทดลองข้อสอบวัดระดับ (แนวใหม่) ค่ะ
(ไม่ได้มีเส้นหมี่ เส้นก๋วยเตี๋ยว เส้นก๊วยจั๊บอะไรเลยจ้า)
และจากการที่ได้สอบถามดู เขาบอกว่า ที่จัดให้มีการสอบใหม่ขึ้นมานั้น เนื่องจากว่า มีผู้ร้องเรียนไปว่า ข้อสอบปีที่แล้ว (ปี 2007) ยากเกินไป ทางศูนย์ใหญ่ที่ญี่ปุ่น ก็เลยจัดให้มีการสอบในวันนั้นขึ้น และให้ทำแบบสอบถามเพื่อดูผลตอบรับ ถ้าผลตอบรับกับการสอบแนวใหม่ดี ก็จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอบใหม่ค่ะ
(ข้อมูลข้างต้น มาจากความสามารถในการแปลอันน้อยนิดกับคำพูดของผู้ชายหัวสกินเฮดที่บอกว่ามาจากศูนย์สอบที่โตเกียว คิดว่าคงจะประมาณนี้ล่ะมั๊ง)
นอกเรื่อง ผมทรงสกินเฮดเนี่ย ที่ญี่ปุ่นกำลังนิยมอยู่หรือเปล่านะ ชักจะเกิดความสงสัย
เพราะคนที่เราดิวงานด้วยคนนึงออกวัยรุ่นเกือบดึกหน่อย ๆ ก็ตัดผมทรงนี้ซะด้วยสิ ใครรู้ช่วยบอกทีนะคะ 555
Related entry:
◆ รวม Link ตัวอย่างข้อสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่น (JLPT)
Blog-map
)





![เรียนรู้ภาษาญี่ปุ่น กับ ศ. ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์ ที่ [โรงเรียนเด็กวัดปรียา] ค่ะ](http://gin-no-ishi.exteen.com/images/lan-dekwad.gif)
แต่ภาษาญี่ปุ่นมันยากจริงๆTOT
#1 By -Hato-:สาวกฮัตโตริ หึหึ=^=:; on 2008-03-11 18:47