ของฝากจากเมืองเหนือ?
posted on 26 Dec 2007 15:02 by gin-no-ishi in NikkiJanakute
แหะ ๆ ก่อนอื่นคงต้องบอกว่าขอโทษที่หายหน้าหายตาไปนานนะคะ
ไม่ได้ติดภารกิจแต่อย่างใด แต่ด้วยความที่ว่ามามี๊มีแผนการเดินทางไปเชียงใหม่แบบปัจจุบันทันด่วน (ประมาณว่าตัดสินใจปุบปับตามประสาคนเฒ่านั่นแหล่ะค่ะ
) จู่ ๆ ก็บอกว่าจะไปเยี่ยมคุณยายและญาติ ๆ ที่โน่น
ทำให้ทริปนี้เป็นการเดินทางไปเชียงใหม่แบบงง ๆ เพราะยังไม่หายหวัดบวกกับอาการตั้งตัวไม่ติดค่ะ 555
ก่อนไปก็ต้องมีการโทรถามญาติ ๆ ทางโน้นว่าตอนนี้เชียงใหม่หนาวมากไม๊จะได้เตรียมอุปกรณ์ยังชีพไปถูก
ซึ่งคำตอบที่ได้มาก็คือ "ไม่หนาว" พร้อมทั้งโดนกำชับว่าไม่ต้องเตรียมเสื้อหนาวไป เอาแจ็คเก็ตบาง ๆ ไปตัวเดียวก็พอ
แต่พอไปถึงที่โน่นอยากจะกราบเท้าคุณน้าสัก 3 รอบก่อนที่จะอัปเปอร์คัทสักหมัด "ไหนบอกไม่หนาว นี่มันหนาวจนน้ำอุ่นก็ช่วยอะไรไม่ได้เลยนะเฟ้ยยยย!!!" ผลสุดท้ายก็ต้องเอาโอเวอร์โค้ทสุดเว่อร์ที่คุณแม่ทิ้งไว้ที่นั่นมาใส่บวกกับใช้ไม้ตาย (เข้าสู่โหมดซกมก) ไม่อาบน้ำตอนเช้า เหอ ๆๆ
จากเหตุการณ์ในครั้งนี้สรุปได้ว่า อย่าเชื่อคำยืนยันอุณหภูมิอากาศจากคนท้องถิ่น
ถ้าเขาบอกว่าไม่หนาว นั่นแสดงว่าหนาวของคนกรุงเทพ (ที่ขี้หนาว)
ในทางกลับกัน ถ้าคนกรุงเทพบอกว่าไม่ร้อน นั่นแสดงว่าร้อนของคนต่างจังหวัด (ที่ขี้ร้อน) นั่นแล 555
แต่ที่แน่ ๆ ไปมาคราวนี้ได้พบเจออะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ เยอะแยะไปหมด
ไม่ว่าจะมีห้างใหญ่ ๆ ที่มีข่าวประท้วงให้เห็นในทีวีกันเป็นระยะ ๆ มาเปิดให้บริการ พอเห็นก็ต้องอู้ฮู้ว่า "ที่นี่เจริญได้ขนาดนี้เชียว" หรือบางสิ่งที่หาที่ไหนไม่ได้...... ก็คือ......
ฮัดช่า!!!! นี่ไง!!!!
สงสัยไม๊คะว่าเจ้าสิ่งนี้ คืออะไร? สว่านเจาะผนังรุ่นใหม่?
เอ้า!!! ลองทายดูนะคะ
สำหรับคนที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรให้ดูคำใบ้จากรูปข้างล่าง เพราะเจ้าสิ่งนั้น มีไว้เพื่อสิ่งนี้ค่ะ
และถ้าไม่รู้จริง ๆ เอ้า!!! เจ้าสิ่งนั้น มีไว้เพื่อ......
.
.
.
.
ตะแล๊นแต๊นแต่น มีไว้เพื่อสิ่งนี้ค่~า
เรื่องของเรื่องก็คือ น้าเขาชวนเราอบขนมเค้ก แล้วก็เรียกน้าเขยไปยกเครื่องตีแป้งมา ตอนที่เห็นน้าเขยหยิบสว่านออกมาก็งง ๆ ว่าจะทำอะไร น้าเขยไม่พูดพล่ามทำเพลง พลางหยิบไม้ตีไข่ที่ด้ามจับถูกเหลาเอาไว้อยู่แล้วมาประกอบเข้ากับสว่าน ในเวลาไม่ถึง 3 นาที ฮัดโช๊ะ เครื่องตีแป้งรวมร่างเสร็จสมบูรรรรรณ์!!!!
(ตอนที่เห็นเครื่องตีแป้งของน้า เราปล่อยก๊ากออกมาดังลั่นเลยล่ะค่ะ นึกแล้วก็ยังขำไม่หาย 555
)
เดี๋ยวจะหาว่าทำไม่ได้จริง เอ้ามาดูดีกว่าว่าเค้กที่ออกมาจะมีรูปร่างหน้าตาแบบไหน
หลังจากที่ตีส่วนผสมที่จะใช้ทำตัวเค้กเสร็จ (ด้วยเครื่องตีแป้ง) ก็เทใส่พิมพ์ที่ทาเนยขาวเตรียมไว้ แล้วนำเข้าเตาอบ ในระหว่างที่รอเค้กสุก ก็หันไปทำวิปปิ้งครีม (ด้วยเครื่องตีแป้งอันเดิมนั่นแหล่ะ) เมื่อเค้กสุกยกออกจากเตามา ก็จะเป็นแบบภาพด้านขวาค่ะ พอเค้กเย็นลง ก็ได้เวลาละเลง เอ๊ยตกแต่งหน้าเค้กแบบนี้......
เห็นไม๊ล่า ทำออกมาได้ Strawberry Butter Layer Cake 2 ชั้น สอดไส้สตอเบอร์รี่ไว้ตรงกลาง
ผลงานในคราวนี้ ไม่ขอตั้งชื่อแบบไฮโซอย่างด้านบน แต่ขอตั้งชื่อแบบเห่ย ๆ ว่า "เค้กบ้านนอก สตอเบอร์รี่ลอยลำ" ตามอุปกรณ์ที่ใช้แบบบ้านน๊อกบ้านนอกซึ่งไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใด บ้านไหนไม่มีเครื่องตีแป้งลองนำไปใช้ดูนะคะ รับรองเลยว่าใช้งานได้ 100% ค่ะ (ยังมีหน้ามาโฆษณาอีก 555
)
ป.ล. เค้กบ้านนอกก้อนนี้ เสร็จประมาณเวลา 4 ทุ่มของวันที่ทำ
เช้าวันต่อมาก็อันตรธานหายไปอย่างรวดเร็ว 555
ก่อนจะกลับ น้าเขาพาไปกินเค้กร้านอร่อยขึ้นชื่อของเชียงใหม่ที่คนกรุงเทพมาต้องไปกิน (แต่แว่วมาว่าคนเชียงใหม่ไม่ค่อยนิยมจะเข้าไปกินกันนัก) ถ้าพูดชื่อขึ้นมาน่าจะมีคนรู้จัก ร้านที่ว่าก็คือ
ร้าน Love at first bite บน ถ.นิมมานเหมินต์ค่ะ
เราไปถึงตอนเย็น ๆ เค้กเหลือไม่มากนัก (น้าบอกว่าถ้ามาเร็วกว่านี้เค้กจะมีให้เลือกเยอะมาก ๆ)
บรรยากาศของร้านร่มรื่นดูเป็นกันเอง ถ้าชอบที่จะสัมผัสกับธรรมชาติก็สามารถเลือกไปนั่งทานในสวนของร้านได้ด้วย (ลืมถ่ายรูปภายในร้านมาให้ดู
)
เสียอย่างเดียวหาที่จอดรถยากมาก ต้องอาศัยจอดหลบ ๆ ติดกำแพงบ้านแถว ๆ นั้นค่ะ
นี่คือเค้กที่เลือกมาทานกันค่ะ
ฮาวายเอี้ยน ชีสเค้ก > ผลไม้ที่อยู่บนหน้าเค้กสดมาก ๆ ตัดกับรสชาติเลี่ยน ๆ ของชีสได้เป็นอย่างดีค่ะ สำหรับคนชอบชีสเค้กน่าจะไม่พลาดชิ้นนี้นะ (ตอนไปเหลืออยู่ชิ้นเดียว ได้ชิมแค่ไม่กี่คำเองอ่ะ ฮือ ๆๆๆ
)
แบล็กฟอเรสต์ > รสชาติเหมือนแบล็กฟอเรสต์ทั่ว ๆ ไป แต่ที่เยี่ยมสุด ๆ ก็คือที่นี่เขาจะสอดไส้เชอรี่สด ๆ เชื่อมให้เห็นเป็นลูก ๆ เลยล่ะค่ะ
สตอเบอร์รี่ พาย > แป้งพายกรอบร่วนดี วิปปิ้งครีมก็อร่อยไม่หวานมาก ลองกินพร้อม ๆ กับสตอเบอร์รี่สด ๆ รสชาติออกเปรี้ยว ๆ ที่ราดด้วยแยมสตอเบอร์รี่รสชาติกลมกล่อมอร่อยอย่าบอกใครเชียวค่ะ (สตอเบอร์รี่สดลูกใหญ่ ๆ ให้มาตั้งเกือบ 10 ลูกแน่ะ
)
ป้ายซอยทางเข้าร้านค่ะ
ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนมีโอกาสได้ไปเชียงใหม่ล่ะก็ ลองแวะไปทานเค้กที่ร้านนี้ดูนะคะ
เสียดายตอนเราไปเค้กเหลือให้เลือกไม่กี่อย่างเท่านั้นเอง แถมพื้นที่ในท้องก็เหลือน้อยเพราะยัดทะนานอย่างอื่นเข้าไปตั้งเยอะ ไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาสได้ไปเชียงใหม่จะเก็บท้องรอไปร้านนี้อีกรอบค่ะ
ป.ล. เอ็นทรี่นี้เขียนขึ้นแบบงง ๆ ด้วยอาการงง ๆ ที่บอกข้างต้น
อ่านไม่ลื่นไหลก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ อิอิ
Blog-map


![เรียนรู้ภาษาญี่ปุ่น กับ ศ. ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์ ที่ [โรงเรียนเด็กวัดปรียา] ค่ะ](http://gin-no-ishi.exteen.com/images/lan-dekwad.gif)
#1 By :: Ryu :: on 2007-12-26 17:36