空の軌跡SC - Chapter 6 ที่ที่สายสัมพันธ์คงอยู่
posted on 21 Oct 2007 16:39 by gin-no-ishi in Walkthrough第六章 絆の在り処
บทที่ 6 ที่ที่สายสัมพันธ์คงอยู่
วันหยุดพักผ่อนของเหล่าเบรเซอร์ และเหล่าผู้ให้ความช่วยเหลือ ผ่านไปเพียงแค่ช่วงสั้น ๆ
เอสเทลได้พบกับคูลซ์ เบรเซอร์รุ่นพี่ที่นำข่าวสารถึงฐานที่มั่นของ [งูกินหาง] และเหล่ารุ่นพี่คนอื่น ๆ ที่ถูกจับ
แต่เรื่องราวกลับพลิกผัน เมื่อเธอเป็นฝ่ายถูกจับซะเอง!!
บนเรืออาร์คแดงลำใหญ่ เส้นทางแห่งสายสัมพันธ์ก็มาบรรจบกันอีกครั้ง!!
Walkthrough Chart - Main Quest
หมายเลขแมวป่า 『山猫号』
- ยามค่ำคืนอันมืดมิดบนหมายเลขแมวป่า สาวน้อยโจเซ็ตเดินออกมาบนดาดฟ้าเรือ เธอกำลังหาอะไรบางอย่าง
โจเซ็ต "อะไรกัน มาอยู่ที่นี่เอง"
โยชัวร์ "......ก็มองจากฝั่งนี้จะเห็นพระจันทร์ได้ชัดน่ะ แล้วก็รู้สึกถึงสายลมที่มาสัมผัสได้ด้วย"
โจเซ็ต "อะฮ่าฮ่า ทำเป็นเท่ห์อีกแล้~ว"
- โจเซ็ตเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ โยชัวร์
โจเซ็ต "ไม่ได้แค่ทำเป็นเท่ห์...... แต่มีความจำเป็นด้วยสินะ?"
โยชัวร์ "แสงสว่างของพระจันทร์ ตำแหน่งของก้อนเมฆ สายลมที่พริ้วไหว เป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ ก็แค่อยากจะลดความเป็นไปได้ที่จะพลาดลงเท่าที่จะทำได้น่ะ"
โจเซ็ต "ทะ เท่าที่จะทำได้เนี่ย...... นายนี่นะ...... อย่ามาพูดว่าเท่าที่จะทำได้สิ! ถ้าเกิดพลาดขึ้นมาจะตายเอานะ!?"
โยชัวร์ "ไม่เป็นไร ความเป็นไปได้ที่จะพลาดมีอยู่เล็กน้อย เพราะระดับของงานในครั้งนี้ สมัยก่อนก็เคยทำอยู่ทุกวันน่ะ ที่อันตรายจริง ๆ น่ะ...... คงจะหลังจากที่งานประสบความสำเร็จแล้วมากกว่า"
โจเซ็ต ".......................... ......นี่ โยชัวร์ นายน่ะจำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้นจริง ๆ เหรอ?"
โยชัวร์ "เอ๊ะ......?"
โจเซ็ต "นายเองก็เหมือนกับพวกเราที่เกิดในเอเรโบเนียสินะ แล้วก็มีเหตุจำเป็นร่วมกันทำให้กลับไปยังบ้านเกิดไม่ได้...... เพราะฉะนั้น ก็ไม่จำเป็นปักหลักอยู่ในประเทศที่ไม่เกี่ยวพันกันเลยไม่ใช่หรือไง? [องค์กร] จะทำอะไรก็ช่างหัวมันไปเถอะ"
- โยชัวร์ไม่ตอบอะไร
โจเซ็ต "นี่ ถ้าตอนนี้ยังทันนะ ออกจากลีเบร์ลไปพร้อมกับพวกเราทั้ง ๆ แบบนี้...... แล้วไปเริ่มต้นงานใหม่ ๆ แถว ๆ เขตปกครองตัวเองที่ไหนซักแห่งดู? ไม่ต้องทำงานสลัดอากาศเลี้ยงชีพแล้วไปหางานอื่นทำก็ได้นะ พวกพี่ ๆ ก็พูดเหมือนกันว่าความเร็วของเรือลำเนี๊ยะ มีประโยชน์กับงานขนส่งสินค้านะ"
โยชัวร์ "งานขนส่งสินค้าที่ใช้ยานบินงั้นเหรอ...... ดูท่าหลังจากนี้คงจะเป็นที่ต้องการด้วย อาจจะเป็นธุรกิจที่มีอนาคตก็เป็นได้นะ อย่างน้อยก็สามารถหาเงินได้กว่าการเป็นสลัดอากาศจริง ๆ"
โจเซ็ต "ถะ ถ้าอย่างงั้น!"
โยชัวร์ "นั่นสินะ...... ถ้าผมสามารถรอดชีวิตจากการทำลายแผนการของ [องค์กร] มาได้ จะขอเอาไปคิดดูนะ"
- โจเซ็ตประหลาดใจในคำตอบของโยชัวร์
โยชัวร์ "อ้อ แล้วก็ไม่ต้องเป็นห่วง สัญญาของเราสิ้นสุดลงแค่นี้ เพราะสัญญาเอาไว้ว่าถ้าให้ความร่วมมือกับกลยุทธ์ในครั้งนี้ หนี้บุญคุณก็หักกลบลบกันไป จะออกเดินทางไปเมื่อไรก็ได้ ผมไม่ว่าหรอก"
โจเซ็ต "......พอแล้ว"
โยชัวร์ "เอ๊ะ"
โจเซ็ต "เจ้าบ้า! ใครกำลังพูดถึงเรื่องติดหนี้บุญคุณกันหา! พอแล้ว! นายจะทำอะไรก็ไม่รู้ด้วยแล้ว! กระโจนเข้าหาอันตรายตามอำเภอใจ แล้วก็ตายตามอำเภอใจไปซะ!"
- โจเซ็ตวิ่งจากไปด้วยความโกรธ
โยชัวร์ "......ขอโทษนะ โจเซ็ต"
- "แกล้งทำเป็นทึ่มเนี่ย...... ไม่ง่ายเลยน๊า" เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นมา จากประตูด้านบนเรือเหาะ
โยชัวร์ "......คุณคีล"
คีล "ยัยนั่นก็พูดเกินไป ยังไม่เลิกทำตัวเป็นเด็ก ๆ อีก...... แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อกี๊ชั้นว่าวิธีการพูดของนายมันแย่จริง ๆ"
โยชัวร์ "......นั่นสินะ ถึงผมไม่คิดที่จะไปขอโทษ แต่ก็รู้สึกเสียใจอยู่เหมือนกัน"
คีล "เฮ้อ...... ก็พอจะเข้าใจความกังวลของนายอยู่ เอาเถอะ เรื่องเมื่อกี๊ช่วยคิดให้มันจริงจังหน่อยล่ะ ถ้าไม่คิดที่จะกลับไปหาคุณหนูเบรเซอร์คนนั้น หลังจากที่จัดการเรื่องต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วน่ะ"
โยชัวร์ "ฮะฮะ...... ไม่คิดอยู่แล้วล่ะ ท้ายที่สุดแล้วผมกับเธอน่ะ โลกที่อาศัยอยู่ของเรามันต่างกันเกินไป เรื่องที่จะกลับไปคบค้าสมาคมกันอีกไม่น่าจะมีอีกแล้วล่ะ"
คีล "หื~ม...... งั้นก็ดี แต่คงก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายยิ่งกว่าใช่ไม๊?"
โยชัวร์ "นั่นสินะ...... คิดที่จะก้าวไปข้างหน้าไว้ดีกว่า"
- สัญญาณเตือนภัยดังขึ้น เป็นไปตามที่โยชัวร์คาดการณ์เอาไว้ว่า "เจ้าพวกนั้น" มาจากทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือค่ะ
- บังคับ "โยชัวร์" ไปห้องบังคับการค่ะ
(เมื่อเข้าไป "โดรุน" จะให้เราดูสถานการณ์จากหน้าจอแสดงผล ซึ่งโยชัวร์ได้ติดเรดาร์ชนิดพิเศษให้กับ [หมายเลขแมวป่า] เตรียมไว้แล้ว ทำให้จับสัญญาณยานที่บินด้วยระดับความเร็วบนระดับความสูง ที่เรดาร์ทั่วไปจับไม่ได้ แต่ก็ไม่แน่ว่า ที่เรดาร์จับได้นั้นอาจจะเป็นยานสอดแนมของจักรวรรดิก็เป็นได้ ดังนั้น โยชัวร์จึงให้คีล ใช้กล้องส่องดูให้แน่ใจค่ะ)
- "......ไม่ผิดแน่ เป้าหมายในคราวนี้แหล่ะ" โยชัวร์สรุปสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว จากภาพของยานลำเล็กสีแดงที่มีสัญลักษณ์เดียวกับรอยสักบนต้นแขนของเขา ตามที่ได้ตระเตรียมและตกลงกันไว้ ทีเหลือโยชัวร์จะเป็นคนตามยานนั่นไปคนเดียว ก่อนที่เขาจะออกไปทำตามแผนก็ได้หยุดยืนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
โยชัวร์ "คุณโดรุน คุณคีล แล้วก็โจเซ็ต...... จนถึงตอนนี้ขอบคุณนะ ไม่เกี่ยวกับสัญญาที่มี แต่ผมรู้สึกขอบคุณจริง ๆ"
- สามพี่น้องคาปัวประหลาดใจกับคำพูดของโยชัวร์ เขาหันมาพูดกับตระกูลคาปัวด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยเช่นเคย มีเพียงรอยยิ้มตรงมุมปากเท่านั้นที่เผยให้เห็น
โยชัวร์ "อันที่จริง ควรจะพูดหลังจากกลยุทธ์จบลง...... แต่ที่พูดไว้ตอนนี้เลย เพราะอาจจะไม่มีโอกาสอีกแล้วก็เป็นได้ ถ้าอย่างนั้น ขอให้โชคดีนะ"
- โยชัวร์เดินจากไป ความเงียบเข้าปกคลุมภายในห้องบังคับการ
คีล "หมอนั่น......"
โดรุน "ปัดโธ่...... จนถึงที่สุดแล้วก็ยังมาทำแบบนั้น"
- โจเซ็ตรีบวิ่งตามโยชัวร์ออกไปที่ดาดฟ้าเรือ เธอเข้าไปกอดโยชัวร์เอาไว้
โจเซ็ต "เป็นคนที่ไม่น่ารักจนถึงที่สุดจริง ๆ นะ! ทำหน้าอ่อนโยนแล้วมา [จนถึงตอนนี้ขอบคุณนะ] อะไรกันห๊า! ถึงจะพูดแบบนั้นผมก็ไม่รู้สึกดีใจหรอกนะ! คำพูดแบบนั้นน่ะผมไม่ต้องการ!"
โยชัวร์ "......โจเซ็ต......"
โจเซ็ต "......สัญญานะ ว่าอย่าทำอะไรเกินตัว...... มีชีวิตรอดกลับมาให้ได้นะ......"
โยชัวร์ "................. มันรับปากกันไม่ได้ง่าย ๆ หรอกนะ"
โจเซ็ต ".......อึก......"
โยชัวร์ "แต่...... ถ้าแค่สัญญาว่า ถึงแม้เป้าหมายของผมไม่สามารถบรรลุได้ก็ตาม...... แต่ถ้ามีชีวิตรอดกลับมาสักวันหนึ่งจะมากล่าวขอบคุณพวกเธออีกครั้ง"
โจเซ็ต "อา......"
- โยชัวร์ ค่อย ๆ หันมาหาโจเซ็ต
โยชัวร์ "......ได้ไม๊ล่ะ?"
โจเซ็ต "อืม...... ห้ามลืมนะ! ก็สัญญาแล้วนี่!"
- ภายในยานลำเล็กสีแดงนั้น ทหารชุดแดง 3 นายขับขี่ยานบนระดับความสูง 1559 อาร์จ จากชายแดนลีเบร์ลไปด้านตะวันออกเฉียงเหนือมุ่งหน้าไปสู่ริมทะเลสาบวาเลเรีย ในขณะที่เหล่าทหารชุดแดงกำลังย่ามใจ เพราะไม่เห็นยานรักษาความปลอดภัยของลีเบร์ล ก็ได้ถูก [หมายเลขแมวป่า] บุกโจมตีจากทางด้านหลัง
- ด้วยระดับความเร็วที่สุดยอดของ [หมายเลขแมวป่า] ภายใต้การผลิตของ [บริษัทไลน์ฟอลท์] แห่งจักรวรรดิ ก็สามารถตามยานลำสีแดงนั้นทัน
- โยชัวร์ที่เตรียมพร้อมอยู่บนดาดฟ้าเรืออยู่แล้วนั้น ก็ได้ใช้ความสามารถของเขาลอบเข้าไปในยานสีแดงได้อย่างงดงาม ท่ามกลางความโล่งใจของตระกูลคาปัว
- และแล้ว [หมายเลขแมวป่า] ก็ถอนทัพไปตามที่ตกลงเอาไว้ โดยที่เหล่าทหารชุดแดงตัดสินใจไม่ไล่ตามไป เพราะหากจะตามไปด้วยระดับความเร็วของ [หมายเลขแมวป่า] คงจะต้องเสียเวลาไปกับการไล่ล่านั่นเอง
- ยังไงก็ตามแต่ พวกทหารชุดแดงจะตัดสินใจกลับไปที่ [กลอเรียส] 『グロリアス』 เพื่อไปรายงานท่านคัมพาเนลล่าเรื่องสลัดอากาศค่ะ
เมืองบอส 『ボース市』
- "อากัต" และ "ทีต้า" เล่าเรื่องราวที่พวกเขาได้เจอกับ จักรพรรดิดาบ เรเว ที่หมู่บ้านราเวนนูให้พวกเอสเทลฟัง
- ถึงแม้อากัตจะปล่อยให้เรเวจากไป แต่ผู้เฒ่ารูแกรนเห็นว่า การทำแบบนั้นถูกต้องแล้ว (จะได้ไม่รบกวนคนตายน่ะค่ะ) แต่ก็ยังรู้สึกแปลก ๆ กับชื่อ [เฮอร์เมล] อยู่บ้าง
- เอสเทลก็รู้สึกมาตั้งแต่ตอนที่ร้อยตรีโรแลนซ์พูดถึงชื่อนี้ มาตั้งแต่ตอนที่สู้กันบนระเบียงในตำหนักราชินีเหมือนกันค่ะ
(ถึงแม้จะ ถาม "คลอเซ่" ที่น่าจะรู้อะไรบ้าง เพราะเป็นเชื้อพระวงศ์ แต่คลอเซ่ก็ไม่ทราบรายละเอียดอะไร แต่เธอคิดว่า น่าจะมีความเกี่ยวพันกับเสด็จย่าของเธอ เพราะท่านบอกแต่เพียงว่า เป็นปัญหาที่เกี่ยวพันกับประเทศชาติ จึงไม่เล่าอะไรให้เธอฟังค่ะ ดังนั้น เอสเทลเลยหันไปถาม "โอลิเวียร์" ที่เป็นชาวเอเรโบเนียแทน และทำให้ทราบว่า เมื่อก่อนเคยมีชื่อหมู่บ้านนี้อยู่ แต่ในปัจจุบัน แม้แต่ชื่อของหมู่บ้านแห่งนี้ ก็หายไปจากแผนที่ค่ะ โอลิเวียร์ได้ยินมาว่า ตอนนี้ [เฮอร์เมล] กลายเป็นหมู่บ้านร้าง เพราะภูเขาถล่ม ทำให้มีคนตายมากมายเมื่อหลายปีก่อน และหลังจากที่ทางกองทัพ ส่งกำลังเข้าไปช่วยเหลือหมู่บ้าน โอลิเวียร์ก็ไม่ทราบรายละเอียดใด ๆ เลยค่ะ)
- ได้รับการรายงานผลงานที่ทำจาก "ผู้เฒ่ารูแกรน" และได้รับอนุญาตให้หยุดพักผ่อนค่ะ
(แต่ตอนนี้ พวกเอสเทลไม่อยากพักผ่อน เพราะถึงแม้การ [ทดลอง] จะเกิดขึ้น 5 ครั้ง ในทุกพื้นที่ของลีเบร์ลจนครบแล้วก็ตาม แต่พวกเธอก็เกรงว่าศัตรูอาจจะทำอะไรขึ้นมาอีกก็เป็นได้ ผู้เฒ่ารูแกรนได้บอกว่า ทางกองทัพก็เพิ่มการเฝ้าระวังให้เข้มงวดขึ้น แถมเมื่อหลายวันก่อน พวกคูลซ์ก็ติดต่อมาว่า ค้นพบฐานที่มั่นของ [งูกินหาง] แล้ว และกำลังตรวจสอบอยู่ ดังนั้นแล้ว ในระหว่างที่พวกเราสามารถพักผ่อนได้ ก็ให้พักผ่อนเตรียมเอาไว้ก่อน เมื่อได้ยินดังนั้น พวกเอสเทลก็ตอบตกลงค่ะ)
- ได้รับ "ตั๋วโรงแรม" [โรงเตี๊ยมนกกระเต็น] ที่ริมทะเลสาบวาเลเรีย เป็นเวลา 3 วัน จากผู้เฒ่ารูแกรนค่ะ
(ตั๋วอันนี้ "นายกเทศมนตรีเมเบล" เป็นคนนำมามอบให้ผู้เฒ่ารูแกรน เพื่อมอบต่อให้กับพวกเอสเทลค่ะ)
| พักผ่อนที่ริมทะเลสาบ 『湖畔での休息』 (BP0) |
☆เลือกเพื่อนเข้ากลุ่มต่อสู้ 3 คนค่ะ (เอสเทลเป็นตัวละครบังคับ) ซึ่งเพื่อนที่ไม่ได้เลือก จะล่วงหน้าไปจองห้องพักกันก่อนค่ะ☆
☆ก่อนจะไปทำเหตุการณ์ที่ริมทะเลสาบ อย่าลืมเก็บซับเควสต์ให้ครบ เพื่อมุ่งสู่ระดับ A นะคะ☆
(43) คุ้มภัยพ่อค้า
(44) ความทรงจำเมื่อวันวาน
(45) ศึกขับไล่ศัตรูในเหมืองร้าง
★คุยกับ "นายกเทศมนตรีเมเบล" 『メイベル市長』 เธอจะขอบคุณพวกเราเรื่องต่าง ๆ รวมทั้ง "ศิลาประกายทอง" 『金輝石』 ที่ได้รับมอบมา เธอบอกว่าจะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ด้วยค่ะ แล้วเมเบลยังบอกอีกว่า ตั๋วที่เธอให้ไปนั้น อยากจะให้พวกเราใช้เวลาพักผ่อนให้เต็มที่ค่ะ
★คุยกับ "ดีน่า" 『ディナ』 เมดที่ ฟรีเด้น โฮเต็ล เธอจะบอกว่า เธอรู้สึกเสียดายที่พวกพ่อค้าที่มาหลบภัยกลับไปเปิดร้านที่มาร์เก็ต ที่ซ่อมเสร็จแล้ว แต่กับทูตจักรวรรดิคนนั้นน่ะ กลับไปได้ซะก็ดีค่ะ (คงเจออะไรมาเยอะสินะ)
★คุยกับ "สติงก์" 『スティング』 เบรเซอร์รุ่นพี่ที่ทางเข้าเมืองบอส ฝั่งตะวันออก เขาจะบอกว่า ถึงตอนนี้เบรเซอร์ที่ทำงานจะมีเขาอยู่คนเดียวก็ไม่เป็นไร เพราะจะได้ถือโอกาสลับฝีมือไปด้วยเลยค่ะ
★คุยกับ "คุณยายเซซิล" 『セシル婆さん』 ที่เขตเมืองด้านใต้ คุณยายแกจะวานให้ "ผู้เฒ่าคุวาโน่" สามีผู้บ้าการตกปลาไปซื้อของให้ซักหน่อย แต่ว่าตาแก่คุวาโน่กลับไม่อยู่ซะนี่ คุณยายก็เลยขอร้องพวกเราว่า ถ้าเราเจอตาแก่นั่น ให้มาบอกยายด้วยค่ะ
จากนั้น ก็ให้เราไปที่ "ริมทะเลสาบวาเลเรีย" จะพบกับ "ผู้เฒ่าคุวาโน่" 『クワノ老人』 ที่หนีมาพร่ำพรรณาที่นี่ว่า "มีแค่การตกปลาเนี่ยแหล่ะ ที่ทำไงก็เลิกไม่ได้ซักที"
จากนั้น ก็กลับไปฟ้อง เอ๊ย กลับไปคุยกับคุณยายอีกที ยายแกจะมอบเบ็ดตกปลาอันหวงแหนของสามียาย "เลคลอร์ดที่ 2" 『レイクロードⅡ世』 ให้แทนคำขอบคุณค่ะ (หรือนี่คือ การแก้แค้นสามีตัวเอง ที่หมกมุ่นกับงานอดิเรก จนไม่สนใครทั้งนั้น)
- อย่าลืมซื้อ "ลีเบร์ลสาร ฉบับ 8" จากร้าน โกรเซอร์ มิเน่ ด้วยนะคะ ซื้อมาแล้วก็เปิดอ่านซักหน่อย แหม ฝีมือการถ่ายรูปของโดรธีเนี่ย ยังยอดเยี่ยมเหมือนเดิมเลยค่ะ
☆คุยกับ "รูอี้" 『ルゥイ』 ที่ยืนเล่นกับเพื่อน ๆ ที่หมู่บ้านราเวนนู เขาจะมอบ "แจ็คนักเสียงโชค เล่ม 8" ให้กับเอสเทลค่ะ
☆ช่วงที่ไปคุยนี้ เพื่อน ๆ คนไหนจะเก็บ BP ก็ถือโอกาสทำซับเควสต์ (43) คุ้มภัยพ่อค้า กับ (45) ศึกขับไล่ศัตรูในเหมืองร้าง ได้นะคะ☆
★คุยกับ "ผู้ใหญ่บ้านไรเซ็น" 『ライゼン村長』 เขาจะบอกว่า จะเก็บผลึกศิลาประกายทอง ไว้ใช้ให้เกิดประโยชน์สำหรับหมู่บ้านให้มากที่สุดค่ะ แต่เขาจะรู้สึกทึ่งมาก ๆ ที่มังกรสามารถเสกหินเจ็ดจรัสออกมาจากตัวเองได้ ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ ค่ะ
☆ไปคุยกับ "คัลคอส" 『カルコス』 ผู้ชายที่เดินไปเดินมา แถว ๆ ประตูฮาเก้น เขาจะมอบ "แจ็คนักเสี่ยงโชค เล่ม 9" ให้เรา เพื่อเป็นที่ระลึก ในการปลดประจำการจากราชการทหารที่เขารอมานานค่ะ
★หากไปคุยกับลุง "เวมเลอร์" ที่กระท่อมกลางหุบเขาหมอกแล้วล่ะก็ ลุงแกจะมอบเมนูสุดพิศดารพันลึกให้ ก็คือ "หม้อไฟมืดมิด [เตรียมใจ]" 『暗闇鍋<<覚悟>>』 ที่มีสรรพคุณ ลด HP&CP เพื่อนในกลุ่ม 1 คน (สุ่ม) แต่เพิ่ม CP 100 หน่วย ให้กับเพื่อนอีก 3 คนที่เหลือ แทนคำขอบคุณเรื่องมังกรยุคโบราณค่ะ
ริมทะเลสาบวาเลเรีย 『ヴァレリア湖畔』
- เมื่อไม่ลืมทำอะไรแล้ว ก็ใช้ "ถนนตัดใหม่แอนเซล" มุ่งสู่ "ริมทะเลสาบวาเลเรีย" แล้วเข้าไปใน "โรงเตี๊ยมนกกระเต็น" 『川蝉亭』 ได้เลยค่ะ
- พบกับ "หลวงพ่อเควิน" ที่เพื่อน ๆ ของเราเจอระหว่างทางค่ะ
(ที่ไปเจอกับหลวงพ่อเควินบนทางหลวงได้ ก็เพราะเควินบอกว่า เขาไปทำการสำรวจ "หอคอยอำพัน" มา และตั้งแต่แยกกับพวกเราที่รอเลนซ์ เควินก็ได้ออกเดินทางสำรวจ "หอคอย 4 วงแหวน" มาตลอดค่ะ จากนั้น พอได้ยินว่ามีเหตุการณ์มังกรบุกที่พื้นที่บอส เขาก็เลยจะขอถือโอกาสนี้ แลกเปลี่ยนข้อมูลกับพวกเราช่วงทานข้าวเย็นซะเลยค่ะ เควินตัดสินใจพักกับที่นี่ เพราะเห็นว่าเป็นโรงเตี๊ยมที่มีชื่อเสียง และก็อยากจะใช้วันหยุดร่วมกันกับพวกเราด้วย ซึ่งเมื่อถามความเห็นเพื่อน ๆ แล้ว ก็ไม่มีใคร รังเกียจที่จะให้เควินมาอยู่ร่วมด้วยค่ะ)
☆หากต้องการผ่านบทให้เลือกคำสั่งที่ 2 "ไม่มีธุระอื่นแล้วล่ะ" ได้เลยค่ะ แต่ถ้านึกขึ้นมาได้ว่าลืมทำอะไร ก็เลือกคำสั่งที่ 1 "ยังมีธุระอยู่" ก็ได้นะคะ (ถ้าเลือกคำสั่งที่ 1 เราจะสามารถเลือก "หลวงพ่อเควิน" เข้ากลุ่มต่อสู้ได้ สำหรับคนที่ยังไม่ได้อัฟเกรด Slot ออร์บเมนท์ของเควิน ก็สามารถใช้ช่วงเวลานี้ กลับไปอัฟเกรดที่เมืองบอสได้ค่ะ)☆
- จากนั้น "โซฟีน่า" 『ソフィーナ』 จะพาเราชมห้องพักค่ะ โดยห้องพักใหญ่จะเป็นของผู้หญิง
(สมใจเอสเทลเลยค่ะ เพราะตอนคดีสลัดอากาศ เธอไม่ได้นอนในห้องนี้ จะมีก็แต่นายติ๊งต๊อง ที่โดนเจ๊เชร่ามอม ถึงได้มานอนในห้องนี้ได้น่ะค่ะ)
- ส่วนผู้ชาย จะแยกพักห้องเล็ก 2 ห้องค่ะ
(เควิน อากัต และจิน น่ะยังไงก็ได้ โอลิเวียร์ก็เลยเอ่ยปากขอนอนห้องเดียวกับอากัตค่ะ เพราะเขาอยากจะรู้ว่า "คืนนั้น" ที่อากัตอยู่กับทีต้า 2 คนเกิดอะไรขึ้นบ้างน่ะค่ะ เอสเทลกะเจ๊เชร่าก็เป็นไปกับเขาด้วย จะบังคับทีต้าผู้น่ารักให้เล่าให้พวกเธอฟัง ก่อนนอนด้วยนะคะ จากนั้น ทุกคนก็สรุปห้องพัก แล้วตัดบทไปซะดื้อ ๆ ปล่อยให้อากัตยืนบื้ออยู่คนเดียวค่ะ)
- ช่วงเวลาอาหารค่ำของเย็นวันนั้น -
- พวกเราจะเล่าเรื่องของมังกรยุคโบราณที่เกิดขึ้น รวมทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับ [วงแหวนประกายแสง] ที่มังกรพูดถึง ก่อนที่จะบินหายไปให้กับเควินฟังค่ะ
หลวงพ่อเควิน "อันที่จริง ก็มีวรรคหนึ่งในคัมภีร์ของโบสถ์กล่าวถึงเรื่องแบบนี้นะ...... [สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ได้รับการมอบหมายจากเทพธิดาผู้มอบสมบัติล้ำค่า ได้รับคำสั่งไม่ให้เฝ้ามองอนาคตของเหล่าลูกหลานมนุษย์]......
คลอเซ่ "[สมบัติล้ำค่า] 『至宝』 [สัตว์ศักดิ์สิทธิ์] 『聖獣』...... ดูเหมือนจะหมายความถึง [วงแหวนประกายแสง] 『輝く環』 และ [มังกร] 『竜』 เลยนะคะ"
โอลิเวียร์ "ยิ่งกว่านั้นที่บอกว่า [ไม่ให้เฝ้ามอง] เนี่ย อาจจะเป็นประเด็นของคำกล่าวที่ว่าเลยนะ ดูท่าคงไม่ได้หมายถึงให้ความช่วยเหลือ แต่ทำได้เพียงเฝ้าคุ้มครอง"
อากัต "เหอะ เรื่องของคนขี้ตืด"
หลวงพ่อเควิน "ไม่ว่าจะยังไง ความเป็นไปได้ที่ [วงแหวนประกายแสง] มีตัวตนอยู่ก็เพิ่มขึ้นเยอะเลยล่ะ ถ้ารวมการคาดคะเนต่าง ๆ เข้ากับเรื่องที่ชั้นได้ตรวจสอบมาแล้วล่ะก็นะ......"
เอสเทล "เรื่องที่คุณเควินตรวจสอบเนี่ย เกี่ยวกับ [หอคอยสี่วงแหวน] 『四輪の塔』 สินะ แสดงว่ารู้อะไรบางอย่างใช่ไม๊?"
หลวงพ่อเควิน "ก็นิดหน่อย อย่างเรื่องอุปกรณ์ยุคโบราณบนดาดฟ้าของหอคอยทั้ง 4 ที่วิธีนำไปใช้งานไม่แน่ชัด...... รู้รึเปล่าว่าตอนนี้เจ้าสิ่งนั้นส่องแสงออกมาและกำลังทำงานอยู่?"
เอสเทล "อืม พวกชั้นเองก็ไปตรวจสอบให้เห็นกับตามาแล้วล่ะ...... แล้วมันเกี่ยวข้องยังไงกับ [วงแหวนประกายแสง] เหรอ?"
หลวงพ่อเควิน "เรื่องนั้น เห็นร้อยเอกยูเลียคนนั้นบอกมาว่า...... มีเหตุการณ์แปลก ๆ เกิดขึ้น ก่อนหน้าเครื่องจักรประหลาดยักษ์ใหญ่นั่นปรากฏตัวที่ส่วนลึกสุดของ [เขตที่ถูกผนึก] 『封印区面』 ใต้ราชวังสินะ?"
เอสเทล "อา ใช่...... ทันทีที่ [กอสเปล] 『ゴスペル』 ถูกใช้ แสงสว่างภายในโบราณสถานก็หายไปหมดเลย...... แล้วต่อจากนั้นหลังจากที่ได้ยินเสียงเตือน เสาที่อยู่รอบ ๆ ก็เลื่อนลงไปข้างล่างน่ะ"
เชราซาร์ด "เนื้อหาของคำเตือนคือ ------ [การลดลงของอาณาเขตที่ 1] 『第1結界の消減』 กับ [การเดินเครื่องดีไวซ์ทาวเวอร์] 『デバイスタワーの起動』 สินะ"
หลวงพ่อเควิน "ใช่ใช่ นั่นแหล่ะครับ จากข้อมูลที่ได้ประจักษ์มารวมเข้ากับการตรวจสอบก็จะสรุปได้ว่า...... ช่วงที่อุปกรณ์บนหอคอยทั้ง 4 เริ่มการทำงาน เป็นช่วงที่ [กอสเปล] ถูกใช้ใน [เขตที่ถูกผนึก] จริงนั่นแหล่ะ"
- พวกเราทุกคนตกใจกับผลสรุปของเควิน
เอสเทล "วะ ว่าไงน๊า~!?"
ทีต้า "ถะ ถ้าอย่างนั้น ที่ว่า [การเดินเครื่องดีไวซ์ทาวเวอร์] ในคำเตือน......"
จิน "น่าจะหมายถึงการเดินเครื่องของอุปกรณ์บนดาดฟ้าของ [หอคอยสี่วงแหวน] น่ะสิ"
หลวงพ่อเควิน "ใช่ ไม่สามารถคิดเป็นอย่างอื่นได้เลยครับ"
โอลิเวียร์ "หืม ถ้าลำดับเหตุการณ์แล้วล่ะก็...... ที่โบราณสถานใต้ดินของราชวังแกรนเซลมีการคุ้มกันฟังก์ชั่นที่ใช้สร้างสิ่งที่จะเป็น [อาณาเขตที่ 1] แต่ [อาณาเขตที่ 1] ก็ลดลงไป เพราะ [กอสเปล] ที่พันเอกใช้"
คลอเซ่ "แล้ว [ดีไวซ์ทาวเวอร์] ก็ได้เดินเครื่องเพื่อทำหน้าที่ทดแทนสิ่งนั้น ...... อาจจะเป็นไปได้ว่า เพื่อต้องการทำให้อะไรบางอย่างที่เรียกว่า [อาณาเขตที่ 2] 『第2結界』 เกิดขึ้นก็เป็นได้กระมัง"
เอสเทล "[อาณาเขตที่ 2]......"
อากัต "เหอะ เมื่อมีที่ 1 ก็ต้องมีที่ 2 ตามหลักเหตุและผลสินะ แต่ปัญหาก็คือ ไอ้อาณาเขตที่ว่าเป็นของแบบไหน......"
หลวงพ่อเควิน "เรื่องนั้นน่ะ...... คงจะเป็นของบางอย่างที่ได้ซ่อนที่ที่ [วงแหวนประกายแสง] คงอยู่ละมั๊ง"
- พวกเราทุกคนต่างตกใจกับการคาดคะเนของเควินอีกครั้ง
เอสเทล "งั้นนี่เอง [วงแหวนประกายแสง] ถึงไม่ได้มีอยู่ที่เขตที่ถูกผนึก...... แต่ถูกซ่อนเอาไว้ที่ไหนซักแห่งในลีเบร์ลนี้สินะ?"
หลวงพ่อเควิน "เป็นอย่างงั้นแหล่ะ ถ้าสมมติว่าเป้าหมายขององค์กรที่ว่า คือการนำ [วงแหวนประกายแสง] มาไว้ในมือ...... ก็คิดได้ว่า [การทดลอง] ของพวกมัน เป็นวิธีที่จะทำให้เป้าหมายที่วางไว้สำเร็จลุล่วง"
เอสเทล "อะ อื~ม ......"
โอลิเวียร์ "[วงแหวนประกายแสง] [กอสเปล] [การทดลองโดยองค์กร] ......หึหึ ดูเหมือนว่าเรื่องทั้งหมดจะเชื่อมต่อกันได้เลยนะ แล้วผู้ที่วาดภาพนั้นอยู่ก็คือคนที่เขาเรียกกันว่า [ศาสตราจารย์] อย่างงั้นเหรอ"
เอสเทล "อืม...... นั่นสินะ หัวโจกที่ติด [กอสเปล] ลงบนหน้าผากมังกรและทำให้มังกรเข้าโจมตีพื้นที่บอส...... แล้วก็......"
- เอสเทลเงียบไป สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย
ทีต้า "......พี่จ๋า?"
หลวงพ่อเควิน "อะไร ทำไมเหรอ?"
เอสเทล "อืม...... เรื่อง [ศาสตราจารย์] คนนั้นน่ะ ชั้นว่าน่าจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้โยชัวร์หายตัวไปน่ะ"
คลอเซ่ "เอ๋......"
เชราซาร์ด "ที่ว่านั่น...... ก็คือผู้อยู่เบื้องหลัง ที่หาเหตุให้อาจารย์รับเด็กคนนั้นมาเมื่อ 5 ปีก่อนสินะ?"
เอสเทล "อืม...... แล้วก็คงจะเป็นคนเดียวกับ คนที่เคยควบคุมความทรงจำของพันเอกริชาร์ดหรือของคุณคูลซ์ด้วย"
อากัต "ว่าไงนะ!?"
จิน "ฮืม เรื่องควบคุมความทรงจำ ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่สามารถทำให้มันแจ่มแจ้งได้...... แต่ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ?"
- เอสเทลจะเล่าเรื่องต่าง ๆ ที่เธอนึกหน้าตาของคนที่พบในตอนเย็นของวันที่โยชัวร์หายตัวไปไม่ออกให้พวกเพื่อน ๆ ฟังค่ะ
เชราซาร์ด "มีเรื่องแบบนั้น......"
อากัต "เธอ...... เก็บเงียบมาจนถึงตอนนี้เลยเหรอ?"
เอสเทล "ไม่ใช่อย่างนั้นซักหน่อย...... ......โทษทีนะ ชั้นอาจจะบอกช้าไปก็ได้"
คลอเซ่ "แต่...... คงไม่ผิดแน่นอนค่ะ ดิฉันว่ามีความเป็นไปได้สูงที่คน ๆ นั้นจะเป็นต้นตอของเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นค่ะ"
โอลิเวียร์ "ฮืม อย่างกับเป็นคนที่ไร้หัวใจเลยนะนี่"
จิน "ใช่...... ดูท่าคงต้องระวังเอาไว้หน่อยล่ะ"
- ในขณะที่ทุกคนกำลังแสดงความเห็นกันอยู่ ทีต้าเอาแต่จ้องหน้าเอสเทลด้วยสีหน้าที่ไม่สบายใจ
เอสเทล "โอ๊ะ...... โทษนะ ทีต้า อุตส่าห์มาเที่ยวกันทั้งที เอาแต่พูดเรื่องแย่ ๆ ไปสินะ"
ทีต้า "ไม่หรอก...... อย่าใส่ใจเลยนะพี่จ๋า หนูแค่คิดว่าทำไมคน ๆ นั้น ถึงทำเรื่องแบบนั้นได้...... ทำให้ทุกคนมีความรู้สึกแย่ ๆ ทำให้พี่โยชัวร์ต้องเจ็บปวด...... หนู...... ไม่เข้าใจเลย"
เอสเทล "แล้วกัน ไม่เห็นต้องไปเข้าใจคนเพี้ยน ๆ อะไรแบบนั้นเลยนี่นา ทีต้าก็ต้องทำตัวให้สมกับเป็นทีต้าสิ ถึงจะสำคัญที่สุด! ใช่มะ อากัต?"
อากัต "แล้วทำไม! ถึงโยนมาให้ชั้นล่ะหา!"
คลอเซ่ "คิกคิก......"
เชราซาร์ด "หึหึ...... เข้าเรื่องได้จังหวะพอดีเลยนะ"
- ในขณะที่ทุกคนเริ่มผ่อนคลาย เควินกลับครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
เอสเทล "หืม? ทำไมเหรอ คุณเควิน?"
หลวงพ่อเควิน "เปล่า...... ไม่มีอะไร การแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเอาไว้เท่านี้ก่อนดีป่ะ? ถ้าอาหารชืดหมดล่ะก็น่าเสียดายแย่เลย"
เอสเทล "อืม จริงด้วยสินะ"
โอลิเวียร์ "หึ พูดแบบนั้นเร็วไปนะ มันต้องดื่มเหล้ากันให้สนุกสุดเหวี่ยงกันก่อนไม่ใช่เหรอ"
เชราซาร์ด "❤ อุ๊ยตาย จะดีเหรอ?"
โอลิเวียร์ "(หน้าซีด) ......ขอโทษคร้าบ โปรดให้อภัยที่ผมโพล่งออกไปอย่างไร้มารยาทด้วยเถอะ"
- จากนั้น พวกเอสเทลก็สนุกสนานในช่วงวันหยุดค่ะ อย่างตื่นเช้าบนที่นอนนุ่ม ๆ ช่วงสาย ๆ ก็เช่าเรือออกไปเล่นน้ำที่ทะเลสาบ พอเที่ยงก็กินข้าวด้วยกัน แล้วก็สนุกไปกับการออกกำลังกาย (หรือประลองกันอ่ะ......) บ่าย ๆ ก็แข่งกันตกปลา ใช้เวลาในช่วงวันหยุดอย่างมีความสุขสุด ๆ ค่ะ
(เอสเทลกับเควินเนี่ย มีงานอดิเรกคล้ายกันยังไม่พอ ยังสนใจอะไรเหมือน ๆ กันอีกด้วยแฮะ กระทั่งฝีมือตกปลายังไล่ ๆ กันเลยค่ะ)
- ยามเย็น เวลาน้ำชาของสาว ๆ บนห้องพัก -
เอสเทล "ฮ้า~ เที่ยวเล่นและก็เที่ยวเล่น❤"
ทีต้า "เอ๊ะเหะเหะ...... สนุกมาก ๆ เลยล่า♪"
คลอเซ่ "หึหึ เป็นการทำให้ทั้งร่างกายและจิตใจ สดชื่นได้จริง ๆ นะคะ"
เชราซาร์ด "ช่ายแล้ว ไม่ได้สนุกแบบที่ไม่ได้ดื่มเหล้ามานานแล้วด้วย"
เอสเทล "พูดออกมาได้...... ตอนที่พวกชั้นตกปลากันอยู่ไม่ได้ดื่มเหล้าผลไม้ไปหรือยังไง?"
เชราซาร์ด "อุ๊ยตาย เหล้าอ่อน ๆ แบบนั้นชั้นไม่นับจ้ะ ใช่มะองค์หญิง ทีต้าจัง"
ทีต้า "อ๊ะฮะฮะ......"
คลอเซ่ "หึหึ...... ก็ดักทางความเห็นเอาไว้แล้วนี่คะ จะว่าไป...... คุณเอสเทลเนี่ยตกปลาเก่งมากเลยนะคะ"
เอสเทล "เอ๊ะเหะเหะ งั้นเหรอ?"
ทีต้า "ใช่ใช่! ตกได้เรื่อย ๆ เลยล่ะ"
เชราซาร์ด "หึหึ ก็เป็นงานอดิเรกของเด็กคนนี้มาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ แล้วนี่นา จะว่าไป...... คุณเควินก็ไม่น้อยหน้าเลยนะ"
เอสเทล "อ๊ะ ใช่ ดูท่าจะชอบเอามาก ๆ เลยล่ะ อย่างพวกใช้เบ็ดหรืออะไรเนี่ย มืออาชีพเลยด้วย ถ้าลับฝีมืออีกซักนิด อาจจะกลายเป็นคู่ปรับที่สมน้ำสมเนื้อกับชั้นได้เลยนะ♪"
เชราซาร์ด "โธ่เอ๊ย...... จู่ ๆ ก็ยกยอตัวเองซะงั้น"
ทีต้า "คิกคิก......"
คลอเซ่ "หึหึ...... ยังไงก็ตาม...... ตกเย็นแล้วสินะคะ"
- เอสเทลครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง ยามที่เธอทอดสายตาออกไปตรงหน้าต่าง ทิวทัศน์ด้านนอกถูกย้อมไปด้วยสีแดงของอาทิตย์อัสดง จากนั้น เอสเทลจะขอออกไปเดินเล่นคนเดียว ก่อนที่จะกลับมากินข้าวเย็นค่ะ
- ซึ่งทั้งเจ๊เชร่า คลอเซ่ และทีต้าเห็นท่าทางของเอสเทลผิดปกติไป (รู้ว่าเอสเทลกำลังคิดถึงเรื่องของโยชัวร์ค่ะ) แต่เจ๊เชร่าให้พวกทีต้าวางใจ เพราะตอนนี้ก็คงต้องปล่อยเอสเทลให้เป็นอย่างนี้ไปก่อน
- เจ๊เชร่าเหม่อมองออกไปที่นอกหน้าต่าง พร้อมกับพูดว่า "จะว่าไป ตอนนั้น...... ก็เป็นอาทิตย์อัสดงที่งดงามอย่างนี้เหมือนกันนี่นะ"
- ในช่วงที่บังคับเอสเทลได้นี่ เราสามารถไปคุยกับเพื่อน ๆ หรือไปตกปลาที่สะพานปลาหลังโรงเตี๊ยมได้นะคะ
★คุยกับ "คลอเซ่" เธอจะบอกว่า หลังจากนี้ จะออกไปดูเงาสะท้อนของดวงอาทิตย์ ที่กระทบลงบนผิวน้าที่ระบียงค่ะ
★ส่วน "ทีต้า" จะขอดื่มชาไปเรื่อย ๆ ในห้อง จนกว่าเอสเทลจะกลับมาช่วงอาหารเย็นค่ะ
★ส่วน "เจ๊เชร่า" ก็สมกับเป็นพี่สาว บอกให้เอสเทลไปเดินเล่น แล้วกลับมาให้ทันอาหารเย็นค่ะ
★คุยกับนายติ๊งต๊อง "โอลิเวียร์" เขาจะพร่ำเพ้อว่า จะสัมผัสรสชาติสุดยอดของเหล้าชั้นสูง ก็ต้องเป็นเวลาอาทิตย์ตกดินแบบนี้แหล่ะค่ะ
★คุยกับ "อากัต" เขาจะบอกว่ากำลังนั่งคุยอะไรเรื่อยเปื่อยกันอยู่ค่ะ เอสเทลเลยแซวคนบ้างานอย่างอากัตว่า ดีแล้ว ที่รู้จักพักผ่อน ทั้งร่างกายและจิตใจมั่งน่ะค่ะ
★ส่วนลุงหมี "จิน" ก็นึกว่าเอสเทลจะออกไปตกปลาอีกค่ะ
★คุยกับ "หลวงพ่อเควิน" เควินจะถามเอสเทลว่าดื่มชากันเสร็จแล้วเหรอ แต่เอสเทลบอกเควินว่า เธอคิดที่จะไปดูทะเลสาบแป๊บนึงค่ะ
- ไปที่สะพานปลา ด้านทิศตะวันตก จะเกิดอีเวนท์ค่ะ
เอสเทล "ฮ้า เป็นอาทิตย์ตกดินที่งดงามจริง ๆ นะ...... เหมือนกับตอนนั้นเลย......"
- เอสเทล คิดถึงตอนที่เธอนั่งฟังโยชัวร์เป่าฮาร์โมนิก้า ในตอนที่มาที่นี่ก่อนหน้านี้ ใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความเจ็บปวด เธอหยิบฮาร์โมนิก้าที่ได้รับจากโยชัวร์ขึ้นมาดู
เอสเทล "ทั้ง ๆ ที่ท้องฟ้า สายน้ำ อาทิตย์ตกดิน เหมือนกับเมื่อตอนนั้นแท้ ๆ...... ทั้ง ๆ ที่อยู่กับทุกคนก็สนุกมาก ๆ...... แต่ว่า...... ต่างกันจริง ๆ ด้วยสินะ"
- "เฮ้อ ไม่ไหวแฮะ......" เอสเทลรู้สึกหงุดหงิดกับตัวเอง
เอสเทล "อุตส่าห์ได้คำตอบว่าจะไล่ตามไปด้วยย่างก้าวของตัวเองทั้งที...... ถ้ามัวเป็นแบบนี้ ทั้งโยชัวร์ ทั้งคุณแม่ จะหัวเราะเยาะเอาได้สินะ --------------- ......จริงสิ ชั้นเป่าไม่ผิดเลยในความฝันครั้งนึงนี่นา...... ลองฝึกเป่าดูอีกทีดีไม๊นะ?"
- เอสเทลเป่าฮาร์โมนิก้า ด้วยบทเพลง "ที่ที่ดวงดาวคงอยู่" 『星の在り処』 อีกครั้ง
- บทเพลงจากฮาร์โมนิก้า แว่วไปตามสายลม เพื่อน ๆ ที่อยู่ใน "โรงเตี๊ยมนกกระเต็น" ต่างซาบซึ้งไปกับท่วงทำนองอันอบอุ่น ที่แฝงไปด้วยความโศกเศร้า
- "แปะๆๆ" เสียงปรบมือดังขึ้น เมื่อเอสเทลเป่าจบ
หลวงพ่อเควิน "เห๊ะเฮ ได้ฟังของดี ๆ ซะแล้วสิ"
เอสเทล "คุณเควิน......"
- เควินเดินเข้าไปหาเอสเทล
หลวงพ่อเควิน "คิดว่าใครเป่าซะอีกก็เลยมาดู...... แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเอสเทลจังไปได้ มีงานอดิเรกที่คาดไม่ถึงนอกจากตกปลากับสะสมรองเท้าผ้าใบด้วยเหรอเนี่ย?"
เอสเทล "เอ๊เหะเหะ...... ไม่ใช่บุคคลิกของชั้นเลยใช่ไม๊ล่ะ?"
หลวงพ่อเควิน "อ๊ะ ไม่ใช่อย่างนั้นหน่อย แต่บอกตามตรงดูเหมือนว่าจะตกปลาเก่งกว่านะ......"
เอสเทล "อ๊ะฮะฮะ พูดว่าไม่เก่งมาตรง ๆ ก็ได้ ตัวชั้นเองก็ไม่คิดที่จะผันตัวเองมาด้านนี้ซักหน่อยด้วย"
เควิน "อื~ม ก็ไม่มีความชำนาญจริง ๆ นั่นแหล่ะ...... แต่สิ่งสำคัญของดนตรีน่ะ ก็คือจิตใจต่างหาก ความรู้สึกของเอสเทลจังได้ส่งผ่านมาทางการแสดงดนตรีเมื่อครู่นี้แล้วล่ะ"
เอสเทล "งะ งั้นเหรอ......"
- ความเศร้าปรากฏบนใบหน้าของเอสเทลที่เงียบไปอีกครั้ง
หลวงพ่อเควิน "ขอไปยืน ข้าง ๆ ได้ไม๊?"
เอสเทล "เอ๊ะ...... อา ก็ได้ เชิญ"
- เควินเดินเข้าไปใกล้เอสเทล เขาครุ่นคิดก่อนที่จะถามเอสเทลออกไป
หลวงพ่อเควิน "......อยากถามอยู่เรื่องนึง ถ้าได้พบกับเขาคนนั้น เอสเทลจังจะทำยังไงเหรอ?"
เอสเทล "เอ๋......"
หลวงพ่อเควิน "จากที่ได้ฟังได้ยินว่าเขาหายตัวไปจากพวกเธอสินะ หากได้พบกันอีกครั้ง จะใช้คำพูดแบบไหนกับอีกฝ่ายที่หายตัวไปแบบนั้นงั้นเหรอ...... ได้คิดมาก่อนหรือเปล่า?"
เอสเทล "................................ เคยคิดว่า ถึงจะต้องลากตัวมาก็ต้องพากลับมาให้ได้...... แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะทำเรื่องเกินควรอย่างนั้นตามที่คิดด้วยเหมือนกัน...... พูดตามตรงแล้ว คำพูดของชั้นอาจจะส่งไปไม่ถึงโยชัวร์ก็ได้มั๊ง"
หลวงพ่อเควิน "ถึงรู้อยู่แล้ว...... ก็จะตามเขาคนนั้นต่อไปเรื่อย ๆ สินะ?"
เอสเทล "อืม...... ไม่ว่าจะเป็นความจำเป็นบางอย่างที่โยชัวร์ต้องแบกรับเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะชั้นเองที่ไร้ความสามารถ ชั้นเคยคิดเอาไว้อยู่หลายเรื่อง...... แต่ท้ายที่สุด ไม่ว่าจะคิดซักเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรกับโยชัวร์ดี ดังนั้น ------ คำพูดนั้นน่ะ ชั้นจะหาให้เจอหลังจากที่ได้พบกัน"
หลวงพ่อเควิน "เห......"
เอสเทล "ก็ ความคิดคำนึงของชั้น ไม่ใช่ของ ๆ ชั้นคนเดียวซักหน่อย เพราะช่วงเวลาที่ได้อยู่ร่วมกันกับโยชัวร์ เป็นสิ่งที่หล่อหลอมขึ้นมาโดยธรรมชาติ เพราะงั้น...... ชั้นว่าถ้าได้พบกับโยชัวร์เมื่อไร ก็จะนึกคำพูดที่มีเพียงชั้นเท่านั้นที่สื่อไปถึงโยชัวร์ได้ออกเป็นอันดันแรกน่ะ------"
- เควินตะลึงไปกับคำตอบที่เปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นของเอสเทล
เอสเทล "เพราะฉะนั้น ในระหว่างที่ยังไม่ได้พบกัน ชั้นก็เลยหยุดคิดถึงเรื่องกลุ้ม ๆ ไปซะ เอ๊ะเหะเหะ ที่ยึดติดอยู่กับความรู้สึกโหยหาอย่างเมื่อกี๊น่ะ...... ถือเป็นสิทธิพิเศษสำหรับหญิงสาวนะ"
- เควินถึงกับปวดหมอง ก่อนที่จะพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า
หลวงพ่อเควิน "......ฮ้า ยอมแพ้เลยแฮะ แผนการที่ทางนี้คิดเอาไว้น่ะ เละไม่เป็นท่าเลย"
เอสเทล "เห......"
หลวงพ่อเควิน "(1) เอสเทลจังที่ยึดติดอยู่กับความรู้สึกโหยหา (2) ใช้ความซอกแซกอันเฉียบแหลมของชั้น กับเอสเทลจังที่ลังเลและกลุ้มใจ (3) รับความช่วยเหลือจากชั้น (4) เอสเทลจังยืนหยัดขึ้นอีกครั้ง => โผเข้าหาชั้นที่ยืนอยู่แบบเอียงอาย ------- ชั้นวางแผนการแห่งชัยชนะเอาไว้อย่างเนี่ยแหล่ะ...... ดันทำให้ (2) กับ (3) อันตรธานหายไปทันทีซะงั้น"
เอสเทล "อ๊ะฮะฮะ โทษทีโทษที แต่ว่าคุณเควินเนี่ย เป็นคุณบาทหลวงที่น่านับถือสุด ๆ ไปเลยนะ ใส่ใจคนอย่างชั้นที่กำลังกลุ้มใจหรือลำบากใจอยู่เรื่อยเลยน่ะ"
หลวงพ่อเควิน "แป่ว...... เอาเถอะ ยังไงนั่นก็เป็นงานของบาทหลวงด้วยนั่นแหล่ะ...... แต่สำหรับเอสเทลจังแล้ว ชั้นให้ความใส่ใจด้วยเหตุผลส่วนตั๊วส่วนตัวเกินครึ่งเลยน๊า"
เอสเทล "เอ๋......? นั่นมันหมายความ------"
- ไม่ทันที่เอสเทลจะพูดจบ เควินตัดบท เพราะสังเกตุเห็นเรือกำลังลอยเข้ามาและบนเรือลำนั้นยังมีคนนอนอยู่ด้วย
- เมื่อเรือเข้ามาใกล้ฝั่งเรื่อย ๆ เอสเทลก็ต้องตกใจมาก ๆ เพราะคนที่อยู่บนเรือก็คือ "คูลซ์" 『クルツ』 นั่นเองค่ะ
- พวกเอสเทล นำคูลซ์มานอนพักในห้องพักที่โรงเตี๊ยม หลังจากหลวงพ่อเควินปฐมพยาบาลคูลซ์เสร็จ ก็ลงความเห็นว่าไม่ควรจะให้เขาขยับตัวไปซักพัก ส่วนอากัตจะสงสัยว่าฝีมือระดับคูลซ์กลับบาดเจ็บได้ถึงขนาดนี้ ไม่รู้ว่าไปเจอกับอะไรมา
(อันที่จริง ทีมของคุณคูลซ์ นั้นได้พบฐานที่มั่นของ [องค์กร] ตามที่พวกเราได้ยินผู้เฒ่ารูแกรนเล่าให้ฟัง)
- พอพูดอย่างนี้ เมื่อไม่เห็นพวกคุณอาเนราส เอสเทลก็รู้สึกเป็นห่วงอย่างมาก แต่เรื่องนั้นเจ๊เชร่าบอกว่าจะติดต่อไปหาผู้เฒ่ารูแกรน เพื่อจะได้ติดต่อไปที่กองทัพราชอาณาจักรค่ะ
- แต่ปัญหาตอนนี้ก็คือ เรือที่คูลซ์นั่งมาลอยมาจากไหนกันแน่ เพราะทะเลสาบวาเลเรียไม่น่าจะมีเกาะหรือชะง่อนผาได้ เพราะป็นทะเลสาบน้ำลึกค่ะ ดังนั้น จากการวิเคราะห์ของโอลิเวียร์ มีความเป็นไปได้ว่าเรือนั่นลอยมาจากริมทะเลสาบที่ไหนสักแห่งค่ะ
- แต่ถ้าจะสำรวจก็ค่อนข้างยาก เพราะทะเลสาบวาเลเรียมีอาณาเขตกว้างมาก ๆ คงต้องไว้วานให้ทางกองทัพใช้ยานรักษาความปลอดภัยช่วยตรวจสอบค่ะ
- ในขณะที่พวกเรากำลังวิเคราะห์ข้อมูลอยู่ คูลซ์ก็รู้สึกตัวขึ้นมาค่ะ
คูลซ์ "ทะ...... ที่นี่คือ...... เอสเทลคุง...... แล้วก็พวกอากัตด้วย......"
- "ที่นี่คือทางภาคใต้ของพื้นที่บอส [โรงเตี๊ยมนกกระเต็น] ริมทะเลสาบไงล่ะ นายน่ะ อยู่บนเรือแล้วลอยมาถึงที่นี่" อากัตตอบคูลซ์คนคุ้นเคยด้วยสีหน้าโล่งใจที่เห็นเขาฟื้นขึ้นมา
คูลซ์ "งะ...... งั้นเหรอ...... ถ้าจำไม่ผิด ชั้นไปถึงฐานที่มั่นของ [องค์กร] พร้อมกับสมาชิกคนอื่น ๆ...... ............จากนั้นก็.................."
- คูลซ์เงียบไปซักพัก ดูเหมือนว่าเขาจะนึกไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น
คูลซ์ "คึ...... นี่มันเรื่องอะไรกันแน่...... ไม่เพียงครั้งเดียว...... แต่ความทรงจำโดนช่วงชิงไปถึง 2 ครั้ง......"
เอสเทล "หระ หรือว่าจะ......."
โอลิเวียร์ "ดูท่าว่า ความทรงจำจะถูก [ศาสตราจารย์] ผนึกเอาไว้สินะ"
คูลซ์ "คะ คุณจิน...... ขอร้องล่ะ! ช่วยใช้ [ลมปราณ] ใส่ชั้นเหมือนก่อนหน้านี้ให้ที......! ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ พวกกรัซจะ......!"
จิน "......นั่นน่ะ เป็นแค่การรักษาตามอาการที่ปรากฏเท่านั้นนะ ไม่น่าจะดึงความทรงจำสำคัญ ๆ ที่ถูกผนึกตามที่คาดเดาออกมาได้หรอก แล้วอีกอย่าง มันจะเป็นภาระที่หนักเกินไปสำหรับนายที่มีบาดแผลเช่นตอนนี้"
คูลซ์ "ตะ แต่ว่า......"
หลวงพ่อเควิน "......ถ้าจะทำ ก็ลองให้ผมทำดูก็แล้วกันครับ"
- พวกเราต่างประหลาดใจในคำพูดของเควิน
เอสเทล "เห......"
คูลซ์ "......เธอคือ......?"
หลวงพ่อเควิน "[อัศวินจอกดารา] 『星杯騎士』 แห่งโบสถ์เจ็ดจรัส เควิน แกรแฮมครับ คงเคยได้ยินมาจากอาเนราสจังสินะ?"
คูลซ์ "โอ้...... เธอเอง......"
เอสเทล "ตะ แต่ว่าคุณเควิน ไอ้การยกเลิกการปิดกั้นความทรงจำเนี่ย ทำได้ด้วยเหรอ?"
หลวงพ่อเควิน "ก็ ถ้าเป็นการรุกล้ำจิตใจที่ลึกลงไปอย่างรุนแรงก็ทำไม่ได้หรอก...... แต่ถ้าเป็นความทรงจำที่ถูกผนึกเป็นบางช่วง คิดว่าน่าจะทำอะไรได้บ้างน่ะ? แถมดู ๆ ไปแล้ว หลังจากโดนผนึกเวลายังผ่านไปไม่นานเท่าไรด้วย"
เอสเทล "งั้นเองเหรอ......"
โอลิเวียร์ "ฮืม หมายถึงวิชาหลักธรรมที่ไม่เปิดเผยไปสู่ภายนอกที่บอกต่อ ๆ กันมาภายในโบสถ์งั้นรึ?"
หลวงพ่อเควิน "ตรงเผงเลยครับ แต่อาจจะเกิดความเสียหายกับจิตใจเล็กน้อย...... ถึงเป็นอย่างนั้น ก็ไม่ว่าอะไรใช่ไม๊ครับ?"
คูลซ์ "ไม่มีปัญหา...... ต้องรบกวนแล้ว"
หลวงพ่อเควิน "รับทราบ"
- เควินหยิบสัญลักษณ์จอกดาราขึ้นมา "------ ด้วยนามแห่งเทพธิดาแห่งท้องฟ้า พลังศักดิ์สิทธิ์ที่แยกออกเป็นเจ็ดจรัสที่อยู่ ณ ที่นี้" แสงเรืองรองอันงดงาม เปล่งประกายออกมาจากสัญลักษณ์จอกดารา ทันทีที่เควินร่ายบทสวด
หลวงพ่อเควิน "ประกายเงินแห่งความรอบรู้ ประกายดำแห่งกาลเวลา------ จงต่อกรและดึงเหล็กที่ทิ่มแทงเข้าสู่คนผู้นี้ออกมา ณ ที่นี้......"
- แสงวาววาบรุนแรงขึ้นชั่ววูบ สร้างความเจ็บปวดให้กับคูลซ์อย่างมาก
เอสเทล "เป็นอะไรหรือเปล่า คุณคูลซ์!?"
คูลซ์ "อา...... ไม่เป็นไร ............................... ......อย่างกับหมอกเริ่มจางหาย นึกอะไร...... หลาย ๆ อย่างออกแล้ว......"
หลวงพ่อเควิน "ปล่อยให้หมอกจางหายไป แล้วค่อย ๆ ทำใจให้สบาย ๆ ครับ แล้วชะเง้อมองเข้าไปในความมืดมิดที่อยู่ฝั่งโน้น"
คูลซ์ "อา...... เข้าใจแล้ว หึหึ รู้แล้วล่ะ ที่บอกว่าเกิดความเสียหายกับจิตใจน่ะ นึกว่าเป็นยังไง...... นั่นน่ะ...... มันก็แค่อีโก้ของชั้นเองน่ะเหรอ"
หลวงพ่อเควิน "อ้าว รู้ด้วยเหรอครับ?"
คูลซ์ "เพราะนี่ก็ถือเป็นวิธีการฝึกสมาธิน่ะ......"
- คูลซ์ทำสมาธิอยู่พักนึง ก่อนที่เขาจะบอกกับพวกเราว่านึกเรื่องสำคัญ ๆ ออกแล้วค่ะ ซึ่งเรื่องสำคัญที่ว่าก็คือ "ฐานที่มั่นของ [องค์กร] อยู่ริมทะเลสาบทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลสาบวาเลเรีย...... แล้วที่นั่น ก็มีการก่อสร้างตึกวิจัยของพวกมันขึ้นมาอย่างลับ ๆ......" ค่ะ และที่ไม่สามารถตรวจหาตึกวิจัยได้พบ ก็เพราะพวกองค์กรใช้วิธีพิเศษบางอย่างซ่อนที่ตั้งเอาไว้ อย่างพวกการฉายภาพเสมือนท้องฟ้าเพื่อป้องกันการตรวจสอบทางอากาศค่ะ
(พวกเราถึงกับตกใจ เพราะวิทยาการขององค์กรนั้นเหลือร้าย และก้าวกระโดดไปไกลจากที่พวกเรามีจริง ๆ ค่ะ)
- และนอกจากนั้น คูลซ์ยังบอกอีกว่าหากเข้าไปใกล้ ๆ ตึกวิจัยด้วยการลอบเข้าไปทางบก ก็จะมีหมอกปรากฏขึ้นมาค่ะ
(อันนี้พวกเราจะสะดุดใจ เพราะมันเหมือนกับเหตุการณ์ที่รอเลนซ์ค่ะ)
- แต่พวกคูลซ์ก็ฝ่าหมอกแล้วเข้าไปในตึกวิจัยได้สำเร็จค่ะ ทั้งยังได้ประมือกับพวก [ผู้ดำเนินแผนการ] ด้วย แต่พวกนั้นก็ไม่มีช่องโหว่ให้พวกคูลซ์โจมตีเลย และพอพวกคูลซ์มาถึงที่ท่าเรือก็หมดสติไปตรงนั้นค่ะ
(คูลซ์จะรู้สึกเจ็บใจตนเอง ที่เหมือนกับทิ้งเพื่อนเอาไว้แล้วหนีออกมาคนเดียวแบบนี้น่ะค่ะ)
เอสเทล "คุณคูลซ์...... วางใจเถอะ! พวกคุณอาเนราสน่ะ ชั้นจะช่วยออกมาให้ดู!"
คูลซ์ "เอ เอสเทลคุง......?"
อากัต "เหอะ ถ้ารู้ถึงขนาดนั้นแล้ว มันก็ต้องมีทางเข้าไปได้อีกใช่ไม๊ล่ะ"
เชราซาร์ด "จริงสินะ แถมยังมีการสนับสนุนจากกองทัพที่ดูจะคาดหวังได้ด้วย"
จิน "ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกชั้นเถอะ"
คูลซ์ "ขะ ขอบใจ...... โทษทีนะ...... ฝากด้วยล่ะ......"
- จากนั้น คูลซ์ จะหมดสติไปค่ะ เอสเทลได้ตัดสินใจแล้วว่าถึงแม้ทางกองทัพจะยังไม่เคลื่อนไหว แต่พวกเธอจะต้องดำเนินการเองไปก่อน และถึงแม้เรื่องในคราวนี้จะมีอันตรายกว่าทุก ๆ ครั้ง เธอก็ได้เตรียมใจที่จะเผชิญหน้ากับ [องค์กร] เรียบร้อยแล้วค่ะ
- ทุกคนจะให้เอสเทลเป็นคนตัดสินใจเลือกเพื่อนเข้ากลุ่ม เหมือนตอนเหตุการณ์ปฏิวัติที่เข้าไปยังเขตที่ถูกผนึกก่อนหน้านี้ค่ะ (แหม ก็เป็นนางเอกนี่นะ)
- และนอกจากนี้ เควินจะให้เอสเทลเลือกเขาก่อน เพราะไม่แน่ว่าพวกอาเนราสอาจจะโดนมาอย่างคูลซ์ก็ได้ หากเป็นอย่างนั้น เขาก็จะช่วยพวกอาเนราสด้วยวิชาที่ช่วยคูลซ์แบบเมื่อกี๊ค่ะ
☆เลือกเพื่อน 2 คน เข้ากลุ่มต่อสู้ (เอสเทล และ เควิน เป็นตัวละครบังคับ)☆
ในช่วงนี้ เราสามารถเลือกเมนูต่าง ๆ ได้ดังนี้นะคะ
(1) จัดกลุ่ม
(2) เปลี่ยนของสวมใส่
(3) ไปต่อ
- เมื่อจัดกลุ่มและเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วก็ไปต่อได้เลยค่ะ
| ลอบเข้าตึกวิจัยของ [องค์กร] 1-2 『《結社》の研究施設潜入①‐②』 {BP4(+5)} |
ทะเลสาบวาเลเรีย 『ヴァレリア湖』
- พวกเราจะนั่งเรือข้ามทะเลสาบอันเงียบสงบเข้าไปยังฐานที่มั่นของ [องค์กร] ค่ะ
- เควินยังมีหยอดมุขว่า "ในคืนที่พระจันทร์งามเด่นเช่นนี้ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะพาแฟนมาเดทที่นี่จัง" น่ะค่ะ เอสเทลก็เลยสงสัยว่าเควินเนี่ย มีแฟนแล้วเหรอ
หลวงพ่อเควิน "หึ ถึงจะเห็นอย่างนี้ ก็มีตัวเลือกที่จะมาเป็นแฟนเตรียมไว้ในทุก ๆ หัวเมือง เมืองละ 1 คนจากทั่วทวีปเชียวนะ......"
เอสเทล "ที่บอกว่าตัวเลือกน่ะ ก็หมายความว่ายังว่างอยู่สินะ"
หลวงพ่อเควิน "แหง่ะ...... ปล่อยให้ฝันต่ออีกซักนิดเถอะน๊า"
เอสเทล "......แต่ว่าคุณเควินเนี่ย ทำไมถึงดำเนินการด้วยตัวคนเดียวล่ะ? [หน่วยอัศวินจอกดารา] 『星杯騎士団』 ที่ว่า คนไม่พอขนาดนั้นเลยเหรอ?"
หลวงพ่อเควิน "ก็ เกี่ยวกับเหตุการณ์ในคราวนี้ มันมีอะไรหลาย ๆ อย่างน่ะนะ...... ชั้นก็เลยถูกส่งมาประจำคนเดียวน่ะ...... ไม่แน่ว่าเหตุการณ์ต่อจากนี้ เพื่อนคนอื่น ๆ อาจจะมาที่นี่ก็ได้มั๊ง"
เอสเทล "งั้นเองเหรอ...... เอ เห็นบอกว่า [อัศวินจอกดารา] เนี่ย ทำงานเก็บกู้อาร์ติแฟกซ์ (มรดกแห่งอารยธรรมโบราณ) 『古代遺物《アーティファクト》』 สินะ?"
หลวงพ่อเควิน "อันที่จริงก็คือ ตรวจสอบ ควบคุมดูแล และเก็บกู้น่ะ ในบรรดานั้นเรื่องที่เกี่ยวกับการเก็บกู้ ก็มักจะไปเกี่ยวข้องกับของที่เป็นทรัพย์สมบัติส่วนตัว ก็เพราะการครอบครองอาร์ติแฟกซ์ที่ทำงานอยู่ตามอำเภอใจนั้น โบสถ์ได้ห้ามเอาไว้น่ะ"
เอสเทล "แต่ว่า ทำไมถึงมีความจำเป็นที่ต้องไปควบคุมดูแลด้วยล่ะ?"
หลวงพ่อเควิน "ประเภทของอาร์ติแฟกซ์มีอยู่หลากหลาย...... ไม่มีใครรู้หรอกว่าการทำงานของมันมีหลักการแบบไหน ด้วยเหตุนั้น การจะรู้ถึงวิธีใช้งานก็ต้องทำให้มันแสดงพลังออกมาอย่างไม่มีทางเลือก ตอนที่คน ๆ หนึ่งถือของแบบนั้นอยู่ คิดไม๊ว่าจะเกิดอะไรขึ้น?"
เอสเทล "มะ ไม่รู้ซี...... จะเป็นยังไงเหรอ?"
หลวงพ่อเควิน "โดยทั่วไป ก็จะถูกดึงดูดแล้วใช้ทำเรื่องไม่ดี จากนั้นก็จะเกิดความลุ่มหลงในพลังอย่างถอนตัวไม่ขึ้น"
เอสเทล "จะ จริงเหรอที่ว่านั่น?"
หลวงพ่อเควิน "น่าเสียดายที่มีข้อเท็จจริงระบุเอาไว้ในประวัติศาสตร์น่ะ...... พวกเอสเทลจังก็จำเรื่องของนายกเทศมนตรีดัลมอร์ได้ใช่ไม๊ล่ะ?"
เอสเทล "อ๊ะ...... นายกเทศมนตรีในตอนนั้นน่ะ รู้สึกได้เลยว่าโหดเหี้ยมสุด ๆ เลยนะ ผิดกับหัวหน้าของสลัดอากาศที่โดนควบคุม ยังกับหยุดตัวเองไม่ได้ยังงั้นแหล่ะ......"
หลวงพ่อเควิน "การครอบครองพลังที่ท่วมท้นจะขาดการควบคุมสติสัมปชัญญะของตนเอง และส่งผลต่อความเชื่อมั่นที่บิดเบี้ยวไปของมนุษย์..... การป้องกันเหตุการณ์นั้นล่วงหน้า ก็เป็นภารกิจของ [หน่วยอัศวินจอกดารา] นะ แต่ก็ไม่ได้มีแต่เรื่องสวยหรูหรอก"
เอสเทล "งะ งั้นเหรอ?"
หลวงพ่อเควิน "แหม ก็ขนาดสมาคมเบรเซอร์เอง ยังมีเรื่องที่ไม่สามารถทำอย่างโจ่งแจ้งได้ใช่ไม๊ล่ะ? มันก็เหมือน ๆ กันนั่นแหล่ะ"
เอสเทล "อือ อื~ม...... ก็ไม่ปฏิเสธหรอก"
ตึกวิจัยริมทะเลสาบ 『湖畔の研究所』
- จากนั้นเราจะสังเกตุเห็นหมอกลงจัด และเมื่อตรงไปเรื่อย ๆ เบื้องหน้าของพวกเอสเทลก็ปรากฏตึกวิจัยขนาดยักษ์ริมทะเลสาบค่ะ
- เมื่อขึ้นฝั่ง พวกเราจะรู้สึกว่าไม่มีวี่แววของมนุษญ์อยู่เลย ดังนั้น เราจะลองเข้าไปสำรวจภายในตึกวิจัยดูค่ะ
- เนื่องจากว่า "ประตูด้านหน้า" ล็อคอยู่ เราจึงต้องหาทางเข้าทางอื่นค่ะ
- ใช้ทางเข้าด้านหลังตึก (ทิศตะวันตก) เพื่อเขาสู่ตึกวิจัยค่ะ
- เมื่อเข้าไป จะเกิดการต่อสู้กับ "โอเวอร์มัพเพ็ต (ตุ๊กตาสงคราม)" 『人形兵器《オーバーマペット》』 (วอล์กเกิล570 + วอล์กเกิล235 *2) ค่ะ
☆หากเคลียร์ซับเควสต์ (45) ศึกขับไล่ศัตรูในเหมืองร้าง บทพูดของพวกเรา จะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยค่ะ☆
- ปราบได้ พวกเราจะวิเคราะห์กันว่าศัตรูเมื่อตะกี๊น่าจะเป็นฝีมือของพวก [องค์กร] ค่ะ เพราะใช้วิทยาการออร์บเมนท์แบบเดียวกันกับตัวที่เจอบน "อาเนนเบิร์ก" ค่ะ
- แต่ตอนนี้ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ไม่มีวี่แววของคนนอกจากศัตรูที่เป็นเครื่องจักรเลย เอสเทลจึงเป็นห่วงว่าพวกคุณอาเนราสจะถูกจับอยู่ที่นี่จริงหรือเปล่า แต่เควินแนะนำว่าให้ลองสำรวจที่นี่ดูก่อนค่ะ
☆มีอยู่ห้องนึง (ในห้องจะเรืองรองไปด้วยแสงจากหลอดไฟสีเขียว) จะมีคันโยกอยู่ หากเราสับคันโยก จะสามารถเปิดประตูใหญ่ด้านหน้าได้ค่ะ (สะดวกต่อการวิ่งไปเพิ่มเลือดที่ด้านนอก)☆
☆ไอเทมที่พบในช่วงนี้ "เซอร์ไพรซ์เบล", "วินด์ลาส" (สู้กับ วอล์กเกิล570 *2 + วอล์กเกิล235 * 4), "EPชาร์จ II", "ป้องกัน4" ค่ะ☆
- เมื่อมาถึงจุดพักผ่อน (จุดเพิ่มเลือดนั่นแหล่ะค่ะ) ไปตามทางเรื่อย ๆ จะพบกับประตูที่มีหลอดไฟส่องแสงสีแดง เมื่อเข้าไปจะพบกับ "กรัซ" รุ่นพี่เบรเซอร์ประจำสาขาบอส แต่ท่าทางของเขาดูแปลก ๆ และหันดาบเข้าหาพวกเราซะงั้นค่ะ
| - กรัซ + วอล์กเกิล235 *2 - - 『グラッツ + ヴォーグル235*2』 - |
|
**แนะนำให้ใส่เครื่องประดับที่ป้องกัน "หมดสติ" เช่น "เซอร์ไพรซ์เบล", "เครสชาร์ม" หรือ "เฟเธอร์บรอธ" เอาไว้จะง่ายขึ้น เพราะกรัซมี Craft "ท่าลับ กรัซบิ๊กแบง" (สกัดกั้นไม่ได้) ที่โจมตีได้รุนแรง และทำให้เราติด "หมดสติ" ได้ค่ะ** **ระวังให้ดี รุ่นพี่ของเราคนนี้ มีพลังโจมตีกายภาพสูงมาก ๆ ทั้งยังมี Craft รุนแรง เช่น "ท่าลับ กรัซไนท์แมร์" หรือ "ดาบวายุหมุน" (คล้ายของเอสเทล แต่สามารถฟันเรากระจุยไปแนวหลังได้ไกลมาก ๆ) และ Craft "กรัซสเปเชี่ยล" ที่โจมตีเราติด AT-Delay & สกัดกั้นการร่ายอาร์ทด้วยนะคะ** |
- ปราบได้ เอสเทลถึงกับบนอุบเลยว่า "สมแล้วที่เป็นคุณกรัซ...... เก่งทีเดียวนะเนี่ย" แล้วเควินจะปลดการควบคุมออกจากกรัซค่ะ
กรัซ "......โทษที...... ดูท่าชั้นจะสร้างความเดือดร้อนให้สินะ"
- "กรัซ" จะขอโทษพวกเอสเทลที่สร้างความเดือดร้อนให้ค่ะ และยังบอกอีกว่าเขาจำคนที่ดึงสติสัมปชัญญะของเขา และออกคำสั่งให้ขับไล่ผู้บุกรุกที่ลอบเข้ามาที่นี่ไม่ได้ค่ะ
(เอสเทลมั่นใจเลยว่า ต้องเป็นฝีมือของ [ศาสตราจารย์] คนที่ว่าแน่นอน)
- ส่วน "อาเนราส" และ "คารูน่า" นั้น กรัซคิดว่า พวกเธอก็น่าจะถูกจับแยกไปเหมือนกันค่ะ จากนั้น เอสเทลจะให้กรัซไปรอที่เรือตรงชะง่อนผา เพราะท่าทางกรัซไม่ค่อยสู้ดีค่ะ
(ตอนแรก เอสเทลจะพากรัซไป แต่กรัซบอกว่า เขารู้เส้นทางภายในตึกอยู่แล้ว ดังนั้น ให้เขาไปคนเดียวก็ได้ค่ะ)
- สำรวจคอมพิวเตอร์ด้านในห้อง จะมีข้อมูล
"ประเภทของตุ๊กตาสงคราม"
ตุ๊กตาสงครามที่ได้ใช้ในองค์กรนั้น เป็นผลงานที่พัฒนาโดย [โรงงานสิบสาม] 『十三工房』 สถาบันวิจัยภายใต้สังกัดสาวก
อนึ่ง ในสถานที่แห่งนี้
นอกจาก เครื่องบินลาดตระเวน [วอล์กเกิล] 2 รุ่นแล้ว
เครื่องบินสอดแนม [พอร์ตซีกเกอร์] หรือ เครื่องบินรบ [แวนการ์ด] นั้น
เป็นตุ๊กตาสงครามรุ่นที่ผลิตจากอุตสาหกรรมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ก็มีการพัฒนารุ่นใหม่ ๆ โดยอ้างอิงจาก [ผู้พิทักษ์] 『守護者』......
(*เนื้อหาต่อจากนี้ถูกลบทิ้ง)
- และได้รับ "คีย์การ์ดสีแดง" 『赤のカードキー』 ค่ะ
★ก่อนจะขึ้นลิฟท์ไปชั้น 2 หากเรากลับไปทางเดินที่ผ่านมา จะมีประตูที่ต้องใช้ "คีย์การ์ดสีแดง" เมื่อเข้าไปเราจะพบกับ "ทรอยเมไร" 『トロイメライ』 อยู่ในห้องนี้ด้วยค่ะ ซึ่ง "ทรอยเมไร" ตัวนี้ เป็นคนละตัว กับ "ผู้พิทักษ์แห่งวงแหวน" ที่เราเจอใน "เขตที่ถูกผนึก" นะคะ แต่พวกเราก็ไม่สามารถหาเหตุผลได้ว่า ทำไมเจ้าตัวประหลาดนี่ ถึงได้มี 2 ตัวได้น่ะค่ะ
- ใช้ "คีย์การ์ดสีแดง" เปิดประตูลิฟท์ ขึ้นไปยังชั้น 2 ของตึกวิจัยค่ะ
☆ไอเทมที่พบในช่วงนี้ "EPชาร์จ I", "แว่นส่องมองกลางคืน", "ยาแห่งเทียร์ร่า" ค่ะ☆
- เดินมาตามทางเรื่อย ๆ จะพบกับห้องมืด โดยเราต้องใส่ "แว่นส่องมองกลางคืน" 『暗視ゴーグル』 ถึงจะมองเห็นทางได้ค่ะ
(เราเคยได้แว่นอันนี้ในบทนำด้วย ถึงตอนนี้น่าจะมีทั้งหมด 2 อันค่ะ ใส่ให้กับตัวละครที่ต้องการเลยนะคะ)
☆ให้เราไปทางด้านตะวันออกของห้องมืดก่อนนะคะ จะได้เข้าไปเก็บ "เอโบนี่ชูส์" จากหีบสมบัติมาค่ะ☆
- เมื่อขึ้นไปทางเหนือของห้องมืด ออกไปจะพบกับห้องที่มีหลอดไฟสีแดง ให้เตรียมตัวได้เลยค่ะ เพราะเมื่อเข้าไปเราจะพบกับ "คารูน่า" รุ่นพี่เบรเซอร์สุดสวย ประจำสาขารูอัน ที่โดนแบบเดียวกับกรัซค่ะ
| - คารูน่า + วอล์กเกิล570 *2 -
- 『カルナ + ヴォーグル570*2』 - |
|
**แนะนำ ให้ใส่เครื่องประดับที่ป้องกัน "หมดสติ" และ "มืดมิด" เอาไว้จะง่ายขึ้น เพราะสาวสวยคนนี้มีท่า "กระสุนแกรเนด" โจมตีกินอาณาเขตปานกลาง และทำให้เราติด "หมดสติ" และท่า "แอซซอลท์คอมบิเนชั่น อัลฟ่า" ของเธอ จะโจมตีเราติด "มืดมิด" ค่ะ** **นอกจากนั้น คารูน่า จะเน้นการโจมตีจากระยะไกล และมีท่าสนับสนุนการต่อสู้เยอะ อย่าง "ตวาดใส่จิตวิญญาณ" (เพิ่ม STR) และ "กระสุนปลอกหนัก" (ลด DEF เรา) หรือ "ช็อคสไปเดอร์" ที่ทำให้เราติด AT-Delay ค่ะ** **การโจมตีปกติของคารูน่านั้น บางครั้งทำให้เราติด Mov Down ได้ แนะนำ ให้ใส่ไอเทมหรือควอทซ์เพิ่ม Move หรือ ใช้อาร์ทโจมตีจากระยะไกลจะดีกว่านะคะ** **คารูน่า พลังป้องกัน และ SPD ค่อนข้างสูง ดังนั้น แนะนำให้ใช้อาร์ท "คล็อกดาวน์" ใส่เธอ และใช้ ""คล็อกอัฟ รุ่นปรับปรุง" ใส่ฝ่ายเรา จะทำให้การต่อสู้ง่ายขึ้นค่ะ** |
- ปราบได้ เอสเทลก็บ่นอุบถึงความเก่งกาจของรุ่นพี่เธอเช่นเคยค่ะ จากนั้น เควินก็ขอออกโรงทำลายวิชาที่ควบคุมสติสัมปชัญญะของคารูน่า
- คารูน่า จะถามพวกเราว่าได้เจอพวกเธอคนอื่น ๆ และ [ผู้ดำเนินแผนการ] บางหรือเปล่า พอได้ยินเอสเทลบอกว่าไม่มีวี่แววของคนอยู่เลย ทำให้คารูน่ารู้สึกว่ามันแปลก ๆ เพราะเท่าที่เธอรู้น่าจะมีพวกนักวิจัยและทหารอยู่ที่นี่ประมาณ 10 คน แต่ก็ไม่แน่ว่าพวกนั้นอาจจะถอนกำลังออกไปแล้วก็เป็นได้ค่ะ
- จากนั้น คารูน่าจะฝากฝังให้เราช่วยเหลืออาเนราส ส่วนเธอจะออกไปรอที่นัดด้านนอกเองค่ะ
- สำรวจคอมพิวเตอร์ในห้อง จะทราบข้อมูลเกี่ยวกับ
Blog-map