空の軌跡SC - Chapter 5 ผู้ที่สมควรปกป้อง
posted on 24 Sep 2007 21:45 by gin-no-ishi in Walkthrough第五章 守るべきもの
บทที่ 5 ผู้ที่สมควรปกป้อง
เมื่อมาถึงพื้นที่บอส พวกเอสเทลก็ได้เผชิญหน้ากับ [จักรพรรดิดาบ] เรเว
และยังได้พบกับ [มังกรโบราณเลกนาร์ต] สัตว์เทพเจ้าที่มีชีวิตยืนยาวมากว่า 1200 ปี!!
ถึงจะแตกต่างจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนในครั้งนี้ ก็มีความเกี่ยวข้องกับ [การทดลอง] ของ [องค์กร]
ทั้งยังได้รู้ถึงอดีตทีเ่จ็บปวดของอากัต ที่ไม่เคยอภัยให้กับความผิดของตัวเองอีกด้วย
Walkthrough Chart - Main Quest
หอคอยหยก 『翡翠の塔』
- ณ ชั้นดาดฟ้าของหอคอย ปรากฏร่างของ "กระพรวนเสน่ห์ลูชิโอล่า" "[หอคอยหยก] ------ ดูเหมือนจะเป็นไปตามที่รายงานมาเลยนะ"
- ลูชิโอล่าเดินเข้าไปใกล้แท่นปริศนาที่อยู่บนนั้น
กระพรวนเสน่ห์ลูชิโอล่า "อีกด้านหนึ่งของ [ดีไวซ์ทาวเวอร์] ที่ส่งพลังถึงกันกับเขตที่ถูกผนึกในราชวังแกรนเซล...... [อาณาเขตที่ 2] ที่ใช้ปิดกั้นระหว่างเบื้องหน้ากับเบื้องหลัง...... หึหึ ศาสตราจารย์ก็อุตส่าห์ตรวจสอบจนเจอได้นะ"
- ในขณะนั้น ยานสีแดงก็บินลงมาเทียบข้าง ๆ หอคอย ชายหนุ่ม 2 คนเดินออกมาทักทายลูชิโอล่า
หมาป่าผอมวอลเตอร์ "โย่ รอนานไม๊"
ตัวตลกคัมพาเนลล่า "หึหึ ขอบคุณที่เหนื่อยนะ"
กระพรวนเสน่ห์ลูชิโอล่า "อุ๊ย...... ไม่คิดว่าพวกเธอจะมานะเนี่ย นึกว่าเรเวจะเป็นคนมาเองซะอีก แล้วลมอะไรหอบมางั้นหรือ?"
ตัวตลกคัมพาเนลล่า "หึหึ ถ้าเรเวล่ะก็ ไปเป็นเพื่อนกับศาสตราจารย์น่ะ ทางโน้นมันเกินความสามารถไปหน่อย พวกผมก็เลยต้องแวะมารับที่นี่แทนก็เท่านั้นเอง"
หมาป่าผอมวอลเตอร์ "ก็ จนกว่าจะถึงขั้นตอนต่อไปไม่มีอะไรให้ทำนี่นะ เลยขอมาแทนเผื่อจะได้ฆ่าเวลาซักหน่อย"
กระพรวนเสน่ห์ลูชิโอล่า "หึหึ ชอบทำอะไรแผลง ๆ กันจัง แต่ที่บอกว่าศาสตราจารย์กับเรเวเดินทางไปด้วยกันเนี่ย...... หมายความว่า ในที่สุดการทดลองขั้นสุดท้ายก็กำลังจะเริ่มขึ้นแล้วสิ?"
หมาป่าผอมวอลเตอร์ "คึคึ คงงั้นนะ เห็นบอกว่า [แผนการพระสุรเสียง] 『福音計画』 ก็ใกล้จะถึงขั้นตอนต่อไปแล้วด้วย"
ตัวตลกคัมพาเนลล่า "พวกตุ๊กตากับทหารพรานก็เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยไปมาก เมื่อทำให้ [β] เสร็จสมบูรณ์ คงจะยุ่งขึ้นจมเลยล่ะ"
- ภายในยานลำสีแดงนั้น -
กระพรวนเสน่ห์ลูชิโอล่า "------การทดลองขั้นสุดท้ายที่ว่า อีกฝ่ายเป็น [ไอ้นั่น] สินะ ถึงจะเป็นศาสตราจารย์หรือเรเว ก็คงจะใช้วิธีอย่างตรงไปตรงมาไม่ได้สินะ"
หมาป่าผอมวอลเตอร์ "คึคึ อาจจะเป็นอย่างนั้นน่ะ จะพูดยังไงก็ตามนั่นก็เป็นสิ่งมีชีวิตตามตำนาน ความแข็งแกร่งก็คงจะผิดกัน ......แต่ว่าคัมพาเนลล่า คราวนี้ไม่สมกับที่เป็นแกเลยไม่ใช่เหรอ"
ตัวตลกคัมพาเนลล่า "อ้าว อะไรเหรอ?"
หมาป่าผอมวอลเตอร์ "ถ้าเป็นแกตามปกติล่ะก็ คงจะยินดีร่วมเดินทางไปกับศาสตราจารย์แน่ ๆ ถ้าไม่ทำแบบนั้น แสดงว่ามีข้อมูลอื่นที่น่าสนใจอยู่ใช่ไม๊ล่ะ? รีบ ๆ คายออกมาซะ"
ตัวตลกคัมพาเนลล่า "ไม่เอาน่า วอลเตอร์ ผมเนี่ย เชื่อใจไม่ได้เลยเหรอไง?"
หมาป่าผอมวอลเตอร์ "คึคึ เชื่อใจสิ เหมือนกับหมายเลขของแกไง"
กระพรวนเสน่ห์ลูชิโอล่า "No. 0 ------ หึหึ ความเชื่อใจเท่ากับศูนย์สินะ"
ตัวตลกคัมพาเนลล่า "เฮ้อ ทั้ง 2 คนใจดำจังน๊า ก็นะ ผมมีของที่อยากจะชื่นชมอยู่มากมายก่ายกอง แต่โชคร้ายที่มีงานด่วนเข้ามาน่ะ ผมตั้งใจว่าจะไปขออนุญาตใช้ [เรืออาร์ค] จากท่านผู้นั้นน่ะ"
- ทั้งลูชิโอล่า และวอลเตอร์ ตกใจกับความคิดของคัมพาเนลล่า
หมาป่าผอมวอลเตอร์ "คึฮ่าฮ่า! เอาจริงเหรอเนี่ย! จะให้เข้าไปอยู่ในของประหลาดยิ่งกว่าอะไรนั่นน่ะ!"
กระพรวนเสน่ห์ลูชิโอล่า "[เรืออาร์คแดง] --------- กลอเรียส นึกว่าจะเป็นไปไม่ได้...... แต่ตั้งใจจะทำให้ลีเบร์ลกลายเป็นเถ้าถ่านหรือไง?"
ตัวตลกคัมพาเนลล่า "หึหึ นั่นก็แล้วแต่ศาสตราจารย์กับเรเวนะ ------------ ก็มีเท่านี้แหล่ะ หลังจากนี้ต้องออกเดินทางไปทันที ถ้ากลับมาแล้วก็ช่วยเล่าความเป็นไปของการทดลองด้วยล่ะ"
- ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ราวกับอยู่ในหุบเขาหมอก -
- "ศจ. ไวส์แมน" และ "ชายหนุ่มผมเงิน" เข้ามาในถ้ำขนาดใหญ่
ชายหนุ่มผมเงิน "......นี่มัน......."
ศจ. ไวส์แมน "หึหึ...... ดูท่าคงจะอาศัยอยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วยสินะ ดูซะ เรเว เป็นสิ่งมีชีวิตที่งดงามยิ่งกว่าสิ่งใด ๆ ใช่ไม๊ล่ะ"
ชายหนุ่มผมเงิน "คิดจะใช้ของแบบนี้ ทำ [การทดลอง] จริง ๆ งั้นหรือ?"
ศจ. ไวส์แมน "เป็นธรรมดาที่เธอจะวิตก ทว่า การทำให้ [β] เสร็จสมบูรณ์น่ะ ไม่ว่าจะยังไงจำเป็นต้องใช้ข้อมูลที่จำเป็นนี้นะ"
- "..................พวกเจ้าคือ..............." สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ ปรากฏเบื้องหน้าของทั้ง 2 คน
ศจ. ไวส์แมน "โอ้...... ดูเหมือนว่าจะตื่นแล้วนะเนี่ย เป็นการลืมตาตื่นในรอบ 20 ปีหรือเปล่านะ?"
- เสียงนั้นไม่ตอบอะไร
ศจ. ไวส์แมน "ยินดีที่ได้รู้จัก ชั้นชื่อ เกออร์ก ไวส์แมน ได้รับมอบหมายให้เป็น [สาวกแห่งงู] ผู้ดำเนินการจัดการ [งูกินหาง]"
เสียง ".........................ไปซะ................... พลังที่เจ้าปลดปล่อยออกมานั้น...... แม้จะรู้สึกโหยหาถึงบางสิ่งเพียงใด...... แต่ไม่ชอบแววตาของเจ้าเลย...... เพียงแค่มองดูก็เห็นเนื้อแท้ของความปรีดาอันมืดมิดเท่านั้น .......... รวมทั้งสัมผัสกลิ่นอายวิญญาณที่บิดเบี้ยวนั่นด้วย.........."
ศจ. ไวส์แมน "หึหึ รู้สึกเป็นเกียรติสำหรับคำชมนั่น แต่น่าเสียดายที่คุณไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธ เพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสมบัติของเทพธิดาน่ะ"
เสียง ".........ว่าไงนะ.........?"
ศจ. ไวส์แมน "เรเว เอาให้ดูสิ"
- ชายหนุ่มผมเงินหยิบเอา [กอสเปล] ออกมาตามที่ ศจ. ไวส์แมนสั่ง อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
เสียง "......นั่นมัน......!"
ศจ. ไวส์แมน "ความทรงจำเมื่อ 1200 ปีก่อนหวนกลับมาหรือไงกัน? ถึงจะเป็นแค่ของจำลอง แต่ก็คงจะประสบผลสำเร็จได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ?"
เสียง "...............พวกเจ้า................ .........หรือว่า [วงแหวนประกายแสง] 『輝く環』....................!!"
ศจ. ไวส์แมน "หึหึ ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้"
- ศจ. ไวส์แมน เรียกคฑาของเขาออกมา
ศจ. ไวส์แมน "ถ้าเช่นนั้น------ เรามาเริ่ม [การทดลอง] ขั้นสุดท้ายกันเถอะ"
เมืองรอเลนซ์ 『ロレント市』
☆เลือกเพื่อนเข้ากลุ่ม 2 คนได้เลยค่ะ (เอสเทล และเจ๊เชร่าเป็นตัวละครบังคับ)☆
☆ก่อนที่จะไปยังท่าเทียบเรือเหาะ อย่าลืมแวะไปดูที่บอร์ดรับงาน จะมีงาน 3 งานให้ทำในช่วงนี้ด้วยนะคะ ดูรายละเอียดหัวข้อซับเควสต์ของบทที่ 4 ได้เลยค่ะ☆
(33) เมนูอาหารที่คนึงหา
(34) ตำรับยาลับแห่งเดียเซโต้
(35) หนังสือมอบอำนาจเหมืองแร่
☆แล้วก็อย่าลืมไปที่มิสต์วอลท์ เพื่อเคลียร์ซับเควสต์ (27) เสาะหาสถานที่ตกปลา ด้วยนะคะ☆
★คุยกับ "หลวงพ่อเควิน" 『ケビン神父』 ที่โบสถ์ เอสเทลจะขอบคุณเควิน ที่ช่วยดูแลพวกทีโอค่ะ แต่เควินก็หยอดคำหวานจีบเอสเทลอีกนั่นแหล่ะว่า "ไม่ว่าจะให้ชั้นทำอะไร ชั้นก็จะทำเพื่อเอสเทลจังที่รัก" ค่ะ เจ๊เชร่าเลยสวนเควินไปว่า "ปากหาเรื่องเนี่ย เป็นคู่แข่งกับโอลิเวียร์ได้เลยนะ" แล้วเควินจะบอกว่า ช่วงนี้เขาคงต้องหยุดงานของหลวงพ่อลาดตระเวนไปก่อน เพราะได้รับมอบหมายให้ไปทำธุระน่าเบื่อบางอย่างค่ะ แต่เอสเทลก็พอจะเข้าใจว่า ธุระน่าเบื่อที่เควินบอก หมายถึงงานสำคัญแน่ ๆ เลย (แหม นางเอกของเราเริ่ม มองได้ทะลุปรุโปร่ง เก่งกาจขึ้นอีกแล้วสินะเนี่ย) ซึ่งเควินบอกว่า ไว้ถึงตอนนั้นเขาจะมาแลกเปลี่ยนข้อมูลกับพวกเอสเทลค่ะ
★คุยกับ "อารุม" 『アルム』 และ "แอร์รี่" 『エアリー』 พวกเขากำลังตัดสินใจอยู่ว่า จะจัดงานแต่งงานกันที่รอเลนซ์ค่ะ เพราะเป็นสถานที่แรกที่พวกเขาได้พบและรู้จักกันค่ะ
★คุยกับ "ริจจ์" 『リッジ』 ที่สาขา เขาจะบอกว่างานที่รอเลนซ์ปล่อยให้เขาจัดการเอง เพราะจะให้เขา เอาแต่พึ่งรุ่นพี่เชร่ากับคุณคาซิอุสเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว คราวนี้เขาจะพยายามทำงานด้วยตัวคนเดียวให้ได้ค่ะ
★คุยกับ "ฟลีโอ" 『フリオ』 ที่ทำงานอยู่หน้าสมาคม เขาจะขอบคุณพวกเราที่ช่วยทำให้พ่อตาของเขาฟื้นค่ะ
★คุยกับป้า "สเตล่า" 『ステラ』 ที่ชั้น 2 ของบริษัทค้าอาวุธเอลเกอร์ ป้าแกจะแกล้งร้องไห้ เพราะเมื่อได้เห็นเอสเทลในตอนนี้แล้ว ก็ยิ่งรู้สึกปลื้มใจค่ะ (ตอนแรกเอสเทลนึกว่าป้าแกร้องไห้จริง ๆ แถมบ่นอุบ ว่าป้าสเตล่าแกล้งร้องไห้เหมือนจริงลยน่ะสิ) แล้วป้าแกก็จะหันไปกำชับเจ๊เชร่าว่า อย่าให้เอสเทลดื่มเหล้าเด็ดขาดนะ ซึ่งเจ๊แกก็รับปากว่า เธอถือคติว่าไม่บังคับใครอยู่แล้วค่ะ (ทุกคนถึงกับตกใจเลยค่ะว่า ฟังที่เจ๊เชร่าพูดผิดไปหรือเปล่าเนี่ย)
★คุยกับ "คิดดี้" 『キディ』 เธอจะยกเลิกการเดินทางไปบอส แล้วใช้วันหยุดที่เหลืออยู่ช่วยทำงานที่นี่แทนค่ะ
★คุยกับ "รินอน" 『リノン』 เอสเทลจะฝากรินอนว่า ถ้ามีรองเท้าผ้าใบรุ่นใหม่ของบริษัทสเตรเกอร์เข้ามา ให้เก็บเอาไว้ให้เธอเหมือนเดิมค่ะ
คุยกับรินอนอีกครั้งเขาจะบอกว่า รู้สึกแปลก ๆ ประมาณว่าทั้งดีใจ ทั้งกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก ที่คิดดี้จะอยู่ร่ำเรียนเทคนิคการขายที่นี่อีกซักระยะหนึ่งค่ะ (ดูเหมือนว่า คนที่ไม่อยากมีแฟนอย่างรินอน เริ่มสนใจสาวน้อยคิดดี้ซะแล้วสิ)
★คุยกับ "ฟรายดี้" 『フライディ』 ที่โรงงานเมลเดิร์ซ เขาจะขอบคุณพวกเรา ที่ทำให้เมืองรอเลนซ์กลับมาเป็นเหมือนเดิม เจ๊เชร่าเลยชวนฟรายดี้ไปดื่มกันซักแก้วแทนคำขอบคุณ แต่ฟรายดี้รีบบอกปัด แล้วโยนให้ไปเป็นหน้าที่ของฟอล์กเนอร์คุง ที่บาร์อาร์เบนด์ก็แล้วกัน
(ดูเหมือนทุกคนขยาดเจ๊เชร่ามาก ๆ เลยนะเนี่ย)
★หากช่วงนี้ไปคุยกับเหล่าผู้คนที่หมดสติ และพวกญาติ ๆ เขาจะขอบคุณพวกเอสเทลด้วยค่ะ
★คุยกับป้า "โทลต้า" 『トルタ』 แม่ของเอลิซซ่า ป้าแกจะเล่าความฝันว่า ได้ฝันถึงช่วงที่ตัวเองอายุไล่เลี่ยกับเอสเทล มีทั้ง "ฮันนา" (แม่ของทีโอ) และ "เรน่า" (แม่ของเอสเทล) เพื่อน ๆ สมัยโรงเรียนวันอาทิตย์ไปเที่ยวปิคนิคด้วยกัน แต่ก็เป็นฝันที่ประหลาดมาก เพราะมีพวกเอสเทล โยชัวร์ ที่อายุเท่านี้ออกมาในฝันด้วยนะคะ แต่ถึงยังไงป้าโทลต้าก็รู้สึกดีใจมาก ๆ ที่ได้เจอกับเรน่าที่คิดถึงด้วย ถึงแม้จะเจอแค่ในฝันก็ตามค่ะ
★คุยกับ "ลุค" 『ルック』 ที่หน้าหอนาฬิกา เอสเทลจะโล่งใจที่เห็นลุคดีขึ้นแล้ว ส่วนลุคบอกว่า เขาฝันว่าตัวเองเป็นเบรเซอร์ที่มีผลงานมากมายด้วยนะคะ ว่าแล้ว ลุคก็คุยข่มเอสเทลและไม่ลืมที่จะท้าดวลเอสเทลเหมือนเดิมค่ะ
★หากไปที่โฮเต็ล รอเลนซ์ บนห้องพักชั้น 2 จะพบกับ "แอนตอน" 『アントン』 กำลังจมน้ำ เอ๊ย ดื่มน้ำในอ่างอาบน้ำอยู่ค่ะ ก็ตอนนี้คอของเขาร้อนเป็นไฟ เพราะดื่มมากไปน่ะค่ะ (ในกรณีที่เคลียร์ซับเควสต์ (34) ตำรับยาลับแห่งเดียเซโต้ ค่ะ)
★แวะไปที่ "ไร่เพอเซล" คุยกับ "วิล" 『ウィル』 และ "เชล" 『チェル』 ดูเหมือนทั้ง 2 คนจะถูกอกถูกใจคนมีอารมณ์ขันอย่าง "หลวงพ่อเควิน" โดยเฉพาะแฝดสาวเชลจะรู้สึกว่า พอเห็นหลวงพ่อเควินที่ใจดีแล้วทำให้หนูน้อยนึกถึงโยชัวร์ขึ้นมาค่ะ
★คุยกับ "ทีโอ" 『ティオ』 เพื่อนรัก เธอจะบอกว่าได้ฟังรายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้นจากคุณเควินแล้วค่ะ ทีโอเล่าว่า ตอนแรกที่ฟื้นขึ้นมาแล้วเจอผู้ชายแปลกหน้าก็ตกใจอยู่เหมือนกัน แล้วก็ไม่ค่อยจะเชื่อด้วยว่าคุณเควินเป็นบาทหลวงจริง ๆ ค่ะ (ก็มีแต่คนบอกอ่ะนะ) แต่ทีโอก็รู้สึกขอบคุณ คุณเควินมาก ๆ เพราะไหนจะช่วยปกป้องครอบครัวของเธอ แถมก่อนที่เขาจะกลับไปก็ยังอุตส่าห์อยู่เป็นเพื่อนเล่นกับน้องฝาแฝดของเธอด้วยค่ะ
★คุยกับ "ฮันนา" 『ハンナ』 แม่ของทีโอ เธอจะมอบ "ชาสมุนไพรคั้นอันดับหนึ่ง" 『一番搾り薬草茶』 ให้เราด้วยนะคะ
ท่าเทียบเรือเหาะรอเลนซ์ 『ロレント発着場』
- คุยกับ "อลัน" 『アラン』 ที่ท่าเทียบเรือเหาะค่ะ ซึ่งไอน่าได้จองตั๋วไว้ให้เรียบร้อยแล้ว หากเราไม่ลืมทำอะไรที่รอเลนซ์ก็ตอบข้อ 2 ได้เลยค่ะ
โรงงานรัซเซล 『ラッセル工房』
ดร. รัซเซล "อย่างนี้นี่เอง [กอสเปล] คราวนี้ใช้สำหรับเข้าไปแทรกแซงจิตใจของมนุษย์งั้นเร้อ....... แล้วก็บังคับควบคุมในวงกว้าง ๆ ด้วยอนุภาคของหมอกที่ใช้เป็นตัวกลาง ฮืม...... ตัดสินได้ซักที"
- "ดร. รัซเซล" กำลังวิเคราะห์ข้อมูลของ [กอสเปล] อยู่ในบ้านของเขา "ดร. รบกวนหน่อยครับ" เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น
ดร. รัซเซล "โอ้ คาซิอุส ไม่ได้เจอกัน 1 เดือนได้แล้วมั๊ง มาจากค่ายเรสตอนเร้อ?"
คาซิอุส "ครับ ในที่สุดก็ได้รับอนุญาตให้พักซักที ก็เลยมาดูว่ามีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าน่ะครับ"
- คาซิอุสเดินเข้าไปหา ดร. รัซเซล
คาซิอุส "นั่น...... รายงานของหลานสาวเหรอครับ?"
ดร. รัซเซล "อืม เพิ่งส่งมาจากมาจากรอเลนซ์เมื่อเช้านี้เอง เพราะรายงานอันนี้แท้ ๆ จึงทำให้แน่ใจได้ซักที"
คาซิอุส "ตัวจริงของ [กอสเปล] งั้นหรือครับ"
ดร. รัซเซล "อืม แต่ก็เป็นแค่สมมติฐาน จนได้มาทำการทดลองตามสมมติฐาน และใช้ [คาเปล] จำลองสถานการณ์มากกว่า 1000 ครั้ง จะลองฟังดูไม๊ล่ะ?"
คาซิอุส "แน่นอนอยู่แล้ว"
- "อืม ถ้าอย่างนั้น------" ดร. รัซเซลตอบรับด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุข แล้วเดินไปหยิบ [กอสเปล] มาจากเครื่องทดลองของเขา
ดร. รัซเซล "[กอสเปล] อันนี้ทำให้เกิด [ปรากฏการณ์ออร์บเมนท์หยุดการทำงาน]...... แล้วเจ้า รู้รึเปล่าว่าปรากฏการณ์ที่ว่า มีลักษณะเป็นแบบไหน?"
คาซิอุส "ทำให้ออร์บเมนท์ที่อยู่รอบ ๆ [กอสเปล] หยุดการทำงานในแบบลูกโซ่...... พอจะเข้าใจได้ประมาณนั้นครับ"
ดร. รัซเซล "ถูกครึ่งนึงผิดครึ่งนึงน่ะ ปรากฏการณ์ที่เจ้าว่า จะพูดยังไงมันก็คล้าย ๆ กับการทำงานของ [แอนตี้เซฟต์] ออร์เบิลอาร์ทที่แค่ทำให้ออร์บเมนท์ทำงานไม่ได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยการตัดวงจรผลึกที่อยู่ภายใน แต่ปรากฏการณ์ที่ [กอสเปล] ทำให้เกิดขึ้นมา ทำให้เกิดความผิดปกติที่มูลฐานของออร์บเมนท์...... โดยดูดเอาอินทรีย์วัตถุของพลังงานออร์บเมนท์ที่ก่อเป็นรูปเป็นร่างอยู่ภายในตัวออร์บเมนท์ยังไงล่ะ"
คาซิอุส "กล่าวคือ ไม่ใช่ [หยุดการทำงาน] 『導力停止』 แต่เป็น [ดูดกลืนพลังงาน] 『導力吸収』 งั้นเหรอครับ......"
ดร. รัซเซล "อืม ถ้าเปรียบเป็นเครื่องกำเนิดการเผาไหม้จากภายใน เครื่องที่ว่า ก็ทำการดูดพลังงานมาจากก๊าซโซลีนนั่นแหล่ะ"
คาซิอุส "ฮืม ถ้าอย่างนั้น ดูเหมือนจะอธิบายได้ว่า สิ่งนั้นมีความแตกต่างกับ [แอนตี้เซฟต์] อย่างแน่นอนสินะครับ...... ไม่สิ...... เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าเป็นอย่างนั้น แล้วพลังงานออร์บเมนท์ที่ถูกช่วงชิงไปก็น่าจะถูกเก็บสะสมไว้ใน [กอสเปล] สิ"
ดร. รัซเซล "อืม ในที่สุดก็เข้าใจได้ถูกจุดนะ ถ้าระบุจากข้อสรุปที่ได้ พลังงานออร์บเมนท์จากรอบ ๆ ที่ได้ถูกช่วงชิงไปนั้น ไม่ได้อยู่ภายใน [กอสเปล] ร๊อก ไม่มีเลยแม้แต่ EP เดียวน่ะ"
คาซิอุส "แล้วความน่าจะเป็นที่กระจัดกระจายออกไปรอบ ๆ ล่ะ?"
ดร. รัซเซล "ไม่มี หายไปอยู่ที่ไหนซักแห่งแบบหมดเกลี้ยงเลยล่ะ แล้ว [กอสเปลรุ่นใหม่] ที่พวกเอสเทลไปพบโดยบังเอิญนั้น ทำให้เกิดปรากฏการณ์ [เป็นไปไม่ได้] ที่ไม่สามารถอธิบายด้วยวิทยาการออร์บเมนท์ในสมัยนี้ได้ เรื่องที่ทำให้ปรากฏการณ์แบบนั้นเกิดได้ยังไงนั้น ก็ยังไม่ชัดเจนดี...... แต่มีอยู่เรื่องที่แน่ใจได้คือ"
คาซิอุส "คือ......?"
ดร. รัซเซล "เล็กเกินไป ------ ปรากฏการณ์ประหลาดระดับยักษ์ที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ ฟังก์ชั่นที่ทำให้มันเกิดขึ้น พลังงานที่ถูกเก็บลงไปในสิ่งที่มีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือนั้น พูดในทางฟิสิกส์แล้ว เป็นไปไม่ได้ แต่ถ้า [องค์กร] มีวิทยาการที่ก้าวไปไกลกว่าพวกเราแล้วล่ะก็"
คาซิอุส "อย่างนี้นี่เอง...... จะยังไงก็ตามพอจะจับเค้าได้แล้วครับ กล่าวก็คือ [กอสเปล] อันนี้ เป็นเพียง [คอมพิวเตอร์ปลายทาง] (Terminal Computer) สินะครับ?"
ดร. รัซเซล "อื้ม...... ถูกต้อง! [กอสเปล] มีฟังก์ชั่นที่ทำให้เกิดอะไรบางอย่าง ที่คล้าย ๆ กับการบิดเบี้ยวแปลก ๆ บนพื้นที่พลังงานออร์บเมนท์ในตัวของมันเองน่ะ แล้วการบิดเบี้ยวนั่นก็ส่งสัญญาณออกไปเป็นบริเวณกว้าง ช่วงชิงพลังงานออร์บเมนท์จากออร์บเมนท์ที่อยู่โดยรอบ แล้วพลังงานออร์บเมนท์ที่ถูกช่วงชิงไปก็หายไปด้วยการถูกดูดเข้าไปในการบิดเบี้ยวนั้น ไม่สิ ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ไม่ได้หายไป แต่ถูกส่งไปยังมิติอื่นต่างหาก"
คาซิอุส "แล้วก็มี [อะไรบางอย่าง] ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ในมิตินั้น...... จะพูดอย่างนั้นใช่ไม๊ครับ"
ดร. รัซเซล "อืม ไม่ผิดแน่ องค์กรคงจะทำการดึงพลังงานที่ [อะไรบางอย่าง] นั้นมีอยู่ โดยใช้ [กอสเปล] ----- จริง ๆ เลย [กอสเปล (พระสุรเสียง)] เนี่ยไม่ใช่ของที่จะมาทำขึ้นมาเล่น ๆ ได้เลยนะ"
คาซิอุส "............. ถ้าเป็นอย่างนั้น...... ตัวจริงของ [อะไรบางอย่าง]...... ออร์บเมนท์ที่สร้างขึ้นมาด้วยวิทยาการที่ก้าวไกล หรือ......"
ดร. รัซเซล "เกี่ยวกับเรื่องนั้นทั้งหมดนั่น เมื่อพิจารณาถึงความน่าจะเป็นต่าง ๆ นั้น ในตอนนี้ไม่อาจชี้ชัดลงไปได้มากกว่านี้ได้ เอาล่ะคาซิอุส------ ขอถามเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อนนะ ด้วยสถานการณ์แบบนี้ คิดว่าชั้นต้องการจะทำอะไรหลังจากนี้?"
คาซิอุส "ฮะฮะ ใช้คำพูดเหมือนกับตอนที่ ขอให้ทำยานรักษาความปลอดภัยเสร็จสมบูรณ์เลยเหรอครับ ฮืม นั่นสินะ......"
- คาซิอุสเดินครุ่นคิดไปมา
คาซิอุส "การบิดเบี้ยวแปลก ๆ ของพื้นที่พลังงานออร์บเมนท์ ที่ [กอสเปล] ทำให้เกิดขึ้น------ คงไม่ใช่ว่า จะขอทำการพัฒนาวิธีที่จะมาป้องกันการส่งสัญญาณนั่นใช่ไม๊ครับ?"
ดร. รัซเซล "หึหึ คิดไว้อย่างนั้นแหล่ะ ตอนนี้สิ่งประดิษฐ์ที่ได้เตรียมเอาไว้ ก็ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ซักที ถ้าทำเสร็จแล้วก็คงจะเริ่มการพัฒนาต่อได้ทันทีเลยล่ะมั๊ง"
หมายเลขเซชิเรีย 『セシリア号』
- ให้ไปคุยกับเพื่อน ๆ ทุกคน ที่อยู่บนเรือประจำทางได้เลยค่ะ
☆หากไปคุยกับเพื่อน ๆ คนที่เราเอาเข้าร่วมต่อสู้ ในตอนที่ลูชิโอล่าใช้วิชามายาทำให้หลับไป จะมีบทสนทนาพิเศษที่เอสเทลจะถามถึงความฝันของเพื่อนคนนั้น ๆ ด้วยนะคะ☆
★คุยกับ "เชราซาร์ด" เจ๊แกจะรู้ว่า เอสเทลอยากจะถามเธอถึงเรื่องพี่ลูชิโอล่า ที่เอสเทลจำไม่ค่อยได้ว่า พี่ลูชิโอล่าเป็นคนแบบไหน เพราะเป็นเรื่องนานมาแล้วค่ะ
เชราซาร์ด "[กระพรวนเสน่ห์] ลูชิโอล่า เป็นผู้ที่สามารถทำให้ผู้ชมได้เห็นมายาจากการใช้กระพรวนและพัด [ร่ายรำ]...... กล่าวได้ว่าเป็นนักแสดงที่น่าจับตามองของคณะที่ชั้นเคยอยู่"
เอสเทล "งั้นเหรอ...... แล้วมายาเนี่ย ใช้ออร์บเมนท์เหรอ?"
เชราซาร์ด "เปล่า ดูเหมือนว่าจะเป็น [วิชามายา] ที่สืบทอดต่อ ๆ กันมาตั้งแต่อดีตน่ะ เดิมที ดูเหมือนว่าคุณพี่จะเกิดในตระกูลที่ว่าน่ะ"
เอสเทล "เดิมที......?"
เชราซาร์ด "คนที่เป็นนักแสดงเร่ร่อนน่ะ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ก็คือ คนที่ละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนด้วยเหตุผลบางอย่าง กับคนที่ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน...... ซึ่งพี่ลูชิโอล่าเป็นประเภทแรก..... แล้ว...... ชั้นก็เป็นประเภทหลังน่ะ"
เจ๊เชร่าเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้เอสเทลฟัง
เชราซาร์ด "คณะฮาร์เวย์รับชั้นมาเลี้ยงตอนอายุราว ๆ 7 ขวบ ชั้นในตอนนั้นน่ะ ใช้ชีวิตด้วยความแร้นแค้นอยู่ที่สลัมในเมือง ล้วงกระเป๋า วิ่งราว ลักขโมย...... ทำแต่เรื่องไม่ได้ความจริง ๆ นะ แต่ชั้นที่เป็นแบบนั้น หัวหน้าคณะฮาร์เวย์กับคุณพี่ ก็ยังยื่นมือออกมาหาชั้น ------ สอนให้ชั้นที่ทำใจให้เชื่อใจคนอื่นไม่ได้ รู้ถึงความอบอุ่นของครอบครัว...... ให้ชั้นได้มีที่พักพิง สอนการแสดงหรือพวกเทคนิคต่าง ๆ ให้ ทั้งเต้นรำ การใช้สัตว์ดุร้าย ไพ่ทาโร่ต์ ทั้งหมดนั่น ชั้นได้รับการสั่งสอนมาจากพวกคุณพี่ แต่ว่า ...... 8 ปีก่อน หลังจากที่หัวหน้าคณะเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุ คณะละครสัตว์ก็แตกกระสานซ่านเซ็นไปหมด ชั้นเคยตั้งใจว่าจะติดตามคุณพี่ไป...... แต่คุณพี่ทิ้งคำพูดเอาไว้ว่า [มีเรื่องที่ต้องทำ] แล้วก็หายตัวไปเลย ชั้นที่ลำบากเพราะไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ก็ได้ไปปรึกษากับคนที่คิดว่าจะมาเป็นที่พึ่งพิงเพียงหนึ่งเดียว นอกเหนือจากหัวหน้าคณะหรือคุณพี่ดู ใช่แล้ว ------ ชั้นไปปรึกษากับอาจารย์คาซิอุส ที่มีชื่อเสียงและผลงานมากมาย ในฐานะที่เป็นเบรเซอร์อยู่แล้วไงล่ะ"
เอสเทล "มีเรื่องแบบนั้นด้วย......"
เชราซาร์ด "ที่ชั้นมุ่งสู่การเป็นเบรเซอร์ ก็เพราะอยากจะแข็งแกร่งขึ้น แม้เพียงนิดเดียวก็ยังดี จนกว่าคุณพี่จะกลับมา เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ด้วยตัวคนเดียวให้ได้ แต่...... ผ่านไป 8 ปี ชั้นก็ได้ทบทวนวิถีทางของตัวเองซะใหม่ นั่นก็อาจจะเป็นโอกาสอันดีก็เป็นได้นะ"
เอสเทล "เจ๊เชร่า......"
เชราซาร์ด "หึหึ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ อย่างที่คุณจินเคยบอก ชั้นไม่คิดที่จะไปสู้รบปรบมือ ต่อล้อต่อเถียงอะไรหรอก ก็แค่อยากจะถามอะไรบางอย่างจากคุณพี่อีกซักครั้งนึงน่ะว่า มีเหตุผลอะไรถึงต้องไปเข้าร่วมกับ [องค์กร] อะไรแบบนี้น่ะ"
เอสเทล "อืม...... จริงด้วยสินะ เจ๊เชร่า สู้ ๆ! ชั้นเองก็จะช่วยเท่าที่จะทำได้นะ!"
เชราซาร์ด "หึหึ ขอบใจจ้ะ แต่ว่าเอสเทล...... เธอน่ะ เติบโตขึ้นแล้วจริง ๆ นะ"
เอสเทล "อะ อะไรเหรอ จู่ ๆ ก็"
เชราซาร์ด "จนถึงตอนนี้ชั้นก็เข้าใจมาตลอดว่า เธอนี่สมกับเป็นลูกสาวของอาจารย์นะ...... แต่ก็อาจจะเข้าใจผิดไปนิดหน่อย"
เอสเทล "เห...... เรื่องอะไรเหรอ?"
เชราซาร์ด "ความเข้มแข็งของเธอ ดูเหมือนว่าจะแตกต่างกับความเข้มแข็งของอาจารย์อยู่นิดหน่อย อาจารย์น่ะ มีความเข้มแข็งอันยิ่งใหญ่ที่อยู่ลึกลงไปในความลึกดุจดั่งทะเล...... ส่วนเธอ นั่นสินะ...... มีความเข้มแข็งดุจดั่งพระอาทิตย์ ที่ทำให้ทั้งตัวเธอเองและก็คนอื่น ๆ เจิดจรัสขึ้นมาได้น่ะ"
เอสเทล "เอ๋......"
"เอสเทลของผม.... เธอเป็นดังดวงตะวันอันเจิดจ้า"
เพราะคำพูดของเจ๊เชร่า ทำให้เอสเทลนึกถึงคำพูดที่โยชัวร์เคยพูดกับเธอก่อนจากไป เมื่อนึกขึ้นมาได้ ความเศร้าก็ปรากฏบนใบหน้าของเอสเทล
เชราซาร์ด "ชั้นว่าทุกคน คงจะถูกดึงดูดด้วยจุดที่ว่าของเธอนั่นแหล่ะ ทั้งชั้น...... แล้วก็โยชัวร์ด้วย ชั้นว่าเธอไม่จำเป็นต้องไปรู้สึกกดดันเรื่องของอาจารย์หรอกนะ"
เอสเทล "อืม...... เอ๊ะเหะเหะ เจ๊เชร่าเนี่ย เป็นพี่สาวของชั้นจริง ๆ ด้วยสินะ ขอบคุณที่ให้กำลังใจชั้นเสมอ ๆ นะ......"
เชราซาร์ด "หึหึ ไม่เป็นไร แต่เรื่องค่าตอบแทน คราวหน้าก็มาเป็นเพื่อนดื่มด้วยกันซะสิ ได้เป็นเบรเซอร์ทางการแล้วก็ต้องดื่มเหล้าให้เก่ง ๆ นะ❤"
เอสเทล "ชั้นว่านั่นมันไม่เห็นจะเกี่ยวข้องกันเลยอ่ะ......"
★คุยกับ "โอลิเวียร์" นายติ๊งต๊องนี่บอกว่า ในที่สุดก็จะได้ไปยังพื้นที่บอส สถานที่แห่งความทรงจำในการพบกันครั้งแรกของเขากับพวกเอสเทลค่ะ แต่เอสเทลนึกขึ้นมาแล้วฉุน เพราะตอนนั้นโอลิเวียร์ไร้มารยาทเป็นที่สุด มาบอกว่าเอสเทล [ไม่มีเสน่ห์] ค่ะ โอลิเวียร์ก็ไหลไปตามสไตล์ของเขาว่า ที่พูดอย่างงั้น ก็เพราะเขาปิดบังความเขินที่มีต่อเอสเทลผู้น่ารักสดใสต่างหากล่ะ แต่ยังไงก็ตามโอลิเวียร์เห็นว่า เอสเทลเป็นสาวขึ้นมาก เสน่ห์ในตอนนี้ไม่แพ้เชร่าคุงกับโยชัวร์คุงเลยค่ะ เอสเทลก็เลยรู้สึกเขินนิด ๆ ที่โอลิเวียร์พูดชมเธอค่ะ แต่หมอนี่ก็ยังไม่วาย เอ่ยปากให้เอสเทลมาเรียนรู้เรื่องของผู้ใหญ่จากพี่ชายอย่างเขา แต่เอสเทลบอกว่า "ถ้าจะขอให้โอลิเวียร์ช่วย ไปขอร้องเจ๊เชร่ายังดีซะกว่าย่ะ" แล้วนายโอลิเวียร์ก็คิดอะไรแปลก ๆ อีกและ
★คุยกับ "โอลิเวียร์" อีกครั้งเขาจะโทษเอสเทลว่า ถ้าเอสเทลไม่ปลุกเขาตื่น ก็จะสร้างฮาเร็มส่วนตัวได้แล้วเชียว ถ้าอย่างนั้นต้องให้เอสเทลคุงทำงานชดใช้ เอสเทลเลยตอกกลับเข้าให้ว่า "อยากจะหลับไปตลอดกาลด้วยพลองเหรอ?" (อันที่จริงเอสเทลเห็นโอลิเวียร์ทำสีหน้าเจ็บปวด จึงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจค่ะ) แต่โอลิเิวียร์บอกเอสเทลถึงฝันของเขาว่า "ไม่ใช่ฝันยิ่งใหญ่อะไร ก้แค่นึกถึงสมัยวัยรุ่น มิวเลอร์ก็ออกมาด้วยนะ" เอสเทลได้ฟังก็เบาใจค่ะ แต่ก็ฉุนนายนี่อีกครั้ง เพราะถ้าบอกมาตั้งแต่แรกเธอก็จะได้ไม่ต้องกังวลใจอย่างนี้ค่ะ (ในกรณีที่เอาเข้ากลุ่มต่อสู้)
★คุยกับ "โอลิเวียร์" อีกครั้ง เขาจะเฝ้ารอใจจดใจจ่อ ที่จะพบกับนายกเทศมนตรีคนสวยกับเมดคุงที่มีสายตาเยือกเย็นค่ะ"
★คุยกับ "ทีต้า" จะฝันถึงคุณพ่อกับคุณแม่ของเธอ ว่าทั้ง 2 คนกลับมาบ้านแล้ว แถมคุณแม่ยังทะเลาะกับคุณตาเหมือนเคยด้วย แล้วก็ยังมีพี่เอสเทล พี่โยชัวร์ คุณอากัตโผล่มาในความฝันด้วย แล้วทุกคนก็ไปเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนตามที่คุณตาชวน ซึ่งทีต้าบอกว่า เป็นความฝันที่มีความสุขมาก ๆ เลยค่ะ (ในกรณีที่เอาเข้ากลุ่มต่อสู้)
★คุยกับ "ทีต้า" เธอจะดีใจมาก ๆ ที่จะได้ไปพื้นที่บอส (ทีต้าไม่เคยไปพื้นที่บอสค่ะ) เพราะที่นั่นมีหมู่บ้านราเวนนูบ้านเกิดของคุณอากัตและคุณมีช่า ที่คุณอากัตไปเยี่ยมปีละหลาย ๆ ครั้งก็อยู่ที่นั่นด้วย (ทีต้ารู้เรื่องนี้ ในตอนท้ายของภาค FC ค่ะ) เอสเทลจะนินทาอากัตว่า "เห น้องสาวงั้นเหรอ...... มีพี่ชายหน้าตาบอกบุญไม่รับแบบนั้น คงจะลำบากชัวร์เลยเนอะ" แต่ทีต้าออกปากแก้ตัวแทนอากัตว่า "ถึงคุณอากัตจะเป็นคนไม่มีอัธยาศัย แต่เป็นคนใจดีมาก ๆ นะ?" (อันที่จริง เอสเทลแค่หมายถึงว่า อากัตเป็นคนขี้อายแล้วก็พูดไม่ค่อยเก่งเท่านั้นเองแหล่ะค่ะ แต่ดูทีต้าเป็นเดือดเป็นร้อนกับเรื่องของอากัตมาก ๆ เลยนะเนี่ย) จากนั้น ทีต้าจะบอกว่า เวลาคุณอากัตพูดถึงคุณมีช่าทีไร จะมีสายตาที่อ่อนโยนมาก ๆ เลย เธอก็เลยรู้สึกแปล๊บ ๆ ในอกนิด ๆ เอสเทลถึงกับอดคิดไม่ได้ว่า ที่ทีต้ารู้สึกแบบนั้น มันเหมือนกับความรู้สึกหึงหวงเลยอ่ะ
★คุยกับ "อากัต" เอสเทลจะเห็นอากัตยืนคิดอะไรอยู่ แต่อากัตก็บอกว่าไม่มีอะไรค่ะ เอสเทลเลยแซวอากัตไปว่าจะได้กลับบ้านเกิดแล้วล่ะสิ อากัตถึงกับออกตัวว่า ทำไมเอสเทลถึงมาเดาว่าเขาจะต้องไปที่นั่นด้วยล่ะ
เอสเทล "ไม่ต้องอายไป ไม่ต้องอายไป ก็อากัตเคยบอกว่ามีคุณน้องสาวอยู่ที่บ้านเกิดนี่นา? อุหึหึ ไม่ใช่ว่าให้ความรักความเอ็นดูสุด ๆ หรือไงกา~น?"
อากัต "มันก็......"
เอสเทล "จะว่าไป บ้านของอากัตเนี่ย อยู่ตรงไหนของหมู่บ้านราเวนนูนะ? ก่อนนี้ ตอนที่ไปที่ตรวจสอบคดีสลัดอากาศ ชั้นไม่เห็นเจอเด็กประมาณนั้นเลยแฮะ เด็กผู้หญิงที่อยู่กับรูอี้คุง ก็รู้สึกว่าจะเด็กไปนิดนึงด้วย......"
อากัต "......ก็ เอาไว้จะแนะนำมีช่าให้ในเร็ว ๆ นี้แล้วกัน ถ้ามีโอกาสไปแวะที่หมู่บ้านน่ะนะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น เอสเทลก็ยินดีค่ะ แถมยังแซวด้วยว่า "ยังงี้ก็ต้องพาทีต้าไปด้วย" อากัตก็เลยสงสัยว่าทำไมต้องพาไปด้วยล่ะ แหมเอสเทลได้ที ก็เลยรีบพูดอย่างเข้าอกเข้าใจน้องสาวสุดที่รักของเธอว่า "ก็ทีต้า ดูเหมือนจะใส่ใจอากัตมาก ๆ เลยนี่นา ถ้าไม่แนะนำน้องสาวให้ล่ะก็ ทีต้าคงจะรู้สึกผิดหวังไปเลยล่ะ? อ๊ะ รู้แล้ว! อากัตไม่อยากให้คุณน้องสาวกับทีต้าพบกันใช่ไม๊ล่~า?" อากัตถึงกับตกใจ เอสเทลก็เลยอธิบายไปว่า ทีต้ารู้สึกเหมือนจะหวง ๆ อากัตอยู่นะ (อากัตกังวลใจเป็นด้วยแฮะ) ซึ่งเอสเทลบอกว่า เป็นพี่ชายเนี่ยก็ลำบากเหมือนกัน แต่ไม่เป็นไร เพราะเธอยินดีให้ความช่วยเหลืออากัตเต็มที่ค่ะ
★คุยกับ "อากัต" อีกครั้ง อากัตจะพูดกับเอสเทลว่า "บอกไว้ก่อนนะ ถึงแม้จะกลับไปที่หมู่บ้านก็ต้องจัดการงานให้เรียบร้อยก่อน ไม่ใช่ปล่อยปะละเลยไม่ใส่ใจงานซะล่ะ" เอสเทลถึงกับตอบรับแบบหน้าเจื่อน ๆ ว่า "ขี้ตืด" เลยล่ะค่ะ
★คุยกับ "คลอเซ่" เอสเทลจะขอโทษคลอเซ่ที่เปิดเผยเรื่องของโยชัวร์ช้าไปหน่อยค่ะ แต่คลอเซ่ไม่ว่าอะไร แต่ก็คาดไม่ถึงว่า เด็กผู้หญิงที่คุณโยชัวร์อยู่ด้วยจะเป็นคนในกลุ่มสลัดอากาศค่ะ
เอสเทล "อืม ชื่อโจเซ็ตน่ะ เป็นเด็กผู้หญิงแก่แดดที่ชอบยั่วโมโหสุด ๆ เลยล่ะ เพราะเรียกตัวเองว่าผม ชั้นก็เลยเรียกว่า ยัยเด็กผม 『ボクっ子』 น่ะ"
คลอเซ่ "ยังงั้นเหรอคะ...... แต่ เท่าที่ดูจากรูปถ่าย ดูเหมือนจะเป็นคนที่มีเสน่ห์ทีเดียวนะคะ"
เอสเทล "เฮ้อ~ ถ้าทำตัวเงียบ ๆ ก็ดูน่ารักนั่นแหล่ะ ตอนที่เจอกันครั้งแรกก็แสดงเป็นคุณหนูได้สมบูรณ์แบบด้วย......"
เอสเทลจะเล่าให้คลอเซ่ฟัง ถึงตอนที่ได้พบกับโจเซ็ตเป็นครั้งแรกค่ะ พอคลอเซ่ได้ฟังแล้วก็รู้สึกถูกใจโจเซ็ตมาก ๆ ค่ะ เธอรู้สึกว่าถ้าได้คุยกับโจเซ็ต คงจะพูดคุยกันได้อย่างถูกคอเป็นแน่แท้ (ในภาค the3rd มีรายละเอียดตรงนี้ต่อด้วยนะคะ) แต่เอสเทลคิดว่า สำหรับตัวเธอกับโจเซ็ต ยังไงก็ไม่มีวันเข้ากันได้ เพราะมีนิสัยที่ต่างกันสุดขั้วนั่นเองค่ะ
★คุยกับ "คลอเซ่" อีกครั้ง เธอจะเล่าความฝันในช่วง [สงครามร้อยวัน] ที่เธอได้เห็นค่ะ เป็นตอนที่ได้พบกับพวก ผ.อ. เทเรซ่า และได้รับการเลี้ยงดูจากที่นั่น แต่ก็น่าแปลก ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องเมื่อ 10 ปีก่อน แต่ทำไมถึงมีพวกครัมคุงหรือพวกจิลออกมาด้วยก็ไม่รู้ ถ้าได้ฝันต่อไปไม่แน่ว่า อาจจะมีคุณเอสเทลหรือคุณโยชัวร์ออกมาด้วย แต่คลอเซ่ก็รู้สึกหวาดกลัวค่ะ เพราะในความฝันนั้นทำให้เธอมีความสุขจริง ๆ ในใจก็คิดว่าอยากจะอยู่ที่นั่นตลอดไป แต่คิดว่านั่นเป็นความคิดที่ผิดค่ะ เพราะพลังของ [กอสเปล] ไม่ว่าจะพูดยังไงก็เป็นสิ่งที่มีอันตรายอย่างมหันต์ (ในกรณีที่เอาเข้ากลุ่มต่อสู้)
★คุยกับ "คลอเซ่" อีกครั้ง จะรู้ว่า หลังจากที่เคยไปซื้อของกับจิลครั้งล่าสุด คลอเซ่ก็ไม่ได้ไปที่บอสนานแล้วค่ะ
★คุยกับ "จิน" เขาจะชมเอสเทลว่าเก่งขึ้นมากแล้วนะ แต่เอสเทลเห็นว่า ตัวเองยังอ่อนประสบการณ์ เทียบกับคุณพ่อไม่ได้เลยค่ะ แต่จินเห็นว่า ไม่มีความจำเป็น ที่เอสเทลต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคุณผู้ชายหรอก (จินเรียกป๋าว่า "ดันน่ะ (คุณผู้ชาย, นายท่าน)" 『旦那』 ค่ะ) เพราะว่าเขาน่ะเป็นถึงเบรเซอร์ ระดับ S เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ไปถึง [หลักการ] ที่น้อยคนนักจะไปถึง ขนาดจินเองยังบอกว่า ถึงเขาจะใช้เวลาทั้งชีวิต ยังไม่รู้เลยว่าจะไปถึงระดับนั้นได้หรือเปล่า
เอสเทล "งะ งั้นเหรอ...... คุณพ่อน่ะ แม้แต่ตอนนี้ ชั้นก็ยังไม่เห็นว่าเป็นยังงั้นเลย...... แต่ว่า [หลักการ] นั่น มันหมายถึงอะไรเหรอ?"
จิน "ฮืม...... นั่นสินะ...... ในอดีตได้ยินมาว่า ผู้คนเรียกขานคุณผู้ชายว่า [นักดาบผู้ยิ่งใหญ่] 『剣聖』 เพราะมีฝีมือในการใช้ดาบที่เป็นเลิศ แต่ตอนนี้สามารถใช้พลองดุจการใช้ดาบที่คุ้นเคยได้อย่างใจนึก คิดว่าเป็นเพราะอะไรเขาถึงทำได้ล่ะ?"
เอสเทล "เอ เพราะฝึกฝนมามาก?"
จิน "มันแน่นอนอยู่แล้ว แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้น ก็เพราะสามารถจับแก่นแท้แห่งวิชาพลองได้ต่างหาก การตอบสนอง มุมมองที่มั่นคงหนักแน่นต่อหลักการ ก้าวข้ามพลังกายและพลังใจในการฝึกฝน จับแก่นแท้ของสรรพสิ่งทั้งมวลและสามารถบังคับควบคุมได้อย่างใจนึก...... นั่นล่ะคือ [หลักการ] ล่ะ"
ด้วยเหตุนี้ ป๋าที่เก่งเกินเหตุ จึงถูก [องค์กร] ใช้อุบายดึงตัวไปยังต่างประเทศในช่วงที่เกิดการปฏิวัติค่ะ แต่จินเห็นว่า คนที่ชื่อ [เรเว] หรือไม่ก็ [ศาสตราจารย์] น่าจะเป็นคนที่สามารถต่อกรกับป๋าได้ โดยเฉพาะคนที่ชื่อเรเว หรือร้อยตรีโรแลนซ์นั่น จินคิดว่าถ้าเป็นเขาอาจจะมีฝีมือสูสีพอ ๆ กับป๋าเลยล่ะค่ะ จินยังมีความเห็นต่อคนที่ชื่อเรเวว่า "แต่ความแข็งแกร่งของหมอนั่น เหมือนไม่ได้มาจาก [หลักการ] --- แต่เป็นคมดาบที่ได้ลับฝีมือจนคม ผ่านการฝึกปรือ คมดาบที่เย็นชาไม่ปล่อยให้ผู้ใดล่วงล้ำเข้าไป...... ชั้นรู้สึกอย่างนั้นน่ะ" เอสเทลได้ฟัง ก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกันค่ะ นอกจากนั้น เอสเทลก็ยังรู้สึกติดใจเรื่องที่โยชัวร์ ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องอะไรกับคนที่ชื่อเรเวเหมือนกัน ตรงนี้ จินคิดว่าอาจจะเป็นบุญทำกรรมแต่งในสมัยที่โยชัวร์อยู่กับ [องค์กร] ก็เป็นได้ เหมือนกับตัวจินเอง หรือตัวเจ๊เชร่า ก็มีผลบุญผลกรรมที่แปลกประหลาดจนมากเกินไป นั่นก็อาจจะเป็นเพราะการชี้นำของเทพธิดาก็เป็นได้ค่ะ
★คุยกับ "จิน" อีกครั้ง จะรู้ว่าเขาฝันถึงเรื่องในสมัยก่อน แล้วในฝันนั่น ก็ได้เห็นคิริก้าหัวเราะอย่างไม่นึกไม่ฝันมาก่อนด้วย จากคำบอกเล่าของจิน ที่จริงเมื่อก่อนคิริก้าเป็นคนแบบนั้นโดยเฉพาะตอนที่อยู่กับวอลเตอร์ แต่พูดยังไม่ทันจบ จินก็บอกให้เอสเทลลืม ๆ เรื่องที่เขาพูดไปค่ะ (ในกรณีที่เอาเข้ากลุ่มต่อสู้)
★คุยกับ "จิน" อีกครั้ง เขาอยากจะเห็นประตูฮาเก้น สถานที่ ๆ จะเข้าไปสู่จักรวรรดิที่เลื่องลือกัน ในพื้นที่บอสค่ะ
- เมื่อคุยครบแล้ว ก็ตัดฉากจะผ่านบทไปได้ค่ะ
สาขาบอส 『ボース支部』
- คุยกับ "ผู้เฒ่ารูแกรน" 『ルグラン老人』 ค่ะ ผู้เฒ่ารูแกรนจะรู้สึกประหลาดใจมาก ๆ ที่คราวนี้ ทั้ง [มั่นคง] [ประกายเงิน] [ดาบหนัก] รวมทั้งมือใหม่ผู้เป็นที่คาดหวังก็มา ช่างเป็นกลุ่มที่ยิ่งใหญ่ตระการตาจริง ๆ
เอสเทล "มือใหม่ผู้เป็นที่คาดหวัง?"
ผู้เฒ่ารูแกรน "ว่ะฮ่ะฮ่ะ ก็หมายถึงเจ้านั่นแหล่ะ คนเข้าใหม่มหัศจรรย์ที่ทำการหยุดยั้งแผนการชั่วร้ายของ [องค์กร] ได้อย่างต่อเนื่อง...... ได้ยินเขาลือกันมาอย่างนั้นน่ะ"
- แต่เอสเทลบอกปู่รูแกรนว่าประเมินเธอสูงเกินไปแล้วค่ะ เพราะหลังจากที่ [การทดลอง] จบลง เธอก็เผลอไผลเปิดช่องให้ให้ [องค์กร] หนีไปได้ทุกครั้ง แต่เจ๊เชร่ากับจินบอกว่าเอสเทลทำได้ดีแล้ว โดยเฉพาะคดีที่รอเลนซ์น่ะ ทำเอาเอสเทลถึงกับเขินไปเลยค่ะ
- จากนั้น "ผู้เฒ่ารูแกรน" จะบอกว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ [องค์กร] เกิดขึ้น ส่วนคดีชิงยานสลัดอากาศทางกองทัพก็กำลังตามเรื่องอยู่ แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือ ช่วงนี้มีประกาศจับสัตว์ปิศาจเพิ่มขึ้นค่ะ
(จะได้ทราบว่า โดยปกติพื้นที่บอสก็มีพวกประกาศจับสัตว์ปิศาจมากกว่าพื้นที่อื่น ๆ อยู่แล้ว แต่เฉพาะเดือนนี้ ก็มีประกาศจับสัตว์ปิศาจไปแล้วถึง 10 คดีค่ะ ซึ่งตรงนี้ "สติงก์" เบรเซอร์ประจำสาขานี้ก็ต้องทำงานเหนื่อยสุด ๆ แต่โชคดีที่เมื่อหลายวันก่อนพวกคูลซ์มาที่นี่ และก็ช่วยขับไล่ไปหลายตัวค่ะ)
- เรื่องในคราวนี้นั้น จินคิดว่าอาจจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับ [องค์กร] ก็เป็นได้ ดูเหมือนว่าอากัตจะเคร่งเครียดมาก ๆ แต่เขาก็บอกว่าไม่มีอะไรเช่นเคย
- พบกับ "นายกเทศมนตรีเมเบล" 『メイベル市長』 กับคุณเมด "รีร่า" 『リラ』 ค่ะ เมเบลกับรีร่าดีใจมาก ๆ ที่ได้พบกับพวกเอสเทล และการได้พบรุ่นน้องอย่างคลอเซ่อีกครั้ง (เอสเทลเพิ่งรู้ว่าเมเบล เป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนเจนิส และก็เป็นรุ่นพี่ของคลอเซ่ด้วยค่ะ ทั้งเมเบลทั้งคลอเซ่บอกว่าหากไม่ใช่ในงานพิธีการแล้ว เธอ 2 คนจะเรียกชื่อกันธรรมดาค่ะ) แล้วเมเบลจะทักทายทุกคน และก็อากัตค่ะ
นายกเทศมนตรีเมเบล "แล้วก็...... คุณอากัต ครอสเนอร์ ไม่ได้เจอกันนานนะคะ"
อากัต "......ก็นะ"
เอสเทล "เอ๋ อากัตเนี่ย รู้จักกับคุณนายกเทศมนตรีมาก่อนเหรอ?"
นายกเทศมนตรีเมเบล "เคยรบกวนผ่านเรื่องที่ได้ไหว้วานมาหลายครั้งน่ะค่ะ แล้วก็เมื่อ 10 ปีก่อน......"
อากัต "นี่...... คุณหนู"
- "......ขอประทานโทษค่ะ" เมเบลกล่าวขอโทษและหยุดพูดเรื่องนี้ทันที และบอกว่าวันนี้ที่เธอมาก็เพราะได้ยินมาว่าทุกคนจะมาก็เลยออกมาทักทายเท่านั้นค่ะ แล้วถ้ามีเรื่องอะไรที่จะให้ช่วยเธอก็ยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ แล้วเธอกับรีร่าจะขอตัวกลับไปก่อนค่ะ
ผู้เฒ่ารูแกรน "เฮ้อ อากัต เจ้าน่ะ มีอัธยาศัยให้มากขึ้นอีกนิดไม่ได้หรือไง?"
อากัต "โทษที นี่มันเป็นนิสัยส่วนตัวน่ะ แล้วนี่ก็ไม่ใช่งานด้วย ยกโทษให้หน่อยก็แล้วกันนะ"
เอสเทล "อื~ม อากัตน่ะไม่ว่าจะกับใครก็พูดจารุนแรงก็จริง...... แต่ชั้นก็รู้สึกได้ว่ามีความสุภาพอยู่บ้างนะ แต่กับคุณนายกเทศมนตรีเมื่อกี๊ รู้สึกว่าจะเย็นชาเกินไปนะ"
ทีต้า "............................."
อากัต "เหอะ คิดไปเองมั๊ง"
- จากนั้น อากัตจะให้ลุงรูแกรน แจ้งรายละเอียดสัตว์ปิศาจที่จะให้ไปปราบค่ะ ซึ่งคราวนี้ อากัตจะเป็นคนออกหน้าเอง
(ทุกคนก็เห็นด้วย เพราะพื้นที่บอสก็เป็นบ้านเกิดของอากัตนี่นะ แต่เอสเทลรู้สึกฉุน ที่อากัตทำมาเป็นสั่งให้เธอเลือกเพื่อนเข้ากลุ่มค่ะ)
☆เลือกเพื่อน 2 คนเข้ากลุ่มต่อสู้ (เอสเทล กับ อากัต เป็นตัวละครบังคับ☆
| ประกาศจับสัตว์ปิศาจปราบแบบรวดเดียวจบ 『手配魔獣の一斉退治』 {BP6(+3)} |
☆ประกาศจับสัตว์ปิศาจคราวนี้ ถึงแม้จะอยู่ในหัวข้อเมนเควสต์ก็ตาม แต่แต่ละตัว จะแยกออกเป็นคนละซับเควสต์ดังนี้เลยค่ะ☆
(36) ประกาศจับสัตว์ปิศาจบนยอดเขาโครเน่
(37) ประกาศจับสัตว์ปิศาจที่หอคอยอำพัน
(38) ประกาศจับสัตว์ปิศาจที่หุบเขาหมอก
(39) เรื่องไหว้วานจากทูตจักรวรรดิ
(40) จัดส่งอาหารเลิศรส
(41) คุณหนูที่หายไป **หากปราบสัตว์ปิศาจครบ 3 ที่แล้ว ซับเควสต์นี้จะหายไปนะคะ**
◆ในกรณีที่เลือก "ทีต้า" เข้ากลุ่มต่อสู้ พอเอสเทลบอกว่าจะถือโอกาสแวะไปที่หมู่บ้านราเวนนู ทีต้าถึงกับดีใจจนออกนอกหน้า เพราะเธออยากจะไปที่บ้านเกิดของคุณอากัตซักครั้งนึงอยู่แล้ว แต่อากัตบอกว่าคราวนี้ไม่ได้ เพราะต้องไปขับไล่สัตว์ปิศาจตามประกาศจับก่อน เอสเทลถึงกับบ่นอุบว่า "ทีต้าอุตส่าห์มาด้วยทั้งที บริการให้มันดี ๆ หน่อยสิยะ" ทีต้ากลัวทั้ง 2 คนจะทะเลาะกันจึงรีบบอกว่าเธอไม่ไปแล้วก็ได้ แต่อากัตก็ไม่ใจร้ายค่ะ บอกกับทีต้าว่าไว้โอกาสหน้าเขาจะพาทีต้าไปก็แล้วกัน
- เดินทางไปปราบสัตว์ปิศาจตามที่ต่าง ๆ ได้เลยค่ะ
- อย่าลืมแวะไปซื้อ "ลีเบร์ลสาร ฉบับ 7" ซึ่งฉบับนี้จะลงข่าวความคืบหน้าของสนธิสัญญาไม่ทำสงคราม ที่เป็นไปด้วยดี จากร้านโกรเซอร์ มิเน่ด้วยนะคะ และถ้าหากใครพลาด "แจ็คนักเสี่ยงโชค เล่ม 6" ที่นี่ก็มีให้ตามเก็บค่ะ
☆ถ้าหากใครเคลียร์ซับเควสต์ (11) สำรวจแบลส์โคลว์ ในภาค FC ก็ให้ไปคุยกับผู้เฒ่าสเปนซ์จะได้รับยาลับ "เซรั่มพาวเดอร์" (ฟื้นฟู HP เต็ม & CP 100) ด้วยนะคะ☆
★คุยกับ "โพล" 『ポール』 เจ้าของร้าน "โพล เอลค์" ในบอสมาร์เก็ต เขาเห็นชุดของเอสเทลแล้วรู้ทันทีเลยว่าชุดที่เอสเทลใส่เป็นยี่ห้อของนครหลวงค่ะ ที่รู้ได้ทันทีก็เพราะชุดที่เอสเทลใส่ดูแตกต่างกับชุดอืน ๆ ดูก็รู้ว่าเป็นชุดสั่งตัด ที่ดีไซน์กิ๊บเก๋มาก ๆ ค่ะ ในฐานะช่างตัดเสื้ออย่างเขา พอมาเห็นแบบนี้แล้วก็มีกำลังใจที่จะพยายามให้มากกว่านี้ค่ะ
★คุยกับ "นายกเทศมนตรีเมเบล" ที่คฤหาสน์นายกฯ พอเมเบลรู้ว่าพวกเราจะไปช่วยงานปราบสัตว์ปิศาจก็โล่งใจ เพราะตอนนี้งานของเมืองบอสมีเยอะแยะไปหมด และถ้ามีประกาศจับสัตว์ปิศาจขึ้นมา ก็เป็นเรื่องที่ลำบากมาก ๆ สำหรับพวกพ่อค้าที่ต้องเดินทางไปโน่นมานี่ค่ะ
★คุยกับ "ประชาสัมพันธ์เท็ด" 『受付係テッド』 เขาจะทักทายคุณอากัตตามประสาคนรู้จัก ว่ากลับมาที่บ้านเกิดอีกหรือคราวนี้
★คุยกัล "โคเมลูส" 『コメルス』 เขาจะบอกว่า "นิการ์ด" 『ニガード』 ที่เขาเคยทิ้งร้านให้ดูนั้น ตอนนี้ยังโดนขังไว้ในคุกอยู่เลยค่ะ (เหตุการณ์นี้มาจากซับเควสต์ (15) โน้ตสีดำ ค่ะ)
★ในช่วงที่ยังเคลียร์สัตว์ปิศาจตามประกาศจับไม่ครบ 3 ตัว หากแวะเข้าไปที่ "เส้นทางภูเขาราเวนนู" อากัตจะไม่ให้พวกเอสเทลเข้าไป เพราะงานยังไม่เสร็จค่ะ เอสเทลบ่นอุบว่า "ไม่อยากแนะนำคุณน้องสาว ให้พวกเราได้รู้จักขนาดนั้นเลยหรือเปล่าเนี่ย"
(ถ้าพา "ทีต้า" มาด้วย ทีต้าจะรู้สึกว่า พวกเราอาจจะเข้าใจอะไรผิดไปก็เป็นได้ แต่ทีต้าก็บอกเอสเทลว่าอย่าใส่ใจที่เธอพูดเมื่อกี๊เลยค่ะ)
☆แล้วก็อย่าลืมแวะไปที่ด่านบน "ยอดเขาโครเน่" แล้วไปคุยกับ "พลทหารไมกี้" 『兵士マイキー』 ด้วยนะคะ ถึงจะรู้สึกเสียดาย แต่เขาจะมอบหนังสือ "แจ็คนักเสี่ยงโชค เล่ม 7" ให้กับพวกเราค่ะ
★หากแวะไปที่ "ประตูฮาเก้น" จะพบกับ "สติงก์" 『スティング』 เบรเซอร์รุ่นพี่ประจำสาขาบอสค่ะ เขากับอากัตจะทักทายกันตามประสาคนรู้จัก และก็บอกด้วยว่าเพราะว่า "กรัซ" กับ "อาเนราส" ออกไปทำงานข้างนอกกันหมด ถ้าพวกเอสเทลมาก็ช่วยเขาได้มากเลยค่ะ
(เพื่อน ๆ พอจะจำได้ไม๊คะว่า กราฟฟิคของสติงก์ในภาคนี้ ทางฟาลคอมได้เปลี่ยนแปลงจากภาค FC ไปค่ะ โดยในภาค FC กราฟฟิคของสติงก์นั้น ใช้กราฟฟิคแบบเดียวกับคูลซ์เลย ซึ่งเราเองก็สับสนไปช่วงหนึ่งเหมือนกันค่ะ)
★ในกรณีที่พา "โอลิเวียร์" มาด้วย คุยกับ "นอลัน" 『ノーラン』 เขาจะจำโอลิเวียร์ได้ และถามไถ่โอลิเวียร์ว่า เดินทางท่องเที่ยวเป็นไงบ้างค่ะ
★คุยกับ "นายพลมอร์แกน" 『モルガン将軍』 เขาจะขอบคุณเอสเทลที่เหนื่อยตอนเหตุการณ์ปฏิวัติค่ะ และยังได้ยินมาว่า พวกเอสเทลกำลังติดตามการเคลื่อนไหวขององค์กรอยู่ค่ะ และไม่น่าเชื่อด้วยว่า นายพลมอร์แกนจะพูดให้กำลังใจพวกเอสเทลด้วยนะคะ
(สังเกตได้ว่าตอนนี้นายพลมอร์แกนมีท่าทีอ่อนลงต่อสมาคมเบรเซอร์อย่างเห็นได้ชัดค่ะ อาจเป็นเพราะป๋ากลับเข้ามารับหน้าที่ที่กองทัพแล้ว นายพลมอร์แกนก็เลยไม่มองพวกเบรเซอร์ในแง่ร้ายอีก โธ่ ที่แท้แก่แล้วก็ขี้ใจน้อย)
★ในระหว่างที่เดินทางไปปราบสัตว์ปิศาจที่หุบเขาหมอก อย่าลืมแวะไปคุยกับลุง "เวมเลอร์" 『ウェムラー』 ด้วยนะคะ ลุงแกจะจำพวกเอสเทลได้ โดยเฉพาะ "ไอ้หนู" ผมแดงที่ยืนอยู่ตรงนั้น แต่อากัตบอกว่าเขาไม่ใช่ไอ้หนูแล้วล่ะค่ะ (อากัตกับลุงเวมเลอร์ รู้จักกันมาก่อนค่ะ และดูท่าทางอากัตจะให้ความนับถือลุงเวมเลอร์อยู่ไม่น้อยด้วย) และเราสามารถใช้กระท่อมของลุงพักผ่อนเพื่อเพิ่ม HP&EP ได้นะคะ
- เมื่อปราบสัตว์ปิศาจตามประกาศจับได้ครบ 3 ตัว พวกเราจะมีความรู้สึกขัด ๆ ว่า
| 魔獣が手強い สัตว์ปิศาจรับมือได้ยาก |
- |
| 魔獣が怯えている สัตว์ปิศาจมีอาการหวาดกลัว |
Bonus BP |
| 魔獣が興奮している สัตว์ปิศาจมีอาการตื่นเต้นอยู่ |
- |
- พวกเราจะรู้สึกว่าสัตว์ปิศาจกำลังหวาดกลัวอะไรซักอย่างอยู่ค่ะ และไม่แน่ว่าที่พวกสัตว์ปิศาจเป็นแบบนี้ อาจจะเป็นฝีมือของ [องค์กร] ก็เป็นได้ แถมอากัตยังรู้สึกเหมือนกับว่า เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนด้วยนะคะ พอเอสเทลถามว่าเหมือนเมื่อก่อนยังไง อากัตก็หยุดพูดไปซะเฉย ๆ ดังนั้น พวกเราจะลงความเห็นว่า ให้กลับไปที่สมาคมกันก่อนก็แล้วกัน
- มุ่งหน้ากลับไปยังเมืองบอสได้เลยค่ะ
สาขาบอส 『ボース支部』
- คุยกับ "ผู้เฒ่ารูแกรน" ที่สาขาค่ะ
- ได้รับการรายงานผล การปราบประกาศจับสัตว์ปิศาจแบบรวดเดียวจบ จากนั้น พวกเอสเทลจะเล่าเหตุการณ์และความรู้สึกผิดปกติของพวกสัตว์ปิศาจให้ผู้เฒ่ารูแกรนฟังค่ะ
เมืองบอส 『ボース市』
- ในตัวเมือง "นายกเทศมนตรีเมเบล" กับ "รีร่า" เมดคนสนิท ทั้ง 2 คนจะหยุดทักทาย "ผู้เฒ่ายาฮาโตะ" ค่ะ ซึ่งเมเบลบอกผู้เฒ่ายาฮาโตะที่เข้าใจว่าเธอกำลังจะไปโบสถ์ว่า เธอตั้งใจว่าจะไปสวดมนต์ที่โบสถ์หลังจากไปตรวจงานที่บอสมาร์เก็ตแล้วค่ะ
(รีร่าแอบประชดเมเบลนิด ๆ ว่าเมื่อหลายวันก่อนท่านเมเบลก็พูดยังนี้ แต่ก็ไม่ได้ไปที่โบสถ์เลย) แล้วเมเบลกับรีร่าจะขอตัวเข้าไปยังบอสมาร์เก็ตก่อนค่ะ
- ผู้เฒ่ายาฮาโตะมองดูเมเบลที่เขาเคยคิดว่า ตอนที่ท่านพ่อของเธอเสียไป แล้วเธอขึ้นเป็นนายกเทศมนตรีแทบจะทันทีนั้น ก็นึกเป็นห่วงว่าจะเป็นยังไง แต่ตอนนี้กลับทำสีหน้าของนายกเทศมนตรีได้อย่างเต็มภาคภูมิจริง ๆ ค่ะ แต่แล้วสายตาของผู้เฒ่ายาฮาโตะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างบนท้องฟ้า
| คดีมังกรยุคโบราณบุกจู่โจม 『古代竜の襲撃事件』 {BP3(+3)} |
สาขาบอส 『ボース支部』
- "ผู้เฒ่ารูแกรน" ที่ได้ฟังเรื่องราวจากพวกเอสเทลแล้ว ก็รู้สึกว่าสภาพของพวกสัตว์ปิศาจแปลกไปจริง ๆ ค่ะ
- "จริงสิอากัต" เอสเทลหันไปถามอากัต
เอสเทล "เคยพูดเอาไว้ว่า เคยมีเรื่องคล้าย ๆ แบบนี้เกิดขึ้นในพื้นที่บอสมาก่อนอะไรแบบนี้สินะ?"
ผู้เฒ่ารูแกรน "หือ อย่างนั้นร๊อ?"
อากัต "ใช่...... ก็งั้นน่ะ เป็นเรื่องก่อนที่คุณปู่จะมาที่บอสน่ะ"
เอสเทล "เอ๋ คุณปู่รูแกรนเนี่ย ไม่ได้อยู่ที่นี่ตั้งแต่แรกหรอกเหรอ?"
ผู้เฒ่ารูแกรน "ชั้นมาที่เมืองนี้ก็หลังจากที่ [สงครามร้อยวัน] จบลงไปแล้วน่ะ สมาคมเบรเซอร์ของลีเบร์ลเมื่อครั้งอดีต ก็มีแค่แกรนเซลที่เดียว...... การก่อตั้งสาขาที่อยู่ในทุกพื้นที่นั้น ก็มีขึ้นหลังจากสงครามจบลงต่างหาก แล้วชั้นก็ทำงานเป็นประชาสัมพันธ์ของสาขานครหลวงจนถึงเมื่อ 10 ปีก่อนน่ะ"
เอสเทล "เห~ อย่างนี้นี่เอง"
อากัต "...... ที่บอกว่าอาการของสัตว์ปิศาจแปลก ๆ ไป มันเป็นเรื่องก่อนหน้า [สงครามร้อยวัน] นั่นนิดเดียวน่ะ"
เอสเทล "เห......!?"
ผู้เฒ่ารูแกรน "ว่าไงนะ......!?"
- "ตึง!!!" เสียงอะไรบางอย่างปะทะกับพื้นดิน ดังกระหึ่มไปทั่ว พวกเราจึงรีบวิ่งกันออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น
- ผู้คนสับสนอลม่าน วิ่งหนีตายกันไปคนละทิศละทาง ร่างของมังกรยักษ์สีเขียว ยืนตระหง่านบนหลังคาบอสมาร์เก็ตที่แตกกระจาย
เอสเทล "อะ อะไรน่ะ!?"
ทีต้า "ฮะหวาาา......"
เชราซาร์ด "ใหญ่โตอะไรอย่างนี้......"
จิน "เจ้านี่เป็น......มังกรงั้นเหรอ!?"
คลอเซ่ "ค่ะ...... เป็นมังกรยุคโบราณค่ะ! เล่าขานกันมาว่า ได้อาศัยอยู่ที่ไหนซักแห่งในลีเบร์ลมาตั้งแต่อดีตกาลค่ะ......"
โอลิเวียร์ "โอ้ น่าประหลาดใจจังนะ"
อากัต "หรือนี่จะเป็น...... ฝีมือของ [องค์กร] ด้วยอย่างงั้นเรอะ!?"
- "......ก็ ไม่ปฏิเสธ" เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่ง ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น เบื้องหน้าของพวกเอสเทล ปรากฏร่างของชายหนุ่มผมเงิน สวมโค้ทสีงา
เอสเทล "อ๊ะ......!"
อากัต "แกคือ......!?"
เชราซาร์ด "หัวหน้ากองหน่วยทหารพิเศษ ร้อยตรีโรแลนซ์ เบลเกอร์!"
ชายหนุ่มผมเงิน "หึหึ นั่นมันแค่ชื่อปลอม"
ชายหนุ่มผมเงิน "ผู้ดำเนินแผนการ No. II [จักรพรรดิดาบ] 『剣帝』 เลออนฮัล์ท จากนี้ไป เรียกแบบนี้คงจะเหมาะกว่า"
เอสเทล "[จักรพรรดิดาบ] ......เลออนฮัล์ท"
โอลิเวียร์ "อย่างนี้นี่เอง...... [สิงโตผู้หาญกล้า (เลออน=ฮัล์ท)] อย่างงั้นหรือ ถ้าอย่างนั้น [เรเว (สิงโต)] ก็เป็นชื่อเล่นของเธอสินะ"
เอสเทล "! วะ ว่าไงน๊า~!?"
คลอเซ่ "คุณก็คือ [เรเว] ......"
จักรพรรดิดาบเรเว "...... ไม่ได้เต็มใจให้เรียกแบบนั้นสักหน่อย แต่ในหมู่พรรคพวก คนที่เรียกแบบนั้นก็มีอยู่เยอะน่ะ เอาเถอะ พวกนายเองจะเรียกยังไงก็ตามสบายเลยแล้วกัน"
อากัต "......ทำมาเป็นพูดดี......"
- ในฉับพลันนั้น มังกรโบราณส่งเสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่ว เปลวเพลิงสีแดงฉาน สว่างวาบออกมาจากปาก
เอสเทล "อ๊ะ!?"
เชราซาร์ด "คิดจะเผาเมืองงั้นเหรอ......!?"
จักรพรรดิดาบเรเว "......เฮ้อ ทำให้เปลืองแรงจริง ๆ"
- จักรพรรดิดาบเรเว กระโดดเพียงครั้งเดียวก็สามารถขึ้นไปขี่บนหลังของมังกรโบราณได้
อากัต "ดะ เดี๋ยวสิเฟ้ย!"
จักรพรรดิดาบเรเว "......การทดลองคราวนี้จะผิดแผกไปนิดหน่อยนะ บอกตามตรงเลยว่า ฝีมืออย่างพวกนายต่อกรไม่ไหวหรอก ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกองทัพราชอาณาจักร แล้วทำตัวว่าง่าย ๆ เถอะ"
- พูดจบเรเวก็บังคับมังกรโบราณบินหายลับไปบนฟากฟ้า ปล่อยให้อากัตกู่ร้องตามด้วยความเจ็บใจ
เอสเทล "ทะ ทำไงดี...... จะปล่อยให้หนีไปทั้ง ๆ แบบนี้!"
อากัต "......จากนี้ไปชั้นจะตามเจ้าตัวยักษ์นั่นไป พวกนายก็ไปตรวจสอบสภาพความเสียหายจนกว่าทางกองทัพจะมาซะ"
เอสเทล "เอ๊ะ......!?"
เชราซาร์ด "อากัต?"
อากัต "เดี๋ยวจะติดต่อมาอีกที!"
- ทันทีที่พูดจบอากัตก็วิ่งตามทิศที่มังกรบินหายไปทันที โดยที่เพื่อน ๆ คนอืนไม่มีโอกาสได้พูดเลยแม้แต่น้อย
- "โพล" 『ポール』 เจ้าของร้าน "โพล เอลค์" ในบอสมาร์เก็ต เห็นพวกเรายืนอยู่ข้างนอกพอดี จึงขอร้องพวกเราให้เข้าไปช่วยคนที่ติดอยู่ข้างในหน่อย เพราะมีคนที่โดนหลังคาหล่นลงมาทับค่ะ
บอสมาร์เก็ต 『ボース・マーゲット』
- สภาพที่เห็นภายในบอสมาร์เก็ตนั้น เอสเทลถึงกับอุทานออกมาว่า "โหดร้าย" ร้านรวงที่เคยมีอยู่พังพินาศ ผู้คนสับสนอลม่าน มีคนบาดเจ็บ เมื่อเป็นแบบนี้เอสเทลได้แต่คิดว่าจะทำอย่างไรดี
| とにかく救助を行う ยังไงก็ต้องกู้ภัยก่อน |
- |
| まずは役割分担を決める ก่อนอื่น ต้องแบ่งหน้าที่กันก่อน |
Bonus BP |
☆ถ้าเลือกกู้ภัยก่อน เราจะได้เห็นการตัดสินใจอันชาญฉลาดของโอลิเวียร์ด้วยนะ☆
- จากนั้น เราจะแบ่งหน้าที่กันค่ะ โดยเจ๊เชร่า คลอเซ่ และทีต้า จะไปนำทางให้คนที่หนีไม่ทัน หนีออกไปก่อนค่ะ ส่วนเอสเทล จิน และโอลิเวียร์จะไปช่วยยกหลังคาที่หล่นลงมาค่ะ
เอสเทล "นายกเทศมนตรีเมเบล!"
นายกเทศมนตรีเมเบล "คุณเอสเทล!"
เอสเทล "มาช่วยแล้ว! มีคนอยู่ใต้นี้สินะ!?"
นายกเทศมนตรีเมเบล "ระ รีร่าน่ะ...... รีร่าปกป้องดิฉัน แล้วก็อยู่ใต้หลังคานี่......!"
เอสเทล "!!!"
จิน "ถ้าแบบนี้ คงจะยกคนเดียวไหวล่ะมั๊ง ช่วยหลีกไปจากตรงนั้นทีสิ"
- "บัค" 『バック』 และ "ทรัต" 『トラット』 2 หนุ่มร้านขายผักและอาหาร หลีกทางให้กับจิน เพียงแค่ชั่วอึดใ
Blog-map