空の軌跡SC - Chapter 4 เป้าหมายของปิศาจหมอก
posted on 27 Aug 2007 20:19 by gin-no-ishi in Walkthrough第四章 霧魔の標的
บทที่ 4 เป้าหมายของปิศาจหมอก
สถานที่ต่อไปที่พวกเอสเทลต้องมุ่งหน้าไปคือพื้นที่บอส
แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้นในพื้นที่รอเลนซ์ ซึ่งเป็นสถานีที่เรือเหาะประจำทางต้องจอดแวะก่อนไปยังพื้นที่บอส
แม้จะมีความกังวลและร้อนรนใจอยากจะไปยังพื้นที่บอสให้เร็วที่สุดก็ตาม
แต่ด้วยหมอกปริศนาที่ลงจัด ทำให้เอสเทลตัดสินใจอยู่ที่นี่เพื่อทำการตรวจสอบหมอกประหลาดที่เกิดขึ้น
และนั่นทำให้รู้ว่าคนที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้นั้น มีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างกับเจ๊เชร่าและเอสเทลด้วย!!
Walkthrough Chart - Main Quest
- กลางดึกของเมื่อคืนวาน -
หุบเขาหมอก 『霜降り峡谷』
- ในฐานทัพลับของสลัดอากาศ "หัวหน้ากองรักษาความปลอดภัย" นำทาง "มิวเลอร์" มาดู "หมายเลขแมวป่า" 『山猫号』
(เนื่องจากว่า ทางกองทัพราชอาณาจักรได้นำ้เรือเหาะลำนี้ไปใช้ในการทดสอบการบิน จึงได้ทำการซ่อมบำรุง เตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วค่ะ)
- โดยตอนนี้ "มิวเลอร์" คิดที่จะนำยานลำนี้กลับไปให้เร็วที่สุด ภายในวันสองวันนี้ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากพวกที่เหลือรอดจากเหตุการณ์ปฏิวัติค่ะ
(จากคำบอกเล่าของหัวหน้ากองฯ เขาเคยขับยานลำนี้ประมาณ 2 ครั้ง และเมื่อลองเปรียบเทียบดู พบว่า "หมายเลขแมวป่า" ที่ "บริษัทไลน์ฟอลท์" 『ラインフォルト社』 ผลิตออกมาเมื่อ 3 ปีก่อนลำนี้นั้น ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ และความเร็ว อยู่ในระดับที่สูงกว่า "เรือเหาะรักษาความปลอดภัย" ของทางราชอาณาจักรค่ะ แต่มิวเลอร์บอกว่า ถ้าในเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ และระบบตัวถัง ยังเทียบกับของลีเบร์ลไม่ได้ค่ะ ดังนั้น "หมายเลขแมวป่า" จึงไม่เหมาะสำหรับกิจกรรมทางทหารค่ะ)
- "ว้าว------ บรรยากาศต่างกับตอนที่มาครั้งก่อนเลยนะคะเนี่ย-----" เสียงของหญิงสาว ผู้มีเอกลักษณ์ที่แสนคุ้นเคยดังขึ้น "โดรธี" ตามนายทหารเพื่อมาทำข่าวของ "หมายเลขแมวป่า" และใช้ความสามารถอันโดดเด่นที่มีถ่ายรูปเก็บไว้หลายใบดังเช่นเคย ซึ่งนายทหารบอกว่าก่อนจะถ่ายรูปก็ควรจะขออนุญาตก่อน แต่โดรธีไม่ไดัฟังที่เขาพูดเลย ดันหันไปถ่ายรูปแสงจันทร์ที่ส่องแสงสะท้อนกลางหุบเขาหมอกซะงั้น
(เฮ้อ น่าหนักใจแทนไนแอล จริง ๆ นะเนี่ย แถมนิด เวลาคุณเธอถ่ายรูป ไม่ว่าจะกับคนหรือสิ่งของก็ต้องพูดว่า "คิวท์ (น่ารัก)" ทุกครั้งไปค่ะ เพราะงี้มั๊งคะภาพเลยออกมาสวย)
โดรธี "เห~ ใส่เครื่องแบบทหารที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยนะคะเนี่ย~ ตัวก็ใหญ่ด้วย~ สังกัดอยู่หน่วยไหนเหรอค๊~า?"
- โดรธีหันมาให้ความสนใจกับมิวเลอร์แทน และเริ่มอีเวนท์แนะนำตัวระหว่างมิวเลอร์กับโดรธีค่ะ
(จากตรงนี้จะทราบว่าโดรธีไม่เคยเจอทหารของเอเรโบเนียมาก่อนค่ะ เพราะเมื่อ 10 ปีก่อนช่วง [สงครามร้อยวัน] นั้น เธออาศัยอยู่ที่นครหลวงตลอด (นครหลวง เป็นพื้นที่เดียว ที่ไม่โดนโจมตีเข้ามาด้านในค่ะ) เหตุการณ์โดยละเอียดของ [สงครามร้อยวัน] หาอ่านได้ใน บทสรุปภาค FC บทส่งท้าย นะคะ)
- จากนั้น พลทหารจะเข้ามาแจ้งหัวหน้ากองของเขาว่ามีการติดต่อมาจากกองบัญชาการเกี่ยวกับผู้เหลือรอดค่ะ
- หุบเขาหมอก ทางเข้าสู่ฐานทัพลับ -
- พลทหารที่ทำหน้าที่เฝ้ายามอยู่ 2 คนกำลังรอเวลาผลัดกะด้วยความง่วง
("พลทหารลาเคล" รู้สึกจะถูกอกถูกใจโดรธีอยู่ไม่น้อยนะคะ ก็พี่แกเล่นพูดว่า "ถึงจะเป็นตัวของตัวเองไปซักหน่อย แต่น่ารักใช่เล่นเลยแฮะ อยากจะสนิทสนมกันให้มากกว่านี้จัง" น่ะค่ะ แหม โดรธีก็มีเสน่ห์สาวแว่นนะเนี่ย)
- จากนั้น หัวหน้ากองฯ จะมาแจ้งข่าวที่ทางกองบัญชาการแจ้งมา ทั้งเรื่องที่สามารถจับตัวอดีตร้อยเอกคาโนเน่กับพวกได้และเรื่องตุ๊กตาตัวใหญ่ที่ปรากฏตัวค่ะ
- หลังจากหัวหน้ากองไปแล้ว พวกทหารจะได้ยินเสียงแปลก ๆ มาจากทางด้านหน้า เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปดู โยชัวร์ก็ได้อาศัยจังหวะนั้นลอบเข้ามาด้านหลังและทำให้พวกทหารสลบไป
- "เห๊ะเฮ ทำได้ดีเลยไม่ใช่เหรอ" พวกตระกูลคาปัวเดินเข้ามาสมทบโยชัวร์
คีล "ยอดเยี่ยมมาก แค่พริบตาเดียวเองนะ"
โจเซ็ต "อื้อหืมม์...... ทำได้ดีทีเดียว"
โยชัวร์ "......ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แค่ทำให้ทหารที่ไม่ทันระวังตัวหลับไปก็เท่านั้นเอง ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย"
โจเซ็ต "อ๊า~ รู้แล้วรู้แล้ว จะขอให้นายทำตัวให้น่ารักน่ะ ผมมันโง่ไปเองล่ะ"
โดรุน "แต่จริงเหรอที่ [หมายเลขแมวป่า] ยังถูกเก็บเอาไว้ที่นี่น่ะ? นึกว่าจะโดนย้ายไปไว้ที่ค่ายที่ว่าซะอีก......"
โยชัวร์ "เท่าที่ได้ตรวจสอบดูไม่ผิดแน่นอน ทางกองทัพใช้ในการทดสอบบินด้วย ดังนั้นก็ต้องมีการบำรุงรักษาให้อยู่แล้วล่ะ"
คีล "เห๊ะเหะ รู้สึกขอบคุณแฮะ แต่ว่าการเคลื่อนย้ายมันออกมาจำเป็นต้องใช้กุญแจเดินเครื่อง [หมายเลขแมวป่า] ------ แล้วมีวิธีเอามันมาหรือยังล่ะ?"
โยชัวร์ "คิดว่าหัวหน้ากองรักษาความปลอดภัยคนเมื่อกี๊น่าจะเป็นคนที่ถือกุญแจอยู่ คงกะจะคืนให้ทางกองทัพจักรวรรดิไปพร้อม ๆ กับตอนที่คืนเรือเหาะล่ะมั๊ง"
โจเซ็ต "ก็ต้องใช้กำลังเอาคืนมาสินะ"
โยชัวร์ "แต่ด้วยวิธีที่ไม่ถึงกับชีวิตนะ อย่าให้กองทัพราชอาณาจักรกลายมาเป็นศัตรูมากเกินความจำเป็นจะดีกว่า ถึงจะเจอกับทหารที่เดินเวรยาม ก็ให้ซ่อนตัวเท่าที่จะทำได้ก็แล้วกัน"
โจเซ็ต "ปัดโธ่...... พูดอะไรยุ่งยากจังนะ แต่ผมก็คัดค้านการฆ่าคนอยู่แล้วล่ะ"
โดรุน "เหะเหะ มันแน่นอนอยู่แล้ว ฆ่าคนกับทำร้ายร่างกายเป็นเรื่องต้องห้ามของพวกเรา [ตระกูลคาปัว] อยู่แล้วน่ะ"
คึล "เฮ้อ นี่พวกเรากลายเป็นวายร้ายเต็มขั้นไปแล้วยังงั้นเหรอเนี่ย...... คงจะเป็นอย่างที่ร้อยตรีนั่นเคยพูดล่ะมั๊ง"
โยชัวร์ "......หึหึ"
โจเซ็ต "มะ มีอะไรแปลกเหรอไง?"
โยชัวร์ "เปล่า...... เวลาไม่คอยท่า เริ่มกันเถอะ"
โจเซ็ต "อะ อืม......"
คีล "ใกล้แล้วสินะ......"
โดรุน "โอ๊~ส...... พลังใจเต็มเปี่ยมเลยเฟ้ย!"
- เข้าไปในฐานทัพลับเก่าค่ะ **ตระกูลคาปัว เข้าเป็น NPC**
- ทางที่เราเริ่มเข้ามาจะเป็นทางลับที่เราเคยเจอตอนภาค FC นะคะ
☆เมื่อเข้ามาจะมีทางแยก 2 ทาง แนะนำให้ขึ้นไปห้องทางด้านขวาเพื่อไปเก็บ "เฟเธอร์บรอธ" ก่อน แล้วค่อยกลับไปทำเหตุการณ์ที่ห้องทางด้านซ้าย เพราะห้องทางด้านซ้ายนั้นเมื่อเข้าไปจะเกิดการต่อสู้ขึ้น และศัตรูสามารถใช้ท่าทำให้เราติด "หมดสติ" ได้ แต่หากสวมใส่เครื่องประดับข้างต้นก็จะป้องกันได้ค่ะ☆
☆ในห้องทางด้านขวา โยชัวร์จะขอยืม "กระสุนS2" จากคีลเพื่อทำให้ทหารหลับค่ะ แล้วเราก็จะเข้าไปเก็บ "เฟเธอร์บรอธ" และ "EPชาร์จ I" ที่ห้องด้านในได้ค่ะ☆
- ไปทางด้านซ้ายมือ เข้าไปยังห้องที่ตระกูลคาปัวเคยใช้ แต่ตอนนี้ใช้เป็นห้องของหัวหน้ากองที่ถือกุญแจอยู่ค่ะ
- ในขณะที่เราจะเริ่มลงมือค้นหา โยชัวร์จับกลิ่นอายได้ว่าพวกกองทัพกำลังจะเข้ามาค่ะ (โยชัวร์เก่งและเท่ห์อย่างไม่น่าให้อภัย)
| - นายร้อยกองทัพราชอาณาจักร + พลทหารกองทัพราชอาณาจักร*2 -
- 『王国軍士官+王国軍兵士*2』 - |
|
**โยชัวร์เก่งแถมยังมีพวกตระกูลคาปัวคอยให้ความช่วยเหลือ การต่อสู้โดยรวมจึงไม่ยากค่ะ** **พวกทหาร มีท่าโจมตีที่ทำให้เราติด "มืดมิด" "เยือกแข็ง" และ "หมดสติ" ได้** **หากแวะไปเก็บ "เฟเธอร์บรอธ" เตรียมไว้ก่อนแล้วล่ะก็ ไม่น่าเป็นห่วงเลยค่ะ** **แนะนำ ให้พยายามสะสม CP เอาไว้ สำหรับการต่อสู้สุดหฤโหดในอนาคตอันใกล้นี้ค่ะ** |
- ปราบได้โยชัวร์จะค้นตัวของหัวหน้ากอง ได้รับ "กุญแจเดินเครื่องหมายเลขแมวป่า" ค่ะ
- "......นี่ โยชัวร์" ใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสงสัยของโจเซ็ตเอ่ยถามโยชัวร์
โจเซ็ต "ที่สู้กับพวกผมตอนก่อน นาย ออมมืองั้นเหรอ?"
โยชัวร์ "? หมายความว่ายังไง?"
โจเซ็ต "ก็นายน่ะ ไม่แข็งแกร่งเกินเหตุไปหน่อยเหรอ พูดตรง ๆ เลยนะว่าตอนนั้นน่ะเทียบไม่ได้เลย"
โยชัวร์ "ไม่ได้ออมมือซักหน่อย แค่ยังไม่ได้กด [สวิตซ์] ต่างหากล่ะ"
โจเซ็ต "สวิตซ์?"
โยชัวร์ "อธิบายคร่าว ๆ ก็คือ...... พอกดสวิตซ์นั่นแล้ว ผมจะใช้ความรู้สึกนึกคิดมุ่งตรงไปยังเป้าหมาย ลงมือทำการโดยใช้พลังจนถึงขีดจำกัดของความสามารถ ------ ความแตกต่างก็มีแค่เฉพาะตรงนั้น"
โจเซ็ต "อะ อื~ม...... เหมือนจะเข้าใจ แต่ก็ไม่เข้าใจ"
คีล "เหมือนกับพลังที่ใช้การได้...... จะบอกว่าพลังอันนั้นใช้ให้เกิดประสิทธิผลในระดับที่แตกต่างจากเดิมงั้นเหรอ"
โยชัวร์ "จะคิดแบบนั้นก็ได้"
โดรุน "เห๊ะ ยิ่งใหญ่จังนะ ถ้าเป็นนายตอนนี้ก็สามารถประมือกับหัวหน้าของพวกทหารพิเศษนั่นได้ใช่ไม๊ล่ะ?"
คีล "ร้อยตรีโรแลนซ์ที่ทำงานให้กับ [องค์กร] สินะ"
โยชัวร์ "ไม่หรอก...... ไม่มีทางเลย ความสามารถของผมมีไว้สำหรับการล้วงความลับและการต่อสู้กับคนหมู่มาก ไม่มีทางสู้กับ [จักรพรรดิดาบ] 『剣帝』 แบบ 1 ต่อ 1 ได้หรอก"
โดรุน "[จักรพรรดิดาบ]......?"
โจเซ็ต "หมายถึงร้อยตรีนั่นน่ะเหรอ?"
โยชัวร์ "อา...... แค่มีเขาอยู่ ผมไม่มีทางที่จะเผชิญหน้ากับ [องค์กร] ได้อย่างซึ่ง ๆ หน้า ได้แต่ลอบกัดด้วยเขี้ยวจากความมืดมิด........ ตามชื่อ [เขี้ยวดำขลับ] 『漆黒の牙』 เท่านั้น"
โจเซ็ต "......อ๊ะ.................."
โดรุน "นาย............"
คีล "จะพูดไงดี...... เป็นเรื่องที่หนักหนาทีเดียวนะ"
โยชัวร์ "......แค่เรื่องไร้สาระ ------ ไม่มีเวลาแล้ว รีบ ๆ ไปต่อกันเถอะ"
- เมื่อได้กุญแจมาแล้ว ก็มุ่งหน้าไปยังโกดังเก็บเรือเหาะได้เลยค่ะ (อย่าลืมแวะเก็บไอเทมระหว่างทางด้วยนะคะ)
- ระหว่างทางจะมีอยู่ประตูนึง มีอีเวนท์ที่พวกโดรธีกำลังทานข้าวกันอยู่ค่ะ
(จากคำบอกเล่าของมิวเลอร์ อาหารที่ทานกันในกองทัพเอเรโบเนียส่วนใหญ่ก็คือ คอร์นบีฟที่มีแค่รสเค็มและเผ็ด ถั่วต้มที่ไม่มีรสชาติ หรือไม่ก็ขนมปังดำ ๆ ที่มีราขึ้นค่ะ ซึ่งเมื่อเทียบกับอาหารกองทัพลีเบร์ลแล้วเหมือนฟ้ากับเหวน่ะค่ะ (น่าสงสารจังเลย) แล้วโดรธีก็ได้พูดอย่างไม่คิดอะไรตามสไตล์เธอไปว่า "ถ้ากินแต่ของแบบนั้~น ทำไมไม่เลิกทำสงครามล่ะคะ?" มิวเลอร์ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะก่อนที่จะตอบว่า "ก็แค่ ควบคุมระดับสารอาหารให้เข้าสู่ร่างกายเท่าที่จำเป็นเพื่อที่จะรักษากำลังทหารที่มีจำนวนมากเอาไว้น่ะ...... คงจะมีแนวความคิดอย่างที่ว่าล่ะมั๊ง" แต่มิวเลอร์ก็ไม่อาจพูดอะไรเกี่ยวกับการเลิกทำสงครามได้อยู่ดี เพราะเอเรโบเนียเป็นประเทศที่อยู่ได้ด้วยสงครามค่ะ)
- โยชัวร์ที่ได้ฟังพวกโดรธีอยู่ด้านนอก ถึงแม้จะทำสีหน้าครุ่นคิดกับคำพูดที่ได้ยิน แต่ก็บอกกับพวกคาปัวว่าไม่มีอะไร ดูเหมือนว่าข้างในกำลังทานข้าวกันอยู่ให้ฉวยโอกาสนี้ รีบ ๆ ไปกันได้แล้วค่ะ
- เมื่อมาถึงโกดังเรือเหาะ พวกคาปัวจะดีใจมาก ๆ ที่ได้พบกับ [หมายเลขแมวป่า] สุดรักของพวกเขา แถมยังมีการดูแลรักษามาอย่างดีซะด้วยสิ
- ในขณะที่ พวกเราจะขึ้นไปบนเรือเหาะ กองทัพราชอาณาจักร (ที่เมื่อกี๊โดนแก๊ซนอนหลับไป) จะตามเรามาค่ะ
- เกิดการต่อสู้กับ (ทหารกองทัพราชอาณาจักร*4)
- ปราบได้ โยชัวร์บอกว่า จะต้องมีอีกกลุ่มตามมาอย่างแน่นอน ก็เลยให้พวกคาปัวไปเตรียมเครื่องไว้ก่อน ส่วนโยชัวร์จะรอรับมืออยู่ทางนี้ค่ะ
โยชัวร์ "โจเซ็ต...... เธอไม่ไปเหรอ?"
โจเซ็ต "เรื่องเอา [หมายเลขแมวป่า] ขึ้นบินล่ะก็ มีพวกพี่ ๆ อยู่ก็พอแล้วล่ะ ผมจะอยู่ที่นี่ คอยซัพพอร์ตนายเอง"
โยชัวร์ "แต่ว่า......."
โจเซ็ต "เห๊ะเหะ....... ถึงจะมาทำเป็นเย็นชาใส่ แต่นายน่ะ ยังอ่อนนะ"
โยชัวร์ "เอ๊ะ......"
โจเซ็ต "จนถึงเมื่อกี๊ ไม่ว่าจะพูดยังไง นายก็คอยให้ความช่วยเหลือพวกผม...... คงไม่ได้คิดว่าพวกผมจะทิ้งนายไว้ที่นี่ แล้วหนีไปหรอกนะ?"
โยชัวร์ "......นี่ก็ เพราะดูคนเป็นน่ะสิ โดยเฉพาะกับพวกที่เชื่อคนง่ายอย่างพวกเธอน่ะ"
โจเซ็ต "ทะ ที่เชื่อคนง่ายน่ะ มันนายล่ะมั๊ง"
- "เฮ้อ...... นึกว่าเอะอะอะไรกันถึงได้มาดู" ที่ต้นเสียงนั้นมิวเลอร์ตามขึ้นมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
มิวเลอร์ "[กลุ่มสลัดอากาศคาปัว]...... ปรากฏตัวในเวลานี้เองเหรอเนี่ย แต่คาดไม่ถึงเลยว่า เธอจะร่วมทางมาด้วยนะ"
โยชัวร์ "......จำได้ด้วยเหรอครับ"
โจเซ็ต "ทะ ทหารของเอเรโบเนีย ในที่แบบนี้!? คนรู้จักของนายงั้นเหรอ!?"
โยชัวร์ "......รู้จักหน้าค่าตากันเฉย ๆ น่ะ คงมาเพื่อเอาเรือเหาะกลับคืนไปก่อนสนธิสัญญาไม่ทำสงครามสินะ"
มิวเลอร์ "ตามที่คาดนั่นแหล่ะ ถึงจะดูเหมือนพวกเธอมาเพื่อชิงเรือเหาะนั่นไป สำหรับพวกเราแล้ว ก็ไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไรหรอกนะ...... แต่เพราะบังเอิญมาอยู่ที่นี่ ก็เลยทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้น่ะ"
- มิวเลอร์ชักดาบใหญ่ ความยาวเกือบเท่าตัวของเขาขึ้นมา
มิวเลอร์ "ขอแนะนำตัวอีกครั้ง ใต้สังกัดกองทัพจักรวรรดิหน่วยที่ 7 กองพลหุ้มเกราะ 『帝国軍第7義甲師団』----------- พันตรีมิวเลอร์ แวนเดอร์"
โจเซ็ต "คึ......!"
โยชัวร์ "ระวังตัวล่ะ...... ท่าทางจะเอาชนะไม่ได้ง่าย ๆ"
มิวเลอร์ "แต่คิดว่าคงไม่เท่าเธอหรอก ----------- รับมือ!"
| - มิวเลอร์ -
- 『ミュラー』 - |
|
**ไม่ว่าจะพูดยังไง พี่ชายแสนจริงจังขี้หงุดหงิดคนนี้........ เก่งเทพค่า
(ถือได้ว่า เก่งที่สุดในช่วงต้น ๆ เกมแล้วล่ะค่ะ)** **พี่แกจะมีคราฟท์ต่าง ๆ อันทรงอานุภาพ ไม่ว่าจะเป็น "ลากูน่าไบนด์" (ท่าที่ใช้ดึงอีกฝ่ายเข้ามา สงสัยฝึกมาไว้จับโอลิเวียร์ค่ะ) "ฮาวนด์เกล" (โจมตีกินอาณาเขต) และ "เบลดแดนเซอร์" ค่ะ** **หากโดนโจมตีแล้วเลือดเหลือประมาณ 4,500 - 5,000 (สังเกตสีหน้าของโยชัวร์ก็ได้ค่ะ) ให้รีบเพิ่มเลือดให้เร็วที่สุด** **แนะนำ ใช้ "คล็อกอัฟ รุ่นปรับปรุง" ใส่ตัวเอง แล้วใช้ "คล็อกดาวน์" ใส่มิวเลอร์จะง่ายขึ้นค่ะ** **ไม่แนะนำให้ใช้ S-Craft เพราะความเสียหายที่ทำได้กับ CP ที่เสียไปนั้นไม่คุ้มกันเลยค่ะ ควรโจมตีด้วย Craft อย่าง "เพลงดาบคู่" ที่จะโจมตีได้บ่อยแทนดีกว่า** **แนะนำ ให้สวมควอทซ์ "โจมตี3" ที่ได้มาจากหีบเพื่อเพิ่ม STR (แต่ลด DEF) ค่ะ** **ระวังด้วยนะคะ มิวเลอร์มีท่า "มิราจเอดจ์" สกัดกั้นการร่ายอาร์ทและทำให้เราติด "ผนึกมาร" อีกด้วย หากติดให้ใช้ไอเทมแก้ค่ะ** **โอกาสที่โจเซ็ตจะหมดสภาพในการต่อสู้ครั้งนี้สูงมาก ๆ ถ้าหากเธอตายก็ไม่ต้องชุบนะคะ เพราะไม่ได้ทำให้ Game Over ปล่อยทิ้งไว้ทั้ง ๆ อย่างนั้น จะดีที่สุดค่ะ** |
☆ไม่ว่าจะชนะหรือไม่ชนะก็ตาม เราจะสามารถดำเนินเรื่องต่อไปได้ค่ะ (ไม่มีผลกับโบนัส BP) ส่วนที่แตกต่างกันมีแค่บทสนทนาเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นค่ะ☆
- ปราบได้ มิวเลอร์จะไม่ยอมล้มลงไป (แข็งแกร่งจริง ๆ ค่ะ)
โยชัวร์ "มาสเตอร์คลาส (ระดับผู้เชี่ยวชาญ)...... ยิ่งไปกว่านั้นนามสกุลก็คือแวนเดอร์ 『ヴァンダール』 งั้นหรือ เริ่มจะมองตัวจริงของคุณโอลิเวียร์ออกบ้างแล้วล่ะครับ"
มิวเลอร์ "ถ้าพูดถึงขนาดนั้น ตัวจริงของเธอก็น่าตระหนกเหมือนกัน -------- เด็กที่รอดตายแห่ง [เฮอร์เมล] 『ハーメル』 โยชัวร์ แอสเทรย์คุง"
โยชัวร์ "!!!"
โจเซ็ต "......เอ๊ะ......"
มิวเลอร์ "จริงเหรอเนี่ย...... ดูท่าลางสังหรณ์ของเจ้าบ้ายอนั่น นาน ๆ ครั้งก็ตรงเหมือนกัน"
- สีหน้าของโยชัวร์เปลี่ยนไปในทันทีที่ได้ยินมิวเลอร์พูดถึง [เฮอร์เมล] คลื่นพลังสีดำขลับแผ่ขยายออกมาทั่วร่างของโยชัวร์
โจเซ็ต "ยะ โยชัวร์!?"
โยชัวร์ "ช่วยพูดให้ฟังหน่อยจะได้ไม๊ครับ...... ทำไมพวกคุณถึงรู้จักชื่อนั้นได้น่ะ......"
มิวเลอร์ "ท่าทางชั้นจะทำให้เธอเอาจริงขึ้นมาแล้วสินะ...... ถ้าอย่างนั้น ชั้นก็จะตอบรับด้วยพลังทั้งหมดเหมือนกัน"
- มิวเลอร์รีดเร้นพลังออกมาจากภายในคลื่นสีทองแผ่ขยายรอบ ๆ ตัวเขา แต่ในขณะนั้นเองเสียงเครื่องยนต์จาก [หมายเลขแมวป่า] ดังขึ้น
- โดรุนและคีลเตรียมการทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว คีลบอกให้โยชัวร์และโจเซ็ตรีบขึ้นมาบนเรือเหาะ ในตอนแรกนั้นโยชัวร์เหมือนจะลังเลอยู่ครู่นึง เพราะเขายังหาข้อยุติกับมิวเลอร์ไม่ได้ แต่ก็ต้องตัดสินใจกระโดดขึ้นไปบนเรือเหาะและหนีไปพร้อม ๆ กับพวกคาปัว
- พวกทหารที่ประจำการที่เหลืออยู่ รวมทั้งโดรธีก็ตามขึ้นมาด้วย มือของเธอไม่ลืมที่จะกดชัตเตอร์ของออร์เบิลคาเมร่า
- หลังจากที่ [หมายเลขแมวป่า] ลับตาไปแล้ว เหล่าพลทหารรีบรายงานเหตุการณ์ไปยังประตูฮาเก้น
- โดรธียืนมองไปทางที่เรือเหาะบินลับไป "เด็กผู้ชายคนนั้น เหมือนเคยเห็นที่ไหนกันน๊~า" เมื่อโดรธีใช้เวลาครุ่นคิดไม่นานก็รู้สึกได้ว่าเด็กคนนั้นก็คือ...... เธอพูดกับตัวเองด้วยความกังวลใจว่า "ตะ ต้องไปปรึกษารุ่นพี่ไนแอล......!"
- อีกด้านหนึ่ง มิวเลอร์เดินลงมายังฐานทัพลับ เขาหยุดเดินแล้วบ่นพึมพำกับตัวเอง
มิวเลอร์ "รอดตายได้อย่างหวุดหวิด หรือว่าจริง ๆ แล้ว...... หึหึ ชั้นยังอ่อนหัดเกินไปสินะ ------------ แต่ว่า [เฮอร์เมล] งั้นหรือ.......... ท่าทางคงต้องให้เจ้าบ้ายอนั่นช่วยซะแล้วสิ"
หมายเลขเซชิเรีย 『セシリア号』
- ".....ฟู่........." เอสเทลยืนมองภาพถ่ายของโยชัวร์ แล้วครุ่นคิดคนเดียวอยู่บนดาดฟ้าเรือประจำทาง
เอสเทล "(เนี่ยน่ะ...... โยชัวร์จริง ๆ ด้วยสินะ...... พันผ้าพันคอซะด้วยสิ ไม่ขี้เก๊กไปหน่อยเหรอไง...... กินข้าวครบ 3 มื้อ...... หรือเปล่าน๊า......)
- ถึงแม้จะมีรอยยิ้ม แต่ในจิตใจของเอสเทลกลับรู้สึกเศร้าสร้อยเดียวดายอย่างบอกไม่ถูก
เอสเทล "(โยชัวร์อยู่ที่ไหนสักแห่งในลีเบร์ลจริง ๆ ด้วย...... ร่วมมือกับพวกสลัดอากาศแล้วกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่....... แต่ว่า...... แล้วทำไม....... ทำไมไม่ขอชั้น...... ไม่ขอให้พวกชั้นช่วยล่ะ?)"
- เอสเทลจ้องมองโยชัวร์บนภาพถ่ายอีกครั้ง
เอสเทล "(โยชัวร์บ้า....... บุกเข้าไปในฐานของกองทัพนั่นน่ะ ทำอะไรไม่ยั้งคิดเลย...... แล้วยัง...... ทำสายตาเย็นชาเหมือนกับตอนที่พบกันครั้งแรก...... ยิ่งกว่านั้น...... ยิ่งไปกว่านั้น......)
- "ทำไมรูปที่ถ่ายออกมาถึงดูสนิทสนมกับยัยเด็กผมนั่นล่ะ!?" เอสเทลระเบิดอารมณ์ออกมาด้วยเสียงอันดัง
- "เอสเทล?" เสียงหญิงคนหนึ่งที่ฟังดูคุ้นเคยเรียกเอสเทล "เจ๊เชร่า......" เอสเทลรีบซ่อนรูปของโยชัวร์อย่างรวดเร็ว
เชราซาร์ด "อะไรกัน มาอยู่ที่นี่เอง เธอหายออกมาทำให้ชั้นเป็นห่วงไม่ใช่เหรอไง มีอะไรเหรอ? เมาเครื่องหรือยังไงกัน?"
เอสเทล "อ๊ะ อืม...... อย่าห่วงไปเลย ไม่ได้เจ็บป่วยตรงไหนนี่นา"
เชราซาร์ด "งั้นเหรอ ---------- ฟู่ วันนี้ก็อากาศดีนะ ภายใต้ท้องฟ้าที่เงียบสงบเช่นนี้ก็ยังมีพวกที่กำลังวางแผนน่าสงสัยอยู่...... เป็นเรื่องที่บ้าบอจริง ๆ เลยนะ"
เอสเทล "อืม......"
เชราซาร์ด ".......นี่ เอสเทล ไม่จำเป็นต้องทนฝืนอยู่คนเดียวหรอกนะ?"
เอสเทล "เอ๊ะ"
เชราซาร์ด "เรื่องที่พวกคุณนักข่าวพูด ชั้นจะไม่ถามหรอกนะว่าเป็นเรื่องอะไร...... แต่เธอยังมีพรรคพวกดีดีที่จะไปพึ่งพิงเขาได้นะจ๊ะ แน่นอนว่ารวมถึงชั้นด้วยน่ะ"
เอสเทล "............อ๊ะ.........................."
เชราซาร์ด "แล้วก็ จะไปขอร้องแม้แต่เรื่องคาใจของเธอคนเดียวก็ได้จ้ะ ก็เพราะพวกชั้นทุกคนตั้งใจจะเป็นกำลังให้กับเธอนะ เรื่องนั้นอย่าลืมซะล่ะ"
เอสเทล "เจ๊เชร่า ชั้น......."
เชราซาร์ด "หึหึ เรื่องที่จะพูดก็มีแค่นี้แหล่ะ ก่อนที่จะถึงบอสยังมีเวลาเหลืออยู่...... ตอนที่เครื่องแวะจอดที่รอเลนซ์ก็ให้กลับมานั่งที่เก้าอี้นะ"
เอสเทล "อืม......"
- หลังจากเจ็เชร่าไปแล้ว เอสเทลจะพึมพำกับตัวเองว่า "พึ่งพิงงั้นเหรอ...... ลองไปคุยกับทุกคนซักหน่อยดีกว่า......"
- ให้ไปคุยกับเพื่อน ๆ ที่อยู่ในเรือเหาะทุกคนค่ะ
★บนนี้เราจะเจอกับ "แอนตอน" 『アントン』 หนุ่มผู้ใฝ่ฝันถึงฤดูใบไม้ผลิแห่งวัยหนุ่ม อย่างมุ่งมั่น
(ถึงจะโดนสาวหักอกมาหลายรายแล้วก็ตามที หมดอาลับตายอยากก็หลายรอบ)
★ส่วน "คุณป้าบลูม" 『ブルーム婆さん』 แม่ผู้แสนดีที่กำลังหาเจ้าสาวให้กับลูกชายของตนอยู่ กับ "คิดดี้" 『キディ』 สาวน้อยที่ฝันอยากจะมีร้านเป็นของตนเอง กำลังคุยกันอยู่ค่ะ คิดดี้ได้ฟังเรื่องที่ป้าบลูมเปิดร้านเล็ก ๆ ที่รอเลนซ์ ก็อยากจะไปเห็น แต่น่าเสียดาย เพราะเธอใช้วันหยุดจากห้างเอเดลในคราวนี้ เพื่อไปทัศนศึกษาที่เมืองบอสค่ะ ส่วนป้าบลูมก็บอกว่า อย่างหนู่คิดดี้เนี่ย รินอนน่าจะถูกใจนะ
★คุยกับ "คลอเซ่" ที่ห้องชมวิว คลอเซ่จะเดาถูกว่าเรื่องที่ไนแอลคุยกับเอสเทล ก็คือ เรื่องของโยชัวร์ค่ะ
(จริง ๆ แล้วคลอเซ่แค่เดาเท่านั้นค่ะ แต่ใช้ 1 ในมารยาหญิง ล่อหลอกให้เอสเทลแสดงอาการ และคายความลับออกมาค่ะ)
แต่ไม่เพียงเท่านั้น คลอเซ่ยังเดาถูกอีกว่า โยชัวร์ยังปลอดภัยดี และน่าจะอยู่ในลีเบร์ลด้วย เอสเทลถึงกับบ่นอุบว่า "คลอเซ่......มองได้ทะลุปรุโปร่งเลยแฮะ จะเก่งกาจเกินไปแล้วนะ -----แต่เท่านี้ชั้นก็คิดว่าเธอจะต้องเป็นราชินีที่สง่างามได้อย่างแน่นอนเลยล่ะ" แล้วเอสเทลจะถามความเห็นของคลอเซ่ว่า ถึงโยชัวร์จะไม่เป็นอะไร แต่ก็มีแววตาที่น่ากลัว เหมือนกับตอนของดัลมอร์ แต่คลอเซ่ก็ไม่อาจให้ความเห็นใด ๆ ได้ค่ะ เอสเทลเลยขอโทษที่ไม่ได้เล่าเรื่องอะไรให้กระจ่าง เอาแต่ถามอยู่ฝ่ายเดียว และบอกว่าหากเธอพร้อมเมื่อไร จะเล่ารายละเอียดที่ยังปิดเอาไว้ ให้กับคลอเซ่ค่ะ ซึ่งคลอเซ่ก็ยินดีเป็นที่ระบายให้กับเอสเทลค่ะ
(แต่เรื่องของเด็กผู้หญิงที่อายุเท่ากัน (โจเซ็ต) ที่โยชัวร์อยู่ด้วยตอนนี้ ทั้งเอสเทล ทั้งคลอเซ่มีความเห็นตรงกันว่า "ยอมไม่ได้" ค่ะ)
★คุยกับ "ทีต้า" ที่กำลังคิดมากว่า เธอไม่สามารถเป็นที่พึ่งพาให้กับพี่เอสเทลของเธอ ที่กำลังมีเรื่องไม่สบายใจได้ แถมทีต้ายังโทษตัวเองอีกว่า ไม่ว่าจะเรื่องของพี่เอสเทล หรือของเร็น เธอก็รั้งแต่จะเกะกะซะเปล่า ๆ แต่เอสเทลบอกว่า "น่าจะพูดว่า ชั้นไม่ได้กังวลอย่างที่ทีต้าคิดไปหรอก แค่กำลังสับสนเท่านั้นเอง ถึงจะไปขอร้องคนอื่นก็ใช่ว่าจะมาช่วยแก้ไขได้หรอก...... ดังนั้นตอนนี้ชั้นขอแค่คิดอะไร.......... ด้วยตัวคนเดียวไปก่อนก็แล้วกัน" ถึงเอสเทลจะพูดแบบนั้น แต่ทีต้าก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี เธอถามเอสเทลว่า "หนูจะเป็นพลังให้กับพี่จ๋าได้หรือเปล่า?" ซึ่งเอสเทลเข้าไปกอดทีต้าแล้วบอกว่าแค่ทีต้าอยู่ข้าง ๆ คอยส่งยิ้มให้ ก็ทำให้เธอมีกำลังใจขึ้นมาแล้วล่ะค่ะ (ซึ้ง อีกแล้ว)
★ลงไปที่ท้องเรือ "โอลิเวียร์" จะคุยโทรศัพท์ (กับมิวเลอร์) ในเรื่องที่ว่า ท่าทีของเอสเทลดูเปลี่ยนไป หลังจากที่พวกนักข่าวเข้ามาคุยกับเธอ แล้วโอลิเวียร์ยังบอกว่า เรื่องนั้น (เรื่องโยชัวร์) ไม่ต้องแจ้งข้อมูลไปทางกองทัพราชอาณาจักรด้วยค่ะ
(เท่าที่ฟังดู ความรู้สึกของโอลิเวียร์นั้น ค่อนไปทางเป็นห่วงทั้งเอสเทล ทั้งโยชัวร์ค่ะ จริง ๆ แล้วนายติ๊งต๊องนี่ ก็มีดีเหมือนกันนะ)
นอกจากนั้น โอลิเวียร์ยังกำชับให้มิวเลอร์ระวังไม่ให้ [คน ๆ นั้น] เข้ามาขัดขวางด้วย
(นายโอลิเวียร์ ได้ทีเกทับมิวเลอร์อีกว่า "ลางสังหรณ์ของผมน่ะ สุดยอดใช่ม๊า" อีกด้วยล่ะค่ะ แต่ก็โดนมิวเลอร์ทำเสียงน่ากลัวตอกกลับมาเหมือนเดิม)
เอสเทลได้ยินเหมือนโอลิเวียร์กำลังคุยกับใครอยู่ แต่พอมองหาแล้วก็ไม่มี โอลิเวียร์เลยไหลไปว่า "ผมคนนี้ จะแอบนัดหญิงอื่นนอกจากเธอในที่แบบนี้น่ะเหรอ?" แต่เอสเทลรู้ทัน เพราะรูสึกว่ามันแปลก ๆ ค่ะ ก็เธอได้ยินจริง ๆ ว่าโอลิเวียร์กำลังคุยกับใครอยู่ โอลิเวียร์เลยใช้มุขพูดคนเดียว เพราะกำลังซ้อมบทละครที่จะขึ้นแสดงเป็นตัวเอกอยู่ (ซึ่งแน่นอนว่า เอสเทลไม่เชื่อค่ะ)
เอสเทล "โอลิเวียร์มีส่วนที่น่าสงสัยอยู่เยอะเลยนะ ก่อนหน้านี้ก็เหมือนจะกระซิบกระซาบพูดคุยอะไรกับคุณพ่อด้วย ได้เวลาที่ต้องบอกเป้าหมายที่แท้จริงได้แล้วมั๊ง?"
โอลิเวียร์ "หื~ม ไม่น่าเชื่อว่าจะโดนเธอถามซอกแซกแบบนี้นะ เติบโตขึ้นอีกแล้วน๊าา เอสเทลคุง"
จากนั้น เอสเทลจะบังคับให้โอลิเวียร์เลือกที่จะเล่าหรือไม่เล่าความจริงค่ะ ซึ่งโอลิเวียร์รับปากบอกได้แค่เพียงเรื่องของสลัดอากาศเท่านั้น เพราะมันเกี่ยวโยงกับเอเรโบเนียค่ะ ก่อนโอลิเวียร์จะกลับไปนั่งที่เก้าอี้ เอสเทลจะถามโอลิเวียร์ว่า
เอสเทล "ชั้นไม่รู้เรื่องที่เกี่ยวกับตัวโอลิเวียร์เยอะแยะเลยนะ...... ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็จะให้นายช่วยเหลืออย่างสุด ๆ ในฐานะที่เป็นพวกเดียวกัน ไม่ว่าจะเจอเรื่องแบบไหนชั้นก็จะคิดว่า นายเป็นคนที่สามารถไว้วางใจได้ ....... พูดอย่างนี้จะทำให้นายเดือดร้อนหรือเปล่านะ?"
โอลิเวียร์ได้ฟังเอสเทลดังนั้นก็มองเอสเทลอย่างไม่วางตา ก่อนที่เขาจะบอกว่าเขายินดีให้ความช่วยเหลือ เพราะนั่นไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เขาเดือดร้อนอะไรเลยค่ะ (แต่ก็มีหยอดคำหวานหลีหญิงตามแบบฉบับเขาเหมือนเดิมค่ะ)
★คุยกับ "อากัต" เขาจะขอบคุณเอสเทลที่เหนื่อยมามากกับการตามสะสางเหตุการณ์ที่ [องค์กร] ทำให้เกิดขึ้นตามพื้นที่ต่าง ๆ แล้วเขาจะรู้สึกังวลกับสถานที่ต่อไปก็คือพื้นที่บอส ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า และบอกว่าเมื่อถึงบอสแล้วอาจจะต้องเริ่มทำการตรวจสอบพวกสลัดอากาศต่อไปอีก เอสเทลเลยตกใจเพราะเธอก็กำลังพะวงเรื่องที่โยชัวร์ไปปรากฏตัวอยู่ที่บอส เอสเทลเลยพยายามพูดแนว ๆ ว่าความเป็นไปได้ที่พวกสลัดอากาศจะยังอยู่ที่นั่น อาจจะน้อยกว่าที่คิดก็เป็นได้ อากัตก็เลยงง ๆ กับคำพูดไม่ได้ใจความของเอสเทลค่ะ
★คุยกับ "จิน" เขาจะถามเพื่อความแน่ใจว่า บ้านของเอสเทลอยู่ในเมืองรอเลนซ์ เมืองต่อไปที่เรือประจำทางจะแวะจอดรับ-ส่งผู้โดยสาร ก่อนไปเมืองบอสใช่หรือเปล่า เอสเทลบอกกับจินว่า "ถ้าจะพูดให้ถูก บ้านชั้นไม่ได้ตั้งอยู่ในเมืองหรอก แต่ปลูกไว้แถว ๆ นอกเมืองน่ะ ดูเหมือนว่าจะเป็นความจู้จี้ของคุณพ่อล่ะนะ" จินจะทึ่งที่คาซิอุสถึงกับปลูกบ้านเองค่ะ ซึ่งเอสเทลบอกว่า เธอรู้สึกว่าบ้านหลังนั้น มีแต่ความคิดคำนึงที่เต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณพ่อ เรื่องของคุณแม่ เรื่องของโยชัวร์ ถ้ามีโอกาสได้ไปที่รอเลนซ์ล่ะก็ เธอจะพาจินไปชมบ้านของเธอค่ะ ซึ่งจินก็จะเฝ้ารอ และเปลี่ยนเรื่องไปว่า พอถึงบอสแล้ว จะให้เอสเทลลองซ้อมมือกับเขา เพราะที่นครหลวงน่ะ เขาได้แต่ (โดนยา) นอนหลับ ไม่ได้ยืดเส้นยืดสายเลย ร่างกายมันเลยรู้สึกฝืด ๆ ค่ะ ซึ่งเอสเทลยินดีมากที่จะเป็นคู่มือให้เขาค่ะ
- เมื่อคุยครบกับทุกคนแล้ว ให้ตัดฉากไปที่นั่งชั้นบนสุด ก็จะผ่านบทได้ค่ะ
- ในขณะที่เสียงของพนักงานต้อนรับบนเรือเหาะประจำทาง แจ้งการลงจอดแวะรับ-ส่งผู้โดยสาร ก่อนมุ่งหน้าไปเมืองบอสต่อนั้น ก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น เรือประจำทางเข้ามาอยู่ในหมู่เมฆที่มืดครึ้ม ทั้ง ๆ ที่ความสูงระดับนี้ไม่น่าจะมีเมฆให้เห็นได้เลย ในห้องกัปตัน มีการติดต่อเข้ามาจากเมืองรอเลนซ์ว่า จู่ ๆ ก็มีหมอกหนาทึบ ปรากฏขึ้นที่เมืองรอเลนซ์ค่ะ
- เอสเทล และเจ๊เชร่านั้น ยืนยันได้ว่า หมอกหนาทึบไม่เคยมีปรากฏขึ้นที่เมืองรอเลนซ์มาก่อน เป็นไปได้ว่า จะมีเหตุการณ์อะไรบางอย่างเกิดขึ้น
- เมื่อเรือประจำทางลงจอด ก็ต้องรอจนกว่าหมอกจะจาง ถึงจะเดินทางต่อไปยังเมืองบอสได้ ดังนั้น พวกเราเลยตัดสินใจลองไปสอบถามไอน่า ที่สมาคมกันก่อน เพราะเป็นไปได้ว่า ที่ต่อไปที่พวก [องค์กร] ลงมือ อาจจะเป็นที่รอเลนซ์ ไม่ใช่เมืองบอสค่ะ
สาขารอเลนซ์ 『ローレント支部』
ไอน่า "หึหึ ไม่คิดว่าพวกคุณจะมาในเวลาแบบนี้นะ น่าจะอยู่ระหว่างเดินทางไปเมืองบอสสินะ?"
เชราซาร์ด "ใช่ เป็นงั้นแหล่ะ มาอยู่ที่นี่ในจังหวะแบบนี้ เหมือนกับอยากให้เรื่องกลายเป็นแบบนี้เลยนะ"
ไอน่า "แต่นี่ก็ช่วยทางนี้ได้มากเลยนะ ยิ่งไปกว่านั้น...... ไม่ได้เจอกับเอสเทลตั้งแต่ตอนที่ไปสถานที่ฝึกซ้อมแล้วใช่ไม๊นะ? ดู ๆ ไปชุดทำงานชุดใหม่นั่นเหมาะมากเลยนะ"
เอสเทล "งะ งั้นเหรอ......"
ไอน่า "คุณจิน องค์หญิงคลอเดีย คุณทีต้า เพิ่งจะเคยพบกันเป็นครั้งแรกสินะ? ฉันชื่อไอน่า ทำงานเป็นประชาสัมพันธ์สาขารอเลนซ์ค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ"
คลอเซ่ "ทางนี้ต่างหากล่ะคะ"
ทีต้า "เอ่อ เอ่อ...... ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ"
จิน "ฮ่าฮ่า เคยได้ยินข่าวลือของเธอมาเยอะแยะเลยล่ะ"
ไอน่า "อุ๊ย...... อย่างนั้นเหรอคะ? (ไอน่าหันไปทางโอลิเวียร์) แล้วทำไมคุณโอลิเวียร์ถึงไปอยู่ตรงนั้นซะล่ะ?"
- โอลิเวียร์แอบอยู่หลังบอร์ดรับงาน เมื่อไอน่าทัก เขาจึงค่อย ๆ โผล่ออกมาแบบหน้าซีดเหงื่อตก
โอลิเวียร์ "ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ...... ยะ อย่าใส่ใจไปเลย ก็ไม่ได้หมายความแบบว่า จะนึกเรื่องเมื่อคืนนั้นออกหรือเรื่องอะไรแบบนั้นซักนิดเดียวน่ะ?"
ไอน่า "???"
เชราซาร์ด "หึหึ...... ปล่อยเขาไว้ตรงนั้นนั่นแหล่ะ จะว่าไปอากัตรู้จักไอน่ามาก่อนแล้วสินะ?"
อากัต "ก็นะ ถึงไม่ค่อยได้แวะมาที่รอเลนซ์ซักเท่าไร แต่ก็พบกันไม่รู้กี่ครั้งแล้วล่ะ"
ไอน่า "หึหึ คราวนี้ก็รบกวนด้วยนะ ------ แนะนำตัวแต่เพียงเท่านี้ก็แล้วกัน ขออธิบายสถานการณ์ต่อทันทีเลยได้ไม๊?"
เชราซาร์ด "ได้สิ รบกวนด้วยนะ"
- จากข้อมูลของ "ไอน่า" 『アイナ』 ตอนที่พอจะทราบก็คือ หมอกได้ลงมาปกคลุมทั่วเมืองรอเลนซ์เท่านั้น แถมหมอกนั้น ยังมีหลายประเภท จึงไม่ทราบว่าหมอกที่เห็นกันอยู่ตอนนี้ เกิดขึ้นมาจากสาเหตุอะไรค่ะ
- เจ๊เชร่า และอากัต จะตัดสินใจยกเลิกการเดินทางไปยังพื้นที่บอส และเปลี่ยนจุดหมาย มาทำการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่รอเลนซ์ไปซักระยะนึงก่อน เอสเทลได้ยินพวกรุ่นพี่พูดแบบนั้น จึงแสดงความไม่สบายใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด เหมือนเธออยากจะไปที่บอส เพื่อตามไปตรวจสอบเรื่องโยชัวร์
อากัต "มีอะไร เอสเทล?"
เอสเทล "เอ่อ ก็นึกอยู่ว่าคดีสลัดอากาศที่ว่าจะเอายังไงดี......"
อากัต "แต่เดิมเรื่องนั้นดูเหมือนว่าเรายังไม่ได้รับมาดำเนินการนี่ เป็นแค่เรื่องที่บอกให้ทำการตรวจสอบดูเฉย ๆ ไม่ใช่เรอะ? แล้วกองทัพราชอาณาจักรก็เป็นคนตรวจสอบเองด้วย พวกเราไม่จำเป็นต้องไปก็ได้นี่นา"
เอสเทล "ตะ แต่ว่า......"
อากัต "......อะไร มีเรื่องอะไรติดใจอย่างงั้นเรอะ?"
เอสเทล "อ๊ะ เปล่าหรอก...... มันก็ไม่ใช่อย่างนั้นซักหน่อย...... แต่...... ชั้น......"
- เพื่อน ๆ ทุกคนหันมายังเอสเทล
เชราซาร์ด "......เอสเทล ชั้นไม่รู้หรอกนะว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่...... แต่ลองทำใจให้เยือกเย็นแล้วพิจารณาให้ดี ๆ"
เอสเทล "เอ๋......?"
เชราซาร์ด "คดีชิงยานสลัดอากาศน่ะ ตามความรู้สึกแล้วก็เป็นคดีที่ปิดไปแล้วนะ ไม่ใช่เรื่องที่กิลด์จะต้องรีบทำการอย่างเร่งด่วนอะไร แต่ถ้ามีการจับตัวประกันไปด้วยก็ค่อยว่าไปอย่าง ยิ่งไปกว่านั้น มีความเป็นไปได้เพียงน้อยนิดที่พวกสลัดอากาศจะยังวนเวียนอยู่รอบ ๆ บอสน่ะ ไม่แน่ว่าเหตุการณ์ที่รอเลนซ์ในคราวนี้ ก็น่าจะเป็นฝีมือของ [องค์กร] เหมือนกัน"
- หลังจากเอสเทลได้ฟังเหตุผลของเจ๊เชร่า เธอก็ตาสว่าง และขอโทษเจ๊เชร่าที่เธอคิดอะไรอย่างไม่ตรึกตรองให้ดีเสียก่อน จากนั้นเอสเทลจึงตัดสินใจอยู่ที่รอเลนซ์เพื่อทำการตรวจสอบหมอกประหลาดนี้ค่ะ
- รับงานตรวจสอบหมอกประหลาด โดยไอน่าจะให้เราไปตรวจสอบสถานการณ์บนทางหลวงสายต่าง ๆ ในพื้นที่รอเลนซ์ค่ะ
☆เลือกเพื่อนเข้ากลุ่ม 2 คน (เอสเทล และเจ๊เชร่า 2 สาวชาวรอเลนซ์ เป็นตัวละครบังคับค่ะ)☆
| ตรวจสอบอาณาเขตหมอกหนาทึบ 『濃霧の範囲を調査』 (BP3) |
เมืองรอเลนซ์ 『ローレント市』
- ตรวจสอบอาณาเขตที่หมอกกระจายไปถึง บนทางหลวงต่าง ๆ ในพื้นที่รอเลนซ์ดังนี้ค่ะ
(1) ทางหลวงเอรีซ
(2) ทางหลวงมิลฮี
(3) เส้นทางภูเขามัลก้า
- นอกจากนั้น เอสเทลจะขอเพื่อน ๆ ให้ลองไปดูสภาพบ้านของเธอว่า เป็นยังไงบ้าง และถือโอกาสแนะนำบ้านที่เธออยู่ไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ
☆ทั้ง 4 ที่ข้างต้น (รวมบ้านเอสเทลด้วย) เพื่อน ๆ จะเริ่มสำรวจจากที่ไหนก่อนก็ได้ค่ะ☆
(26) แหวนหมั้นที่หายไปบนท้องฟ้า
(27) เสาะหาสถานที่ตกปลา
(28) ประกาศจับสัตว์ปิศาจบนทางหลวงเอรีซ
(29) ประกาศจับสัตว์ปิศาจบนทางหลวงมิลฮี
★คุยกับลุง "เอลเกอร์" 『エルガー』 ที่ "บริษัทค้าอาวุธเอลเกอร์" ลุงแกจะบอกว่า ได้ยินมาจากไอน่าแล้วว่า ทั้งเอสเทล ทั้งเชราซาร์ดตั้งใจทำงานมาก ๆ เลย แถมเอสเทลยังได้เป็นเบรเซอร์อย่างทางการแล้วด้วย ทั้ง ๆ ที่ออกจะเกลียดการทำข้อสอบแท้ ๆ เอสเทลจะรีบเปลี่ยนเรื่องไปในทันทีค่ะ
(จริง ๆ แล้วการทดสอบเบรเซอร์นั้น เจ๊เชร่าได้บอกกับลุงเอลเกอร์ว่า เน้นไปด้านการใช้เทคนิคลงพื้นที่จริงเสียมากกว่าค่ะ เอสเทลก็เลยสอบผ่านมาได้)
ลุงเอลเกอร์จะถามเอสเทลว่า ได้ข้อมูลของโยชัวร์บ้างหรือยัง เพราะว่าตั้งแต่ตอนที่คาซิอุสมาบอกเรื่องโยชัวร์หายไป เขาก็เป็นห่วงทั้งโยชัวร์ ทั้งเอสเทลมาก ๆ ค่ะ แต่เห็นเอสเทลสบายดี ก็เลยโล่งใจไปได้เปราะหนึ่ง และบอกให้เอสเทลโผล่ไปให้ "สเตล่า" เห็นหน้าบ้างค่ะ
★คุยกับป้า "สเตล่า" 『ステラ』 บนชั้น 2 ป้าแกจะดีใจมาก ๆ ที่ได้เจอเอสเทล รวมทั้งเชราซาร์ดด้วย ป้าสเตล่าบอกว่า พอได้ยินเรื่องของโยชัวร์ก็เป็นห่วงมาก ๆ เลย แต่เห็นเอสเทลพยามมาจนขนาดนี้ ก็พอจะโล่งใจไปได้บ้างค่ะ แล้วป้าแกจะจ้องเอสเทลไม่วางตา เพราะเห็นว่า เอสเทลเปลี่ยนมาใส่กระโปรงแล้ว จนอดไม่ได้ที่จะชมเอสเทลว่า น่ารักมาก ๆ ค่ะ และก็หันไปชมเจ๊เชร่าด้วย ที่มีเซ้นส์ในการเลือกเสื้อผ้าดีมาก ๆ แถมป้าแกพูดไปร้องไห้ไปด้วยความตื้นตัน ที่เห็นเอสเทลดูเป็นผู้หญิงขึ้นมาแล้วค่ะ
(ปกติเอสเทลจะไม่ค่อยใส่ใจ แปรงฟัน ล้างหน้า ซักเท่าไร เอาแต่ทะโมน ๆ ตกปลา จับแมลง ไปวัน ๆ ซึ่งป้าสเตล่าก็จะคอยบ่นคอยเตือนเอสเทลมาตั้งแต่เด็กเป็นประจำค่ะ)
★คุยกับ "รินอน" 『リノン』 ที่ "ร้านสารพัดอย่างรินอน" เขาจะรู้เรื่องที่เอสเทลไปฝึกตนที่สถานที่ฝึกซ้อมมาค่ะ และบอกเอสเทลว่า อย่าดูถูกเน็ตเวิร์กของที่นี่สิ (สัจธรรมแบบบ้านนอก ใครทำอะไรรู้หมดเลย) รินอนจะรู้สึกว่า หมอกนี่ไม่ธรรมดา และบอกให้เอสเทลกับเชราซาร์ด ทำงานระวัง ๆ ด้วยค่ะ หากคุยกับรินอนอีกครั้ง เขาจะบอกว่า แม่เขาเพิ่งกลับมาจากนครหลวง แต่พาสาวน้อยที่เขาไม่รู้จักมาด้วย ซึ่งแม่เขาบอกว่า เพิ่งรู้จักกับสาวน้อยคนนั้นบนเรือประจำทางค่ะ รินอนก็ได้แต่คิดว่า ไม่รู้ว่าแม่กำลังหาคู่แต่งงานให้เขาอีกหรือเปล่า แต่ยังไงเขาก็ยังไม่อยากแต่งงานนะ
- อย่าลืมซื้อ "ลีเบร์ลสาร ฉบับ 6" ที่ร้านของรินอนด้วยนะคะ ลงข่าวเรื่องคาโนเน่ และการร่วมลงนามสนธิสัญญาไม่ทำสงคราม ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ด้วยค่ะ
★หากขึ้นไปคุยกับ "คุณป้าบลูม" 『ブルーム婆さん』 ป้าบลูมจะบอกว่า เห็นสาวน้อยคนนี้น่าสงสาร เพราะกำลังลำบาก ที่เรือประจำทางหยุดออกบินชั่วคราวเพราะมีหมอกลงจัด ก็เลยให้มาอาศัยอยู่ที่บ้าน จนกว่าเรือประจำทางจะออกบินได้เหมือนเดิมค่ะ ส่วน "คิดดี้" 『キディ』 ก็บอกว่า ถ้าไมได้คุณป้าบลูม ก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน เธอจึงอยากตอบแทนด้วยการช่วยงานอยู่ที่นี่ จนกว่าเรือประจำทางจะออกบินได้ค่ะ แถมเรื่องขายของเธอก็มั่นใจมากด้วย เพราะว่าเธอทำงานประจำอยู่ที่ห้างเอเดลในนครหลวงอยู่แล้วค่ะ
★ที่ "โรงงานเมลเดิร์ซ" จะพบกับ "ฟรายดี้" 『フライディ』 ที่กลับมายังรอเลนซ์แล้ว
(เพื่อน ๆ น่าจะจำได้ว่า ฟรายดี้เดินทางไปร่ำเรียนการใช้ออร์บเมนท์รุ่นใหม่ ที่เมืองไซสส์มาค่ะ)
★คุยกับ "เฟท" 『フェイト』 เพื่อนสมัยเป็นทหารของป๋าคาซิอุส ในบ้านทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมือง เขาจะบอกว่า สาขารอเลนซ์มีคนช่วยงานไม่ค่อยจะพอ ไหนจะคุณคาซิอุสที่ออกจากสมาคมไป เชราซาร์ดก็ไม่อยู่ พอเขาเห็นเอสเทลกับเจ๊เชร่ากลับมาก็วางใจได้ค่ะ
★คุยกับ "คลูเซ่" 『クルーセ』 สาวน้อยผู้มีความสามารถเทียบเท่ากับนักข่าวอาชีพ (พูดง่าย ๆ ว่าคุณน้อง ชอบสอดรู้สอดเห็นค่ะ) คลูเซ่จะบอกว่า ได้ยินเรื่องของโยชัวร์แล้ว จากการวิเคราะห์ของเธอ คิดว่าโยชัวร์คงได้รับคำสั่งลับจากสมาคม ให้ไปต่อสู้กับกลุ่มคนไม่ดีแน่นอน (ถึงจะถูกบางส่วน แต่เอสเทลก็ต้องสะอึกกับความเฉียบแหลมของคลูเซ่ค่ะ)
★คุยกับ "ริจจ์" 『リッジ』 เบรเซอร์ประจำสาขารอเลนซ์ ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หอนาฬิกา เขากำลังทำงานคุ้มภัยให้กับนักเดินทาง ที่มีเรื่องด่วนต้องรีบกลับไปยังนครหลวงค่ะ พวกเอสเทลจะให้กำลังใจริจจ์ด้วยนะคะ
☆อย่าลืมไปคุยกับ "เซร่า" 『セーラ』 บนชั้น 2 ของบ้านที่อยู่ข้าง ๆ บาร์อาเบนด์ด้วยนะคะ เธอจะมอบ "แจ็คนักเสี่ยงโชค เล่ม 6" ที่กำลังจะทิ้งให้กับเราค่ะ
★คุยกับ "ลุค" 『ルック』 กับ "แพ็ต" 『パット』 พอพวกเขาเห็นเอสเทลแล้ว ลุคถึงกับดีใจจนออกนอกหน้าเลยล่ะค่ะ เอสเทลเลยแซวไปว่า "คิดถึงชั้นใช่ไม๊ล่า" ลุครีบแก้เขินบอกว่า ไม่ใช่แบบนั้นซักหน่อย แค่ตกใจที่ จู่ ๆ ก็ได้เจอค่ะ แต่แพ็ตดันบอกไปด้วยความใสซื่อว่า "อ้าว ลุคไม่ได้รอพี่สาวอยู่หรอกเหรอ?" เอสเทลก็เลยรู้ว่าลุคแกล้งทำเป็นไม่ดีใจค่ะ เธอเลยบอกให้ลุคอ้อนเธอให้เต็มที่เลยค่ะ แน่นอนว่าลุคต้องปฏิเสธ (ด้วยความเขิน) แล้วแก้เขินให้เอสเทลมาดวลดาบกับเขาแทนค่ะ นอกจากนั้น เอสเทลยังบอกให้พวกลุครีบกลับเข้าไปอยู่ในบ้าน เพราะหมอกลงจัดมากเดี๋ยวจะเป็นอันตราย แต่ลุคไม่ฟังและบอกว่า ถ้าเอาแต่อยู่ในบ้าน เพราะกลัวหมอกแค่นี้ มันไม่เท่ห์ค่ะ เอสเทลเลยยกเหตุการณ์ที่หอคอยหยกขึ้นมา และบอกลุคว่า ก่อนที่จะทำเท่ห์ให้สมกับเป็นผู้ชาย ก่อนอื่นก็อย่าทำให้ใครต่อใครเป็นห่วงค่ะ ดังนั้น ลุค กับแพ็ตก็เลยสัญญาว่า จะกลับเข้าบ้านก่อนที่จะมืดค่ะ
(แต่ลุคก็ยังดื้อจะดวลกับเอสเทลอยู่ดีนั่นแหล่ะ)
★คุยกับ "ฟอล์คเนอร์" 『フォークナー』 ที่บาร์อาเบนด์ เจ๊เชร่าจะขู่เขาว่า คิดถึงเธออยู่ใช่ไม๊ ช่วงที่เธอไม่อยู่ คงจะดื่มด่ำไปกับไอน่าสินะ ฟอคเนอร์จะกลัวจนพูดไม่ออกเลยล่ะค่ะ
(ฟอคเนอร์กลัวพวกคอทองแดง อย่าง 2 สาว ไอน่า & เชร่า มาก ๆ ค่ะ และถ้าพาโอลิเวียร์มาด้วย โอลิเวียร์จะบอกว่า เขาเข้าใจความรู้สึกของฟอคเนอร์ได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ)
หากคุยกับฟอคเนอร์อีกครั้ง เขาบอกว่าถ้าคุณเชราซาร์ดกับคุณไอน่ามาดื่ม เขาจะขอลางานหนีไปซัก 2 - 3 วันค่ะ (ถึงกับใช้มุขนี้เลยแฮะ)
★คุยกับ "เอลิซซ่า" 『エリッサ』 เพื่อนสนิทเอสเทล เธอจะดีใจที่เอสเทลกลับมาแล้วค่ะ และก็ชมเอสเทลเสียยกใหญ่ว่า ไปถึงต่างประเทศแล้วคงจะเป็นเบรเซอร์ระดับประเทศไปแล้วสินะ
(เอสเทลบอกเอลิซซ่าว่า แค่ไปฝึกตนที่ต่างประเทศเอง ไม่ยิ่งใหญ่ถึงขนาดนั้นค่ะ)
เอลิซซ่าจะสังเกตเห็นเอสเทลใส่กระโปรง เอสเทลเลยเขิน ๆ ถามว่า ดูแปลก ๆ ไม๊ แต่เอลิซซ่าบอกว่าดีไซน์เหมาะกับเอสเทลมาก ๆ ค่ะ เอลิซซ่ายังให้กำลังใจเอสเทล เรื่องของโยชัวร์ด้วยนะคะ
(ทุกคนในเมืองรู้ว่าโยชัวร์หายตัวไป เพราะป๋าเป็นคนบอกค่ะ แต่ป๋าไม่ได้บอกเหตุผลที่โยชัวร์หายไปนะคะ)
★คุยกับลุง "เด็ซเซล" 『テッセル』 พ่อของเอลิซซ่าที่เป็นเชฟและโอนเนอร์ของบาร์ อาเบนด์ เขาจะบอกว่าเมนูอาหารที่เอลิซซ่าคิด ช่วยทางร้านได้มากเลยค่ะ
★คุยกับป้า "โทลต้า" 『トルタ』 แม่ของเอลิซซ่า บนชั้น 2 ป้าโทลต้าจะบอกว่า เอลิซซ่าคิดถึงเอสเทลมาก ๆ เลย
★หากไปคุยกับ "อลัน" 『アラン』 ประชาสัมพันธ์ของท่าเทียบเริอเหาะ พอเขาเห็น "knee sock" (ถุงเท้ายาวคลุมเข่า) ของเอสเทล (ไม่ดูหน้า แต่ดันดูช่วงขาเนี่ยนะ) เขาจะให้คะแนนเอสเทลที่ดูสมหญิงขึ้นมาถึง 90 คะแนนค่ะ เอสเทลนั้น ค่อนข้างเหนื่อยหน่ายกับพฤติกรรมเหล่สาวของอลัน ที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยค่ะ
(ในกรณีที่ใช้ "เจ๊เชร่า" นำกลุ่มเข้ามา อลันจะระทวยกับเสื้อผ่าอกที่ให้ความรู้สึกเซ็กซี่โดยเฉพาะเสื้อผ้าชิ้นด้านล่าง และคะแนนที่ให้เจ๊ก็คือ 97 คะแนนค่ะ แต่เจ๊เชร่าบอกว่าไม่ใช่ 100 คะแนนหรอกเหรอซะงั้นอ่ะค่ะ)
(ในกรณีที่ใช้ "คลอเซ่" นำกลุ่มเข้ามา อลันจะระทวยกับ "High sock" สีน้ำเงินและเครื่องแบบนักเรียนกระโปรงสั้นสีขาว และคะแนนที่เขาให้คลอเซ่ไปคือ 100 คะแนนเต็มค่ะ! แต่คลอเซ่รู้สึกลำบากใจมากว่าจะดีใจน่ะสิคะ)
(ในกรณีที่ใช้ "ทีต้า" นำกลุ่มเข้ามา อลันจะระทวยกับผมสีฮันนี่บลอนด์และดวงตาสีฟ้าราวกับทะเลกลางฤดูร้อน และให้คะแนนทีต้า 80 คะแนนโดยเผื่อไว้สำหรับอนาคตที่เธอจะเติบโตขึ้นมาอีกนิดค่ะ แต่ทีต้ากลัวอลันขึ้นมาเลยค่ะ)
★หากไปคุยกับ "นายกเทศมนตรีคลาอุส" 『クラウス市長』 จะรู้ว่าคลาอุสต้องไปยังนครหลวง ในฐานะผู้นำเมืองรอเลนซ์ค่ะ แต่เพราะต้องการดูสถานการณ์ที่หมอกลงจัด เลยเลื่อนการเดินทางให้ช้าลงไปค่ะ แต่ถึงยังไงเรือประจำทางก็ยังใช้ตอนนี้ไม่ได้อยู่ดี ดังนั้น หากเขามีข้อมูล หรือเรื่องไว้วานอะไรจะติดต่อไปยังสมาคมเองค่ะ (ในกรณีที่พา "คลอเซ่" มาด้วย คลาอุสจะถวายความเคารพองค์หญิงคลอเดียค่ะ)
บ้านตระกูลไบรท์ 『ブライト家』
- เอสเทลจะชวนเพื่อน ๆ ไปดื่มชาในบ้าน แต่เจ๊เชร่าเห็นหน้าต่างห้องใต้หลังคาเปิดอยู่ จึงบอกให้เอสเทลรีบขึ้นไปปิดก่อนที่หมอกจะเข้าไปในบ้าน ส่วนน้ำชาเจ๊แกจะเป็นคนชงเองค่ะ ซึ่งเพื่อน ๆ จะรู้สึกว่าเจ๊เชร่าคุ้นเคยกับบ้านหลังนี้มาก ๆ เลย
- อีเวนท์ในอดีต ตอนที่พบกันของเอสเทล และเจ๊เชร่าเมื่อ 10 กว่าปีก่อนค่ะ
เชราซาร์ด "เมื่อ 12 ปีก่อนหน้านี้...... คณะของพวกเราได้เดินทางมาเปิดการแสดงที่รอเลนซ์ ---------- เอสเทลในตอนนั้นน่ะ มีความอยากรู้อยากเห็นอยู่เต็มเปี่ยมแบบไม่กลัวอะไรทั้งนั้นยิ่งกว่าตอนนี้อีกนะ หลังจากการแสดงจบลง ก็มาเที่ยวเล่นที่เต๊นท์ของพวกชั้นคนเดียว --------- ......นักแสดงร่อนเร่ในคณะละครสัตว์น่ะ ถ้าจะพูดก็คือ [คนแปลกหน้า] ใช่ไม๊ล่ะ? ตามปกติ คนในท้องถิ่นนอกจากมาชมการแสดงแล้ว ก็ไม่มีใครเข้ามาใกล้พวกเราหรอก ตอนแรก ๆ ทุกคนในคณะก็ลังเลอยู่....... แหม แต่ถึงยังไงก็เป็นเด็กที่ไม่กลัวอะไรเลยนี่นะ มาเที่ยวเล่นทุกวัน ๆ เข้า แป๊ปเดียวก็ที่เป็นที่ชื่นชอบของทุกคนไปซะแล้วล่ะ แน่นอนว่ารวมชั้นด้วยนะ --------- แล้วมีอยู่วันหนึ่ง ที่เอสเทลต้องกลับบ้านหลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว...... ชั้นก็เลยต้องไปส่งเอสเทลที่บ้าน ตอนที่ได้รู้จักกับ------- อาจารย์คาซิอุสและคุณเรน่า คุณแม่ของเอสเทลก็เป็นช่วงนั้นแหล่ะ"
- เพื่อน ๆ จะไม่แปลกใจกับนิสัยที่ไม่กลัวใครของเอสเทล ที่มีมาตั้งแต่เด็ก (เพราะตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่) ถ้าเป็นทีต้า กับคลอเซ่จะเอ่ยปากชมเอสเทลซะด้วยซ้ำค่ะ
เอสเทล "อะ อ๊ะฮ่าฮ่า...... จำไม่ค่อยได้หรอกนะ ก็ตอนนั้นเพิ่งจะ 4 ขวบเอง...... แต่ว่า ตั้งแต่ตอนนั้น ทุกคร้งที่เจ๊เชร่ามาเปิดการแสดงที่รอเลนซ์ ก็จะมาเที่ยวที่บ้านของชั้นอยู่เรื่อยเลยล่ะ"
เชราซาร์ด "หึหึ จริงด้วยสินะ"
- จากนั้น เพื่อน ๆ จะสงสัยว่า ทำไม นักแสดงร่อนเร่อย่างเจ๊เชร่า ถึงกลายมาเป็นเบรเซอร์ได้
เชราซาร์ด "......เพราะมีเรื่องต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมายน่ะ --------- ตอนที่ตัดสินใจว่าจะมาเป็นเบรเซอร์ เมื่อ 8 ปีก่อน ชั้นก็เลยไปขอร้องอาจารย์คาซิอุส ตั้งแต่นั้นมาก็อยู่ที่ลีเบร์ลมาตลอดเลยน่ะ"
- หลังจากนั้น เพื่อน ๆ จะถามพวกเอสเทลว่า โยชัวร์ได้อยู่ตอนนั้นแล้วหรือยัง
เอสเทล "อะ เปล่าหรอก...... ตอนที่รับโยชัวร์เข้ามา ก็หลังจากนั้นประมาณ 3 ปีล่ะมั๊ง --------------- เป็นช่วงที่เจ๊เชร่าเดินทางไปรอบ ๆ ราชอาณาจักร เพื่อมุ่งสู่การเป็นเบรเซอร์อย่างทางการสินะ?"
เชราซาร์ด "ใช่ เป็นอย่างนั้นแหล่ะจ้ะ ---------- พอกลับมาจากการเดินทาง จู่ ๆ ก็มาแนะนำเด็กผู้ชายที่ไม่รู้จักให้กับชั้นน่ะ ตกใจนิด ๆ เลยล่ะ"
- จากนั้น พวกเอสเทลก็คุยเรื่องสัพเพเหระกันไป ดื่มน้ำชากันไปค่ะ
☆เราสามารถมาที่บ้านตระกูลไบรท์ แล้วใช้เตียงในห้องของเอสเทลหรือของโยชัวร์ นอนพักผ่อนเพื่อฟื้นพลังได้นะคะ☆
- จากนั้น ให้ไปสำรวจบนทางหลวงทั้ง 3 ที่ได้เลยค่ะ พวกเราจะพบจุดที่หมอกกระจายตัวมาถึง ห่างจากตัวเมืองเพียงเล็กน้อยค่ะ
★หลังจากสำรวจบนทางหลวงเอรีซแล้ว ระหว่างทางในตอนกลับเข้าไปในเมือง จะพบกับ "ริจจ์" 『リッジ』 ที่กำลังทำงานคุ้มภัย ไปส่งนักเดินทางที่นครหลวงค่ะ
★ตอนไปสำรวจบนทางหลวงมิลฮี อย่าลืมแวะไปคุยกับเพื่อนเก่า "ทีโอ" 『ティオ』 ที่ไร่เพอเซลด้วยนะคะ ทีโอจะชมเอสเทลว่า เหมาะกับชุดใหม่มาก ๆ ค่ะ ซึ่งทีโอจะให้กำลังใจเอสเทลในเรื่องของโยชัวร์ ที่เธอฟังมาจากเอลิซซ่าด้วยค่ะ หากคุยกับทีโออีกครั้ง เธอจะบอกว่าน้อง ๆ ของเธอ อยากเจอโยชัวร์มาก หากเสร็จงานแล้ว ก็ให้มาเที่ยวที่นี่พร้อมกันทั้งเอสเทลและโยชัวร์นะ
★คุยกับฝาแฝด "วิล" 『ウィル』 และ "เชล" 『チェル』 วิลเห็นเอสเทลมา ก็นึกว่าจะมาเล่นกับพวกเขา พอรู้ว่ามาทำงานก็เลยแสดงอารมณ์เบื่อไปตามระเบียบ ส่วนเชลจะคิดถึงโยชัวร์มาก ๆ ค่ะ
★คุยกับ "ฟลันซ์" 『フランツ』 และ "ฮันนา" 『ハンナ』 พ่อแม่ของพวกทีโอ เขาจะดีใจที่ได้เจอเอสเทลและก็เจ๊เชร่าค่ะ และพวกเรายังทราบว่า พวกเขาได้รับความเดือดร้อนจากหมอกที่ลงจัดนี่มาก โดยเฉพาะเวลาเดินทางไปเมืองรอเลนซ์ เพื่อส่งพวกผักผลไม้น่ะค่ะ (ความทุกข์ของชาวไร่)
★หากไปคุยกับ "หัวหน้ากองแอสตอน" 『アストン隊長』 (พ่อของลุค) ในด่านที่สะพานเวรูท เขาบอกว่า เพราะคดีที่สลัดอากาศชิงยานไป ดังนั้น ทางกองทัพก็เลยมีคำสั่งลงมาว่า ในช่วงนี้ ต้องตรวจคนที่เข้า-ออกด่านไปให้เข้มขึ้น เพื่อความมั่นใจว่า จะไม่มีคนร้ายแฝงตัวหลบหนีไปค่ะ แต่ตัวแอสตอนเอง เป็นห่วงเรื่องหมอกที่ลงจัดผิดปกติ จนถึงต้องหยุดการเดินเรือเหาะประจำทางมากกว่า พอรู้ว่าพวกเอสเทลกำลังตรวจสอบหมอกนี่อยู่ ก็เลยขอร้องว่าหากได้เรื่องแล้วก็ให้ติดต่อไปที่กองทัพด้วยค่ะ
- เมื่อสำรวจครบทั้ง 3 ที่ และแวะไปที่บ้านตระกูลไบรท์แล้ว ก็ให้กลับไปรายงานผลกับไอน่าที่สาขาได้เลยค่ะ
เมืองรอเลนซ์ 『ローレント市』
- เมื่อเข้ามาพวกเราจะได้ยินเสียงกระพรวนดังกังวาน แต่ไม่รู้ทำไมเจ๊เชร่าถึงได้เหม่อลอย เมื่อได้ยินเสียงกระพรวนนั้นค่ะ
- รายงานผลกับ "ไอน่า" ค่ะ
- พวกเราจะยังสรุปที่มาของหมอกนี่ไม่ได้เลย รู้แต่เพียงว่า อาณาเขตที่หมอกกระจายไปอย่างไม่มีรูปแบบนี่ น่าจะมาจากแรงลมมากกว่า
(เอสเทลยังบ้าจี้ ไปถามทีต้าว่า ดร. รัซเซล มี [เครื่องกำจัดหมอก] ให้ยืมรึเปล่า ด้วยนะคะ แต่ทีต้าบอกว่า คุณตาของเธอประดิษฐ์แต่ [เครื่องกำจัดความชื้น] เท่านั้นเอง และมันก็ใช้กับหมอกไม่ได้ด้วย)
- จากนั้น พวกเราจะลงความเห็นกันว่า หากเหตุการณ์นี้เป็นฝีมือของ [องค์กร] จริง มันก็ดูครึ่ง ๆ กลาง ๆ ยังไงก็ไม่รู้ แต่ก็เป็นไปได้ว่า หมอกที่พวกเราเห็นนั้น พวกองค์กรอาจใช้เป็นข้อความเพื่อสื่ออะไรบางอย่าง เหมือนกับการทดลองที่พวกเราเจอกับเหล่าผู้ดำเนินแผนการ ในแต่ละเหตุการณ์ที่ผ่านมาก็เป็นได้ ดูเหมือนว่าเจ๊เชร่า จะรู้สึกถึงความผิดปกติของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วยค่ะ
- "นายกเทศมนตรีคลาอุส" 『クラウス市長』 วิ่งกระหืดกระหอบมาบอกพวกเราว่า
นายกเทศมนตรีคลาอุส "......เมื่อกี๊นี้ ริต้าคุงที่บ้านฉัน จู่ ๆ ก็ล้มลงไป แล้วก็ดูเหมือนว่าจะมีชาวเมืองคนอื่นที่จู่ ๆ ก็ล้มลงไปเหมือนกันด้วย"
| ตรวจสอบคดีหมดสติ 『昏睡事件の調査』 {BP3(+6)} |
โบสถ์รอเลนซ์ 『ローレント教会』
- "หัวหน้าบาทหลวงดีไวน์" บอกกับพวกเราที่มาสอบถามข้อมูลว่า เขาได้ลองไปตรวจดูตามบ้านต่าง ๆ แล้วพบว่า ทุกคนมีอาการแบบเดียวกันหมด ไม่มีความผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้นกับร่างกาย ไม่ว่าจะจังหวะของการหายใจ หรือการกลอกไปมาของลูกตาดำ ดูเหมือนเป็นแค่การหลับลึก ที่เรียกเท่าไรก็ไม่ตื่นเท่านั้นเอง แต่ถ้าปล่อยให้พวกเขานอนต่อไป ร่างกายก็จะอ่อนแอลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก ตอนนี้ยังระบุที่มาไม่ได้ แต่หัวหน้าบาทหลวงดีไวน์รู้สึกว่า เหมือนกับมีอะไรมาหน่วงเหนี่ยวดวงวิญญาณของพวกเขา ไม่ให้มีสติกลับคืนมาค่ะ
- เจ๊เชร่า จะเสนอให้ลองไปสอบถามพวกญาติของคนที่สลบไป เผื่อจะรู้ต้นเหตุของอาการหลับลึกก็เป็นได้ค่ะ และนายกเทศมนตรีคลาอุส จะทำเรื่องไว้วานอย่างเป็นทางการ ให้ทางสมาคมช่วยตรวจสอบเหตุการณ์นี้ด้วยค่ะ
เมืองรอเลนซ์ 『ローレント市』
- จากเหตุการที่เกิดขึ้น พวกเราเริ่มมั่นใจมากขึ้นว่า [องค์กร] จะเป็นคนลงมือกระทำให้เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ บางที อาจเป็นข้อความเพื่อสื่ออะไรบางอย่างให้เราก็เป็นได้
(30) ตามหาเหมียวหลงทาง **หากเลยช่วงนี้ไป ซับเควสต์นี้จะหายไปค่ะ**
- ให้แวะไปตามบ้านทั้ง 4 คนที่หลับไป เพื่อสอบถามรายละเอียดจากญาติ ๆ ของพวกเขาค่ะ
(1) คุณริต้า เมดของคฤหาสน์นายกเทศมนตรี
- คุยกับ "คุณนายมิเรนุ" 『ミレーヌ夫人』 ข้อมูลที่ได้คือ ช่วงเวลาที่ริต้าล้มลงไปคือ เวลาก่อน 5 โมงเย็น ซึ่งคุณนายมิเรนุเห็นริต้าล้มลงอยู่หน้าประตู ในตอนที่เธอเดินออกมาจากห้องครัว หลังจากเตรียมเครื่องปรุงอาหารเสร็จ ซึ่งเวลาที่ใช้เตรียมอาหารนั้น คุณนายมิเรนุบอกคร่าว ๆ ว่า น่าจะประมาณ 30 นาทีค่ะ นอกจากนั้น ยังมีเรื่องประหลาดก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นก็คือ คุณนายมิเรนุได้ยินเสียงกระพรวนเบา ๆ ตอนที่เธอเตรียมอาหารอยู่ในห้องครัวด้วยค่ะ
★หากไปคุยกับ "นายกเทศมนตรีคลาอุส" เขาจะบอกพวกเราว่า เขายกเลิกการเดินทางไปที่นครหลวงแล้วค่ะ ถึงแม้จะเป็นการไม่บังควรต่อองค์ราชินี ที่ไม่เดินทางไปร่วมพิธีลงนาม ซึ่งถือเป็นหน้าที่อย่างนึงของนายกเทศมนตรี แต่ตอนนี้ เขาไม่อาจละทิ้งเมืองและชาวเมืองที่กำลังประสบปัญหาไปได้ ถึงแม้จะมีพระกระแสรับสั่งขององค์ราชินีลงมาก็ตามค่ะ
(รักชาวเมือง มากกว่าชีวิตความเป็นอยู่ของตนเอง น่านับถือจังเลยค่ะ)
(2) คุณป้าโทลต้า บาร์ อาเบนด์
- คุยกับ "เอลิซซ่า" 『エリッサ』 บนชั้น 2 ข้อมูลที่ได้คือ ช่วงเวลาที่แม่ของเธอล้มลงไปคือ ประมาณ 5 โมงเย็น เป็นช่วงที่เอลิซซ่ากับแม่ของเธอ กำลังช่วยกันเก็บกวาดโต๊ะเก้าอี้ตรงเทอร์เรสอยู่ค่ะ ซึ่งมีอยู่ช่วงหนึ่ง พ่อของเธอเรียกเข้าไปในบาร์ พอกลับออกมาก็เห็นแม่หลับอยู่บ
Blog-map