空の軌跡SC - Chapter 3 งานเลี้ยงน้ำชาประหลาด
posted on 09 Aug 2007 19:04 by gin-no-ishi in Walkthrough第三章 狂ったお茶会
บทที่ 3 งานเลี้ยงน้ำชาประหลาด
จดหมายข่มขู่ทั้ง 9 ฉบับถูกส่งไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการร่วมลงนามใน [สนธิสัญญาไม่ทำสงคราม] ซึ่งกำลังจะมีขึ้น ณ ราชคฤหาสน์เอลเบ
พวกเอสเทลได้ทำการตรวจสอบที่มาของจดหมายและค้นหาพ่อแม่ของ "เร็น" เด็กสาวที่เอสเทลรับฝากเอาไว้
แต่แล้ว จู่ ๆ ก็ได้รับเชิญให้เข้าร่วม [งานเลี้ยงน้ำชา] อันแปลกประหลาด
หรือเหตุการณ์ในครั้งนี้ จะมีความเกี่ยวข้องกับ [งูกินหาง] อีกงั้นเหรอ!!?
Walkthrough Chart - Main Quest
ค่ายเรสตอน 『レイストン要塞』
- เรือเหาะโรงงาน [หมายเลขไลฟ์นิท] 『ライプニッツ号』 ลงจอดที่ลานเทียบเรือเหาะค่ายเรสตอน เพื่อทำการซ่อมบำรุงยานลาดตระเวนความเร็วสูง [อัลเซยู] 『アルセイユ』 ตามกำหนดการ
หัวหน้าซ่อมบำรุงกุสตาฟ "โอ้ ดูเหมือนว่าอัลเซยูจะมาถึงก่อนแล้วนะ ก๊าก ---- จะดูกี่ทีกี่ทีก็เป็นเรือเหาะที่ทำให้ตื่นเต้นได้อยู่เรื่อย ๆ เลยนะเนี่ย"
เฟย์ "จริงด้วยค่ะ...... ตกหลุมรักซะแล้วสิเนี่ย ถ้าได้ซ่อมบำรุงเรือเหาะแบบนี้ทุกวันแล้วล่ะก็ ถือเป็นโชคดีสุด ๆ ของช่างซ่อมบำรุงเลยนะคะ"
หัวหน้าซ่อมบำรุงกุสตาฟ "เหอะ นั่นมันคำพูดของชั้นต่างหาก"
- "ไง หัวหน้าซ่อมบำรุงกุสตาฟ มีงานรัดตัวแท้ ๆ แต่ยังอุตส่าห์มาช่วยอีกนะ" เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจากอีกด้าน
หัวหน้าซ่อมบำรุงกุสตาฟ "ไง พันโทซีด เป็นนายออกมารับอีกแล้วเรอะ ไม่ใช่ว่าออกจากการเป็นหัวหน้ากองกำลังรักษาความปลอดภัยไปแล้วเหรอไง?"
พันโทซีด "ฮะฮะ ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก ที่จริงแล้ว หลังจากนี้มีกำหนดการที่จะต้องออกบินไปกับยานรักษาความปลอดภัยพร้อมกับพวกลูกน้อง เพราะอย่างนั้นก็เลยมีเวลาว่างไปจนกว่าจะตระเตรียมอะไรเสร็จ ก็เลยออกมารับเองน่ะ"
หัวหน้าซ่อมบำรุงกุสตาฟ "เหนื่อยหน่อยนะ จริงสิ ได้ยินมาว่าทางนี้ก็เกิดแผ่นดินไหวด้วยไม่ใช่เหรอไง? อัลเซยูคงไม่ได้เสียหายหรอกนะ?"
พันโทซีด "เปล่าหรอก อัลเซยูเพิ่งมาถึงหลังจากเกิดแผ่นดินไหวไปแล้วน่ะ แต่ถึงจะเป็นแผ่นดินไหว อัลเซยูที่ติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างครบครันก็ไม่น่าจะได้รับความเสียหายอะไร แล้วสถานที่ตั้งของที่นี่ก็ใช้เพื่อการนั้นอยู่แล้วด้วย"
หัวหน้าซ่อมบำรุงกุสตาฟ "ช่วยได้มากเลยนะนั่น แต่ตอนนี้ชั้นอยากจะรีบ ๆ เริ่มงานไว ๆ แล้ว แล้ว...... พวกหน่วยองครักษ์ไปอยู่ที่ไหนกันซะล่ะ?"
พันโทซีด "อ้อ...... จะนำทางให้นะ ถ้าไปตอนนี้อาจจะได้ดูอะไรที่น่าสนใจก็เป็นได้"
หัวหน้าซ่อมบำรุงกุสตาฟ "หา?"
- ณ สนามฝึกซ้อมของค่ายเรสตอน พรั่งพร้อมไปด้วยเหล่าพลทหารกองทัพราชอาณาจักรและเหล่ากองกำลังรักษาพระองค์
นายพลมอร์แกน "ทั้ง 2 คน เตรียมตัว!"
- "คาซิอุส" และ "ร้อยเอกยูเลีย" จัดอาวุธของตนเตรียมตัวพร้อมประลองฝีมือ
- "เริ่มได้!" นายพลมอร์แกนสั่งเริ่มการประลองด้วยเสียงอันดังลั่น
- "ย๊าาาาาาาาาาาาา" ร้อยเอกยูเลียชิงโอกาสบุกเข้าโจมตีก่อน แต่เธอไม่อาจทำอะไรคาซิอุสได้เลย
ร้อยเอกยูเลีย "คึ......"
คาซิอุส "เป็นอะไรไป!? การเคลื่อนไหวมันส่อให้เห็นกันโต้ง ๆ เกินไปแล้วนะ! ดาบเรียวนั่นน่าจะมีการโจมตีที่ลื่นไหลได้อยู่แล้ว! นึกถึงเรื่องที่เคยสอนให้ออกสิ!"
ร้อยเอกยูเลีย "คะ...... ค่ะ!"
- ร้อยเอกยูเลียเข้าโจมตีคาซิอุสอีกครั้ง
คาซิอุส "ทำได้ดี...... ถ้างั้น ทางนี้ก็จะบุกล่ะนะ!"
- คาซิอุสเริ่มเปิดฉากเข้าโจมตียูเลีย โดยที่ยูเลียทำได้แค่เพียงตั้งรับ แต่เพราะคาซิอุสคอยแนะแนวทางการต่อสู้ให้เธอ ยูเลียจึงพยายามหาโอกาสโจมตีไปด้วยป้องกันไปด้วย
- การประลองดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อรู้ผลแล้ว นายพลมอร์แกนจึงสั่งให้ทั้ง 2 คนหยุดมือ ตามมาด้วยเสียงปรบมือชื่นชมจากเหล่าพลทหารและเหล่าองครักษ์ แม้ร้อยเอกยูเลียจะทำได้ดีแต่ก็ไม่อาจเอาชนะอาจารย์ของเธอได้
คาซิอุส "หึหึ สมกับที่เป็นเธอนะ เมื่อก่อน ตอนที่ชั้นสอนเธอก็แค่หลักการขั้นพื้นฐาน แต่.... ก็อุตส่าห์มาถึงขั้นนี้ได้ด้วยกำลังของตนเอง"
ร้อยเอกยูเลีย "มะ...... ไม่หรอก...... ดิฉันยังอ่อนประสบการณ์ค่ะ......"
นายพลมอร์แกน "เป็นการประลองที่ดี"
ร้อยเอกยูเลีย "ท่านนายพล แต่ว่า......"
นายพลมอร์แกน "บอกตามตรง ไม่คิดว่าเธอจะมาได้ถึงขนาดนี้ ถึงจะเป็นคู่มือระดับที่สมน้ำสมเนื้อกับคาซิอุส แต่ดาบก็คงจะถูกปัดออกจนกระเด็นนั่นแหล่ะ"
ร้อยเอกยูเลีย "ขะ ขอบคุณค่ะ....... แต่ว่า โอกาสเช่นนี้ไม่ค่อยจะมีเท่าไรนัก...... ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะประลองต่อไปจนกว่าฝีมือจะเข้าที่ จะอนุญาตได้หรือไม่คะ?"
นายพลมอร์แกน "หึฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ท่าทางจะฝากฝังได้นะนี่ เอาไงดีล่ะ คาซิอุส?"
คาซิอุส "หึหึ อยากจะประลองกันต่อให้มากกว่านี้เหมือนกัน แต่...... ดูเหมือนว่าจะมีแขกนะครับ"
- คาซิอุสหันไปยังด้านที่พันโทซีดและหัวหน้าซ่อมบำรุงกุสตาฟกำลังเดินเข้ามา กุสตาฟจะรู้สึกทึ่งกับการประลองเมื่อสักครู่มาก
- หลังจากยูเลียและกุสตาฟแนะนำตัวให้กันและกันแล้ว คาซิอุสจะสั่งให้ทหารเลิกแถวเพื่อไปประจำตามหน้าที่ของแต่ละคน ส่วนร้อยเอกยูเลียจะพากุสตาฟไปยังอัลเซยูเพื่อดำเนินการซ่อมบำรุงค่ะ
พันโทซีด "หึหึ...... ยอดเยี่ยมนะครับ หล่อนน่ะ จากนี้ไปคงจะพัฒนาฝีมือไปได้มากกว่านี้แน่"
คาซิอุส "อา ใช่แล้ว ------อีก 1 หรือ 2 ก้าว ก็คงตามนายหรือริชาร์ดทันแล้วล่ะมั๊ง"
นายพลมอร์แกน "ฮืม พอมองคนหนุ่มสาวแบบนั้นแล้ว ร่างกายแก่ ๆ นี่ก็รู้สึกคึกคักขึ้นมาเหมือนกันนะ ------ คาซิอุส หลังจากนี้มาประลองกันหน่อยมั๊ยล่ะ?"
คาซิอุส "ท่านนายพล...... ควรพิจารณาหน่อยนะครับว่ามันไม่เป็นการดีต่ออายุอานามขนาดนั้นเลยน่ะ?"
นายพลมอร์แกน "อึอึก......"
คาซิอุส "เท่าที่ได้ยินมา งานประลองยุทธ์เมื่อปีที่แล้วก็อดปรากฏตัวอย่างยิ่งใหญ่เลยใช่ไม๊ล่ะครับ? อีกเดี๋ยวก็ต้องให้โอกาสคนหนุ่มสาวบ้างแล้วนะครับ"
นายพลมอร์แกน "ฮึ่ม เพราะงั้นก็เลยมอบหมายให้เจ้ารับตำแหน่งผู้บังคับบัญชาไงล่ะ ถ้าพูดถึงขนาดนั้นแล้ว จะให้เจ้าทำงานแบบไม่มีบ่นเลยก็แล้วกันนะ?"
คาซิอุส "โอ๋ยโหย๋ ทำให้เรื่องมันยิ่งแย่ไปกันใหญ่แล้วสิเนี่ยเรา"
พันโทซีด "หึหึ......"
นายพลมอร์แกน "จริงสิพันโทซีด ได้ยินมาว่าวันนี้ต้องออกเดินทางสินะ?"
พันโทซีด "ครับ กำหนดการตอนเที่ยงวัน นำกองร้อย 3 กอง ใช้ยานรักษาความปลอดภัย 2 ลำครับ"
นายพลมอร์แกน "ชั้นจะเข้าร่วมในพิธีลงนามด้วย จนกว่าจะถึงตอนนั้นก็เลยไปไหนไม่ได้ เรื่องปกป้องนครหลวงน่ะ ฝากด้วยนะ"
พันโทซีด "วางใจได้เลยครับ และก็จะขอความร่วมมือไปยังสมาคมเบรเซอร์ด้วย"
นายพลมอร์แกน "อะ อืม...... เพราะมันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เฉพาะคราวนี้ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นล่ะ"
คาซิอุส "หึหึ ดูเหมือนว่าความเกลียดชังกิลด์ของท่านนายพลจะเริ่มหายไปบ้างแล้วนะครับ"
- หน้าค่ายเรสตอนปรากฏร่างของหญิงสาวท่าทางคุ้นตาอำพรางตัวเฝ้ามองห่างออกไป
คาโนเน่ "เซนเซอร์ออร์บเมนท์ที่หอสัญญาณ แล้วยังมีทุ่นระเบิดติดตั้งใต้น้ำอีก ช่างเป็นการป้องกันที่สมบูรณ์แบบจริง ๆ นะ...... ฮึ่ม ช่วยไม่ได้...... อย่างที่พวกนั้นบอก ต้องใช้นั่นอย่างเดียวเท่านั้นสินะ ท่านคะ...... อีกไม่นานค่ะ ยังไงก็ช่วยรอจนถึงตอนนั้นนะคะ"
เมืองไซสส์ 『ツァイス市』
- เลือกเพื่อนร่วมทีมต่อสู้ และไปยังท่าเทียบเรือเหาะเพื่อมุ่งหน้าสู่นครหลวงแกรนเซลค่ะ
☆อย่าลืมแวะไปดูบอร์ดรับงานด้วยนะคะ จะมีซับเควสต์ให้ทำในช่วงนี้ค่ะ ดูรายละเอียดในหัวข้อซับเควสต์ของบทที่ 2 ได้เลยนะคะ☆
★ในกรณีที่ไม่ได้เลือก "โอลิเวียร์" และ "คลอเซ่" หรือ "ทีต้า" เข้ากลุ่มต่อสู้ ลองไปคุยกับโอลิเวียร์บนชั้น 2 ของสาขา (เลือกคำสั่งที่ 2 ไม่เอาเข้ากลุ่ม) จะมีบทพูดของโอลิเวียร์แนว ๆ ว่า จะขอใช้เวลาที่มีอยู่อันน้อยนิดก่อนที่จะขึ้นเรือเหาะอยู่ข้าง ๆ องค์หญิงหรือทีต้าคุงให้ดื่มด่ำไปเลยค่ะ
(เฮ้อ นายเนี่ยน๊า กะเด็กก็ไม่เว้น)
★ถ้าแวะไปคุยกับ "เอลูค" 『エィルク』 ที่ "บริษัทค้าอาวุธสไตน์" จะได้รับทราบว่า ตอนนี้ "บริษัทไลน์ฟอลท์แห่งจักรวรรดิ" 『ラインフォルト社』 และ "บริษัทเวล์นแห่งสาธารณรัฐ" 『ヴェルヌ社』 เป็น 2 ผู้ผลิตปืนออร์บเมนท์รายใหญ่ของทวีปนี้ค่ะ แต่แน่นอนว่าวิทยาการออร์บเมนท์ของ "โรงงานกลางไซสส์ [Ziess Central Factory]" แห่งราชอาณาจักรลีเบร์ลก็ไม่น้อยหน้าใครค่ะ
★คุยกับ "หว่อง" 『ウォン』 เบรเซอร์ประจำสาขาไซสส์ในร้านขายอาวุธนี้ เขาจะบอกว่าดูเหมือน "กุนดอล์ฟ" 『グンドルフ』 ที่ไปช่วยงานที่นครหลวงก็กำลังเดินทางกลับมาที่ไซสส์ค่ะ
(เพื่อน ๆ บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ช่วงนี้เบรเซอร์ขาดแคลนกำลังคนค่ะ เบรเซอร์ประจำสาขาต่าง ๆ จะสลับกันเดินทางไปช่วยเหลือสาขาอื่น ๆ ที่ตัวเองไม่ได้สังกัด เหมือนอย่างพวกเอสเทลในตอนนี้ค่ะ)
★หากไปที่หน้าโรงงานกลางก่อนทางเข้าไปท่าเทียลเรือเหาะ จะพบกับ "กุนดอล์ฟ" ที่ "หน้าร้านเครื่องดื่มพรีแอม" (รถเข็น) ค่ะ เขาจะทักทายเบรเซอร์รุ่นพี่ของเรา (อากัตหรือเจ๊เชร่า) (กรณีของ "เจ๊เชร่า" กุนดอล์ฟ จะบอกว่า "ดูมีเสน่ห์ขึ้นนะ เชราซาร์ด" ด้วยนะคะ) แล้วก็จะหันมาขอบคุณเอสเทลที่มาช่วยงานสาขาไซสส์ในช่วงที่เขาไม่อยู่ค่ะ ซึ่งเราจะบอกเขาไปว่าพวกเรากำลังจะออกเดินทางไปยังนครหลวงเพราะได้รับคำไหว้วานจากทางกองทัพ แต่กุนดอล์ฟบอกว่าตอนที่เขาออกมาจากนครหลวงไม่เห็นจะได้ยินเรื่องอย่างนั้นเลยค่ะ แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นคำไหว้วานหลังจากที่เขาออกเดินทางมาแล้วหรือเปล่า ก็เลยฝากให้พวกเราช่วยดูแลงานที่นครหลวงต่อด้วยค่ะ
★หากไปคุยกับ "ฟรายดี้" ที่โรงงานกลางชั้น 1 เขาจะถามเอสเทลว่าจะกลับไปรอเลนซ์เมื่อไร ซึ่งเอสเทลจะบอกว่ายังไม่รู้ค่ะ เพราะต่อจากนี้พวกเธอต้องไปที่นครหลวงต่อ ซึ่งฟรายดี้บอกว่าเขากำลังจะกลับไปรอเลนซ์ เพราะใกล้จะเรียนวิจัยออร์บเมนท์รุ่นใหม่จบแล้ว และถ้าเอสเทลกลับไปที่รอเลนซ์ก็เชิญที่ร้านเขาได้ทุกเมื่อค่ะ
★หากไปที่ชั้น 2 ห้องเอกสารจะพบ "คอนสแตนเช่" กับ "มิว" (เพื่อนทีต้า) กำลังคุยกันเรื่องหนุ่ม ๆ ในโรงงานกลางค่ะ
★หากไปคุยกับ "ทีเอรี่" ที่ห้องทดลอง บนชั้น 4 เขาจะบอกว่าเด็กใหม่ที่ชื่อ "มิว" น่ารักมาก เขาก็พยายามคิดถึงแต่เรื่องการทดลอง แต่ทำยังไง ๆ ก็ไม่สามารถลบเรื่องสาวน้อยที่ชื่อ "มิว" ออกไปจากหัวได้เลยค่ะ (สะดุดรักกลางโรงงาน)
★หากไปที่ชั้น 2 ห้องหัวหน้าโรงงานจะพบ "หัวหน้าโรงงานเมอร์ด็อกซ์" กับ "ดร. รัซเซล" กำลังคุยกันเรื่องรายงานจากทางกองทัพที่ทำการตรวจสอบเครื่องสร้างภาพเสมือน ที่พวก [งูกินหาง] ใช้ตอนเหตุการณ์ในพื้นที่รูอันค่ะ
ท่าเทียบเรือเหาะ 『発着場』
- คุยกับ "ประชาสัมพันธ์ซีราล" 『ジラール』 ตรงเคาน์เตอร์ หากไม่ลืมอะไรแล้ว ก็เลือกหัวข้อที่ 2 เพื่อเซ็นเอกสารการขึ้นเรือประจำทาง แล้วเตรียมตัวออกเดินทางได้เลยค่ะ
หมายเลขเซชิเรีย 『セシリア号』
- คุยกับทุกคนบนเรือประจำทางค่ะ
◆ในกรณีที่มากับเจ๊เชร่า "โอลิเวียร์" จะดีดลูทให "เจ๊เชร่า" ฟังในห้องชมวิวค่ะ (แน่นอนว่าต้องเป็นเพลงประจำตัวนายติ๊งต๊อง "ความรักสีอำพัน") จากตรงนี้จะรู้ว่าโอลิเวียร์น้อยใจเจ๊แกอยู่นิด ๆ เพราะเขาถึงขนาดเอ่ยปากชวนเจ๊แกไปเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนด้วยกันก็แล้ว เตรียมใจยอมให้มอมเหล้าก็แล้ว แต่กลับได้รับคำปฏิเสธกลับมา แต่เจ๊เชร่าให้เหตุผลว่าเธอไม่ว่างค่ะ และไม่ได้ตั้งใจจะทำให้โอลิเวียร์เมาถึงขนาดที่พูด แค่อยากจะให้โอลิเวียร์ค่อย ๆ ดื่มไปเรื่อย ๆ เท่าที่ตัวเองพอไหวน่ะค่ะ (โห มีส่วนใจดีเหมือนกันนะเจ๊) แต่เอสเทลบอกว่าเจ๊เชร่าก็ดื่มโดยไม่รู้จักให้พอดีเหมือนกันค่ะ ยังไงก็ตามเจ๊เชร่าจะให้โอลิเวียร์เตรียมใจเอาไว้เท่าที่จะดื่มไหว แต่สำหรับไอน่าน่ะไม่แน่ แค่ได้ยินประโยคนี้ โอลิเวียร์ก็สั่นสะท้านไปทั้งตัวเลยค่ะ และบอกว่าอย่าพูดถึงเรื่องนั้นเพราะมันทำให้เขานึกถึงตอนที่ไปรอเลนซ์ครั้งแรกค่ะ
◆คุยกับ "โอลิเวียร์" อีกครั้ง เขาจะบอกว่าเชร่าคุงน่ะ ดื่มมาก ๆ แล้วหน้ายังแดงขึ้นมาบ้าง แต่ไอน่าคุงน่ะ ดื่มเท่าไรสีหน้าก็ไม่เปลี่ยนไปเลย
◆คุยกับ "ทีต้า" และ "คลอเซ่" บนดาดฟ้า ทีต้าจะบอกว่าคุณคลอเซ่เล่าเรื่องตอนงานเทศงานโรงเรียนให้เธอฟังค่ะ เธอก็เลยอยากเห็นตอนพวกเอสเทลแสดงบ้าง คลอเซ่จึงชวนทีต้าไปดูปีหน้าและบอกว่าคงต้องขอร้องให้พวกเอสเทลขึ้นแสดงอีกครั้งแล้วแหล่ะ แล้วเอสเทลจะถามถึงเรื่องพ่อแม่ของทีต้าค่ะ
◆คุยกับ "ทีต้า" อีกครั้ง เธอจะอธิบายถึงเรื่องทำไมลมบนดาดฟ้าไม่พัดเบามาก ทั้ง ๆ ที่ความเร็วสูงขนาดนี้
(แน่นอนว่าสมองระดับเอสเทลจะไม่ค่อยเข้าใจ ส่วนคลอเซ่จะเข้าใจแค่ครึ่งเดียวค่ะ)
◆คุยกับ "คลอเซ่" เธอจะพูดว่าอยากจะเขียนจดหมายไปหาพวก ผอ. เทเรซ่า ค่ะ
◆ในกรณีที่มากับอากัต "อากัต" กับ "ทีต้า" จะนั่งคุยกันอยู่ในห้องชมวิวค่ะ อากัตจะถามไถ่ความรู้สึกของเอสเทลที่ไปฝึกฝนที่ [ลู=ล็อคเคิล] แถมต้องนั่งเรือประจำทางถึงครึ่งวันค่ะ (แต่เอสเทลบอกว่าขึ้นไปนั่ง ก็หลับทันที) ทีต้าได้ฟังแล้วก็อยากจะลองไปต่างประเทศดูซักครั้ง เผื่อจะได้พบคุณพ่อกับคุณแม่ก็เป็นได้ค่ะ อันที่จริงพ่อแม่ของเธอก็ไม่ได้กลับมา 2 ปีแล้ว เอสเทลคิดว่าระยะเวลาขนาดนั้นมันก็นานอยู่เหมือนกัน แต่ทีต้าบอกว่าเธอส่งจดหมายไปหาพ่อกับแม่เดือนละครั้งค่ะ ก่อนหน้านี้ก็เขียนไปเล่าเรื่องของพวกเอสเทลด้วย เอสเทลอยากรู้ว่าพ่อแม่ของทีต้าเป็นคนยังไง ทีต้าจึงเล่าว่า
ทีต้า "แม่เป็นคนที่ร่าเริงและเป็นคนที่ให้ความรู้สึกว่ามีพลังอยู่เต็มเปี่ยม แต่ก็ชอบทะเลาะกับคุณตาประจำเลย แต่ก็ไม่ได้เกลียดกันนะ คุณพ่อน่ะบอกว่าที่พวกเขาทำ ก็เป็นการแสดงความรักของพ่อลูกแบบเด็ก ๆ ก็เท่านั้นเองจ้ะ ส่วนคุณพ่อก็เป็นคนใจดี เป็นห่วงเป็นใยผู้อื่น และก็เคยเป็นเบรเซอร์จนถึงเมื่อ 10 ก่อนด้วยจ้ะ"
(ตรงนี้อากัตก็เคยได้ยินปู่รัซเซลเล่ามาเหมือนกันว่า พ่อของทีต้าเคยเป็นเบรเซอร์ที่เก่งมาก ๆ แต่เพราะได้รับบาดเจ็บจึงล้างมือจากวงการค่ะ)
ได้ยินดังนั้นเอสเทลก็เลยอยากจะเจอบ้าง ทีต้าเลยบอกว่าถ้าพ่อแม่เธอกลับมาจะแนะนำให้เอสเทลรู้จัก รวมทั้งคุณอากัตด้วย อากัตเลยงง ๆ ว่าทำไมต้องแนะนำเขาด้วยล่ะ จากเหตุผลของทีต้าก็เพราะอากัตเป็นเพื่อนที่ดีของคุณตาเธอ และเธอก็เคยเขียนจดหมายเล่าเรื่องของอากัตส่งไปให้พ่อกับแม่อ่านด้วยค่ะ อากัตก็จำยอมแบบเลยตามเลย บอกว่าถ้าเขามีงานที่ต้องแวะมาที่ไซสส์จะเข้าไปทักทายพ่อแม่ของทีต้าก็แล้วกันค่ะ
◆คุยกับ "ทีต้า" เธอจะอธิบายว่าทำไมลมถึงพัดแค่เบา ๆ บนดาดฟ้าของเรือประจำทาง ซึ่งโดยปกติจะต้องพัดแรงมาก ๆ เมื่อเทียบกับระดับความเร็วขนาดนี้ นั่นก็เพราะว่าเป็นผลมาจาก [เครื่อจักรลอยตัว] ที่ทำให้เรือเหาะบินไปบนท้องฟ้าได้ค่ะ เพราะในขณะที่เครื่องจักรทำงานอยู่ จะสร้างสนามพลังต้านแรงโน้มถ่วงขึ้นรอบ ๆ เรือทั้งลำ ทำให้ลมหรือแรงเฉี่อยไม่มีผลค่ะ
(เอสเทลจะถามอากัตเบา ๆ ว่า เข้าใจไม๊ ซึ่งอากัตเองก็ไม่เข้าใจที่ทีต้าอธิบายเหมือกันค่ะ ---ก็ระดับสมองของ 2 คนนี้ มันเท่า ๆ กันน่ะนะ)
ทีต้าเพิ่มเติมอีกว่าเครื่องจักรลอยตัวที่ว่าก็ใช้พลังงานจาก [ออร์เบิลเอนจิ้น (เครื่องยนต์ออร์บเมนท์)] นั่นแหล่ะค่ะ เอสเทลกับอากัตเลยพอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง
◆ส่วน "โอลิเวียร์" จะดีดลูทให้ "คลอเซ่" กับ "ซิก" ฟังบนดาดฟ้าของเรือค่ะ ซึ่งคลอเซ่เหมือนโดนบังคับแกม ๆ ให้ฟังเพลงของโอลิเวียร์ แต่เธอก็ชมจากใจจริงว่าเป็นเพลงที่ไพเราะมาก ๆ ค่ะ โอลิเวียร์เลยได้ใจชวนคลอเซ่ไปฟังเพลงกัน 2 ต่อ 2 หลังจากไปถึงนครหลวงแล้วค่ะ (จีบด่ะจริง ๆ) ซิกส่งสายตาปิ๊งปั๊ง แล้วบินรอบ ๆ ตัวโอลิเวียร์ ทำให้เขามึนไปเลย (คลอเซ่บอกว่า นั่นเป็นการแสดงความรักของซิกค่ะ) แต่ยังไงก็ตามเอสเทลก็ได้ขู่โอลิเวียร์ว่า "ถ้าเป็นคุณยูเลียล่ะก็ ไปพูดจาล้อเล่นแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ" แต่ตาติ๊งต๊องก็ไม่สะทกสะท้านใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ กลับบอกว่า "ถ้ามีโอกาสจะลองหาทางใกล้ชิดดู" ซะอย่างนั้น แต่คลอเซ่บอกว่าอย่าทำเป็นเล่นกับคุณยูเลียจะดีกว่า เพราะว่างานเลี้ยงที่จัดขึ้นในราชวังก่อนหน้านี้ มีพวกผู้ชายเมาเข้ามายุ่มย่ามกับพวกเธอ ยูเลียเอาดาบฟันเสื้อผ้าของคนพวกนั้นขาดจนโป๊หมดเลยค่ะ (เอสเทลกับคลอเซ่ หน้างี้แดงแจ๊ดเลยค่ะ) แค่นั้นแหล่ะโอลิเวียร์ก็อึ้งกิ่มกี่ไปเลย
◆คุยกับ "โอลิเวียร์" นายติ๊งต๊องบ้ายออีกครั้ง นายเนี่ยไม่รู้จักยอมแพ้จริง ๆ (สงสัยจะเป็นข้อดีเพียงหนึ่งเดียว) บอกว่าถึงโป๊ก็จะบรรเลงบทเพลงแห่งรักด้วยลูทนี้ต่อหน้ายูเลียให้ได้
◆คุยกับ "คลอเซ่" อีกครั้ง เธอบอกว่าเหตุการณ์ในคราวนั้น (ที่ฟันเสื้อผู้ชายขาด จนโป๊น่ะค่ะ) มีลงใน "ลีเบร์ลสาร" ด้วย นับแต่นั้นมาไม่ว่าจะเป็นผู้คนในวงสังคมหรือชาวเมืองก็กลายมาเป็นแฟนคลับของคุณยูเลีย แถมจำนวนแฟนคลับ (ผู้หญิง) ยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเสียด้วยสิ
★ไปคุยกับ "จิน" จินจะครุ่นคิดเรื่องในอดีตอยู่คนเดียว (เรื่องของวอลเตอร์) เอสเทลจะถามว่าชายแว่นกันแดดนั่นเป็นคนยังไง
จิน "ไม่ว่าจะพูดยังไงก็เป็น [อัจฉริยะ] เต็มเปี่ยมไปด้วยเซนส์ในการต่อสู้ ประสาทสัมผัสในการตอบรับก็ดีเยี่ยม ทั้งร่างกายที่ทรงพลัง ทั้งความเร็ว แถมยังเป็นผู้ใช้ [ลมปราณ] ที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะด้านไหนก็เป็นสุดยอดในหมู่สุดยอด"
เอสเทล "จะว่าไปการเคลื่อนไหวนั่นก็ยอดเยี่ยมจริง ๆ นั่นแหล่ะ ถ้าพูดถึงกำลังเพียว ๆ กับความเร็วแล้ว อาจจะเหนือกว่าร้อยตรีโรแลนซ์นั่นก็ได้"
จิน "......คงจะเป็นอย่างนั้น เมื่อ 6 ปีก่อนสมัยที่ยังอยู่ในสำนัก ชั้นน่ะ เคยหลงใหลในความแข็งแกร่งของหมอนั่น --------- จนกระทั่งหมอนั่นจัดการ [อาจารย์ริวง่ะ] ด้วยมือของมันเองน่ะ"
เอสเทล "!!! .......อาจารย์ของตัวเอง!?"
จิน "ถ้าจะให้พูด ก็เป็นการประลองที่ทั้ง 2 คนยอมรับนั่นแหล่ะ อาจารย์น่ะมองความมืดมิดในจิตใจของหมอนั่นได้อย่างทะลุปรุโปร่งมาตั้งแต่แต่เมื่อก่อนแล้วล่ะ หลงมัวเมาไปกับพลังอันเปี่ยมล้นของตนเอง ไล่ตามความแข็งแกร่งไม่รู้จักจบสิ้น -------- อาจารย์ว่ากล่าวตักเตือนเรื่องที่เป็นอันตรายแก่พวกเรา สั่งสอนจิตใจแห่งวิทยายุทธ์ เพิ่มพูนจิตใจผ่านการต่อสู้ จิตใจแห่ง [ฝ่ามือรักษ์ชีวี] ของ [สำนักไทโตะ] น่ะ"
เอสเทล "[ฝ่ามือรักษ์ชีวี]...... เท่ห์ไปเลยแฮะ"
จิน "แต่ผลสุดท้าย จิตใจนั่นก็ส่งไปไม่ถึงวอลเตอร์ และแล้วหมอนั่นก็หลงมัวเมาเข้าสู่ด้านมืดแห่งวิทยายุทธ์"
เอสเทล "ดะ ด้านมืดแห่งวิทยายุทธ์......!?"
จิน "เป็นวิทยายุทธ์ที่ไม่ยอมรับว่าเทคนิคการต่อสู้ที่มีได้มาถึงทางตันแล้ว...... ฝ่ามือที่แปรเปลียนตนเองให้กลายเป็นยักษ์ จ้องเอาแต่ชีวิตของอีกฝ่าย กล่าวคือ [ฝ่ามือฆ่าคน] ยังไงล่ะ"
เอสเทล "อ๊ะ......"
จิน "และแล้ว อาจารย์ก็เสี่ยงทำการประลองกับหมอนั่นที่ได้ตัดสินใจลาออกจากสำนักเพื่อที่จะไปไขว่คว้าสิ่งนั้น...... ผลสรุปนำไปสู่การสูญเสียชีวิต...... ......ในฐานะที่ชั้นเป็นแค่คนดูก็ทำได้แต่เพียงเฝ้าดูการประลองเท่านั้น"
เอสเทล "......คุณจิน........."
จิน "แล้วหลังจากเกิดเรื่องอย่างนั้นขึ้น ชั้นก็ออกตามหาวอลเตอร์ที่หายตัวไปเรื่อยมา แต่แล้วก็กลับมาพบกันอีกครั้งที่ลีเบร์ลนี่น่ะ...... นี่อาจจะเป็นการชี้นำของเทพธิดาก็เป็นได้"
- จินเห็นเอสเทลรู้สึกไม่สบายใจจึงขอโทษที่เล่าเรื่องน่าเบื่ออย่างนี้ให้ฟัง เอสเทลจึงถามจินว่า "ที่ตามหาผู้ชายคนนั้นอยู่ ก็เพื่อแก้แค้นให้อาจารย์อย่างงั้นเหรอ?" แต่จินบอกว่าไม่ใช่ค่ะ เพราะนั่นเป็นการประลองที่ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นชอบด้วยกัน เขาไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่าย แต่ที่เขาตามหาวอลเตอร์ก็เพราะอยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง แต่ตอนนี้เขาตั้งใจจะให้ความช่วยเหลือพวกเอสเทลก่อนค่ะ
★คุยกับ "จิน" อีกครั้ง เอสเทลจะบอกกับจินว่าเธอเริ่มจะเข้าใจความสัมพันธ์ของจินกับชายคนนั้นแล้ว แต่คุณคิริก้าเธอยังไม่ค่อยเข้าใจค่ะ ตรงนี้จินไม่สามารถบอกอะไรมากไปกว่านี้ได้ แต่เรื่องเดียวที่บอกได้นั้นก็คือคิริก้าเป็นลูกสาวของอาจารย์ริวง่ะค่ะ นอกเหนือจากนี้จินบอกให้ไปถามจากคิริก้าโดยตรง สักวันเธออาจจะยอมเล่าอะไรให้พวกเราฟังก็เป็นได้ค่ะ
★คุยอีกครั้ง "จิน" จะบอกว่าถ้าไปถึงนครหลวงแล้วจะลองแวะไปที่ "สถานทูตสาธารณรัฐ" ซึ่งเอสเทลพอจะจำทูตหญิงที่ใส่แว่นได้ จินจะบอกว่าถึงท่านทูตเอลซ่าจะไม่ชอบจักรวรรดิ (อย่างเข้าไส้ด้วย) แต่ก็เป็นผู้หญิงที่เก่งมาก ๆ ค่ะ
- หลังจากคุยครบทุกคนแล้ว ให้ตัดฉากก็จะดำเนินเรื่องต่อไปได้ค่ะ
นครหลวงแกรนเซล 『王都グランセル』
- เมื่อมาถึงแล้ว ก่อนที่เราจะไปสอบถามเอลนันเรื่องที่ทางกองทัพจะทำการไหว้วานเหล่าเบรเซอร์นั้น เราจะสังเกตเห็นว่า [อัลเซยู] ที่จอดอยู่ที่นี่ประจำหายไปค่ะ คลอเซ่จะบอกว่ายานอันเซยูไปที่ค่ายเรสตอนเพื่อไปทำการทดสอบเครื่องยนต์รุ่นใหม่ค่ะ ทีต้าเลยนึกขึ้นมาได้ว่าพวกหัวหน้าซ่อมบำรุงกุสตาฟก็บอกว่าจะไปที่ค่ายเรสตอนด้วยเรือเหาะโรงงานค่ะ ถึงรูปร่างภายนอกของอัลเซยูจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเพราะเปลี่ยนเฉพาะเครื่องยนต์ แต่เรื่องความเร็วจะต้องเป็นเรือเหาะที่บินได้เร็วที่สุดในโลกแน่นอนค่ะ
สาขาแกรนเซล 『グランセル支部』
- พบกับ "เอลนัน" ที่ได้อ่านรายงานการทำงานของพวกเราจากรูอันและไซสส์แล้ว จึงขอบคุณเราเป็นอย่างมากค่ะ
(เอสเทลสังกัดอยู่กับสาขานครหลวงค่ะ ลองดูในสมุดจดเบรเซอร์ทางการได้นะคะ)
- ถึงจะเจอกับพวก [องค์กร] แต่เอลนันบอกว่า จากนี้ไปทางสมาคมเริ่มได้รับความร่วมมือจากทางกองทัพมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้ทำงานได้ง่ายขึ้นค่ะ
- ส่วนเรื่องที่ทางกองทัพต้องการปรึกษานั้น เอลนันยังไม่ทราบรายละเอียดใด ๆ เพราะทางนั้นแจ้งมาว่าเนื้อหาที่จะปรึกษานั้น อธิบายผ่านทางเครื่องมือสื่อสารได้ยากค่ะ เป็นไปได้อย่างมากว่าทางกองทัพกลัวที่จะถูกขโมยข้อมูล
(จากคำบอกเล่าของเอลนัน เครื่องมือสื่อสารออร์บเมนท์ก็สะดวกดีอยู่หรอก แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะโดนขโมยข้อมูลได้ง่ายค่ะ สำหรับการติดต่อระหว่างสมาคมด้วยกันก็จะใช้ฟังก์ชั่นแปลงสัญญาณในการป้องกันการขโมยข้อมูล อันที่จริงทางกองทัพก็มีการป้องกันเหมือนกันค่ะ แต่ใช้มาตรฐานการสื่อสารเป็นเอกเทศที่ใช้ได้ในส่วนของกองทัพเท่านั้นค่ะ นางเอกของเราเห็นว่าทางกองทัพทำอะไรให้มันยุ่งยาก ทำไมไม่ใช้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันนะ)
- จากตรงนี้ ตามที่เอลนันก็คาดเอาไว้ว่าเรื่องที่ทางกองทัพจะไหว้วานพวกเบรเซอร์น่าจะเกี่ยวข้องกับ [สนธิสัญญาไม่ทำสงคราม] ค่ะ
(คลอเซ่จะเพิ่มเติมว่าสนธิสัญญาไม่ทำสงคราม เป็นสนธิสัญญาที่องค์ราชินีเสนอให้ 3 ประเทศคือ "ลีเบร์ล" "เอเรโบเนีย" และ "คาลวาร์ด" ร่วมลงนามไม่ทำสงครามกัน แต่ไม่ใช่ว่าหลังจากทำสนธิสัญญาแล้วจะไม่มีสงครามเกิดขึ้นเลย เพียงแต่ลดโอกาสในการเกิดสงครามขึ้นเท่านั้นค่ะ)
เอลนัน "สนธิสัญญาไม่ทำสงครามนั้น จัดให้มีการร่วมลงนามกันที่ [ราชคฤหาสน์เอลเบ] ในปลายสัปดาห์หน้า มีการรวบรวมบุคคลสำคัญจากต่างประเทศ ซึ่งน่าจะเป็นที่จับตามองจากสื่อน่ะครับ ในสถานการณ์แบบนั้น ถ้าหากว่า [องค์กร] วางแผนจะทำอะไรสักอย่างล่ะก็......"
- นอกจากนั้น เอลนันบอกว่าจนกว่าจะถึงวันร่วมลงนาม จะให้พวกเราเตรียมพร้อมที่นครหลวงอย่างอิสระค่ะ
- เสียงเครื่องมือสื่อสารดังขึ้นเอลนันจึงขออนุญาตไปรับสายก่อน ซึ่งคนที่ติดต่อมานั้นไม่ใช่ทางกองทัพ แต่เป็นทางราชคฤหาสน์เอลเบที่ติดต่อมาว่าเด็กที่มาท่องเที่ยวหายตัวไปค่ะ โดยทางหน่วยอารักขาของราชคฤหาสน์กำลังลำบากเพราะหาเด็กคนนั้นไม่เจอ ดังนั้นแล้วพวกเอสเทลจึงขอรับงานนี้ค่ะ
- เอลนันจะให้เราไปคุยกับ "เรมอนด์" คนที่รับฝากเด็กที่หายไปที่ราชคฤหาสน์เอลเบค่ะ
(เอสเทลกับจินจะจำได้ว่าเรมอนด์ที่ว่า คือคนที่เป็นหัวหน้าพ่อบ้านหนุ่มที่เราเคยเจอตอนเหตุการณ์ไปช่วยคลอเซ่ ซึ่งเขาเป็นเพื่อนของไนแอลด้วยค่ะ)
| เด็กหลงทางที่ราชคฤหาสน์เอลเบ1-2 『エルベ離宮の迷子①‐②』 {BP2(+5)} |
นครหลวงแกรนเซล 『王都グランセル』
☆เลือกเพื่อนร่วมกลุ่มต่อสู้ 2 คนได้เลยค่ะ☆
(22) ประกาศจับสัตว์ปิศาจบนถนนรอบเมืองเอลเบ
(23) ประกาศจับสัตว์ปิศาจที่ทางน้ำใต้ดิน
- อย่าลืมแวะไปซื้อ "ลีเบร์ลสาร ฉบับ 4" ด้วยนะคะ จะไปซื้อที่ "ห้างเอเดล - มุมจิปาถะ" หรือจะไปซื้อที่ "บริษัทเรือเหาะ" ก็ได้ค่ะ
★หากไปคุยกับ "ลอยด์" บนชั้น 2 ของ [สำนักงานใหญ่สมาพันธ์นักตกปลา] เขาจะกลับมาจากพื้นที่รูอันแล้ว และก็จะถามเอสเทลว่าได้ใช้เบ็ดที่เขาให้ไปบ้างหรือเปล่าค่ะ
◆ในกรณีที่มี "จิน" ร่วมกลุ่ม จะมีบทสนทนาพิเศษระหว่างจินและ "พลทหารทาคุโตะ" 『兵士タクト』 ที่หน้าสถานทูตสาธารณรัฐค่ะ เขาบอกว่าถ้ารู้ว่าคุณจินกลับมาท่านทูตเอลซ่าจะต้องดีใจมาก ๆ ค่ะ
◆ในกรณีที่มี "โอลิเวียร์" ร่วมกลุ่ม จะมีบทสนทนาพิเศษระหว่างโอลิเวียร์และ "พลทหารเบลกัน" 『兵士ベルガン』 ที่หน้าสถานทูตจักรวรรดิค่ะ ซึ่งเขาจะบอกว่าคุณมิวเลอร์โกรธมากที่โอลิเวียร์หายตัวไปจากบ่อน้ำพุร้อนเอลโม เอสเทลพอจะรู้แกวว่าโอลิเวียร์มากับพวกเธอโดยไม่แจ้งให้ทางสถานทูตรู้อีกแล้วค่ะ
★ในกรณีที่เคลียร์ซับเควสต์ (20) ค้นหาแขกพักแรม จะพบ "จิมมี่" ยืนอยู่หน้า "พิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์" และกำลังจะนำ "อาร์ติแฟกซ์" (?) ไปให้ทางพิพิธภัณฑ์ตรวจสอบค่ะ
★หากไปคุยกับ "ซันเท" 『サンテ』 บนชั้น 1 ของพิพิธภัณฑ์ ตอนแรกเอสเทลจะจำเขาไม่ได้ค่ะ จริง ๆ แล้วซันเทก็คือ คนที่วานให้เราไปถ่ายรูปหอคอยฟ้าครามที่เมืองรูอันค่ะ (กรณีที่เคลียร์ซับเควสต์ (2) ถ่ายรูป [หอคอยฟ้าคราม] ค่ะ) เขาจะบอกว่าการตรวจสอบหอคอยไม่คืบหน้าเลย รู้แต่เพียงว่าหอคอยที่ว่านั้น ถูกสร้างขึ้นเมื่อสมัยเซมเรียโบราณเท่านั้นค่ะ
★หากไปคุยกับ "หัวหน้าพิพิธภัณฑ์" 『館長』 เขาจะบอกว่าเมื่อก่อนนี้มี "ศจ. อัลบา" 『アルバ教授』 นักวิชาการที่เก่งมาก ๆ ที่คอยเดินทางไปทั่วเพื่อทำการตรวจสอบหอคอยทั้ง 4 ซึ่งตอนนี้ทางพิพิธภัณฑ์ก็อยากจะสอบถามเขาเกี่ยวกับเครื่องอะไรบางอย่างบนหอคอยเริ่มทำงาน แต่หัวหน้าพิพิธภัณฑ์ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ศจ. อัลบา หายไปไหนค่ะ
(เอสเทลจะรู้สึกว่าเหมือนเธอเคยได้ยินชื่อ "ศจ. อัลบา" มาจากที่ไหนซักแห่ง แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกค่ะ)
★หากไปคุยกับ "นอร์เช" 『ノーチェ』 บนชั้น 2 ของบ้านทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในเขตเมืองด้านเหนือ (ในภาค FC นอร์เชจะไม่เข้าใจสามีของเธอที่เอาแต่บ้าตกปลา มีเวลาว่างเมื่อไรก็ไปตกปลา ทิ้งให้เธอเหงาอยู่บ้านคนเดียว จากนั้นพอเธอเริ่มสมัครเป็นสมาชิกของสมาพันธ์นักตกปลาโดยไม่บอกให้สามีรู้ กลับกลายเป็นว่าฝีมือตกปลาของเธอเก่งกว่าสามีของเธอซะอีกค่ะ) เธอจะมองออกว่าเอสเทลก็ตกปลาเหมือนกัน เธอจึงมอบเบ็ดตกปลา "ก้านไม้ไผ่" ให้เอสเทลไว้ใช้ค่ะ
(เอสเทลจะเขิน ๆ ว่าทำไมนอร์เชถึงรู้ได้ว่าเธอก็ตกปลาเหมือนกัน มันมีอะไรบ่งบอกงั้นหรือเนี่ย)
★หากไปคุยกับเมด "ดาเลีย" 『ダリア』 ที่คฤหาสน์ของนายพลมอร์แกน ในเขตเมืองทิศตะวันตก (ข้าง ๆ มหาวิหารแกรนเซล) เธอจะบอกว่านายพลมอร์แกนน่ากลัวก็จริง แต่กลัวภรรยาเป็นที่สุดค่ะ
(เข้าตำรา "กลัวเมีย" จ้า)
★ส่วน "คุณนายแคทรีน่า" 『カテリナ夫人』 จะบอกว่าตอนที่นายพลมอร์แกนได้ยินว่านายพลจัตวาคาซิอุสจะกลับมาเข้ากองทัพ ท่านนายพลทำหน้าตาดีใจมาก ๆ ค่ะ ซึ่งคุณนายแคทรีน่าอยากจะให้พวกเราได้เห็นหน้าตอนนั้นของสามีเธอเหลือเกิน
★"รีอานู" 『リアーヌ』 หลานสาวท่านนายพล จะจำได้ว่า เอสเทลเคยช่วยเธอตอนเหตุการณ์ปฏิวัติค่ะ
★หากไปคุยกับ "ฟีลิโอ" 『フィリオ』 ในโกดังที่ท่าเรือแกรนเซล เขาจะขอบคุณพวกเราที่ทำให้เขาเลิกเล่นคาสิโน และได้เริ่มทำงานที่นี่แล้วค่ะ (กรณีเคลียร์ซับเควสต์ (9) รับสมัครนักเสี่ยงโชคผู้เก่งกาจด่วน ค่ะ)
ราชคฤหาสน์เอลเบ 『エルベ離宮』
- ใช้ "ถนนคิลเช" หรือจะอ้อมไปเข้าทาง "ถนนรอบเมืองเอลเบ" ก็ได้ แล้วมุ่งหน้าเข้าสู่ราชคฤหาสน์เอลเบได้เลยค่ะ
★หากคุยกับ "ทหารยาม" 『衛兵』 หน้าประตูใหญ่ เขาจะกังวลเรื่องสัตว์ปิศาจที่อยู่ตรงทางที่จะเข้ามาที่นี่ค่ะ
(กรณีที่เราปราบ (22) ประกาศจับสัตว์ปิศาจบนถนนรอบเมืองเอลเบ มาแล้วเขาจะขอบคุณเราค่ะ)
- เมื่อเข้าไปในราชคฤหาสน์ จะพบกับ "หัวหน้าพ่อบ้านเรมอนด์" 『執事レイモンド』 ที่กำลังลำบากใจเพราะหาเด็กที่หายไปไม่เจอค่ะ
(เรมอนด์จะจำพวกเอสเทลได้ ทั้งยังบอกว่าพวกเอสเทลเป็นผู้มีพระคุณของที่นี่ค่ะ)
◆ในกรณีที่พา "คลอเซ่" มาด้วย เรมอนด์จะรู้สึกว่าคลอเซ่หน้าคล้าย ๆ กับใครซักคน (องค์หญิงคลอเดีย) คลอเซ่เลยแซวไปว่า "คงไม่ใช่คนรักใช่ไม๊คะ" ทำเอาเรมอนท์ปฏิเสธแทบไม่ทันค่ะ
(จากคำบอกเล่าของ "เรมอนด์" เด็กคนที่หายไปเป็น "เด็กผู้หญิงใส่เสื้อสีขาวฟูฟ่อง คาดโบว์สีดำ อายุประมาณ 10 ขวบ" เขาได้ถามชื่อเด็กคนนั้นไป แต่เด็กคนนั้นไม่ยอมตอบ เอาแต่บอกว่าเป็นความลับ ถึงจะไม่รู้ชื่อแต่ดูเหมือนว่าเด็กคนนั้นจะมากับครอบครัว แต่ไม่เจอคนที่น่าจะเป็นครอบครัวอยู่เลย จู่ ๆ เด็กคนนั้นก็พูดว่า "เล่นซ่อนหากันเถอะ" แล้วก็หายไปไหนก็ไม่รู้ ทางราชคฤหาสน์ก็ตามหากันแทบตาย แต่ก็หาไม่เจอ ดังนั้นเรมอนด์จึงไหว้วานให้เป็นหน้าที่ของเหล่าเบรเซอร์อย่างพวกเอสเทลค่ะ)
- จากนั้นเรมอนด์จะไปรอที่ห้องสนทนา เผื่อว่าเด็กคนนั้นจะกลับไปที่นั่นค่ะ
(ตามนิสัยของเด็กคนนั้น ที่เรมอนด์บอกว่าเป็นเด็กร่าเริงและชอบหยอกเอินคนอื่นไปทั่ว พวกเราก็เลยร่วมใจกันเรียกเด็กคนนั้นว่า "ลูกแมวน้อย" ค่ะ)
- ค้นหาเด็กคนที่หายไป ตามสถานที่ดังนี้ค่ะ
(1) "ไหอันใหญ่ด้านในสุด" ใน "ห้องจัดแสดง" (ห้องบนสุด ด้านขวามือ)
(2) "ม้านั่ง" ใน "สวน" (จะสำรวจม้านั่งตัวไหนก็ได้ค่ะ)
(3) "เวทีปราศรัย" ใน "ห้องสัญลักษณ์" (ห้องตรงกลาง)
(4) "โต๊ะทานอาหารตัวใหญ่" ใน "ห้องรับรอง" (ห้องบนสุด ด้านซ้ายมือ)
(เอสเทลจะก้มลงไปหาใต้โต๊ะโดยไม่ทันระวัง อากัตหรือเจ๊เชร่าจะเตือนเอสเทลให้ระวังหน่อย เพราะว่าตอนนี้เธอเปลี่ยนมาใส่กระโปรงไม่ได้ใส่กางเกงเหมือนแต่ก่อน ทำเอานางเอกของเราอายไปเลยค่ะ)
◆ในกรณีที่พา "โอลิเวียร์" มาด้วย หมอนี่เล่นพูดตรง ๆ เลยว่า "เกือบเห็น" โดยไม่มีความละเอียดอ่อนต่อจิตใจของสาวน้อยอย่างเอสเทลเลยค่ะ
(5) ไปที่ "ห้องรับรอง" ด้านซ้ายมือล่างสุด จะพบกับ "ดยุคดิวนัน" 『デュナン公爵』 ที่กำลังรอฟิลลิปซื้อโดนัทของชอบกลับมาให้เขาค่ะ
(เมื่อ "ดยุคดิวนัน" เห็นพวกเอสเทลก็รู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง เพราะพวกเอสเทลคือต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องออกจากวังมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ค่ะ ถึงดยุคดิวนันจะรักและเทิดทูนเสด็จป้า (ราชินีอาริเชีย) เพียงไร แต่เขาก็ไม่ยอมรับ "คลอเดีย" (คลอเซ่) ให้ขึ้นเป็นราชินีองค์ต่อไปค่ะ ตรงนี้เอสเทลจะเถียงแทนคลอเซ่ด้วยนะคะ แต่ที่จริงแล้วดยุคดิวนันเข้าใจหน้าที่ของราชวงศ์ดี อย่างเรื่องที่จะทำอะไรก็ต้องมองไปถึงประชาชนก่อนเป็นอันดับแรก แต่ที่เขาไม่ยอมรับคลอเซ่ก็เพราะกลัวว่า คลอเซ่ที่เอาแต่หลบหนีจากภาระหน้าที่ของราชวงศ์จะไม่สามารถเป็นองค์ราชินีที่ดีได้ค่ะ
ก่อนจากมาเราจะถามดยุคดิวนันว่าเห็นเด็กผู้หญิงชุดขาวบ้างหรือเปล่า แต่เขาก็ไม่เห็นค่ะ)
◆ในกรณีที่พา "คลอเซ่" มาด้วย เธอจะบอกเสด็จลุงว่าเธอยังไม่ได้เตรียมใจที่จะขึ้นเป็นราชินีองค์ต่อไป ดังนั้นมันก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนค่ะ ตรงนี้ "ดยุคดิวนัน" ก็พอใจในคำพูดของคลอเซ่ในระดับหนึ่ง แต่เขาก็ยังต่อว่าคลอเซ่อีกว่าที่ตัวคลอเซ่ไปเป็นนักเรียนก็เพื่อที่จะหลบหนีภาระหน้าที่ของราชวงศ์ แถมยังไปคลุกคลีกับพวกเด็กกำพร้าอีก งานราชการ งานราชพิธีที่เป็นทางการก็ไม่รับรู้ (ท่าทางจะโกรธมากนะเนี่ย) คลอเซ่บอกกับดยุคดิวนันของเธอว่าตอนนี้เธอให้ความร่วมมือกับพวกเอสเทลไปด้วย และกำลังหาเส้นทางของตนเองไปด้วยว่าเธอสมควรที่จะเป็นราชินีหรือไม่ ดังนั้นเธอจึงอยากให้เสด็จลุงรอจนกว่าจะถึงวันนั้น วันที่เธอสามารถให้คำตอบอย่างชี้ขัดลงไปได้ค่ะ เมื่อออกมานอกห้องคลอเซ่จะบอกว่าโชคดีที่ได้มาพบกับเสด็จลุง ทำให้เธอรู้ความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองซักทีค่ะ
(6) ไปที่ "ห้องสนทนา" สำรวจ "ใต้เคาน์เตอร์ด้านหลัง" (ข้าง ๆ เรมอนด์) จะพบ "เร็น" 『レン』 แอบอยู่ใต้โต๊ะค่ะ
(ตอนแรก เราจะเข้ามาในห้องสนทนาไม่ได้จนกว่าจะไปทำเหตุการณ์คุยกับ "ดยุคดิวนัน" ก่อนค่ะ)
☆สำหรับ Main Quest อันนี้ มีวิธีที่จะทำให้ได้ โบนัส BP อยู่หลายแบบค่ะ แต่ให้ระวังเอาไว้ว่าหากเราคุยกับเรมอนด์แม้แต่ครั้งเดียวก่อนที่จะเจอกับเร็นล่ะก็ อดได้โบนัส BP เต็ม 5 นะคะ☆
วิธีที่ 1
| ค้นหาตามสถานที่ต่าง ๆ ครบ 6 ที่ แล้วไปสำรวจใต้เคาน์เตอร์ด้านหลัง โดยไม่คุยกับเรมอนด์เลยแม้แต่ครั้งเดียว | Bonus BP |
หรือ
วิธีที่ 2
| ไม่ค้นหาสถานที่ใด ๆ เลย แล้วไปคุยกับดยุคดิวนัน จากนั้นไปสำรวจใต้เคาน์เตอร์ด้านหลัง โดยไม่คุยกับเรมอนด์เลยแม้แต่ครั้งเดียว | Bonus BP |
- เราจะรู้ว่าเด็กคนที่หายไปนั้น ก็คือ "เร็น" ที่เราเคยพบที่ แอร์ แลตเท่นค่ะ
หัวหน้าพ่อบ้านเรมอนด์ "แหม ------ ไม่คิดว่าจะเป็นคนรู้จักของพวกเธอเลยนะ เอ เธอ...... ชื่อเร็นจังใช่ไม๊?"
เร็น "ใช่แล้ว เร็นก็คือเร็นล่ะ ขอโทษที่ปิดเป็นความลับนะ"
หัวหน้าพ่อบ้านเรมอนด์ "ฮะฮะ อย่าใส่ใจไปเลย แต่ทำไม่จู่ ๆ ถึงได้มาเล่นซ่อนหาซะล่ะ?"
เร็น "ก็ พอได้ยินว่าพี่สาวจะมา...... คิดว่าน่าจะมาเล่นด้วยกัน เร็นก็เลยพยายามซ่อนตัวแบบเต็มที่เลยล่ะ"
เอสเทล "อ๊ะฮะฮะ งั้นเหรอ แต่รู้ว่าพวกชั้นจะมาเนี่ย ยอดไปเลยนะ"
เร็น "พี่สาวเป็นคุณเบรเซอร์ใช่ไม๊ล่ะ? ก็เร็นได้ยินว่าคุณเบรเซอร์จะมานี่นา"
เอสเทล "แต่ว่านะ...... เบรเซอร์ไม่ได้มีแค่ชั้นหรอกนะ อาจจะเป็นคนอื่นมาก็ได้ใช่ไม๊ล่ะ?"
เร็น "แต่ เร็นมั่นใจว่าพี่สาวจะมานี่นา หลักฐานก็นี่ไง พี่สาวมาแล้วจริง ๆ ใช่ไม๊ล่ะ?"
เอสเทล "อะ อืมม์ ......ก็จริงนะ"
- จากนั้น อากัตหรือเจ๊เชร่าจะถามเร็นว่าพ่อกับแม่ไปไหน ทำไมถึงมาเล่นแถวนี้คนเดียว
◆ในกรณีที่มากับ "อากัต" เร็นจะบอกกับอากัตว่าเวลาถามเลดี้อย่างเร็น อย่าใช้คำพูดแบบนั้นมันไม่ดีค่ะ (อากัตจะใช้คำพูดแบบเถื่อน ๆ ตามสไตล์ของเขาน่ะค่ะ)
◆ในกรณีที่มากับ "เจ๊เชร่า" เร็นจะถามเจ๊ว่า "สีผิวแบบนั้น เกิดที่ทางใต้ใช่ไม๊? แล้วมาอยู่ในที่หนาว ๆ แบบนี้ ไม่หนาวบ้างเหรอ?" ซึ่งเจ๊แกจะบอกว่าตอนเด็ก ๆ เดินทางร่อนเร่ไปกับคณะละครสัตว์ ไปมาหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะแถบร้อนหรือแถบหนาว เธอก็รู้สึกเฉย ๆ ค่ะ
เร็น "ปาป๊ากับมาม๊าไปไหน เร็นก็ไม่รู้เหมือนกัน"
เอสเทล "ไม่รู้เหรอ?"
เร็น "เร็นน่ะ มาเที่ยวที่นี่กับปาป๊ามาม๊าก็จริงอยู่...... แต่พอทานอาหารกลางวันเสร็จ พวกปาป๊าก็พูดกับเร็นด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า [พวกปาป๊ามีงานสำคัญมาก ๆ จำเป็นต้องแยกจากเร็น แต่ไม่เป็นไรนะ หลังเสร็จธุระแล้วจะต้องกลับมาหาเร็นแน่นอน จนกว่าพวกปาป๊าจะกลับมา เป็นเด็กดีรออยู่ที่นี่ได้ไม๊?] แบบเนี๊ยะล่ะ"
เอสเทล "พะ พูดแบบนั้นมัน......"
เร็น "หึหึ เร็นก็ 11 ขวบแล้ว ก็เลยตอบไปว่า [ได้แน่นอนอยู่แล้ว] ไงล่ะ แล้วหลังจากนั้น ปาป๊ากับมาม๊าก็ไปที่ไหนสักที่นึงน่ะแหล่ะ"
- เราจะเข้าใจว่าเร็นถูกพ่อแม่ทิ้ง ไม่ใช่แค่เด็กหลงทางธรรมดาซะแล้ว แต่ถึงยังไงการตามหาพ่อแม่ของเร็นก็ถือเป็นงานของเบรเซอร์ ดังนั้นแล้วเราจะพาเร็นไปฝากไว้ที่สมาคมสาขานครหลวงค่ะ **เร็นเข้าเป็น NPC**
★ในช่วงที่มีเร็น หากไปคุยกับ "ดยุคดิวนัน" อีกรอบ เร็นจะสงสัยว่า "นี่ พี่สาว ทำไมคุณลุงคนนี้ถึงไว้ผมทรงตล๊กตลกล่ะ?" เอสเทลรีบเสริมทันควันว่า "ที่จริงแล้วคุณลุงคนนี้น่ะ ไม่ใช่แค่ไว้ทรงผมตลกอย่างเดียวนะ ทั้งเสื้อผ้า ทั้งนิสัย ก็ประหล๊าดประหลาดด้วยล่ะ"
ถนนคิลเช 『キルシェ通り』
- ระหว่างทางพบกับ "หัวหน้าพ่อบ้านฟิลลิป" 『執事フィリップ』 ที่กำลังเดินทางกลับไปยังราชคฤหาสน์ หลังจากไปซื้อ "โดนัท" ของชอบของดยุคดิวนันที่นครหลวงค่ะ
(เขาเห็นอาการของพวกเอสเทลแล้ว พอจะรู้ว่าพวกเอสเทลได้พบกับนายของเขาที่ราชคฤหาสน์เอลเบแล้ว และคงโดนพูดเสีย ๆ หาย ๆ ใส่มาด้วย (ถูกต้่องนะค๊า) จึงขอโทษขอโพยพวกเอสเทลแทนนายของตนเสียยกใหญ่ค่ะ หลังจากฟิลลิปไปแล้ว เอสเทลจะบอกว่ายังเป็นคนที่มารยาทดีสุด ๆ เหมือนเคยค่ะ ก็แหม ลุงฟิลลิปเค้าใช้ภาษาพูดที่สุภาพมาก ๆ ช่างแตกต่างกับเอสเทลโดยสิ้นเชิง แถมยังมีบทสนทนาขำ ๆ ของเร็นที่ถามเอสเทลว่า "คุณลุงคนเมื่อตะกี๊ไม่ธรรมดาเลยเนอะ เพราะว่าเดินไปทั้ง ๆ ที่หลับตาได้น่ะ เร็นยังทำไม่ได้เลย" (มันไม่ใช่อย่างนั้นนะหนูเร็น ลุงแกตาตี่ต่างหากล่ะ))
| ตรวจสอบจดหมายข่มขู่ 『脅迫状の調査』 (BP3) |
นครหลวงแกรนเซล 『王都グランセル』
- ไปปรึกษาเรื่องของเร็นกับ "เอลนัน" ที่สาขาค่ะ
★ในช่วงนี้หากไปคุยกับ "ดิ๊ค" 『ディック』 เด็กที่อยู่หน้าบ่อน้ำพุ เขาจะบอกเร็นว่าเด็ก ๆ ที่มาที่นครหลวงทุกคนต้องทักทายเขาก่อนค่ะ แต่เร็นปฏิเสธและให้เหตุผลแบบแก่น ๆ ว่า "ปาป๊าพูดเสมอว่า ถ้าเป็นสุภาพบุรุษต้องเป็นฝ่ายทักทายก่อน" ค่ะ
★หากไปคุยกับ "ฟิชเชอร์" หัวหน้าสมาพันธ์นักตกปลา เอสเทลจะถามเร็นว่าเคยไปตกปลากับปาป๊าหรือเปล่า เร็นจะบอกว่า "ตกปลา เป็นเรื่องของเด็ก กับผู้ชายเท่านั้นนี่นา" ทำเอาเอสเทลจ๋อยไปเลยค่ะ แต่ถึงยังไงเอสเทลก็ชอบตกปลาอยู่ดี เร็นก็เลยคิดว่าคราวหน้าจะลองดูก็ได้ค่ะ
★หากไปคุยกับ "เปชูล" 『ペシュール』 บนชั้น 2 ของสำนักงานใหญ่สมาพันธ์นักตกปลา จะรู้ว่าระดับของลอยด์ที่เคยตกเจ้าของได้นั้นคือ [นักตกปลาระดับพิเศษ] ส่วนของเขาจะอยู่แค่ระดับ [นักตกปลาชั้นต้น] ส่วนของหัวหน้ากลุ่มฟิชเชอร์ก็คือ [นักตกปลาสุดยอด (ไทโคโบ)] ค่ะ
★หากไปคุยกับ "เพ็นเซอร์" 『ペンサー』 ที่นั่งอยู่ในบาร์ "ซันนี่เบล อินน์" จะรู้ว่าตอนนี้พันเอกริชาร์ดเป็นนักโทษถูกคุมขังอยู่ที่ค่ายเรสตอนค่ะ
สาขาแกรนเซล 『グランセル支部』
- พบกับ "พันโทซีด" ที่สาขาแกรนเซลค่ะ
(พันโทซีดเพิ่งจะมาถึงนครหลวงเมื่อสักครู่นี่เองค่ะ ที่แวะมาที่สมาคมเพราะมีเรื่องจะขอให้ทางสมาคมช่วย ดังนั้นเอสเทลก็เลยขอให้เร็นขึ้นไปรอที่ชั้น 2 ก่อน โดยทีต้าจะขอไปเป็นเพื่อนเร็นด้วยจะได้คุยกับเร็นและทำความรู้จักเร็นให้มากกว่านี้ค่ะ)
- พันโทซีดบอกว่านี่เป็นการไหว้วานอย่างเป็นทางการจากกองทัพราชอาณาจักร โดยจะให้พวกเอสเทล ทำการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับจดหมายข่มขู่ที่ไม่มีการลงชื่อที่ถูกส่งไปทั่วทุกพื้นที่ เพื่อทำการขัดขวางการร่วมลงนามใน [สนธิสัญญาไม่ทำสงคราม] ที่จะมีขึ้นค่ะ ซึ่งสถานที่ ๆ จดหมายพวกนี้ถูกส่งไปก็จะมี
(1) กองบัญชาการที่ค่ายเรสตอน
(2) บริษัทเรือเหาะ
(3) มหาวิหารแกรนเซล
(4) โฮเต็ล โลเอนบาว์ม
(5) สำนักข่าวลีเบร์ล
(6) สถานทูตจักรวรรดิ
(7) สถานทูตสาธารณรัฐ
(8) ราชวังแกรนเซล
(9) ราชคฤหาสน์เอลเบ
- รวมทั้งสิ้น 9 ที่ 9 ฉบับค่ะ ซึ่งสถานที่ทั้งนั้น รุ่นพี่ของเราคิดว่าจดหมายข่มขู่ถูกส่งไปแม้กระทั่งสถานที่ ๆ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการลงนามเลย แต่พันโทซีดปฏิเสธว่า
พันโทซีด "ไม่ใช่ว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยหรอกนะ ก่อนอื่น บริษัทเรือเหาะก็มีหมายกำหนดการเหมาเรือเหาะทั้งลำ เพื่อทำการรับ-ส่งผู้ที่เกี่ยวข้องที่มาจากจักรวรรดิและสาธารณรัฐน่ะ โรงแรมก็มีการจองห้องพักให้กับผู้เกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน และยิ่งไปกว่านั้น พระราชาคณะคาแลนท์แห่งมหาวิหาร ก็ได้รับการไหว้วานจากองค์ราชินีให้ทำหน้าที่เป็นสักขีพยานในการร่วมลงนามอีกด้วย...... ส่วนสำนักข่าวลีเบร์ลเอง ก็มีการลงบทความพิเศษเกี่ยวกับสนธิสัญญาไม่ทำสงครามมาหลายฉบับก่อนหน้านี้แล้วล่ะ"
เอสเทล "อื~ม ไม่ว่าจะที่ไหน ๆ ก็มีความเกี่ยวข้องกับสนธิสัญญาแฮะ แล้วใครกันนะที่เป็นคนทำเรื่องอย่างนี้"
(จากการวิเคราะห์ของเพื่อน ๆ คนที่ทำเรื่องอย่างนี้อาจเป็นได้ทั้ง [ผู้เกี่ยวข้องจากสาธารณรัฐ] [ผู้เกี่ยวข้องจากจักรวรรดิ] [ผู้เกี่ยวข้องในราชอาณาจักร] หรือที่ร้ายแรงที่สุดก็คือ [องค์กร] ค่ะ)
- พันโทซีดจะขอร้องให้เราช่วยไปตรวจสอบสถานที่ 7 ที่ จาก 9 ที่ ยกเว้น "ค่ายเรสตอน" และ "ราชคฤหาสน์เอลเบ" ที่ทางกองทัพจะดำเนินการตรวจสอบเองค่ะ
(จริง ๆ แล้วการไหว้วานในคราวนี้ที่ทางกองทัพไม่ไปไหว้วานคนอื่น เพราะป๋าคาซิอุสและพันโทซีดเสนอให้มาไหว้วานพวกเอสเทลค่ะ)
- รายงานเรื่องของเร็นให้กับ "เอลนัน" ฟัง
(จากการระดมความคิด การตามหาพ่อแม่ให้เร็นก็ไม่สามารถวางใจได้ งานไหว้วานของทางกองทัพก็สำคัญเหมือนกัน แต่เอลนันบอกว่านั่นไม่ใช่ปัญหาค่ะ ในระหว่างที่ตรวจสอบเรื่องจดหมายข่มขู่ก็สามารถสอบถามข่าวคราวพ่อแม่ของเร็นไปด้วยก็ได้ ถือว่ายิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัวค่ะ เพราะยังไงซะ พ่อแม่ของเร็นก็เป็นชาวต่างชาติ คงจะมีคนในสถานทูตหรือตามโรงแรมพบเห็นบ้าง รวมทั้งที่บริษัทเรือเหาะก็ต้องมีแขกโดยสารท่านอื่นพบเห็นด้วยเหมือนกันค่ะ พันโทซีดก็จะให้ความร่วมมือโดยจะลองถาม ๆ พวกทหารที่ประจำอยู่ให้ด้วยเหมือนกันค่ะ)
- จากนั้นพวกเอสเทลจะไปส่งพันโทซีดค่ะ เอสเทล จิน โอลิเวียร์และคลอเซ่ จะทำการตรวจสอบที่สถานทูตของประเทศทั้ง 2 ราชวังแกรนเซลและสำนักข่าวลีเบร์ล ส่วนอากัตหรือเจ๊เชร่าจะทำการตรวจสอบตามสถานที่ที่เหลือเพียงคนเดียวค่ะ
เอสเทล "งั้น พวกชั้นจะออกไปข้างนอกเดี๋ยวนะ ทีต้า เร็นจัง โทษที ช่วงที่ไม่อยู่ฝากด้วยนะ?"
เร็น "ก็ได้อยู่หรอก...... แต่ว่าเร็นจะออกไปซื้อของกับทีต้านะ"
เอสเทล "เห๊ะ!?"
ทีต้า "ขะ ขอโทษนะ พี่จ๋า เร็นจังน่ะ ไม่ว่ายังไงก็อยากจะไปที่ห้างน่ะจ้ะ......"
เร็น "อุ๊ย ไม่อยากจะเชื่อ ทีต้าเองก็บอกว่าอยากจะไปดูพวกตุ๊กตาด้วยไม่ใช่เหรอ"
ทีต้า "อ๊า...... เร็นจังล่ะก็"
เอสเทล "อะ อื~ม...... ถึงไม่รู้ว่าจะได้ข่าวพวกปาป๊าของเร็นจังตอนไหน แต่ชั้นอยากจะให้รออยู่ที่นี่......"
- เร็นกับทีต้ามองหน้าเอสเทลด้วยความผิดหวัง เอสเทลถึงกับรู้สึกจี๊ด ๆ ขึ้นมาทันทีค่ะ
เอสเทล "อูย...... มองแบบนั้นคูณ 2 มันขี้โกงนะยะ"
- แต่อากัตหรือเจ๊เชร่าจะเห็นว่าถ้าให้เร็นไปซื้อของกับทีต้าเท่านั้นก็ไม่น่าจะเป็นไร เอสเทลก็เลยอนุญาตให้ 2 หนูน้อยไปซื้อของกันค่ะ แต่เอสเทลจะเคอร์ฟิวให้ทั้ง 2 กลับมาในช่วงเย็นก่อนที่พวกเธอจะกลับมาที่สมาคมค่ะ
(แต่ถึงยังไงเอสเทลก็อดเป็นห่วงเร็นกับทีต้าไม่ได้อยู่ดีนะคะ)
- จากข้อมูลของ "เอลนัน" เขาได้ยินมาจากเร็นว่าพ่อแม่ของเร็นเป็นคู่สามีภรรยาที่ทำธุรกิจค้าขายระหว่างประเทศที่อาศัยใน "เขตปกครองตนเองครอสเบล" 『クロスベル』 ชื่อ [ฮาโรลด์ เฮเวิร์ส] กับ [โซเฟีย เฮเวิร์ส] ค่ะ
- จากนั้น เราจะแยกย้ายกันไปสอบถามข้อมูลจากที่ต่าง ๆ ตามที่ได้แบ่งเอาไว้ในตอนแรกค่ะ
นครหลวงแกรนเซล 『王都グランセル』
(21) ผลงานจัดแสดงที่หายไป **หากสอบถามครบทั้ง 4 ที่แล้ว ซับเควสต์นี้จะหายไปนะคะ**
★หากไปคุยกับ "คุณยายพิลน่า" 『ピルナ婆さん』 ที่เดินไปเดินมา รอบ ๆ ห้างเอเดล ยายแก่จะบ่น ๆ ว่าช่วงนี้ ไม่ค่อยเห็นเบรเซอร์ที่ชื่อคูลซ์เลยค่ะ
(ยายแกชื่นชมรุ่นพี่คูลซ์อย่างแรง เพราะคูลซ์เป็นคนกริยามารยาทเรียบร้อยถูกต้องตามแบบทุกอย่างน่ะค่ะ)
★หากไปคุยกับ "เบลี่" 『ベリー』 ที่ยืนดูสัญลักษณ์ของจักรวรรดิอยู่ด้านหน้าสถานทูต เธอจะแอบปิ๊ง ๆ หนุ่มผมดำในชุดทหารที่ถึงแม้ท่าทางจะดูไม่ค่อยเป็นมิตร แต่เธอว่าเขาเท่ห์สุด ๆ น่ะค่ะ (มิวเลอร์ไงคะ เสน่ห์แรงใช่เล่นเลยนะเนี่ย)
★หากแวะไปคุยกับ "เร็น" ที่ห้างเอเดล เร็นจะให้เอสเทลช่วยเลือกตุ๊กตาให้ ทำให้เอสเทลนึกถึงคุณอาเนราสที่ชอบตุ๊กตาน่ารัก ๆ เหมือนกัน พอเร็นได้ยินเรื่องของอาเนราสก็เลยอยากจะพบเธอขึ้นมาค่ะ
★หากแวะไปที่ "บริษัทเรือเหาะ" จะพบ "อากัต" หรือ "เจ๊เชร่า" ที่มาทำการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลอยู่ที่นี่ค่ะ
★หากแวะไปที่ "สำนักข่าวลีเบร์ล" คุยกับ "หัวหน้ากองบรรณาธิการ" จะทราบว่า "ไนแอล" ออกไปหาข่าวข้างนอก ยังไม่กลับเข้ามาค่ะ
★หากไปคุยกับ "นักบวชลีวาล" 『リヴァル司祭』 ที่มหาวิหาร เขาจะบอกว่าบาทหลวงลาดตระเวนที่ชื่อเควินที่มาลีเบร์ลคราวนี้นั้น เป็นผู้รับใช้พระเจ้าแท้ ๆ แต่ดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเลย ดูยังไง๊ยังไงก็เป็นบาทหลวงลาดตระเวนที่แปลกเอาการอยู่ ทำให้นักบวชลีวาลค่อนข้างเป็นกังวลค่ะว่าบาทหลวงลาดตระเวนจะมีแต่คนแปลก ๆ แบบเควินหรือเปล่า
★หากไปคุยกับ "ซิสเตอร์ โนอา" 『シスター・ノア』 จะเล่าว่าเธอลองถามพระราชาคณะเกี่ยวกับงานที่หลวงพ่อลาดตระเวนต้องทำ ซึ่งพระราชาคณะบอกว่าเป็นงานที่หนักหนาสาหัสมาก ๆ แต่พอเธอมองคุณเควินแล้ว กลับไม่เห็นเขาจะทำท่าทางว่างานมันหนักหนาสาหัสอะไรแบบนั้นเลย
สถานทูตสาธารณรัฐ 『共和国大使館』
- คุยกับ "พลทหารทาคุโตะ" ที่หน้าสถานทูตค่ะ
(โดยปกติแล้วถ้าไม่มี "จิน" ที่เป็นพลเมืองของสาธารณรัฐอยู่ด้วย เราจะไม่สามารถเข้าไปในสถานทูตได้นะคะ หากต้องการเข้ามาที่นี่อีกครั้งในภายหลัง อย่าลืมเอาจินเข้ากลุ่มด้วยนะคะ)
☆จะมีเงื่อนไขในการเคลียร์ซับเควสต์ (21) ผลงานจัดแสดงที่หายไป อยู่ที่ห้องหนังสือ ภายในสถานทูตสาธารณัฐแห่งนี้ด้วยนะคะ ดูรายละเอียดได้ที่หัวข้อซับเควสต์ของบทนี้ค่ะ☆
★หากไปคุยกับ "ฟาล่า" 『ファラ』 ที่อยู่ในห้องหนังสือ เธอจะบอกว่าแค่เห็นคนตัวใหญ่ ๆ เดินเข้ามาก็รู้ทันทีเลยว่าเป็นคุณจินค่ะ เอสเทลเลยรีบเสริมว่าตอนแรกที่เธอเห็นคุณจินก็นึกว่าคุณจินเป็นหมียักษ์ซะอีก
★หากคุยกับคนในสถานทูตฯ จะทราบว่าจินเป็นที่นิยมชมชอบของบุคคลทั่วไป อย่างที่พลทหารทาคุโตะบอกในภาค FC จริง ๆ นะคะ
- เข้าพบ "ทูตเอลซ่า" 『エルザ大使』 ที่ห้องบนชั้น 2 ค่ะ
ทูตเอลซ่า "อ้าว คุณจินไม่ใช่หรือ! เพิ่งจะกลับประเทศไปเมื่อวันก่อนแท้ ๆ มาลีเบร์ลอีกแล้วเหรอเนี่ย?"
จิน "ครับ ก็มีงานของกิลด์ที่ยังทำค้างเอาไว้ คิดว่าจะพักอยู่ที่ลีเบร์ลต่อซักระยะนึงน่ะครับ"
ทูตเอลซ่า "หึหึ สมกับที่เป็นเบรเซอร์ระดับ A งานยุ่งเสียยิ่งกว่าอะไรอีกนะ แล้ว ท่านเหล่านั้นคือ?"
เอสเทล "อ๊ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ เอสเทล ไบรท์ จากสมาคมเบรเซอร์ค่ะ ส่วน 2 คนนี่ เป็นผู้ให้ความร่วมมือ คลอเซ่ และก็โอลิเวียร์ค่ะ"
โอลิเวียร์ "ฮึ ยินดีที่ได้รู้จักท่านทูต"
คลอเซ่ "ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ"
ทูตเอลซ่า "ยินดีที่ได้รู้จัก ดิฉันทูตสาธารณัฐคาลวาร์ด เอลซ่า โคคุรัน ดูท่าที่มาเยี่ยมนี่คงจะมีเรื่องอะไรมาสอบถามสินะ?"
- พวกเอสเทลจะลองสอบถามเกี่ยวกับจดหมายข่มขู่ที่ทางสถานทูตได้รับกับทูตเอลซ่าค่ะ
(ทูตเอลซ่าบอกกับพวกเอสเทลตรง ๆ เลยว่า เธอไม่เห็นด้วยกับการร่วมลงนามในสนธิสัญญาที่จะมีขึ้นค่ะ ทำให้พวกเอสเทลตกใจกับคำพูดของทูตเอลซ่ามาก โดยเอลซ่าให้เหตุผลว่า ที่เธอไม่เห็นด้วยก็เพราะเธอเกลียดเอเรโบเนียอย่างแรงค่ะ แต่ถึงอย่างไรเรื่องการลงนามนี่ทางสภาผู้แทนราษฎรต่างลงมติเห็นชอบแล้ว เธอจึงไม่ได้คัดค้านอะไร เอสเทลได้ยินจึงโล่งใจไปเปราะนึงค่ะ)
- จากนั้น เอสเทลจะถามอีกว่ามีคนอื่นที่ไม่เห็นด้วยอีกไม๊
ทูตเอลซ่า "มีก็เป็นส่วนน้อยล่ะนะ แต่นั่นก็ไม่ได้มีอิทธิพลในการคัดค้านอย่างจริงจังด้วย"
เอสเทล "ไม่ได้คัดค้านอย่างจริงจัง?"
ทูตเอลซ่า "แหม แรกเริ่มเดิมทีสนธิสัญญาไม่ทำสงครามน่ะ แทบจะไม่มีผลอะไรหรอกนะ เพราะเนื้อหาระบุไว้ว่า [ไม่ทำสงครามเผชิญหน้ากันในระดับชาติ คลี่คลายปัญหาด้วยการเจรจาสันติภาพ] เท่านั้นน่ะ ถ้าตามนั้นแล้ว น่าจะเรียกว่าคำประกาศใช้ร่วมกันมากกว่าสนธิสัญญาน่ะ"
โอลิเวียร์ "ถ้าอย่างนั้น ก็เป็นการแสดงว่าไม่ใช่แค่สัญญาปากเปล่าที่จะทำลายลงเมื่อไรก็ได้สินะ"
ทูตเอลซ่า "หึหึ เป็นเช่นนั้นแหล่ะ แหม ก็ในช่วง 10 ปีมานี่ ความสัมพันธ์ระหว่างคาลวาร์ดกับเอเรโบเนียไม่ค่อยจะลงรอยกันซักเท่าไร ...... ไม่คิดว่าจะสามารถจัดให้มีการเจรจากันในโอกาสแบบนี้ได้"
- นอกจากนั้น เรายังได้ทราบว่าทางราชินีอาริเชียได้มีการมอบตัวอย่างเครื่องยนต์รุ่นใหม่ให้แก่คาลวาร์ดและเอเรโบเนีย ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งสำหรับการทำสนธิสัญญาในครั้งนี้ด้วย ดังนั้นแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จักรวรรดิหรือสาธารณรัฐจะทำการขัดขวางการร่วมลงนามในครั้งนี้ค่ะ
- หลังจากสอบถามเรื่องจดหมายข่มขู่แล้ว เอสเทลจะสอบถามเรื่องพ่อแม่ของเร็นกับทูตเอลซ่าด้วยค่ะ แต่ทูตเอลซ่าไม่รู้จักและถ้าพูดถึง "เขตปกครองตนเองครอสเบล" นั้น ก
Blog-map