空の軌跡the3rd - (it's not a) Playing Diary
posted on 25 Jul 2007 22:36 by gin-no-ishi in Game
อาจจะมา Review ช้าไปซักนิดนะคะ เพราะเล่นจบค่อนข้างช้า
(ใช้เวลาเล่นเกือบเดือน แต่ถือว่าเล่นจบได้เร็วกว่าที่คิด และใช้เวลาในการเล่นน้อยกว่า FC และ SC ค่ะ)
ในส่วนของ Review นี้ จะมีการ Spoil ข้อมูล ด้วย
สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยังเล่นไม่จบ และยังไม่อยากรู้เรื่องราวคร่าว ๆ ก็ข้าม Entry นี้ไปได้เลยนะคะ
ถ้ายังไง เราก็ขอเริ่มเลยแล้วกันค่ะ
★System
- ถึงแม้จะไม่มีอะไรใหม่ ๆ ในส่วนระบบของเกม แต่นั่นก็ไม่สามารถทำให้เราหลุดพ้นจากเสน่ห์ของเกมนี้ไปได้ค่ะ (ก็ชอบอ่ะ เห็นไม๊คะว่าเอียงตั้งแต่เริ่ม Review เลย)
★ส่วนระบบ Orbment ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างนั้น
- มีการเพิ่มคุณสมบัติที่ศัตรูแพ้ทางให้ครบ 7 คุณสมบัติ (ซึ่งภาคนี้จะไม่เรียกศัตรูว่า "สัตว์ปิศาจ" แต่เป็น "ปิศาจ" ค่ะ) แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นศัตรูส่วนใหญ่ก็ยังแพ้ธาตุ "เวลา" "อากาศ" และ "มายา" อยู่ดีค่ะ
★ระบบสะสมหนังสือ แลกอาวุธสุดยอด
- ในภาคนี้ ถึงแม้จะไม่มีให้เราคอยตามเก็บเหมือนอย่าง 2 ภาคที่ผ่านมา แต่ทางฟาลคอมก็ได้เปลี่ยนระบบนี้ ไปเป็นให้เราคอยตามเก็บหนังสือต่าง ๆ ที่เคยได้อ่านมาในภาค FC & SC ตามชั้นหนังสือต่าง ๆ ใน [สวนแห่งนักพรต] ซึ่งเราจะต้องคอยแวะไปดูตามชั้นหนังสือที่อยู่ตามที่ต่าง ๆ หลังจากผ่านบท หากตามเก็บได้ครบ เราจะได้รับเครื่องประดับที่กล่าวได้ว่าสุดยอดอย่าง "สร้อยคอหยก" ในฉากสุดท้ายค่ะ (ป้องกันสถานะผิดปกติทุกชนิด เพิ่มพลังทุกอย่าง ยกเว้น Rng)
★Character & Battle Voice
- มีการอัดเสียงใหม่ให้ "เควิน" ด้วย (ดีใจมาก ๆ ค่า) ซึ่งเสียงใหม่ของเควิน (โหมดเอาจริง ไม่แอ๊บแบ๊ว) จะได้ยินเฉพาะ ฉากที่ 0 และฉากที่ 1 (ช่วงที่มีเฉพาะรีส) และตั้งแต่ฉากที่ 7 เป็นต้นไปค่ะ ส่วน S-Craft ใหม่ ๆ ไม่ค่อยได้ใช้ เพราะว่าส่วนใหญ่ก็ใช้เวลาสู้กับบอส และที่ใช้ก็จะเป็น "แกรลเสฟียร์" เสียมากกว่าค่ะ แต่ชอบภาพ Cut-in ของ "หอกมารรอร์" นะ ดูเท่ห์ดีค่ะ
- เสียงพากษ์ของ "รีส" เหมาะกับคาแรกเตอร์มาก ๆ ค่ะ ซึ่งคนที่ติดตามข่าวของภาคนี้มาตั้งแต่ต้น คงจะรู้ว่าทางฟาลคอมมีการเปลี่ยนแคแรกเตอร์ของรีสไปนิดหน่อยค่ะ คือ ตอนแรกฟาลคอมได้วางคาแรกเตอร์ของรีสเอาไว้ให้เป็นคนที่ไม่แสดงความรู้สึกออกมาทางสีหน้า (ดูจาก Screen Shot เก่า ๆ ประกอบ) แต่พอใกล้จะวางตลาดก็มีการเปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็น "ยัยท้องร้องจ๊อก" น่ารักน่าหยิกแบบนี้แหล่ะค่ะ
☆สำหรับเราคิดว่าฟาลคอมทำถูกแล้วค่ะ
เพราะเควินออกแนว Dark แล้ว นางเอกก็ต้องออกเป็นแนว Light ถึงจะสมดุลค่ะ☆
- ส่วนของ "เร็น" รู้สึกว่าเหมือนเสียงของ "ยมทูต" บีบเสียงยังไงยังงั้นเลย (แต่ก็เหมาะนะคะ) แล้วถ้าโชคดีก็จะได้เห็นฉากจบการต่อสู้ที่เร็นทำท่าแมวเหมียวด้วยค่ะ (แต่โอกาสเห็นน้อยมาก ให้เร็นจบการต่อสู้ 15 ครั้ง ได้เห็นประมาณ 1 ครั้งเองค่ะ)
☆พอดู "ประตูดารา 15" แล้ว น่าสงสารเร็นจังเลยค่ะ
ถึงว่าทำไมกลายเป็นเด็กที่ปิดกั้นความรู้สึกของตนเองและเฝ้ารอแต่การทำลายล้างอย่างเดียวอย่างนี้☆
- แต่เสียงพากษ์ของ "มิวเลอร์" ตอนที่ได้ยิน 「見たか、ヴァンダールの剣」 "เห็นหรือยังล่ะ ดาบแห่งแวนเดอร์" เป็นอะไรที่ตลกมาก ๆ ค่ะ ฟังแล้ว เสียงมันไม่เข้ากับแคแรกเตอร์ ที่คิดเอาไว้อย่างแรง แต่ฟังไปฟังมาก็เริ่มชินค่ะ (จริง ๆ แล้ว ในความคิดของเราถ้าเสียงของมิวเล่อร์ ออกนุ่ม ๆ ทุ้ม ๆ หน่อยจะดีกว่านี้มากเลยค่ะ)
- ส่วนตัวละครตัวอื่น ๆ ไม่ค่อยมี Craft ใหม่ ๆ ให้ใช้ นอกจากท่าขโมยของของเจ๊เชร่าและของโจเซ็ตที่เพิ่มขึ้นมา แต่ส่วนใหญ่ เจ๊ซาดิสม์มักจะขโมยไม่ค่อยติดด้วย (เฮ้อ ก็ DEX เจ๊แกน้อยกว่ายัยเด็กผมโจเซ็ตนี่เนอะ)
- แต่ที่สุดยอดก็คือ ปาเทล มาเทล (ปาป๊า มาม๊า) ของเร็นนี่แหล่ะ เอาเร็นไปยืนในมุมเหมาะ ๆ แล้วใช้ S-Break เป็นอะไรที่ศัตรู (บอส) จะต้องราบเป็นหน้ากอง หนูเร็นจะเก่งเกินไปแล้ว (ถ้าเร็น ได้เป็นตัวเอกภาค VII ล่ะก็ ต้องเก่งกว่าโยชัวร์แน่นอนเลยค่ะ)
★Main Story
- ต้องบอกว่า ถึงแม้ระบบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่เนื้อเรื่องที่ใส่เข้ามานี่ สุดยอดมาก ๆ ค่ะ วางโครงเรื่องได้ดี มีฉากตลก ๆ แทรกเข้ามาให้เหมือนเคย ถึงแม้จะไม่มีฉากกุ๊กกิ๊กแบบเอสเทลกับโยชัวร์เหมือน 2 ภาคที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงความสนุกไว้ได้ค่ะ (เพราะโครงเรื่องวางไว้ให้เควินเห็นรีสเป็นแค่น้องสาวเท่านั้น ส่วนรีสเราไม่แน่ใจว่าเธอชอบเควินมากขนาดไหนค่ะ)
☆แต่คำพูดตอนฉากจบ ที่รีสบอกกับเควินว่า "จับมือแล้วเดินไปด้วยกันไม๊" น่ะ
มันชวนให้คิดนะ ฟังแล้วเกิดอาการหึงเล็ก ๆ ค่ะ☆
- เรื่องที่ "เรเว" คือ "อัศวินนิลกาฬ" อันนี้ ก็พอจะรู้ตั้งแต่ตอนที่เห็น Demo Movie แล้วค่ะ และฉากตอนที่โยชัวร์ช่วยปลดปล่อยเรเวออกจาก "กฏ" ของอาณาจักรแห่งเงาทำให้วิญญาณเรเวไปสู่สุคติ (และอาจจะ) ได้ไปพบกับ "คาริน" พี่สาวโยชัวร์คนที่เขารักนั้น ก็ซึ้งมาก ๆ ค่ะ โยชัวร์ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลด้วย ถ้าไม่นับภาค SC แล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงที่ทำให้รับรู้ถึงความรู้สึกทั้งหมดของโยชัวร์ ที่มีต่อเรเวได้เลยล่ะค่ะ
☆แต่โยชัวร์น่าสงสารจัง ไม่ว่าจะพี่สาวไม่ว่าจะคนที่เปรียบเสมือนพี่ชายก็ไปจากโลกนี้ทั้งหมดเลย☆
- แล้วก็เรื่องที่ "จ้าวแห่งเงา" ก็คือ "รูฟีน่า" ถึงจะคิดไว้ตั้งแต่ต้นว่า ต้องเป็นเธอคนนี้ก็ตามที แต่ไม่คิดว่าสิ่งที่ทำให้รูฟีน่าต้องมาเป็นจ้าวแห่งเงาก็คือ "บาป" ของเควินนั่นเอง โดยที่จุึดเริ่มต้นของ "บาป" นั้น มีมาตั้งแต่เควินตอนเด็ก ๆ ค่ะ แต่สาเหตุสำคัญก็คือ อาร์ติแฟกซ์ (หอกมารรอร์) ที่เก็บรักษาไว้ใน "ดินแดนแห่งการเริ่มต้น" ในชั้นใต้ดินของ "อารามพระสุรเสียง-บ้านดอกแอสเตอร์" สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ทั้งเควิน รีส และรูฟีน่า เติบโตขึ้นมา เข้าสิงเควิน และเป็นต้นเหตุทำให้เควินพลั้งมือฆ่ารูฟีน่าค่ะ
(ซึ่งสัญลักษณ์ที่ปรากฏให้เห็นไม่ว่าจะตอนที่เควินระเบิดพลัง, ในตอนท้ายของฉากที่ 4 หรือในฉากสุดท้ายก่อนที่บอสสุดยอด "อนิม่า มุนดี้" จะปรากฏตัวออกมาจากร่างของรูฟีน่า สัญลักษณ์ที่เราเห็นนั่นก็คือ "ตราบาป (Stigma)" ของเควินค่ะ)
☆จริง ๆ แล้วโยชัวร์เองก็มี "ตราบาป" เหมือนกัน แต่ไม่รุนแรงเท่าของเควิน
และในภาค SC ตราบาปของโยชัวร์ เควินก็ได้รักษาให้หายไปแล้ว
ส่วนรายละเอียดลึก ๆ ไว้รออ่านในส่วนของบทสรุปนะคะ☆
★Sub Story - Episode System
- ระบบ Episode ที่นำมาใช้ในคราวนี้ เป็นการเอาใจแฟนานุแฟนของซีรี่ส์นี้จริง ๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในอดีตของตัวละครต่าง ๆ ที่มีเสน่ห์ รวมไปถึงเรื่องราวของเร็นใน "ประตูดารา 15" หรือเรื่องราวใน "ประตูดารา 14" ที่ต้องเปิดทุกประตูให้ครบก่อน ถึงจะดูได้
- โดยเฉพาะ "ประตูดารา 14" นี่แหล่ะค่ะ ที่เป็นตัวเชื่อมเรื่องราวไปสู่ ภาค VII อย่างแท้จริง และได้เปิดเผยสาวกของงูกินหาง (Angis=แองกิส) ทั้ง 6 ที่ยืนตามเสาหมายเลขต่าง ๆ ให้เห็นบางส่วน (จริง ๆ มี 7 แต่ ศจ. ไวส์แมนสาวกประจำเสาต้นที่ 3 โดนเควินใช้ "เสาเกลือ" ฆ่าตายไปในภาค SC แล้ว)
- ในประตูดารา 14 นั้น จะเป็นตอนที่คัมพาเนลล่าเข้าไปรายงานเหตุการณ์หลังจากตอนจบของภาค SC และมอบ "คฑาอาร์ติแฟกซ์" ที่ยึดมาคืนให้กับ "นายเหนือหัว" ค่ะ จากบทสนทนาที่พวกเขาคุยกัน มี 2 คนที่พอจะจับเค้าได้ว่า น่าจะเป็น "บอส" ของภาคต่อไป ก็คือ เสาต้นที่ 6 หรือก็คือ "ดร. โนบัสทิส" มันสมองของ "องค์กร" ที่มีการกล่าวไว้ตั้งแต่ภาค SC ว่าเขากำลังดำเนินแผนการอยู่ที่ "โรงงานสิบสาม" ใน จักรวรรดิเอเรโบเนียค่ะ
- และ เสาต้นที่ 7 ซึ่งจากวิธีการพูดนั้นดูเหมือนว่าเขาจะมีความเกี่ยวข้องกับ "คาซิอุส" ไม่แน่ว่า เสาต้นนี้ ก็คือ "ยุน เคอร์ฟาย" คุณตาของอาเนราส หรืออาจจะเป็น "องค์ชายยูดีส" โอรสของราชินีอาริเชีย พระบิดาของคลอเซ่ หรือเพื่อนของป๋าตั้้งแต่สมัยเรียนนายร้อย ซึ่งไม่แน่ว่าเขาอาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นได้
- ก็ได้แต่คิดไปต่าง ๆ นานา ว่าแล้วรอภาค VII ดีกว่า (ภาคต่อไป คงต้องรอสัก 2 ปีอีกล่ะมั๊งเนี่ย แถม "สาวก" เหลืออีกตั้ง 6 คน และประเทศต่าง ๆ บนทวีปที่ ก็มีมากมายกว่าที่คิด นอกจาก 3 อาณาจักรหลัก ๆ ที่พอจะรู้ ก็มี "อาณาจักรเรมิเฟเรีย" ทางตอนเหนือ ฯลฯ ไม่แน่ว่า อาจจะมีเนื้อเรื่องต่อไปจนถึง VIII, IX, X ..... บลา ๆ ๆ ค่ะ)
★Ending
- ถึงจะเห็นว่า เพื่อน ๆ ของพวกเราวิ่งเข้าประตูไป (แค่นั้นจริง ๆ วิ่งเข้าประตู Let's get though the door) แต่คำพูดแต่ละคำที่แต่ละคน กลั่นกรองออกมา ซึ้งมาก ๆ น้ำตาพาลจะไหลค่ะ
- โดยเฉพาะคำพูดของเอสเทลตอนสุดท้ายที่บอกกับเร็นที่ไม่เข้าใจว่า ทำไมเวลาจะจากกันทุกคนถึงยังยิ้มให้กันได้น่ะค่ะ ตรงนั้นแหล่ะซึ้งมาก ๆ (ไว้จะแปลบทสนทนา ในส่วนของบทสรุปนะคะ)
- ส่วนของเจ๊เชร่ากับโอลิเวียร์นั้น ก็ชวนให้คิดถึงความสัมพันธ์ของ 2 คนนี้จริง ๆ ก็โอลิเวียร์พูดเหมือนกับว่า กำลังพูดถึงเรื่องที่เขาขอเจ๊เชร่าแต่งงานยังไงยังงั้นเลยค่ะ แถมเจ๊แกยังบอกขอเวลาคิดอีกด้วย ทำไมไม่พูดออกมาตรง ๆ นะ ทำให้แฟน ๆ คิดมากนะเนี่ย
☆ไม่แน่ว่าภาคต่อไปคนที่อาจจะเป็นตัวเอกก็คงจะเป็นตาติ๊งต๊องนี่น่ะแหล่ะค่ะ (เห็นแฟน ๆ เรียกร้องกันเยอะ) ที่จะมาขับเคี่ยวเขี้ยวฟันกับรัฐมนตรีออสบอร์นและเล็กเตอร์ (ที่อาจจะเป็นผู้ดำเนินแผนการอีกคนหนึ่ง) กันต่อ☆
- ส่วนฉากตอนบทส่งท้าย ที่ "อธิการเซลเนิร์ต" คุยกับเควินผ่านเครื่องมือสื่อสารบน "เมลคาบาห์" ก็ตลกมากค่ะ เควินจะตั้ง "ฉายา" ตัวเองใหม่ แต่อธิการเซลเนิร์ตพอได้ยินฉายาที่เควินยกตัวอย่างมา ก็เลยให้เควินลองกลับไปปรึกษารีสดูก่อน แล้วค่อยมาว่ากันใหม่ค่ะ
☆แต่เควินคงเทสต่ำจริง ๆ นั่นแหล่ะค่ะ
ฉายาเดิมที่ตัวเองคิดไว้เมื่อ 5 ปีก่อน "นักล่านอกรีต" น่ะ
มันน่าจะโอเคกว่า "ดาวตกน้ำเงิน" หรือ "แบล็กแอโรว์" ล่ะมั๊ง? (ก็มันฟังดูเช้ยเชยยังไงไม่รุ)
หรือลองเปลี่ยนเป็น "คุณต้นหอม" อย่างที่ "โดรธี" หรือ "เร็น" พูดถึงนายจะดีกว่าไม๊นะ
เพราะยังไงก็ดีกว่า ฉายาของริชาร์ด "คุัณหอมหัวใหญ่" น่ะนะ
(คิดได้ไงเนี่ย คุณฟาลคอม ต้นหอมกะหัวหอมน่ะ น่ารักจริง ๆ)☆
★Ending Theme & BGM
- สำหรับเรา คิดว่า BGM เป็นจุดเด่นของภาคนี้เลยล่ะค่ะ เพลงประกอบไพเราะมาก ๆ (Cool) ถึงแม้จะเป็นการนำเพลงเก่ามา Re-arrange ใหม่ แต่ก็ฟังเพราะ ไม่น่าเบื่อ บางเพลง ฟังแล้วน้ำตาพาลจะไหล (อีกและ) เพราะอินไปกับเนื้อเรื่อง ที่เข้ากันได้พอดิบพอดีกับเพลงประกอบที่มี ถึงจะใช้เพลงเก่า ๆ ใน Album - sora wo miagete (เพลงใช้ชื่อเดียวกันกับชื่ออัลบั้ม) ก็เถอะนะ
- เพลง May be it was fated ถ้าเข้าใจไม่ผิด คือ เพลงที่ใช้เป็น Battle BGM นั้น ฟังแล้วก็ยังเพราะค่ะ ไม่ว่าจะพูดยังไง เพลงที่ใช้ก็ไพเราะไปซะหมด งั้นพอดีกว่า เดี๋ยวจะเอียงไปมากกว่านี้
- ส่วน ED Theme song เป็นเพลง SORA WO MIAGETE - มองไปบนฟากฟ้า - 空を見上げて ที่นำมา Re-arrange เหมือนกันค่ะ และทำได้ดีกว่าของเก่าซะด้วยสิ พลังเสียงของ KOTERA KANAKO-SAN สุดยอดมาก ๆ และช่วงเวลาที่เพลงบรรเลงขึ้นตอนจบ เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ ค่ะ ลงตัวมาก ๆ เลย ชอบมาก ๆ ค่ะ (ยังหา Re-arrange Version ไม่ได้ มีแต่ Version เก่า แต่ไว้คราวหน้าจะนำเนื้อเพลงมาลงให้ก่อนนะคะ)
ความจริงก็ยังอยากจะ Review อีกนิด
แต่เห็นว่าเริ่มยาวแล้ว ขอจบแค่นี้ก่อนแล้วกันนะคะ
เพื่อน ๆ ที่เล่นจบแล้ว มีความคิดเห็นยังไงมาแบ่งปันกันได้นะคะ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบหรืออะไรก็ตามในส่วนที่เพื่อน ๆ ชอบหรือไม่ชอบก็ได้ค่ะ
Blog-map

![เรียนรู้ภาษาญี่ปุ่น กับ ศ. ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์ ที่ [โรงเรียนเด็กวัดปรียา] ค่ะ](http://gin-no-ishi.exteen.com/images/lan-dekwad.gif)
รู้สึกได้เลยว่า..
1. บอสแต่ละตัวเนี่ยอยากให้เราชนะ(คิดไปเองป่าวเนี่ย)
2. Max Guard เนี่ยมันสุดยอดเกินไปมั้ง.. กันได้ทุกอย่างเลยอ่ะ
3. สุดท้้าย.. เกมส์นี้โกงง่ายจัง..
ผิดกะเกมส์ "YS Origin" ป้องกันซะอย่างดี
#1 By SiD (124.120.75.91) on 2007-07-26 02:19