空の軌跡the3rd - ประตูจันทรา

posted on 15 Jul 2007 11:06 by gin-no-ishi  in Walkthrough

ประตูจันทรา 『月の扉』
(Long Episode)

- ฉากต่าง ๆ ที่เน้นการเดินเรื่องค่อนข้างยาว ใช้เวลาในการเคลียร์นานมาก ๆ สำหรับคนที่อ่านเนื้อเรื่องไปด้วย
- เงื่อนไขในการเล่นคือ ตีปริศนาที่ประตูบอกให้แตก และหากตีความปริศนาได้จะได้ดู [เศษเสี้ยวแห่งความทรงจำ] ค่ะ

วิธีการแก้ปริศนาจะแบ่งเป็นออกได้ดังนี้ค่ะ
(1) นำเพื่อนตามปริศนา (1 หรือ 2 คน) เข้าร่วมกลุ่มต่อสู้
(2) ต้องมีไอเทมตามปริศนา
(3) นำทั้งเพื่อนเข้ามาร่วมกลุ่มและต้องมีไอเทมที่ปริศนาระบุไว้ด้วย

- ถ้าเคลียร์ได้ก็จะได้รับ "โบนัสไอเทม" หรืออาจจะเป็น "ควอทซ์" รวมทั้งจะได้รับ "มิร่า" ด้วยค่ะ

 


 

ประตูจันทรา① ตอนต้นประตูจันทรา① ตอนหลัง
ประตูจันทรา②ประตูจันทรา③
ประตูจันทรา④ประตูจันทรา⑤

 


 

ประตูจันทรา①
โครงการพัฒนาออร์เบิลเกียร์ / ตอนต้น 『オーバルギア開発計画/前編 』
สถานที่ ระเบียงหยก① ปริศนา เจ้า จงพาเด็กสาวอัจฉริยะแห่งวิทยาการออร์บเมนท์มาหาข้า

หากทำได้ [ประตู] จะเปิดออก
คำตอบ ทีต้า โบนัส ลองบาเรล รุ่นปรับปรุง 『ロングバレル改』
(เครื่องประดับสำหรับทีต้า)
มิร่า 3000
Battle & Event เมื่อเข้าประตูไปจะเกิดการต่อสู้กับ (เฮฟวี่ เดอะ มูน *3) ทันที ทางที่ดีเตรียมตัวไว้ก่อนดีกว่าค่ะ

**ในกรณีที่ศัตรูเหลือเลือดมากกว่า 1/2 จะใช้ท่า "การรักษาแห่งแสงจันทร์" เพิ่มเลือดให้กับเราค่ะ**
**ในกรณีที่ศัตรูเหลือเลือดน้อยกว่า 1/2 จะใช้ท่า "ความคลุ้มคลั่งแห่งแสงจันทร์" ที่จะสร้างความเสียหายและทำให้เราติด MOV Down ด้วยค่ะ**
**แนะนำให้ใช้ Craft "สโมค แคนนอน" ของทีต้าทำให้ศัตรูติด "มืดมิด" เพื่อลด DEX ของศัตรูลงจะง่ายขึ้นค่ะ**
**แนะนำให้ค่อย ๆ ลดเลือดศัตรูลงทีละตัวไม่ให้เหลือน้อยกว่าครึ่งนึง เมื่อลดเลือดได้ระดับที่ว่าจนครบทุกตัวแล้วก็ให้ใช้ S-craft ปราบ จะง่ายขึ้นอย่างมากค่ะ**
Story ทีต้าที่ได้พบแม่ "เอริก้า" และพ่อ "ดัน" ของเธออีกครั้ง และได้ตัดสินใจเข้าร่วม [โครงการพัฒนาตุ๊กตาสงครามรุ่นใหม่] ที่พ่อแม่และตาของเธอร่วมกันพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ต่อกรกับ [ออร์เบิลมัพเพ็ต] ตุ๊กตาสงครามของ [งูกินหาง]

ถึงแม้จะโดนห้ามไม่ให้เข้าร่วมในโครงการนี้ในตอนแรก แต่ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของทีต้าที่ไม่อาจเข้าถึงจิตใจของ "เร็น" เด็กสาวที่มีอายุไล่เลี่ยกับเธอที่เธอเรียกว่าเพื่อน มาตลอดจนถึงตอนนี้ โดยหวังว่าเมื่อเธอขึ้นขับ [ออร์บเบิลเกียร์] แล้ว จะสามารถเข้าใจความรู้สึกในตอนที่เร็นใช้ [ปาเทล มาเทล] ได้บ้างก็ยังดี และด้วยความมุ่งมั่นนั้น ก็ทำให้เธอกลายมาเป็น 1 ในผู้ร่วมโครงการพัฒนาตุ๊กตาสงครามรุ่นใหม่ [ออร์เบิลเกียร์]

 

ประตูจันทรา①
โครงการพัฒนาออร์เบิลเกียร์ / ตอนหลัง 『オーバルギア開発計画/後編』
สถานที่ ระเบียงหยก① ปริศนา เจ้า จงพาเด็กสาวอัจฉริยะแห่งวิทยาการออร์บเมนท์
พร้อมด้วยเปลวเพลิงอันแกร่งกล้ามาหาข้า

หากทำได้ [ประตู] จะเปิดออก
คำตอบ ทีต้า,
อากัต
โบนัส ออร์เบิลเกียร์ 『オーバルギア』
(Craft ของทีต้า)
มิร่า 3000
Battle & Event -
Story "อากัต" เบรเซอร์หนุ่มผู้แสนงานยุ่ง ถึงแม้ตารางเวลาจะเต็มเพียงไหนจะเหนื่อยเพียงใด และไม่ว่าจะ (แอบ) บ่นยังไง ก็ยังคงรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับทีต้าว่า "ทุกวันศุกร์สิ้นเดือน" เขาจะมาทานข้าวเย็นกับเธอที่โรงงานรัซเซล

ในการมาไซสส์คราวนี้ กลับปรากฏร่างของสาวในชุดขาวผู้ทำตัวเป็นปริศนาทำการจ้างวานจ่าหน้าโดยตรงถึงเขา ให้ช่วยโรงงานกลางไซสส์ในโครงการพัฒนาตุ๊กตาสงครามรุ่นใหม่

เมื่อรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือแม่ของทีต้า ซ้ำยังดีงทีต้าเข้าไปร่วมโครงการอันตรายอย่างนี้อีก อากัตตัดสินใจรับคำจ้างวาน และนั่นทำให้อากัตรู้ว่าทีต้าเป็นคนเสนอตัวเข้ามาในโครงการนี้เอง

จากการดำเนินการทดลองสุดหฤโหด (วางแผนโดยเอริก้า และดันก็ยินดีให้ความร่วมมือภายใต้ใบหน้าอันยิ้มแย้ม แต่แฝงไว้ด้วย...) แม้ว่าอากัตจะสามารถแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยในตัวทีต้าที่เขามีอยู่มากมาย แต่ก็ยังรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกหนาวสั่นไปจนสุดขั้วหัวใจอยู่ดี ......(เฮ้อ)

*ในตอนที่อากัตมากินข้าวที่โรงงานรัซเซล ก็ต้องเจอกับดักที่เอริก้ากับดันวางเอาไว้ ไม่ว่า จะฝาหม้อ หอก หรือหลุมที่ขุดไว้ (จริง ๆ แล้ว ดันเข้าใจว่าจะทำแค่หลุมดักเฉย ๆ แต่เอริก้าดันเพิ่มอย่างอื่นเอาเองค่ะ) ไม่ว่าจะเป็นปิศาจแบบไหนก็ไม่กล้ว แต่ปิศาจเอริก้านี่...... เอาน่า อากัต สู้ ๆ*

 

ประตูจันทรา②
ผู้จ้างวาน 『依頼人』
สถานที่ สาขาแกรนเซล 3F ปริศนา เจ้า จงพานักเต้นผู้มีเรือนผมทอประกายสีเงินอันแสนงดงามมาหาข้า

หากทำได้ [ประตู] จะเปิดออก
คำตอบ เชราซาร์ด โบนัส เนตรสวรรค์ 『天眼』
(ควอทซ์)
มิร่า 4000
Battle & Event เกิดการต่อสู้กับพวกคนชุดดำในระหว่างดำเนินเหตุการณ์

※สามารถเก็บ Lv ในทางน้ำใต้ดินแกรนเซลเตรียมไว้สู้ได้นะคะ (ไม่มีผล กับ Lv ในฉากปกติ)
※ไอน่าสามารถใช้กระเป๋าฟาดศัตรูได้ แต่ส่วนใหญ่จะฟาดวืดค่ะ และเธอเลือดค่อนข้างน้อย หากไอน่าโดนโจมตีให้พยายามเพิ่มเลือดให้เธอด้วยนะคะ เพราะหากเธอตาย Game Over ค่ะ
※ใช้ S-craft ของเจ๊เชร่าในสมัยเด็กแล้วมัน......


☆Sub-Event☆
(1) ก่อนทำเหตุการณ์ในห้างเอเดล หน้าร้านขายไอศครีม
- จะเจอ "โดรธี" สมัยเอ๊าะ ๆ
(2) หลังทำเหตุการณ์ในห้างเอเดล ที่สถานที่พักผ่อน
- จะเจอ "ไนแอล" และ "โดรธี"
(3) ก่อนไปทำเหตุการณ์ที่โรงแรม ในห้างเอเดล
- จะเจอกับ "ไนแอล" และ "โดรธี"
(4) ก่อนไปทำเหตุการณ์ที่โรงแรม หากแวะไปที่สมาคม
- จะมีอีเวนท์โทรศัพท์จาก "คาซิอุส" ที่ติดต่อมาค่ะ
Story นครหลวงแกรนเซลเมื่อ 5 ปีก่อน เชราซาร์ดยังเป็นแค่เตรียมเบรเซอร์ และใช้ชีวิตในแต่ละวันทำงานของสาขาอย่างยุ่งวุ่นวาย ไปพร้อม ๆ กับรุ่นพี่ "คูลซ์" ที่รับหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์ไปด้วยเพราะว่าคนมีไม่เพียงพอ

วันหนึ่ง หญิงสาวนามว่า "ไอน่า โฮลเด็น" จ้างวานให้เบรเซอร์พาเธอชมนครหลวง ซึ่งเชราซาร์ดเห็นว่าเป็นงานที่ไร้สาระจึงบอกปัดไปในคราวแรก แต่เมื่อรุ่นพี่คูลซ์เห็นไอน่า เขารู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างจึงได้บอกรับงานให้เชราซาร์ดรับงาน โดยคูลซ์มีเหตุผลที่เก็บไว้ในใจก็คือ ต้องการให้เชราซาร์ดเรียนรู้อะไรบางอย่างจากเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้

ยิ่งพาไอน่าเดินท่องเที่ยวอย่างไร้สาระไปเรื่อย ๆ เชราซาร์ดก็ยิ่งนึกถึงเป้าหมายสูงสุดของเธอ คือ ต้องแข็งแกร่งให้มากกว่านี้ เพื่อเป็นเบรเซอร์ได้อย่างสมภาคภูมิ ไม่ต้องทนทรมานเหมือนสมัยเด็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในสลัมก่อนที่จะมาเจอกับหัวหน้าคณะละครสัตว์ผู้ใจดีที่รับเธอมาเลี้ยงดู จนกระทั่งได้มาเจอกับอาจารย์คาซิอุส คุณเรน่าและเอสเทล

เหตุการณ์พลิกผัน เมื่อคนชุดดำปรากฏกายไล่ล่าสังหารไอน่า แท้จริงแล้วไอน่าก็คือหลานสาวเพียงคนเดียวของ "ซาอูล จอห์น โฮลเด็น" ประธานบริษัทเรือเหาะที่ได้เขียนพินัยกรรมยกมรดกทั้งหมดให้กับเธอ โดยมีลุงของเธอเป็นผู้จัดการมรดกก่อนที่เธอจะอายุครบ 18 และก่อนเที่ยงของวันพรุ่งนี้ เธอจะต้องไปเซ็นรับมรดกทั้งหมดที่ห้องเอกสารราชวังแกรนเซลให้ได้

ไอน่าได้ใช้การจ้างวานให้พาเธอท่องเที่ยวบังหน้า เพื่อหลบหนีการตามล่าและหาทางเข้าไปยังราชวัง ด้วยความร่วมมือของคูลซ์ที่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างดี เพราะกำลังตรวจสอบเรื่องทหารรับจ้างที่ลักลอบเข้ามาอยู่ก่อนแล้ว รวมทั้ง "สติงก์" เบรเซอร์รุ่นพี่ที่เพิ่งเดินทางมาจากสาขาบอสเพื่อมาช่วยงานสาขานครหลวง ก็ช่วยให้เชราซาร์ดและไอน่าสามารถฟันฝ่าอุปสรรคจากลุงของเธอและเข้าไปถึงราชวังได้

แต่ท้ายที่สุดแล้ว ไอน่าได้ตัดสินใจโอนกรรมสิทธิ์ในบริษัทเรือเหาะทั้งหมดให้ทางนครหลวงแกรนเซลเป็นคนจัดการ โดยเธอไม่ขอรับมรดกใด ๆ ตามพินัยกรรมเลย

จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ทำให้เชราซาร์ดได้เรียนรู้ว่าเส้นทางที่เธอจะมุ่งไปสู่การเป็นเบรเซอร์อย่างแท้จริงนั้น ไม่จำเป็นต้องอาศัยความแข็งแกร่งแต่เพียงอย่างเดียวดังเช่นที่เธอเคยคิด ทั้งยังได้เพื่อนใหม่อย่าง "ไอน่า" ที่กลายมาเป็นเพื่อนรัก และนี่เป็นจุดเริ่มต้นที่เธอกลายมาเป็นพี่สาวที่ดีของเหล่าเบรเซอร์รุ่นน้องทุกคนดังเช่นทุกวันนี้ (ยกเว้น เรื่องเมาหัวราน้ำที่ยังเหมือนเดิม)

 

ประตูจันทรา③
ปีกที่ร่อนถลาลงมา 『舞い降りた翼』
สถานที่ เส้นทางเงิน ปริศนา เจ้า จงพาเด็กสาวผู้เก็บงำประกายสีขาวบริสุทธิ์ที่ถือ [สัญลักษณ์] แสดงตนว่าเป็นนักเรียนมาหาข้า

หากทำได้ [ประตู] จะเปิดออก
คำตอบ คลอเซ่,
หนังสือแจ้งผลสอบผ่าน การย้ายเข้าโรงเรียนกลางเทอม
(เก็บได้จากหีบที่ชั้นดาราที่ 3 ในฉากที่ 3)
โบนัส เนตรเหยี่ยว (HAYABUSA) 『隼眼』
(ควอทซ์)
มิร่า 6000
Battle & Event (1) ได้รับการไว้วานจาก "อาจารย์วีโอล่า" ให้ช่วยแจกเอกสารแก่นักเรียนภาควิชาสังคมศาสตร์
- "ลอยซ์" กับ "เซลม่า" ในห้องเรียน
- "แอนตอน" หน้าอาคารเรียนเก่า (มีใครจำเขาได้บ้างคะ ก็คนที่เอาแต่เฝ้าฝันถึงเมชา สาวน้อยที่เดินไปเดินมาหน้าห้างเอเดล และเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นแม่สาวคอทองแดงไอน่าไง)
- "คุราระ" ที่หอประชุม
- "โลจิค" ที่หอพักชาย
- เมื่อไปที่คลับเฮ้าส์จะเกิดอีเว้นท์ เหล่าสภานักเรียนกำลังตามหาอะไร (ใคร) บางอย่างอยู่
- "โมนิก้า" ที่ห้องล็อกเกอร์หญิง บนคลับเฮ้าส์ชั้น 2

(2) หารุ่นพี่เล็กเตอร์ (ครั้งที่ 1)
- "เล็กเตอร์" จะอยู่ที่หอประชุมค่ะ (ขึ้นบันไดลิงไปยังที่ยืนดูด้านบน)

☆ก่อนที่จะเจอกับเล็กเตอร์ จะมีบทสนทนาเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ตามนี้ด้วยนะคะ☆
※ชั้น 2 ของอาคารหลักจะเจอกับรุ่นพี่ "ลูซี่" ที่กำลังตามหาเล็กเตอร์อยู่
※คุยกับ "พาทอม" ที่ห้องเรียนภาควิชาธรรมชาติวิทยา เขาจะให้คำบอกใบ้ที่อยู่ของเลกเตอร์
※คุยกับ "อาจารย์ใหญ่โคลินซ์" แล้วไปสำรวจโซฟาจะมีคำบอกใบ้ที่อยู่ของเล็กเตอร์
※คุยกับ "นักการปาคูส" ที่หน้าหอประชุม แล้วสำรวจม้านั่งจะมีคำบอกใบ้ที่อยู่ของเล็กเตอร์


(3) นำจดหมายไปส่งที่คฤหาสน์นายกเทศมนตรีเมืองรูอัน
- ไปคุยกับ "อาจารย์ใหญ่โคลินซ์" เพื่อรับ "หนังสืออนุญาตออกนอกเขตโรงเรียน"
- ออกไปที่ประตูโรงเรียนได้เลยค่ะ

☆ก่อนที่จะออกนอกโรงเรียน หากไปคุยกับรุ่นพี่เลโอ ที่สภานักเรียน จะได้รับ 200 มิร่า ด้วยนะ☆

(4) ผิดใจกับจิล
- ออกไปที่บันไดหน้าอาคารเรียนหลัก จะเกิดอีเวนท์
- สลับมาฝั่งจิล จิลจะไปหาฮันส์ที่หอพักชายเพื่อไปขอคำปรึกษา ให้เคาะประตูห้องบนชั้น 2 ด้านในสุด
- ฮันส์จะบอกให้จิลกลับไปขอโทษคลอเซ่ตรง ๆ (เลือกข้อไหนก็ได้ค่ะ)
**หากเลือกข้อแรก จิลจะไม่ยอมกลับหอแล้วผลอยหลับไป**
**หากเลือกข้อ 2 จิลจะกลับไป แล้วรุ่นพี่เลโอที่เพิ่งเข้ามาในห้อง จะบอกฮันส์ว่าเห็นจิลวิ่งออกไปทั้งน้ำตา**


(5) หารุ่นพี่เล็กเตอร์ (ครั้งที่ 2)
- คุยกับ "ฮันส์" และรุ่นพี่ "ลูซี่" ที่มาตามหาเล็กเตอร์ในหอพักชาย
- คุยกับ "จิล" และ "มิค" ที่ข้างเวทีด้านขวาในหอประชุม
- ไปที่ห้องสภานักเรียน สำรวจหน้าต่างเพื่อปีนขึ้นไปบนหลังคาจะพบกับรุ่นพี่ "เล็กเตอร์"
(คลอเซ่จะถือโอกาสขอบคุณรุ่นพี่เลกเตอร์ เพราะคำพูดของเขาทำให้เธอคิดได้)
Story คลอเซ่ที่ได้ย้ายเข้ามาเรียนที่โรงเรียนเจนิสแห่งราชอาณาจักรกลางเทอมนั้น เต็มไปด้วยความกังวลใจว่าจะไม่สามารถเข้ากับเพื่อนใหม่ได้ หรือว่าจะไม่สามารถทำทุกอย่างให้ผ่านพ้นไปด้วยดีได้

หลายวันผ่านไป เพราะมีเพื่อนใหม่อย่าง "จิล รีดเนอร์" และ "ฮันส์" เพื่อนที่เรียนด้วยกันในภาควิชาสังคมศาสตร์ ทำให้คลอเซ่ได้มารู้จักกับรุ่นพี่ปิศาจจอมโดด "เล็กเตอร์ อลันดอล" ที่พ่วงตำแหน่งประธานสภานักเรียน, รุ่นพี่ผู้จริงจัง "เลโอ" เลขาและเหรัญญิกประจำสภานักเรียน และรุ่นพี่แสนสวยจากอาณาจักรเรมิเฟเรียที่อยู่ทางตอนเหนือของทวีป "ลูซี่ เซแลนด์" รองประธานฯหญิง ผู้ฉลาดปราดเปรื่อง

ในวันหนึ่ง เธอได้รับมอบหมายให้นำจดหมายไปส่งที่คฤหาสน์นายกเทศมนตรี และได้เจอกับรุ่นพี่เล็กเตอร์ที่เข้าไปเล่นสล็อตแมชชีนในคาสิโนบาร์ที่เมืองรูอันโดยบังเอิญ

เมื่อเธอแวะมารับเขาหลังจากทำธุระเสร็จแล้ว เล็กเตอร์กลับหายไป เจ้าของคาสิโนบอกว่ามีสาวสวยมารับมาสเตอร์กลัีบไปแล้ว (เจ้าของที่นี่ นับถือเล็กเตอร์เป็นมาสเตอร์ของที่นี่เลยเชียวค่ะ) คลอเซ่คิดว่าสาวสวยที่เจ้่าของคาสิโนบอกคงจะเป็นรุ่นพี่ลูซี่

ระหว่างการเดินทางกลับ คลอเซ่ได้เจอกับเด็กผู้ชายที่ชื่อ "ครัม" บนถนนเลียบทะเลเมเว ครัมกำลังเดินหาหินสีแดงอยู่ คลอเซ่จึงได้ช่วยเหลือครัม หาหินที่เป็นเหมือนสมบัติของเขาจนเจอ ทั้งยังพาครัมไปส่ง และนั่นทำให้เธอรู้ว่า บ้านของครัมก็คือ "สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเชีย" ที่คลอเซ่เคยมาพึ่งพิงเมื่อสมัยก่อน

คลอเซ่ได้พบกับ "ผ.อ. เทเรซ่า" อีกครั้ง เพราะขาดการติดต่อไปเป็นเวลายาวนาน ทำให้คลอเซ่เพิ่งรู้ว่า "โยเซฟ" สามีของ ผ.อ. เสียไปเพราะอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน

ในที่สุด คลอเซ่ก็มีที่พึ่งพิงทางใจได้อีกครั้ง เธอมักจะใช้เวลาว่างจากการเรียนออกมาช่วยงานและเล่นกับพวกเด็ก ๆ ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอยู่บ่อย ๆ ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับจิล ดูท่าจะเป็นไปได้ด้วยดี

แต่แล้ววันหนึ่งที่คลอเซ่เล่นกับพวกเด็ก ๆ จนเพลินจนกลับมาที่หอพักดึก จิลได้พูดทำนองว่าเด็กที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเชีย "น่าสงสาร" ทำให้คลอเซ่โกรธอย่างมาก และทำเสียงดังอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนใส่จิลด้วยความโมโหแล้ววิ่งออกมา จนพบกับรุ่นพี่เล็กเตอร์

ด้วยคำพูดของเล็กเตอร์ที่ดูเหมือนจะเป็นคนไร้แก่นสาร แต่ในคำพูดของเขากลับเต็มไปด้วยข้อคิดต่าง ๆ ทำให้คลอเซ่เริ่มคิดทบทวนเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

ทางด้านจิลเองก็ไม่สบายใจในสิ่งที่เธอพูดกับคลอเซ่ จึงแอบมาดูที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าให้เห็นกับตา และพบกับคลอเซ่โดยบังเอิญที่นี่ จิลขอโทษคลอเซ่ในสิ่งที่เธอพูด แต่คลอเซ่บอกว่าเป็นความผิดของเธอเอง เพราะหลังจากที่คลอเซ่คิดทบทวนแล้ว ที่เธอโกรธในตอนนั้นนั้น ไม่ได้โกรธแทนเด็ก ๆ แต่เธอโกรธจิลเพื่อตัวเองต่างหาก เพราะเหมือนกับมีคนมาบอกว่าเธอ "น่าสงสาร" ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอรู้สึกไม่ดี หลังจากที่ทั้ง 2 คนเปิดใจพูดคุยกัน ทำให้กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันมาจวบจนบัดนี้

 

ประตูจันทรา④
เช้าแห่งการออกเดินทาง 『旅立ちの朝』
สถานที่ ป่าแซงค์โทรว่า ปริศนา เจ้า จงพาเด็กสาวผู้เป็นเจ้าของประกายแห่งแสงอาทิตย์
พร้อมทั้งเด็กหนุ่มข้างกายผู้คอยสนับสนุนประกายนั่นมาหาข้า

หากทำได้ [ประตู] จะเปิดออก
คำตอบ เอสเทล,
โยชัวร์
โบนัส ความทรงจำ 『記憶』
(ควอทซ์)
มิร่า 8000
Battle & Event ในตอนที่เอสเทลจะออกไปจับด้วงยักษ์ จะมีให้เลือกว่าจะไปไหนก่อน เลือกคำสั่งไหนก่อนก็ได้ค่ะ

(1) ไปหา "เอลิซซ่า" เพื่อขอแบ่ง "ดรากอนบีนส์" ก่อน
- เอลิซซ่าจะถามเอสเทลว่าไม่บอกเรื่องแม่ที่ตายไปให้โยชัวร์รู้เหรอ ซึ่งเอสเทลบอกว่าหากเป็นครอบครัวเดียวกัน อยู่ไปด้วยกันไปอย่างนี้ ในเวลาไม่นานโยชัวร์จะต้องเปิดใจและเข้าใจเรื่องทุกอย่างด้วยตัวของเขาเองอย่างแน่นอน

(2) ไปหา "ทีโอ" เพื่อขอแบ่ง "ไข่ออกใหม่" และ "นมสดใหม่" ก่อน
- ทีโอจะสงสัยว่าเอสเทลเอาของพวกนี้ไปทำอะไร แล้ว "มิสต์วอลท์" ที่เอสเทลบอกจะไปนั่น ก็เป็นที่ ๆ เด็กห้ามเข้าไปอีกต่างหาก

(3) เพื่อความแน่ใจ ให้ลองไปที่ร้านสารพัดอย่างรินอน จะได้ไปดูรองเท้าผ้าใบของสเตรเกอร์รุ่นใหม่ ๆ ว่าเข้ามาหรือยัง
- พบป้า "สเตล่า" ที่เมื่อกี๊เพิ่งเจอกันด้านนอก หลังจากทักทายกันเสร็จเอสเทลจะมัวแต่สนใจรองเท้า เลยลืมจุดประสงค์ของตัวเองไปเลยว่าวันนี้มาทำอะไร
Story 6 ปีก่อน เด็กหนุ่มนามว่า "โยชัวร์" ที่มีแต่แผลเต็มตัวได้ถูกพ่อ "คาซิอุส" พามายังบ้านตระกูลไบรท์ สร้างความยินดีให้แก่เอสเทลเป็นอย่างมาก เพราะเธอหวังจะได้น้องชายมานานแล้ว

ในช่วงสัปดาห์แรก โยชัวร์เอาแต่นั่งใต้ต้นไม้คนเดียว ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง เอสเทลพยายามเอาใจสารพัด ด้วยการจับแมลงที่เธอชอบมาให้โยชัวร์และคิดว่าเขาก็คงชอบด้วยเหมือนกัน แต่นั่นกลับทำให้โยชัวร์ไม่เข้าใจเอสเทลซักนิดว่า เด็กผู้หญิงคนนี้ต้องการทำอะไรและคิดว่าเธอไม่มีทางรู้ว่าเขาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ด้วยความหวาดระแวงที่จะถูกองค์กรพบเพียงไร

จากคำพูดของเอสเทล โยชัวร์ยังได้ค้นพบว่า "คาซิอุส ไบรท์" ไม่ได้บอกเรื่องงานที่ทำให้กับลูกสาวตัวเอง นอกจากบอกแค่ว่าทำงานเป็นเบรเซอร์เท่านั้น

โยชัวร์ออกมานอนนอกบ้านเหมือนดังเช่นทุกคืน ในคืนหนึ่งเขาได้พบกับคาซิอุสที่ออกมานั่งดื่มบรั่นดีอยู่ที่ระเบียงด้านนอก โยชัวร์ต่อว่าคาซิอุสที่ไม่ยอมบอกอะไรให้กับลูกสาวตัวเอง แต่คาซิอุสให้เหตุผลถึงเรื่องนั้นว่ามันยังไม่ถึงเวลาเท่านั้น และเปลี่ยนเรื่องคุยว่าหากโยชัวร์ไม่ชอบนอนห้องเดียวกับเอสเทล ก็ให้ทำความสะอาดห้องข้าง ๆ ที่ใช้เก็บของมาทำเป็นห้องนอนส่วนตัวก็ได้

หลายวันผ่านไป เอสเทลพาโยชัวร์ไปช่วยงานที่ไร่เพอเซล เพราะว่าแม่ของทีโอเพิ่งคลอดลูกแฝด แก๊ง 3 สาวจึงตกลงกันว่าจะไปช่วยงานกันในวันนี้ ดังนั้นในฐานะพี่สาวเอสเทลจึงพาโยชัวร์มาช่วยด้วยอีกแรง

"เอสเทล", "ทีโอ" และ "เอลิซซ่า" ช่วยกันทำไร่ ส่วนโยชัวร์ที่มีแต่แผล ก็ได้รับมอบหมายให้ทำงานเบา ๆ โดยการดูแล "เชล" กับ "วิล" น้องคู่แฝดแทน

ในขณะที่ทุกคนกำลังทำงานในไร่นั้น หลายต่อหลายครั้งที่โยชัวร์พยายามนึกว่าเหมือนเขาจะลืมเรื่องอะไรที่สำคัญมากไป และได้ยินเสียงผู้ใช้มนตราในหัวตอนที่มารับเขาไปอยู่ตลอดเวลา ฉับพลันเสียงเรียกของเอสเทลที่สดใส ทำให้เขาตื่นขึ้นจากพวังค์ โยชัวร์สังเกตเห็นเอสเทลมีแผลที่ขาจึงก้มลงไปทำแผลให้เอสเทล ถึงแม้จะแสบแผลแต่ก็ทำให้เอสเทลเห็นว่า โยชัวร์เองก็มีจุดที่อ่อนโยนเหมือนกัน จากนั้นเธอจะกลับไปทำงานในไร่ต่อ

ท่ามกลางอาทิตย์อัสดงในไร่เพอเซล เสียงฮาร์โมนิก้าของโยชัวร์ก้องกังวานไปทั่ว ทำให้เอสเทลรู้สึกไม่ชอบใจนิด ๆ ที่โยชัวร์เป่าฮาร์โมนิก้าเก่งขนาดนี้แต่ไม่ยอมบอกเธอ แต่เอสเทลไม่รู้เลยว่าภายใต้เสียงฮาร์โมนิก้านั้น ภายในใจของโยชัวร์ได้แต่คิดที่จะไปจากที่นี่ เพื่อไม่ต้องการให้ใครต้องมาเดือดร้อนเพราะเขา

วันหนึ่ง เอสเทลเข้าไปในมิสต์วอลท์ ป่าหมอกที่แสนอันตราย เธอเข้าไปที่นั่นก็เพราะต้องการจะจับด้วงขนาดใหญ่มาให้โยชัวร์ แต่กลับทำให้เธอต้องตกอยู่ในวงล้อมของเหล่าสัตว์ปิศาจที่ดุร้าย

อีกด้านหนึ่ง โยชัวร์เขียนจดหมายแล้วนำไปวางไว้ที่ห้องทำงานของคาซิอุส ในขณะกำลังจะจากไปเขาได้ยินเสียงของเอสเทล ใจหนึ่งก็สับสน ใจหนึ่งก็เป็นห่วง แต่สุดท้ายโยชัวร์เลือกที่จะไปช่วยเอสเทล

โยชัวร์จะโกรธเอสเทลมากที่เข้ามาในนี้โดยไม่ได้ระวังอันตรายเลย แต่เอสเทลไม่ใส่ใจที่โยชัวร์ดุแม้แต่น้อย เธอพลางหยิบเอาด้วงยักษ์ที่เธอใช้ชีวิตปกป้องมามอบให้เขา โยชัวร์ได้แต่งุนงงกับพฤติกรรมของเอสเทล แต่นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำเขาก็เริ่มเปิดใจทีละน้อย
(โยชัวร์มีการหยอกเอสเทลด้วยว่า ด้วงแบบนี้ไม่เรียกว่าใหญ่หรอก ทำให้เอเทลต้องหน้าเครียดหาตัวใหญ่กว่านี้ให้วุ่นเลยล่ะค่ะ)

5 ปีต่อมา ในวันออกเดินทางของเอสเทลและโยชัวร์ ชาวเมืองรอเลนซ์มาส่งพวกเขาที่ท่าเทียบเรือเหาะ คาซิอุสได้ถามโยชัวร์ว่าตัดสินใจแบบนี้ดีแล้วเหรอ โยชัวร์ได้ตอบว่าเขาตัดสินใจแล้วว่าจะมีชีวิตอยู่ในฐานะ "โยชัวร์ ไบรท์" ทั้งจากนี้และตลอดไป เอสเทลที่ได้ฟังเรื่องที่ป๋ากับโยชัวร์พูดแล้ว ก็หงุดหงิดพวกผู้ชายที่พูดกันแต่เรื่องที่เข้าใจกันอยู่ 2 คน

 

ประตูจันทรา⑤
หินแห่งความสุข 『幸せの石』
สถานที่ โรงเรียนเจนิส - อาคารเรียนเก่า 2F ปริศนา รูปแบบของความสุขมีแตกต่างกันไป......
แม้แต่การตีความหมายก็ยังไร้ที่สิ้นสุด

หากพวกเจ้า มีความสุข 1 ในหลายรูปแบบนั้น จงนำมันมาแสดงต่อหน้าข้า......
หากทำได้ [ประตู] จะเปิดออก
คำตอบ โชคดี (ควอทซ์) โบนัส หินแห่งความสุข 『幸せの石』
(เครื่องประดับ)
มิร่า 12000
Battle & Event (1) เดินไปที่ชายหาด สำรวจเศษเปลือกหอยที่อยู่บนชายหาด
- หากเปิดหีบดู จะพบว่าไม่มีอะไรอยู่ในนั้นเลย สร้างความเสียดายให้แก่ 2 หนูน้อยเป็นอย่างมาก
- ผลสุดท้าย ก็เจอแค่ "กุญแจเงิน" บนเรือเท่านั้นเอง

(2) ไปที่โกดังกังหันลมที่หมู่บ้านมาโนเลีย เพื่อไปเลือกซื้อของขวัญวันเกิดในงานบาซาร์ประจำปีของหมู่บ้าน
- "มารี่" จะจำชื่อ "กรัซ" ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่กรัซเคยช่วยเหลือเธอมาก่อน แต่กรัซไม่ว่าอะไรที่มารี่เรียกชื่อตนผิดค่ะ (กรัซใจดีมาก ๆ เลยนะเนี่ย)

(3) ไปที่หอคอยบาเรนน์ คุยกับ "ผู้เฒ่าฟอกท์"
- มารี่จะถามถึงเรื่องหินแห่งความสุข

(4) ไปที่ยอดเขาโครเน่
- จะเกิดอีเวนท์
- พบกับ "สัตว์ปิศาจแปล๊กแปลก (เลกนาร์ดน้อย)"
- เก็บฟืนตามต้นไม้และพุ่มไม้ เพื่อจุดไฟให้ความอบอุ่น
Story ใกล้วันเกิดของ "ผ.อ. เทเรซ่า" เด็ก ๆ แห่งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเชีย ก็ได้หารือกันถึงเรื่องของขวัญวันเกิดที่จะมอบให้กับ ผ.อ.

หลายวันก่อน "ครัม" ที่ได้ไปฟังเรื่องราว [หินแห่งความสุข] จากลุงโอนีลในเมืองรูอัน จึงได้นำข้อมูลมาบอกกับ "ดาเนียล" "โปลี่" และ "มารี่" ครัมได้ชวนดาเนี่ยลออกไปหา [หินแห่งความสุข] กันที่จุดที่สูงที่สุดของลีเบร์ล ก็คือ ยอดเขาโครเน่กับเขา

ถึงแม้ในทีแรกมารี่ จะเห็นว่าเรื่องที่ครัมพูดเป็นเรื่องไร้สาระในสายตาของเด็กที่จริงจังเอาการเอางานอย่างเธอ แต่ในใจมารี่ก็คิดว่าหากได้ [หินแห่งความสุข] มาเป็นของขวัญให้กับ ผ.อ. จะดีแค่ไหนกันนะ

ในงานบาซ่าร์ของหมู่บ้านมาโนเลีย มารี่พยายามหาหินที่ว่าเผื่อมีขายในงานนี้ เธอลองถาม "โซเรโน" ที่ขายของอยู่ถึงหินแห่งความสุขดู และได้คำตอบกลับมาว่าหินแห่งความสุขน่าจะอยู่บนยอดเขาโครเน่ มารี่จึงตัดสินใจเดินทางไปยังยอดเขาโครเน่ เพื่อไปหาหินแห่งความสุขพร้อมกับโปลี่

ระหว่างทางโปลี่หายไป มารี่ได้แต่โทษตัวเองว่าเป็นเพราะเธอชวนโปลี่มา จึงทำให้เรื่องเป็นแบบนี้ขึ้น ทั้งยังกังวลใจว่าถ้าโปลี่ไปเจอกับสัตว์ปิศาจบนยอดเขาจะทำอย่างไร เธอสะดุดล้มลง แม้จะรู้สึกกังวล อัดอั้นเพียงใด แต่มารี่ก็ได้พยายามกลั้นน้ำตา ปากก็พร่ำแต่บอกว่า "จะร้องไห้ไม่ได้..."

มารี่ไม่ได้ทันสังเกตว่ารอบ ๆ ตัวเธอเริ่มมีหมอกสีขาวปกคลุมลงมา และนั่นทำให้เธอได้พบกับ "สัตว์ปิศาจแปล๊กแปลก" ที่แปลกจริง ๆ เพราะแทนที่จะทำให้มนุษย์กลัว แต่ดันกลัวมนุษย์ซะนี่

มารี่จึงได้ใช้เวลาอันแสนสนุกกับสัตว์ปิศาจตนนั้น ท่ามกลางความมืดมิด ภายใต้แสงสว่างจากกองไฟที่มอดลง มารี่ขดตัวลงนอนบนตัวสัตว์ปิศาจ และได้กลิ่นอะไรบ้างอย่างที่คุ้นเคยจากตัวของเขา มันช่างทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นเสียจริง

เช้าวันต่อมา มารี่ลืมตาตื่นขึ้นไม่เห็นสัตว์ปิศาจตนนั้นอีกแล้วและคิดว่าเขาคงทิ้งมารี่ไป มารี่จึงตัดสินใจเดินทางกลับ ขณะที่ข้ามสะพานแขวนนั้น ลมพัดแรงจนพัดมารี่ตกลงไปในหุบเขา ในขณะที่มารี่ถอดใจรอรับความตาย และได้แต่พร่ำบอกขอโทษ ผ.อ. อยู่ในใจนั้น สัตว์ปิศาจแปล๊กแปลกตนนั้น ก็บินเข้ามาช่วยมารี่ได้อย่างทันท่วงที

สัตว์ปิศาจได้พามารี่ล่อนถลาไปในท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ มารี่มีความสุขและรู้สึกสนุกมาก ๆ ราวกับว่าเธออยู่ในความฝันก็ไม่ปาน ทันใดนั้นเสียงของสัตว์ปิศาจพูดกับมารี่ว่า "......วันนี้มีสนุกมากเลย" ก่อนที่ทุกอย่างจะหายไป

มารี่ลืมตาตื่นขึ้นบนเส้นทางรองมาโนเลีย โดยมีกรัซและโปลี่อยู่ข้าง ๆ ครัมและดาเนี่ยลรีบวิ่งเข้ามาหามารี่ด้วยความเป็นห่วง ซึ่งครัมบอกว่าเป็นเพราะเขาทำให้มารี่ต้องมาตกอยู่ในอันตราย ดาเนี่ยลแซวครัมด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า ครัมมัวแต่ห่วงมารี่จนลืมซื้อของที่ร้านลุงโอนีล แต่ก็ซื้อของจากงานบาซาร์มาเตรียมไว้บ้างแล้ว มารี่เห็นครัมทำท่าทางเกเรใส่ดาเนี่ยลเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน ทำให้มารี่รู้สึกดีใจมาก ๆ และนึกถึงความฝันอันอบอุ่นที่ได้เห็น

กรัซจะพาพวกเด็ก ๆ ไปส่งได้ให้คำสัญญาว่าถ้าจะหาของขวัญ เดี๋ยวพรุ่งนี้เขาจะมาช่วยหาด้วย ในขณะที่ทุกคนกำลังเดินทางกลับนั้น จู่ ๆ ก็มีแสงสว่างขึ้นที่กระเป๋าของมารี่ เมื่อเธอลองหยิบขึ้นมาดู ก็พบว่านั่นคือ [หินแห่งความสุข] นั่นเอง

หลังจากนั้น มารี่ได้ใช้สร้อยเก่า ๆ ที่ครัมซื้อมาจากงานบาซาร์ นำมาห้อยหินแห่งความสุข และใช้กล่องที่ดาเนียลหามาทำเป็นกล่องของขวัญ แล้วมอบให้เป็นของขวัญแก่ ผ.อ. เทเรซ่า มารี่รู้สึกว่าตัวเองได้กลิ่นอะไรซักอย่างที่เหมือนกับกลิ่นที่ออกมาจากสัตว์ปิศาจตนนั้น ใช่แล้ว กลิ่นที่อบอุ่นนั้นเป็นกลิ่นแห่งความสุขนั่นเอง

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ว้าว สุดยอดเลย กำลังอยากรู้เรื่องของ Side Story พอดี แปลรวดเร็วดีมากเลยงับ

สรุป เจ้า อากัต โดนแกล้งสินะ 5555

ปล. เจ๊ไอร่าฟาดโหดโคตร แรงพอๆกะเชร่าตีเองเลย พลังช้างจริงๆ ....

#1 By ~Anime Lover~ on 2007-07-15 11:22

เหอๆ ภาค3ออกไวจังเยย แต่ว่าภาค2ถึงไหนและอ่า หรือจะมาเล่นภาค3ก่อนดีน้า อิอิ

#2 By UndeadBoy on 2007-07-15 12:44

โอ้ มาเร็วจัง
แบบนี้ประตูดาราไม่ล่อ 3 entry เลยหรือครับ 15 ประตู

#3 By Whip on 2007-07-15 12:51

เจ๋งไปเลยครับ ได้รู้เรื่องกับเขาซะที

ปล.ภาค2......ลงกรุ เง้อ

#4 By Lucian (125.24.239.178) on 2007-07-15 18:59

อ้าว ประตูแรกนั่น เอ

#5 By Lucian (125.24.239.178) on 2007-07-15 19:18

ประตูแรกช่วงหลังนั่นผมเล่นแล้วได้ไรก็ไม่รู้อ่ะครับไม่ใช่คราฟของทีต้ากะตัง

เกี่ยวกะตอนสู้มั้ยอ่ะครับ

#6 By Lucian (125.24.239.178) on 2007-07-15 20:03

ใครตอบผมที ตอน 6 บอสหัวขาวคือเลออนฮาดท์จิงๆสินะ ( ข้างหลังนั่น หรือว่า พี่สาวโยชัวร์ )

ไม่ผิดใช่ไหม เพราะตอนตายกลายเป็นวิญญาณเลย ไม่ได้เป็นแสงวาบกลับไปเหมือนคนอื่น

#7 By ~Anime Lover~ on 2007-07-15 23:47

ที่จริงเรเว่ก็คือคนเดียวกะนายผมเงินในภาคก่อนๆ(จำชื่อไม่ได้)

รู้สึกว่าจะมีน้องสาวแต่ตายไปแล้ว เงาข้างหลังแว่บๆตอนจะหายไปนั่นคือน้องสาวเขาครับ

ปกซีดีเพลงออริจินัลโซระโนะคิเซคิก็เป็นรูปนายนี่ตอนเอาดอกไม้มาให้น้องสาวที่หลุมอ่ะนะ นายนี่เลยเอ็นดูเร็นเป็นพิเศษ

#8 By Lucian (125.24.239.178) on 2007-07-16 00:49

คุณ Lucian ครับ เรเว่ ไม่ได้มีน้องสาวนะครับ แต่เงาที่เห็นนั้นนะ คือ คาริน พี่สาวของ โยชัวร์ ซึ่งเธอเป็นแฟนของเรเว่ ได้ตายไปตั้งนานแล้ว

#9 By santa (58.9.55.194) on 2007-07-16 01:31

เพิ่งได้เกมมาดำน้ำเล่นค่ะ เล่น ๆ แล้วยังงงอยู่ ๆ นิดหน่อย คือตอนนี้เพิ่งถึง The Secondนี่เอง พอได้โจเซตแล้วไปไหนต่อเหรอค่ะ คิดไม่ออกเลย ตอนนี้ได้แต่วิ่งไปวิ่งมารอบเมือง ฮือ ยิ่งวิ่งก็ยิ่งมึนค่ะ

#10 By Nathael (202.44.135.35 /172.27.104.67, 172.27.7.35) on 2007-07-16 01:52

คือ ทุกครั้งที่เราได้ตัวละครใหม่ ก็จะมีทางใหม่ ( ที่โดนบล็อกไว้ ) เปิดให้ ก็เดินๆหาดู พยายามหาอีเวนท์ไว้นะครับ

เหงไหม บอกแล้ว พี่สาวโยชัวร์ รู้สึกจะโดนทหารรีเบลยิงตาย ก็เลยแค้น ในขณะที่เลออนฮาดท์ ( เรเว่นั่นแหละ ไม่ยักกะเคยได้ยินว่ามานชื่อนี้ ) ชวนให้ไปอยู่อุโรโยบรอส ให้ไปแก้แค้นพวกรีเบลด้วยกัน ลงท้าย ก็มีคำสั่งให้ไปฆ่าคาซิอุส แต่โดนฟาดคืน หัวแบะ จบข่าวเลย = =b

#11 By ~Anime Lover~ on 2007-07-16 10:11

ปั๊ม 2 อันเลย โทษที รู้สึกโยชัวร์กะเลออนฮาดท์จะสนิทกันอย่างแรง สำหรับโยชัวร์เค้าก็เหมือนรุ่นพี่คนนึง ( พี่เขยอ่ะดิ หุหุ ) แล้วก็ชอบพอกะพี่สาวโยชัวร์ด้วย ( ชื่อไรไม่รู้ ลืม ใครก็ได้ บอกที ) แถมอยู่หมู่บ้านเดียวกัน ( ไม่ได้อยู่ในรีเบลนะ ที่ไหนไม่รู้ ลืมอีกละ ใครบอกทีดิ ที่พวกโจเซ็ตพาโยชัวร์ไปในภาค 2 อ่ะ ) เลออนฮาดท์ก็แค้นสุดขีดเลย โยชัวร์ก็กำลังเสียใจเลยเออออไปอยู่อุโรโบรอสกันหมดโยชัวร์ก็ได้ No.XIII ส่วนเลออนฮาดท์ได้ No.II ( ฝีมือมันต่างกันปานนั้นเชียว)

#12 By ~Anime Lover~ on 2007-07-16 10:15

อะไรนักหนาฟะ ลืมได้ลืมดี ช่างเห๊อะ ขออีกอันละกัน

ตอบคุณ Lucion นะครับ ที่เค้าเอาดอกไม้ไปให้น่ะ ไม่ใช่น้องสาวเขา แต่เป็นน้องสาวของอากัติที่ตายไปแล้วต่างหากครับ = =" ผมก็ไม่รู้ว่า 2 คนนี้เกี่ยวกันยังไง ใครก็ได้ บอกผมด้วย

#13 By ~Anime Lover~ on 2007-07-16 10:17

เอ่อ คือที่จริงแล้ว เรเว ไม่ใช่ชื่อจริงของเรเวค่ะ (งงไหมคะ)

ชื่อจริงของเขาคือ เลออนฮัล์ท (LEONHARDT)

เป็นภาษาเยอรมัน แปลว่า สิงโตผู้หาญกล้า (มีคำถาม ถึงความหมายของชื่อ ใน mini game เส้นทางแห่งคัมปาเนลล่า ด้วยค่ะ)

ที่มักใช้เป็นนามสกุลของคนเยอรมันค่ะ

ที่ทุกคนเรียกว่า "เรเว" เพราะเป็นชื่อย่อของเลออนฮัล์ท ที่เรียกยากค่ะ

ซึ่ึ่งตัวเรเวเองก็ไม่ได้รังเกียจชื่อนี้ เพราะตอนที่เขาปรากฏตัว พร้อมกับเลกนาร์ด ในภาค SC เขาบอกว่าชื่อไม่มีความหมาย จะเรียกเขาว่ายังไงก็ได้ค่ะ

ดังนั้น พวกเราทุกคนเลยเรียกเขาว่า "เรเว" ตาม พวกพ้อง "งูกินหาง" ของเขา

ที่มาของเรเว อ่านใน fan book รู้สึกว่า คัมปาเนลล่า เป็นคนตัดสินใจเรียกอย่างนี้ (ตามโยชัวร์) ค่ะ

#14 By sora no hime★空のひめ on 2007-07-16 11:04

อีกข้อ เกี่ยวกับคาริน พี่สาวโยชัวร์ค่ะ

คาริน ไม่ได้ถูกทหารลีเบร์ลยิงตายค่ะ

แต่เป็น "ทหารพราน" ที่ถูกว่าจ้างโดยอาณาจักรแห่งหนึ่ง (จักรวรรดิเอเรโบเนีย)

และใส่ร้ายราชอาณาจักรลีเบร์ล ว่าเป็นคนเริ่มทำสงครามทำลาย หมู่บ้านในจักรวรรดิ ชื่อของหมู่บ้านนั้นก็คือ "เฮอร์เมล" หมู่บ้านสุดเขตชายแดนทางใต้ของจักรวรรดิ์ ที่ติดกับลีเบร์ล (บ้านเกิดของโยชัวร์ เรเว และคาริน)

และจักรวรรดิ ใช้ข้ออ้างนี้ เพื่อยกพล บุกเข้าไปในลีเบร์ล ซึ่งเหตุการณ์อันน่าสลดใจนี้ เรียกว่า "สงครามร้อยวัน" ค่ะ

และสาเหตุที่โยชัวร์หัวใจแตกสลาย เพราะว่า ในขณะที่หนีออกจากหมู่บ้าน ที่กำลังถูกบุกรุกโดยทหาร เห็นพี่สาวตัวเองทหารพรานที่ว่ายิงปืนใส่ และนั่นทำให้โยชัวร์พลั้งมือฆ่าทหารคนนั้น โดยที่เรเวที่คุ้มกันหลังให้ ตามมาไม่ทัน
มาทัน เอาตอนที่คารินฝากฝังคำพูดก่อนตาย และมอบฮาร์โมนิก้าให้โยชัวร์เท่านั้นค่ะ

หลังจากนั้น ก็มีผู้ใช้มนต์ตรา (ไวส์แมน) มาหาโยชัวร์ และยื่นเงื่อนไขซ่อมแซมหัวใจของเขา แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน (นั่นคือ โยชัวร์ต้องการเป็นปิศาจฆ่าคนค่ะ)

ส่วนช่วงเวลาที่เรเวเริ่มเข้าไปเป็นสาวกของ งูกินหางนั้น ไม่ได้มีการกล่าวเอาไว้ แต่เข้าใจว่า น่าจะเป็นช่วงที่พบกับไวส์แมน ตอนที่นำโยชัวร์ไปค่ะ

ส่วนหมายเลขของ ผู้ดำเนินแผนการนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเก่งหรืออะไรนะคะ

แต่ทางฟาลคอมใช้ ตัวเลขของ "ไพ่ทาโร่ต์" (TAROT ) มาแทน ลักษณะของผู้ดำเนินแผนการนั้น ๆ ค่ะ

เช่นของโยชัวร์ No. XIII จะเท่ากับ DEATH หรือ เทพแห่งความตายค่ะ

#15 By sora no hime★空のひめ on 2007-07-16 11:16

อีกนิดค่ะ คำว่า Lowe (เลอเว่ หรือญี่ปุ่นเรียกว่า เรเว นั่นแหล่ะค่ะ ซึ่งที่จริงแล้ว ตัว o ต้องมีจุด 2 จุดบนหัวด้วยนะคะ เป็นเสียงสระของเยอรมันค่ะ)

ความหมายของคำนี้ แปลว่า "สิงโต" เหมือนกันค่ะ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็น เลออนฮัล์ท หรือ เรเว ก็หมายถึง สิงโตอยู่ดีนั่นเอง

#16 By sora no hime★空のひめ on 2007-07-16 11:21

มาเร็วดี
อิอิ

#17 By PK (125.27.129.42) on 2007-07-16 12:27

ถึงปราสาทใหญ่ละ ประตูมานมีล็อคกี่ตัวฟะ ( เล่นมาตั้งนาน มามีมูฟวี่ท้ายๆ แย่ฟ่ะ ) เรื่องราวต่างๆพลิกล็อคสุดๆ ไม่ขอสปอย มาเจอเองครับ ด่านหลังๆนี่ มีบอสเก่งๆหลายตัวจากภาคที่แล้วด้วย เตรียมตัวกันดีๆและ ก่อนไปก่านสุดท้าย ซื้อของ เก็บเวลให้เรียบร้อย ( ทุกคนนะจ๊ะ เด๋วหาว่าไม่เตือน อย่าเผลอเล่นแค่ 4 ตัวเทพแบบภาคก่อนๆเชียว )

ตอนนี้ขอเคลียร์ประตูกะเก็บเวลก่อนล่ะจ้า เพราะไปเยือนปราสาทมา โดนมอนเสยทีม 1 ตายอนาถ = ="

#18 By ~Anime Lover~ on 2007-07-16 22:17

ก้าก หน้าแหก

บอส4ตัวสุดท้าย......ยากเหรอ?????

ชนะคาซิอุสมาได้นี่ไม่น่าบอกแบบนั้นเลยนะ*-*

เห็นเลือดบอสสุดท้ายอย่าตกใจไป แสนห้าเองเอาจินใส่เครื่องประดับที่เพิ่มแรง50ลดกัน50แล้วซีพีเพิ่มทุกเทิร์นอ่ะ(เพิ่มเทิร์นละเกือบ10 )อัดแรงสุดๆด้วยควอทไฟ ยัดเวทย์เพิ่มความเร็ว50เปอ แล้วใช้ท่าคราฟของมันที่เพิ่มตี/กัน60เปอ ใช้ท่าคราฟโจมตีบอสใหญ่ส่วนอาวุธใช้ที่เก็บเอาในปราสาทก็ได้(ผมใช้อย่าที่บอกมาความแรงน่าพอใจมากที่เกือบหมื่นตอนมันใส่ดีเฟนด้วยนะ)

แปปๆตายละ อีก1วิธีกำจัดบอสใหญ่

ปล.เก็บเอสคราฟเควินไว้ใช้ตอนบอสใหญ่มันชาร์ตท่าเท่านั้น จะพบว่าตัวนี้หมูมาก
คอมเมนต์ หลังๆมันจะเรียกลูกน้องมา อย่าไปใกล้โดนสูบแวนนิชแล้วจะขำไม่ออก(หายไปประมาณ10เทิร์นได้มั้ง)

วิธีจัดทีมที่ได้ผลตัวตี+ตัวประกอบ3ตัว1ตัวยัดเวทย์ แนะนำ คลอเซ่ เซร่า โอลิเวีย จัดควอทให้ได้เวทย์เพิ่มแรงหมู่ เพิ่มสปีด50เท่านี้ก็พอและ

ที่เก็บเวลที่ดีที่สุด....ในปราสาทอ่ะแหละมีตังมีออบถ้าไม่ได้ใช้ยัดร้านซื้อของแจกทุกคนเล่นมาถึงตรงนี้น่าจะมีพอ
ไม่ต้องเสียดายเลยครับกว่าจะเล่นจบลุยปราสาท สู้บอส......เซพิทเต็ม9999แน่นอนถ้าจะเล่นใหม่(ผมก็เต็ม...ที่จริงน่าจะเกินได้นะทำออบทีใช้ตั้งพัน)

สเตตัสแนะนำสำหรับสู้ในปราสาท รวมไปถึงบอส

สายจู่โจม str 2400+ def 2000+ spd100+ นอกนั้นช่างมันเหอะ

สายเวทย์ def2200+ ats1500+ spd95+
ตอนเข้าปราสาทให้ได้ประมาณนี้หรือมากกว่า พอเวล139-140ลุยบอสสบายๆ

#19 By Lucian (125.24.237.104) on 2007-07-16 22:48

คาซิอุสมันจะเทพ ถ้าท่านไม่ได้ใส่ของกันสเตตัสต่างๆอย่างผม วิ่งมาโดนสตัน 4 ตัว ผมรอดมาได้นี่ก็แปลกแล้ว (สตันล่อไป 20 เทรินมั้ง หาย .....)
ตัวอื่นๆก็ไม่ได้ว่าไร แต่เกิดเหตุผิดพลาดตอนสู้กะเรเว่ พเราะข้าน้อยลืมกลับไปเติม CP ้ลยต้องนั่งสู้กะมันตั้ง 1 ชม.

#20 By ~Anime Lover~ on 2007-07-17 06:40

ง่ะ มิสหน้าล่ะตอนเข้าประตูของทีต้า. . . เนื้อเรื่องอย่างยาวเลย - -* กดจนเมื่อย. . .

อ่า ถามหน่อยครับพอดีผมติด ช่วง The Second หลังจากเข้าปราสาทลิเบิร์ด และเจอผู้หญิงร่างโปร่งใสๆ (ตรงระเบียบชั้นในสุดของปราสาทเลยครับ) เอากุญแจ วางที่พื้น พอเก็บเสร็จแล้วมันให้ไปไหนต่อเหรอครับ

#21 By Rein (71.155.213.114) on 2007-07-20 06:49

หมายถึงราชวังแกรนเซล บนระเบียงด้านนอกของตำหนักราชินีใช่ไม๊คะ

พอได้กุญแจแล้ว ให้ไปที่โกดังอาหารชั้นใต้ดินค่ะ (ที่เป็นทางเข้า "เขตที่ถูกผนึก" ในภาค FC ไงคะ)

#22 By sora no hime★空のひめ on 2007-07-20 09:16

ผมเล่นจบไปรอบเเล้วกลับมาเล่นใหม่หาประตูของมินิสตอรี่ที่15ไม่เจอเลยครับ คุณ Sora ช่วยที แล้วตอบคำถามนี่มันให้ตอบกี่ข้อ อ่านมะออก T_T แล้วถ้าเปิดประตูหมดจะได้อะไรครับ ติดตรงตอบคำถาม

เอสเทลตอนเด็กนี่ชอบรังแกโยชัวจัง โยชัวมันก็ทำตัวเก็กเท่จะไม่ให้คนหมั่นไส้ได้ไง - -"

#23 By keygodsun (124.157.165.25) on 2007-07-20 18:32

มีใครเล่นเกมนี้บ้างครับ ตอนนี้ผมเล่นภาค 2 อยู่ สนุกมากมาก ภาค 3 กำลังดูดบิทอยู่ อิอิ
http://www.uj.com.tw/game/FS3/home.htm

#24 By xfire (125.25.210.187) on 2007-07-20 20:32

โอ้ว ขอบคุณสำหรับคำตอบนะครับ. . .

- - ติดตรงนี้มาตั้งนาน จนค่าเซพิธน้ำกับไฟ 12000 กว่าๆแล้วเหอๆ

#25 By Rein (70.237.109.227) on 2007-07-22 01:31

ตอบ #23 คุณ Keygodson นะคะ

สำหรับประตูดารา 15 จะอยู่ฉากสุดท้าย ที่ ห้วงลึก ชั้นสุดท้าย ค่ะ (ตรงที่เราจะได้เจอ ปอม เดอะ เทมเพสต์ ค่ะ)

ส่วนคำถามมีหลายข้อค่ะ (ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณฟาลคอม ทำมาให้กี่ข้อ ในแต่ละระดับ)

ซึ่งในแต่ละครั้ง จะเลือกมาให้เราตอบ 10 ข้อค่ะ

#26 By sora no hime★空のひめ on 2007-07-23 16:25

sora no hime★空のひめ View my profile

Favourites