第一章 忍び寄る影

บทที่ 1 เงาเร้นกายที่คืบคลาน

เอสเทลที่ได้เดินทางมาถึงเมืองท่ารูอันที่กำลังมีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีคนใหม่อยู่นั้น
ก็ได้มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น แถมยังเป็นเรื่องที่ไม่ถูกกับเอสเทลเป็นที่สุดเสียด้วยสิ แต่เพราะได้รับความร่วมมือจากผู้ร่วมเดินทางในอดีต ทำให้เบื้องหลังของเหตุการณ์ปริศนาที่เกิดขึ้นได้เปิดเผยออกมา!!

Walkthrough Chart - Main Quest

เขตที่ถูกผนึก 『封印区面』

- "ร้อยเอกยูเลีย" 『ユリア大尉』 (ได้รับการเลื่อนยศจาก "ร้อยโท" 『中尉』 เป็น "ร้อยเอก" 『大尉』 ค่ะ) นำทาง "หลวงพ่อเควิน" 『ケビン神父』 มายังเขตที่ถูกผนึกที่ชั้นใต้ดินของราชวังแกรนเซลชั้นสุดท้าย

หลวงพ่อเควิน "ฟู่~ ยังไงก็ตาม นี่มันลำบากสุด ๆ เลยนะคร๊าบ ปวดขาซะจนชาไปหมดแล้วเนี่ย"
ร้อยเอกยูเลีย "หึหึ วางใจเถอะ ที่นี่เป็นชั้นสุดท้ายของ [เขตที่ถูกผนึก] แล้วล่ะ"
หลวงพ่อเควิน "ว้าว จริงเหรอคร๊าบ!? เฮ้อ~ คิดอยู่ว่าจะทำยังไงดี ถ้าตอบมาว่าเพิ่งจะมาได้แค่ครึ่งทางเองน่ะครับ"
ร้อยเอกยูเลีย "หึ กรุณาอย่าถ่อมตัวเลย หลวงพ่อเป็นถึงผู้เผยแพร่ศาสนา มองแค่ปราดเดียวก็รู้แล้วล่ะว่าผ่านการฝึกฝนมามากมายทีเดียว ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นก็คงจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างง่ายดายหรอกกระมัง"
หลวงพ่อเควิน "คุณเนี่ยเอาไม่อยู่เลยน๊า อ~าวเถอะ ราชวงศ์ลีเบร์ลกะราชวังนี้น่ะ ดูเหมือนว่าจะยิ่งกว่าที่เล่าลืออีกนะครับเนี่ย จริงสิคุณร้อยเอก เรื่องไอ้ของนั่นของคุณนายกเทศมนตรีคนก่อนน่ะ......"
ร้อยเอกยูเลีย "อ้อ [คฑาล้ำค่าแห่งการผนึก] 『封じの宝杖』 สินะ ทางเราได้เลือกสรรวิธีในการเก็บรักษาภายใต้การคุ้มกันอย่างเข้มงวดตามข้อตกลงแล้ว คงจะส่งมอบให้เธอได้ทุกเมื่อน่ะ"
หลวงพ่อเควิน "ช่วยได้มากเลยนะครับ ถ้างั้น...... จะขอดูของนั่นหน่อยได้มั้ยครับ?"
ร้อยเอกยูเลีย "ได้ ----- เชิญทางนี้"

- เควินและร้อยเอกยูเลียเดินไปยังซากของ [ทรอยเมไร] 『トロイメライ』 [ผู้พิทักษ์แห่งวงแหวน] 『環の守護者』 ที่หลงเหลือมาจากการต่อสู้ในตอนท้ายของภาค FC

หลวงพ่อเควิน "เจ้านี่อีกแล้ว......"
ร้อยเอกยูเลีย "แม้แต่โบสถ์เจ็ดจรัสเองก็คงลำบากที่จะรับเจ้าพวกนี้ไปจัดการกระมัง เพราะเจ้าสิ่งนี้กล่าวได้ว่าเป็นอาร์ติแฟกซ์ระดับสูงเลยล่ะ"
หลวงพ่อเควิน "........... ขอ ตรวจสอบดูหน่อยจะได้มั้ยครับ?"
ร้อยเอกยูเลีย "แน่นอนอยู่แล้ว ก็ได้รับพระบรมราชานุญาตจากฝ่าบาทมาแล้วนี่ ยังไงก็ขอยืมความรอบรู้ของเธอด้วยแล้วกัน"

- เควินเดินไปสำรวจ [ทรอยเมไร] อย่างใกล้ชิด

หลวงพ่อเควิน "เจ้านี่คือ [ผู้พิทักษ์แห่งวงแหวน] ที่อยู่ในรายงานงั้นเหรอ เหมือนกับเจ้ายักษ์ใหญ่ที่ปรากฏตัวในคาลวาร์ดเลย...... อือ~ ไม่ได้เห็นกับตาตัวเองตอนที่มันยังขยับได้อยู่ซะด้วยสิ --------- แล้วนั่นก็...."

- เควินเดินไปสำรวจที่แท่นโบราณวัตถุปริศนา

หลวงพ่อเควิน "อารยธรรมเซมเรียตอนปลาย...... โบราณวัตถุเมื่อ 1200 ปีก่อนสินะ...... รูปแบบการทำงานของเครื่องจักรไม่ชัดเจนก็จริงอยู่ แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นศูนย์กลางทั้งหมดของโบราณสถาน......"
ร้อยเอกยูเลีย "ดูท่าการวิเคราะห์อาร์ติแฟกซ์อันนี้ คงจะใช้วิทยาการในสมัยนี้ไม่ได้สินะ ถึงจะทำงานด้วยพลังงานออร์บเมนท์เหมือนกัน แต่ออร์บเมนท์ที่ใช้ก็เป็นระบบที่แตกต่างกันออกไป...... ดร. รัซเซลบอกไว้เช่นนั้นน่ะ"
หลวงพ่อเควิน "[ของขวัญแห่งเทพธิดาผู้เร่งรีบจนเกินไป] ---- โบสถ์ได้ให้คำจำกัดความไว้เช่นนั้นน่ะครับ ส่วนทางนั้นก็......"

- เควินเดินไปสำรวจใกล้ ๆ กับดีไวซ์ทาวเวอร์ที่ตอนนี้หยุดการทำงานไปแล้ว

หลวงพ่อเควิน "หลังจากที่ใช้ออร์บเมนท์สีดำขลับที่เรียกว่า [กอสเปล] นั่น...... ดูเหมือนเสายักษ์ใหญ่ที่อยู่ตรงนี้ถูกเก็บไว้ใต้พื้นนี้สินะครับ?"
ร้อยเอกยูเลีย "ใช่ ได้ยินมาว่าถ้ารวมอันนี้เข้าไปด้วย ก็มีเสาอยู่ที่มุมทั้ง 4 ถูกเก็บเอาไว้น่ะ ทั้ง ๆ ที่ผ่านไปตั้ง 2 เดือนแล้ว แต่ก็ยังตีความไม่ได้เลยว่ามีไว้เพื่ออะไร"
หลวงพ่อเควิน "[วงแหวนประกายแสง] 『輝く環』 ที่ถูกผนึกไว้....... แล้วก็ [กอสเปล (พระสุรเสียง)] 『福音(ゴスペル)』 สีดำขลับที่ใช้...... เครื่องจักร, การเดินเครื่องของ [อาณาเขตที่ 2] กับ [ดีไวซ์ทาวเวอร์]............ อย่างนี้นี่เอง............ เริ่มมองออกว่าเป็นกลไกที่สลับซับซ้อนขึ้นมาแล้วล่ะ"
ร้อยเอกยูเลีย "! มองออกว่าเป็นกลไก...... นะ นั่นมันหมายความว่าอย่างไรกัน.........!?"
หลวงพ่อเควิน "เอ~ จะพูดไงดี คงจะเป็นสิ่งที่คล้าย ๆ กับสัญชาตญาณล่ะมั๊งครับ มีความเป็นไปได้ว่าสถานที่แห่งนี้คงจะเป็น [ประตู] น่ะครับ"
ร้อยเอกยูเลีย "[ประตู]......?"
หลวงพ่อเควิน "ใช่ครับ [ประตู] ที่เชื่อมสู่ [เส้นทาง] ที่นำพาไปสู่สมบัติแห่งเทพธิดา แล้วสิ่งที่ใช้งัดมันออกมาก็คือกุญแจสีดำขลับที่เรียกกันว่า [พระสุรเสียง] ....... ถ้าพิจารณาได้ตามนั้น ก็จะสรุปได้ว่าทำไม [วงแหวนประกายแสง] ที่เป็นหัวใจสำคัญถึงไม่ได้อยู่ที่นี่ครับ"
ร้อยเอกยูเลีย "ตะ แต่ถึงจะพูดว่าเป็น [เส้นทาง] ก็เถอะ ที่นี่มันเป็นชั้นสุดท้ายของโบราณสถานแห่งนี้แล้วนะ แม้แต่การสำรวจของดอกเตอร์ในพื้นที่อื่น ๆ ก็พิสูจน์ให้เห็นชัดแล้วด้วยว่าไม่มีอะไรเป็นพิเศษ........"
หลวงพ่อเควิน "คงจะเป็น [เส้นทาง] ที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาล่ะมั๊งคร๊าบ"

หลวงพ่อเควิน "ชีพจรเจ็ดจรัสที่ไหลไปมาอยู่ใต้แผ่นดิน... หรือก็คือเส้นทางที่พิเศษยิ่งกว่า......
อาจมีร่องรอยของ [วงแหวน] ที่ได้ผ่านเลยสิ่งนั้นไปอยู่ที่ไหนสักแห่งอย่างแน่นอน"

 


 

หมายเลขเกรทน่า 『グレトナ号』

- "เอสเทล" กับ "อาเนราส" ที่เพิ่งผ่านการฝึกซ้อมจากสถานที่ฝึกซ้อม [ลู=ลอคเคิล] มาหมาด ๆ ใช้เวลามากกว่าครึ่งวันนั่งเรือประจำทางระหว่างประเทศ "หมายเลขเกรทน่า" กลับมาที่นครหลวงแกรนเซล

นครหลวงแกรนเซล 『王都グランセル』

- ไปรายงานผลการฝึกกับ "เอลนัน" 『エルナン』 ที่สาขานครหลวงค่ะ
(เอลนันจะให้ BP จากการฝึกซ้อมแก่เอสเทลด้วย เพราะการฝึกก็ถือเป็นงานอย่างหนึ่งค่ะ)
- เอสเทลจะบอกเอลนันว่าพวกคูลซ์ยังอยู่ที่สถานที่ฝึกซ้อม และดูเหมือนว่าพวกคารูน่าก็กำลังฝึกซ้อมอยู่ในระดับที่สูงขึ้นไปอีกค่ะ ทำให้อาเนราสกังวลใจว่าเบรเซอร์ทางการอยู่ต่างประเทศตั้ง 3 คน ทางนี้ก็คงจะยุ่งวุ่นวายเพราะคนไม่พอแน่เลย แถมคุณคาซิอุสก็กำลังปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง "นายพลจัตวา" 『准将』 เป็นผู้บังคับการกองพลกลยุทธ์อยู่ที่ค่ายเรสตอนค่ะ
- ซึ่งเอลนันได้บอกว่า ตอนนี้คุณคาซิอุสกล่าวได้ว่าเป็นระดับท็อปของกองทัพเลยเชียวล่ะค่ะ ทำให้เอสเทลกับอาเนราสตกใจมาก เพราะจริง ๆ แล้วคนที่เป็นผู้นำสูงสุดคือ "นายพลมอร์แกน" ตรงนี้เอลนันได้อธิบายต่ออีกว่า

เอลนัน "ตอนแรกดูเหมือนว่าจะเป็นไปตามนั้นน่ะครับ แต่เป็นความประสงค์ของท่านนายพลเอง ที่ได้มอบหมายให้คุณคาซิอุสให้เป็นศูนย์รวมของอำนาจทางการทหารน่ะครับ ท่านนายพลคงอยากจะฝากฝังอนาคตของกองทัพราชอาณาจักรไว้กับคุณคาซิอุสที่ยังอ่อนวัยก็เป็นได้ครับ"

- เอสเทลได้ฟังดังนั้นก็แทบจะไม่เชื่อหูตัวเองเลยค่ะ แต่เรื่องนี้ทำให้อาเนราสทั้งดีใจระคนกับความกังวลใจ เพราะจากนี้ไปทางสมาคมคงต้องลำบากมากขึ้น แต่เอลนันได้บอกว่าตอนนี้นั้นทางกองทัพได้ให้ความร่วมมือกับทางสมาคมมากขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ทว่าตอนนี้ทางสมาคมก็มีเรื่องที่ควรระวังเอาไว้นั่นก็คือเรื่องของ "องค์กร" ค่ะ
- จากคำบอกเล่าของเอลนันนั้น เขาเล่าว่า

เอลนัน "ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาได้มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้น เช่นว่า เกิดการเปลี่ยนแปลงของพวกสัตว์ปิศาจที่อาศัยอยู่ทุกพื้นที่ และต่อมาก็มีสัตว์ปิศาจชนิดที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนจนถึงตอนนี้ ปรากฏตัวไปทั่วเช่นเดียวกัน นอกจากนั้น สัตว์ปิศาจที่มีมาก่อนหน้านี้ฝีมือก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ซึ่งยังไม่สามารถพิสูจน์สาเหตุได้จนถึงบัดนี้ครับ"

- นอกจากนั้นเอลนันยังได้บอกว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ นั้น เริ่มเกิดขึ้นหลังจากช่วงงานเทศกาลเฉลิมฉลองวันพระราชสมภพองค์ราชินีค่ะ ดังนั้นแล้วเอลนันจึงอยากขอร้องให้เอสเทลและอาเนราส ให้ความร่วมมือกับสาขาทำงานพิเศษให้หน่อย

- "อะไรกัน มาถึงแล้วเหรอเนี่ย" "เจ๊เชร่า" เข้ามาในสมาคมพร้อม ๆ กับ "อากัต" ซึ่งอากัตได้ยินเรื่องของโยชัวร์มาจากตาลุง (ป๋าคาซิอุส) แล้ว และยังบอกอีกว่าดูเหมือนสภาพร่างกายและจิตใจของเอสเทลจะกลับมาเหมือนเดิมแล้วด้วยค่ะ
(ที่เจ๊เชร่ากับอากัตมาด้วยกันนั้น เพราะมีหน้าที่พิเศษที่ต้องปฏิบัติงานร่วมกัน ซึ่งก็คือการตรวจสอบ [งูกินหาง] ค่ะ)
- ดังนั้นแล้ว เรื่องที่เอลนันขอให้เอสเทลกับอาเนราสช่วยก็คือ เคลื่อนไหวไปพร้อม ๆ กับเชราซาร์ดและอากัตทำการรวบรวมข้อมูลในทุกพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร โดยจะแบ่งทีมตรวจสอบออกเป็น 2 กลุ่มค่ะ
- อาเนราสจะมอบหน้าที่ให้เอสเทลเป็นคนตัดสินใจเลือกก่อนว่าจะไปกับใครค่ะ

- เลือกคู่หูระหว่าง "เชราซาร์ด" หรือ "อากัต" ค่ะ

◆หากเลือก "เจ๊เชร่า" (เน้นรูปแบบการโจมตีด้วยอาร์ท) อากัตกับอาเนราสจะไปพื้นที่บอส

◆แต่ถ้าเลือก "อากัต" (เน้นรูปแบบการโจมตีกายภาพ) เจ๊เชร่ากับอาเนราสจะไปพื้นที่รอเลนซ์ค่ะ

☆ไม่ว่าจะเลือกคนไหน เอสเทลก็จะไปยังพื้นที่รูอัน
ส่วนที่แตกต่างกันก็มีแค่บทสนทนาเล็ก ๆ น้อยเท่านั้นเองค่ะ☆

☆ดังนั้น เลือกตัวละครที่ชอบได้เลยนะคะ ไม่ต้องเป็นห่วงว่าใครจะเก่งกว่าใคร
เพราะ Bracer Rank ของเจ๊เชร่ากับอากัตอยู่ในระดับเดียวกันค่ะ (ระดับ B)
เน้นว่าให้เลือกเล่นตามสไตล์ของแต่ละคนแล้วกันนะคะ☆

☆ในส่วนของบทสรุปนี้ เราขอเลือกเจ๊เชร่านะคะ
เพราะในการเล่นครั้งก่อนเลือกอากัตไปแล้วค่ะ
แต่ยังไงก็จะพยายามหาบทสนทนาที่น่าสนใจของแต่ละฝ่าย มาลงให้ในภายหลังแล้วกันนะคะ☆

 

เป็นกำลังให้สาขารูอัน
『ルーアン支部の応援』 (BP0)

ท่าเทียบเรือเหาะแกรนเซล 『グランセル・発着場』

- ที่ท่าเทียบเรือเหาะแกรนเซล เราจะแยกกับอาเนราสและรุ่นพี่ที่เราไม่ได้เลือกค่ะ

◆ในกรณีที่แยกกับ "อากัต" อากัตจะเป็นห่วงเอสเทลและบอกว่า

อากัต "ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเวลาที่ต้องฝืนเพื่อพยายามทำอะไรบางอย่างน่ะ มันจำเป็นหรือเปล่า...... ยังไงเธอก็เป็นผู้หญิง นาน ๆ ครั้งก็ควรไว้ใจและแสดงความอ่อนแอออกมาให้คนอื่นเห็นบ้างจะดีกว่านะ"

ทำให้เอสเทลเข้าใจว่าอากัตมาดูถูกที่เธอเป็นผู้หญิงค่ะ แต่อากัตบอกว่า

อากัต "ไม่ใช่อย่างนั้น ถึงจะเป็นผู้ชายก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่โง่เขลา ชอบลืมตัว ถือทิฐิมากเกินความจำเป็นน่ะ ไม่ว่าจะชั้นหรือลุง (หมายถึงป๋า) ...... โยชัวร์เองก็คงจะเหมือนกันด้วยล่ะมั๊ง ---- มีเฉพาะไอ้การถือทิฐิบ้าบอนี่ที่ถึงตายไปก็รักษาไม่หายน่ะ ดังนั้นเธอที่เป็นผู้หญิงก็ไม่ต้องมาฝืนทำเรื่องแบบเดียวกันหรอก บางครั้งบางคราว ก็ไว้วางใจใครซักคนแล้วก้าวไปข้างหน้าในแบบของตัวเองบ้างก็ได้"

เอสเทลได้ยินอากัตพูดดังนั้นก็รู้สึกดีใจที่อากัต (พยายาม) ปลอบเธอ ซึ่งเธอจะจำใส่ใจไว้ค่ะ
(อากัตผู้ชายที่พูดไม่ค่อยเก่ง ดูเหมือนว่าในภาคนี้จะแสดงความอ่อนโยนออกมาให้เห็นมากขึ้น จนคนเล่นเองก็ใจหวั่นไหวเลยล่ะค่ะ)

◆ในกรณีที่แยกกับ "เจ๊เชร่า" เจ๊เชร่าจะเป็นห่วงเอสเทลและบอกว่า

เชราซาร์ด "ไพ่ทาโรต์ที่ออกมา แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของเธอกับโยชัวร์ไม่ได้สิ้นสุดลงซักหน่อย เพราะงั้นไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ เชื่อมั่นในสายสัมพันธ์ของเธอกับโยชัวร์สิ ถ้าทำแบบนั้นเส้นทางจะต้องเปิดออกอย่างแน่นอน"

เอสเทลได้ยินเจ๊เชร่าให้กำลังใจ ก็เลยมีความกล้าที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าค่ะ

- ส่วนอาเนราสก็จะรู้สึกเหงา ๆ ที่ต้องจากเอสเทลไปอีกนานเลยค่ะ
(มีบทสนทนาขำ ๆ ของอาเนราสที่ชวนให้ทุกคนเข้าใจผิดและคิดว่าเธอเป็น "พวกไม้ป่าเดียวกัน" ด้วยนะคะ เพราะเธอพูดแนว ๆ ว่า "อายุไม่เกี่ยง" และ "อยากจะผูกพันกับเอสเทลให้มากกว่านี้" ค่ะ แต่จริง ๆ แล้วเธออยากจะเป็นคู่ปรับกับเอสเทล เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ตัวเองพยายามฝึกฝนให้มากขึ้นต่างหาก แต่กว่าทุกคนจะเข้าใจในสิ่งที่อาเนราสพูดนั้น ก็เล่นเอาตกอกตกใจกันไปหลายตลบ)

- หลังจากแยกกับพวกอาเนราสแล้ว เราจะขึ้นเรือเหาะลำต่อไปที่จะไปยังพื้นที่รูอันค่ะ แต่ก็ต้องไปซื้อตั๋วโดยสารที่บริษัทเรือเหาะก่อนนะคะ

☆เครื่องสวมใส่และควอทซ์ที่ "อาเนราส" ใส่อยู่ ตัวเกมถอดให้อัตโนมัติค่ะ☆

บริษัทเรือเหาะ 『飛行船公社』

- เข้าไปในบริษัทเรือเหาะเพื่อไปซื้อตั๋วโดยสาร จะพบกับผู้หญิงสวมแว่น (ท่านทูตแห่งสาธาณรัฐคาลวาร์ด "เอลซ่า" ที่เกลียดพวกจักรวรรดิเป็นที่สุด) กำลังยืนเถียงกับชายวัยกลางคนที่เป็นขุนนางของเอเรโบเนีย (ท่านทูตจักรวรรดิเอเรโบเนีย "ดาวิล") ซึ่ง "มิวเลอร์" ก็อยู่ด้วย และเขาก็ได้ห้ามปรามท่านทูตทั้ง 2 ไม่ให้เถียงกันไปมากกว่านี้ เพราะจะทำความเดือดร้อนให้กับแขกคนอื่น ๆ ค่ะ

- หลังจากที่ท่านทูตทั้ง 2 แยกย้ายกันไปแล้วเอสเทลจะเข้าไปทักทายมิวเลอร์

☆หากเราเคลียร์ซับเควสต์สุดท้าย (50) เรื่องไหว้วานจากสถานทูตจักรวรรดิ ในภาค FC
บทสนทนาของมิวเลอร์จะเปลี่ยนไปนิดหน่อยค่ะ☆

- ทราบจากมิวเลอร์ว่า ที่ท่านทูตทั้ง 2 จาก 2 ประเทศซึ่งไม่เคยมีความสัมพันธ์อันดี แถมนิสัยก็ยังเข้ากันไม่ได้มายืนเถียงกันที่นี่เรื่องเครื่องยนต์ที่พัฒนาโดยโรงงานกลาง ซึ่งจะแบ่งสรรปันส่วนไปให้จักรวรรดิกับสาธารณรัฐเป็นเครื่องยนต์ตัวอย่างค่ะ ซึ่งตรงนี้มิวเลอร์ได้บอกว่า

มิวเลอร์ "ตามปกติแล้ว ไม่มีใครคิดที่จะสนับสนุนวิทยาการล่าสุดให้กับประเทศอื่น ๆ หรอก จะมีแต่องค์ราชินีนี่แหล่ะ ที่จะทำการสนับสนุนเรื่องนี้ ทั้งยังใช้เรื่องนี้นำพาไปสู่สันติสุขของทุกประเทศได้อีกด้วย"

- เอสเทลจะถามถึงโอลิเวียร์ ซึ่งมิวเลอร์บอกว่าเจ้าคนหลงตัวเองนั่นยังอยู่ในลีเบร์ล ตอนนี้ก็คงจะอยู่ที่บ่อน้ำพุร้อนเอลโมค่ะ นอกจากนั้นมิวเลอร์ยังรับปากว่าถ้าโอลิเวียร์กลับมาที่สถานทูต เขาจะบอกโอลิเวียร์ว่าพวกเราคิดถึง และถ้าถึงตอนที่พวกเขาจะกลับประเทศ ก็จะแจ้งไปยังสมาคมให้พวกเอสเทลรู้ด้วยค่ะ

◆หลังจากมิวเลอร์ไปแล้ว "เจ๊เชร่า" จะบอกว่าคนรู้จักของโอลิเวียร์ก็มีประเภทจริงจังแบบนั้นด้วยหรือเนี่ย แถมเจ๊แกยังอยากจะชวนมิวเลอร์ไปดื่มด้วยกันซักครั้งอีกแหน่ะ
เอสเทลจะถามเจ๊เชร่าว่าได้เจอโอลิเวียร์บ้างหรือเปล่า ซึ่งเจ๊เชร่าตอบว่าได้เจอกับโอลิเวียร์ไม่รู้กี่ครั้งที่นครหลวงค่ะ แถมโอลิเวียร์ยังชวนเจ๊แกไปบ่อน้ำพุร้อนด้วยกัน แต่เจ๊ปฏิเสธไปแล้วค่ะ ทำให้เอสเทลสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้ง 2 คนจริง ๆ
(แต่เจ๊เชร่าบอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับโอลิเวียร์ค่ะ)

- อย่าลืมไปซื้อ "ลีเบร์ลสาร ฉบับ 2" ในบริษัทเรือเหาะด้วยนะคะ

- คุยกับ "ซาช่า" 『サーシャ』 (พนักงานหญิงด้านขวามือค่ะ) เพื่อซื้อตั๋วโดยสารค่ะ ซึ่งซาช่าแจ้งว่าเอลนันได้ติดต่อมาและออกเงินค่าตั๋วให้พวกเอสเทลเรียบร้อยแล้วค่ะ

ท่าเทียบเรือเหาะแกรนเซล 『グランセル・発着場』

- ออกมาคุยกับประชาสัมพันธ์ท่าเทียบเรือเหาะ "ฟีซ" 『フィズ』 (เลือกข้อ 2) เราจะเซ็นเอกสารเพื่อออกเดินทางไปยังพื้นที่รูอันด้วย "หมายเลขรินเด" ค่ะ
(หากใครลืมซื้อลีเบร์ลสาร จะกลับไปซื้อก่อนหรือจะไปซื้อที่เมืองรูอันก็ได้ค่ะ)

หมายเลขรินเด 『リンデ号』

- จะรู้จากอีกฝ่ายว่าตอนนี้พื้นที่รูอันกำลังมีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีคนใหม่ ซึ่งตอนนี้มีผู้สมัครรับเลือกตั้งอยู่ 2 คนค่ะ (มีลงในลีเบร์ลสารด้วยเหมือนกันค่ะ)
- เอสเทลจะเล่าเรื่องราวในตอนที่พบกับคลอเซ่ กับตอนที่เธอกับโยชัวร์ช่วยเหลืองานเทศกาลโรงเรียน รวมทั้งเรื่องที่คิดถึงทีต้ากับดร. และก็คุณจินด้วยค่ะ
- อีกฝ่ายจะบอกเอสเทลว่าจินกลับไปยังคาลวาร์ดหลังจากงานเทศกาลเฉลิมฉลองจบลง เพราะสมาคมของสาธารณรัฐขอร้องเขาให้กลับไปค่ะ

◆เจ๊เชร่าจะบอกว่าทีต้าเป็นเด็กที่อ่อนโยนมาก "ตอนที่ได้ฟังเรื่องของพวกเธอแล้ว เด็กคนนั้นก็น้ำตาปริ่มขึ้นมา แต่ก็ไม่ร้องออกมาซักแอะ และยังบอกอีกว่า [ทั้ง ๆ ที่พี่สาวกำลังพยายามอยู่ หนูก็จะร้องไห้ไม่ได้ค่ะ] ด้วยนะ" เอสเทลได้ยินดังนั้นก็ดีใจและเกือบจะร้องไห้ออกมาเหมือนกัน เจ๊เชร่ายังได้บอกกับเอสเทลอีกว่า "พวกเธอได้พบเจอแต่คนดี ๆ นะ ยังไงก็พยายามรักษาเอาไว้ให้ดีด้วยล่ะ"

- หลังจากแยกกับเจ๊เชร่าหรืออากัตแล้ว เอสเทลจะสามารถไปในเรือเหาะได้อย่างอิสระ ก็ไปคุยกับทุกคนในเรือเหาะให้ครบเลยนะคะ

★หากไปที่ห้องชมวิวจะพบ "ลูกเรือคลาริส" (แอร์โฮสเตส) 『乗務員クラリス』 เธอจะจำเราได้ตอนที่ช่วยเธอจากคดีสลัดอากาศค่ะ

★แล้วเราก็จะเจอกับตาลุงประหลาด "โอวิด" 『オーヴィッド』 ที่ออกมาหาวัตถุดิบทำอาหารแปลก ๆ ตามเคยค่ะ

★ที่ห้องนักบิน "กับตันแกรนท์" 『グラント船長』 ก็จะจำเราได้เหมือนกันค่ะ เขาจะบอกว่าถ้ารู้ว่าเอสเทลขึ้นเรือเหาะลำนี้ล่ะก็ เด็กคนนี้ (เรือเหาะ) ต้องพยายามสุดใจขาดดิ้นพาไปให้ถึงจุดหมายเลยค่ะ แล้วเสียงเครื่องยนต์ก็ดังขึ้น กัปตันแกรนท์เลยบอกว่าดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะได้ยินที่พวกเราพูดกันน่ะค่ะ

- ไปที่ชั้นบนสุดของเรือประจำทาง คุยกับ "ลอยด์" 『ロイド』 เขาจะพึมพำกับตัวเองว่าทำยังไงถึงจะตกเจ้าของในตำนานแห่งทะเลสาบวาเลเรียได้นะ
- ได้รับ "สมุดบันทึกการตกปลา" และ "เบ็ดโปรเกร" 『プログレロッド』 จากลอยด์และเมื่อพบกับลอยด์อีกครั้งที่เมืองรูอัน เราก็จะสามารถตกปลาเพื่อรับไอเทมหรือพวกเซพิธได้อย่างสนุกสนานตลอดทั้งเกมเลยค่ะ

- เมื่อคุยกับทุกคนบนเรือประจำทางเรียบร้อยแล้ว ให้ตัดฉาก ก็จะดำเนินเรื่องต่อไปได้ค่ะ

 

ตรวจสอบเงาสีขาว1-3
『白い影の調査①‐③』 {BP5(+3)}

เมืองรูอัน 『ルーアン市』

- ที่สมาคม คุยกับ "จาง" 『ジャン』 เขาจะบอกว่าเพราะคุณคารูน่าไม่อยู่ ก็เลยมีงานค้างที่บอร์ดรับงานเต็มไปหมดเลยค่ะ แถมตอนนี้นักท่องเที่ยวก็ลดลง เพราะว่าการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีที่งวดขึ้นมาเรื่อย ๆ ซึ่งคนที่ลงสมัครก็จะมี [นายนอร์แมนผู้ผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว] กับ [นายพอลทอสผู้ปลุกกระแสให้อนุรักษ์อุตสาหกรรมท่าเรือ] ซึ่งชาวเมืองในทุกพื้นที่ของรูอันก็ให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ค่ะ
(จางยังแนะนำอีกด้วยว่า ให้เราลองอ่านในลีเบร์ลสารเพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วยนะคะ)
- แต่มีอยู่เรื่องที่จางต้องการให้เราตรวจสอบ แต่มันพูดออกมาจากปากได้ยากเหลือเกิน ซึ่งก็คือจางอยากจะให้พวกเราตรวจสอบเรื่อง "ผี" ค่ะ แต่พอพูดออกไปจางก็อดบ่นอุบกับปฏิกริยาของพวกเราไม่ได้ว่า

จาง "เฮ้อ ว่าแล้วเชียว ว่าพวกเธอต้องทำหน้าแบบนั้นใส่แน่ ๆ เพราะงั้นก็เลยไม่ค่อยอยากจะไหว้วานยังไงล่ะ"

- ได้ทราบเรื่องจากจางว่าในช่วง 1 - 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานี่มีคนมารายงานกับทางสมาคมว่า "เห็นเงาสีขาวตอนกลางคืน" ในพื้นที่รูอันค่ะ พอได้ยินดังนั้นอาการกลัวผีของเอสเทลก็กำเริบ ทุกคนสังเกตเห็นท่าทางเอสเทลผิดปกติไป เธอก็เลยรีบแก้ตัวว่า

เอสเทล "คุณเอสเทลผู้เจิดจ้าที่แม้แต่เด็กเห็นยังร้องไห้ จะกลัวผีหรืออะไรอย่างนั้นน่ะ......"

- แต่ดูเหมือนว่าการแก้ตัวครั้งนี้จะไม่เป็นผลค่ะ
- ถึงแม้จะกลัว แต่ถ้าหากว่ามีเรื่องที่น่าจะเกี่ยวข้องกับ "องค์กร" ตามที่เจ๊เชร่าหรืออากัตบอก เอสเทลก็จะขอรับงานนี้ไปทำค่ะ

- จากข้อมูลของจาง คนที่เห็นเงาที่ว่ามีอยู่ 3 คนคือ
(1) พลทหารที่ด่าน [แอร์ แลตเท่น]
(2) สมาชิกกลุ่ม [เรเว่น]
(3) พวกเด็ก ๆ ของ [สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเชีย]

- ดังนั้น เราจะต้องไปสอบถามข้อมูลจากทั้ง 3 คน 3 ที่ค่ะ

(1) ฮันเตอร์วัตถุดิบผู้มาถึง
(2) ถ่ายรูป [หอคอยฟ้าคราม]
(4) ประกาศจับสัตว์ปิศาจบนถนนป่าละเมาะวิสต้า
(5) ประกาศจับสัตว์ปิศาจบนถนนเลียบทะเลเมเว

☆อย่าลืมไปที่ "คาสิโนบาร์ ลาวันทาร์" สะสมให้ครบ 100 เมดัล แล้วแลก "แจ็คนักเสี่ยงโชค เล่ม 2" มาด้วยนะคะ

★หากคุยกับ "เปรมิโอ" 『プレミオ』 ที่เคาน์เตอร์บาร์ชั้นล่าง เราจะรู้ว่า 1 ใน 3 หัวโจกของกลุ่มเรเว่น "ดีน" 『ディン』 เป็นน้องชายของเขาค่ะ
(ในภาค FC เขาจะบอกแค่ว่าเขามีน้องชายอยู่ในกลุ่มเรเว่นเท่านั้น แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นใครค่ะ)

★ในช่วงนี้หากไปคุยกับพวกชาวเมืองแล้วล่ะก็ แต่ละคนจะมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีคนใหม่ที่หลากหลายค่ะ ซึ่งเท่าที่คุยดูบางคนออกจะรำคาญเวลามีการประกาศให้ช่วยลงคะแนนของแต่ละฝ่ายซะด้วยซ้ำค่ะ

- ไปที่ท่าเรือ (เขตเมืองด้านใต้) จะพบกับ "ลอยด์" อีกครั้งค่ะ คราวนี้เขาจะแนะนำสถานที่ที่สามารถตกปลาได้ให้กับเราค่ะ

How To Fish = วิธีการเล่นเกมตกปลา
หากเราพบผิวน้ำที่มีวงกลมกระเพื่อม ๆ อยู่ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำ น้ำตก หรือห้วย หนอง คลอง บึง เราจะสามารถตกปลาได้ค่ะ แต่ต้องมีเหยื่อด้วยนะ แล้วเบ็ดบางอันก็สามารถใช้ได้กับเหยื่อบางชนิด ส่วนเหยื่อบางชนิดก็ใช้ได้แค่บางที่ เช่น ใช้ตกปลาในทะเลหรือใช้ตกปลาในแม่น้ำค่ะ
วิธีการตกก็ง่าย ๆ เลือกเบ็ด เลือกเหยื่อ จากนั้นก็รอเวลาเครื่องหมาย ! (Look Piont) ขึ้นมา กะจังหวะดี ๆ แล้วกด ปลาก็จะติดเบ็ดค่ะ
การตกปลานั้น บางทีเราก็จะตกได้ไอเทมติดขึ้นมาด้วยนะคะ เช่น เซพิธมากบ้างน้อยบ้างตามขนาดของปลาที่ตกได้ค่ะ แต่ที่แน่ ๆ หากตกได้ปลาดี ๆ ตัวใหญ่ ๆ ล่ะก็ จะได้เครื่องประดับบางอันที่หาซื้อไม่ได้มาฟรี ๆ อีกด้วยนะคะ

- ไปคุยกับพวกเรเว่นในโกดังที่ท่าเรือค่ะ

- เข้าไปในท่าเรือ "ร็อคโก้" 『ロッコ』 "เรส" 『レイス』 "ดีน" 『ディン』 กำลังคุยกันว่าช่วงนี้พวกเขาช่างเอื่อยเฉี่อยกันเสียจริง แถมพวกสัตว์ปิศาจบนทางหลวงก็เก่งขึ้นกว่าเดิม 2 - 3 เท่า ทั้ง 3 คนก็เลยขี้เกียจออกไปสู้ข้างนอกอีก เลยกะจะฉวยจังหวะที่เจ๊คารูน่าไม่อยู่แอบไปเที่ยวคาสิโนบาร์ที่เพิ่งเปิดใหม่ซะเลย

◆ในกรณีที่มากับ "เจ๊เชร่า" เอสเทลจะขู่พวกเรเว่นว่าไม่กลัวอากัตรู้หรือไง ดีนจะรีบแก้ตัวใหญ่เลย แต่ร็อคโก้บอกว่าไม่เห็นจะกลัวเลยซะงั้น ส่วนเรสนั้นก็จะสนใจแต่พี่สาวทรงเสน่ห์เจ๊เชร่า แค่เจ๊เชร่าบอกว่า "ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ หนุ่ม ๆ เกเรทั้งหลาย" แค่นี้ 3 หัวโจกก็ตกหล่มเสน่ห์เจ๊แกเข้าเต็ม ๆ ค่ะ

- เอสเทลจะถามพวก 3 หัวโจกเกี่ยวกับ "เงาสีขาว" ที่พวกเขาเห็น แต่ทั้ง 3 คนกลับซุบซิบอะไรกันก็ไม่รู้ แล้วก็หันมาบอกกับเอสเทลว่าจะบอกเท่าที่พวกเขารู้ก็แล้วกัน แต่ต้องประลองฝีมือเวอร์ชั่นแก้มือจากงานประลองยุทธ์กับพวกเขาก่อนค่ะ
- เกิดการต่อสู้กับ (ร็อคโก้ + เรส + ดีน)

- ร็อคโก้ + เรส + ดีน -
- 『ロッコ + レイス + ディン』 -
**ไม่อยากเลยค่ะ แต่เวลา 1 ใน 3 คนไม่สามารถต่อสู้ได้ เขาจะใช้ท่า "ถ่ายเทความทรหด" ชุบเพื่อนขึ้นมาใหม่ แนะนำให้ปราบไปพร้อม ๆ กันทั้ง 3 คนดีกว่าค่ะ**
**3 คนนี้จะมีท่าสนับสนุนความสามารถในการต่อสู้หลายท่า แต่ไม่น่ากลัวซักท่าค่ะ จะมีก็แค่ท่า "โดดฟันแอคแทค" ที่พลังโจมตีค่อนข้างแรง ซึ่งพวกเขาจะชาร์จก่อนโจมตีค่ะ**

- ปราบได้ เอสเทลจะชมพวกเขาว่า

เอสเทล "พวกนายเก่งขึ้นกว่าตอนที่สู้กันในงานประลองยุทธ์อีกนะ อย่ามัวมาอยู่ในที่แบบนี้เลย ไม่ลองมุ่งสู่การเป็นเบรเซอร์ดูล่ะ?"

- พวกเรเว่นแทบไม่เชื่อหูว่าพวกเขาจะเป็นเบรเซอร์ได้ เอสเทลจึงเสริมอีกว่า

เอสเทล "ก็ขนาดชั้นที่เป็นเด็กผู้หญิงยังเป็นเบรเซอร์ได้เลยนะ ถ้าพวกนายมีใจคิดที่อยากจะเป็นแล้วล่ะก็ ชั้นว่านั่นก็เพียงพอแล้วล่ะ"

- แต่ตอนนี้พวกเรเว่นยังสับสนอยู่ เพราะคิดว่าพวกเขาน่ะมีดีก็แค่ทะเลาะวิวาทไปวัน ๆ เท่านั้น แต่ยังไงพวกเขาก็จะรักษาสัญญาและบอกรายละเอียดของ "เงาสีขาว" ให้กับเราค่ะ
(จากข้อมูลที่ได้ คนในกลุ่มเรเว่นที่เห็นเงาสีขาวก็คือ "เบลูฟ" 『ベルフ』 ลูกชายคนโตของ "นอร์แมน" ที่เข้ากลุ่มเรเว่นเมื่อ 1 ปีก่อน ซึ่งเบลูฟไม่ได้มาที่โกดังเป็นอาทิตย์แล้วอาจเป็นเพราะช็อกที่เห็นผีค่ะ ส่วนรายละเอียดลึก ๆ นั้นเราจะต้องไปคุยกับเบลูฟเองค่ะ)

- ไปบ้านของนอร์แมนที่อยู่ด้านขวามือของคฤหาสน์นายกเทศมนตรีค่ะ
- เข้าไปในบ้าน "บริตเจ็ต" 『ブリジット』 ภรรยาของนอร์แมนจะนึกว่าเรามาหาสามีของเธอเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งค่ะ เอสเทลเลยนึกขึ้นมาได้ว่า "นอร์แมน" เป็น 1 ในผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งนี่เอง ส่วนบริตเจ็ตเองก็ไม่รู้เลยว่าลูกของตัวเองไปเจอกับอะไรมา เพราะเธอไม่ได้ถามและไม่กล้าคุยกับลูกที่นาน ๆ ครั้งจะกลับมาที่บ้านว่าเขาเก็บตัวอยู่แต่ในห้องเพราะอะไรด้วยค่ะ
- ไปคุยกับ "เบลูฟ" 『ベルフ』 บนชั้น 2 เบลูฟจะจำเอสเทลได้ว่าเป็นผู้ลงแข่งขันในงานประลองยุทธ์ที่เบลูฟไปชมมาด้วยค่ะ

◆ในกรณีที่มากับ "เจ๊เชร่า" เจ๊แกจะหว่านเสน่ห์ใส่เบลูฟว่า ถ้าหากเขาเล่าให้เจ๊ฟัง เจ๊จะทำเรื่องดี ๆ ให้ค่ะ และหลังจากเบลูฟเล่าเรื่องจบเจ๊แกจะจุ๊บที่แก้มของเขาเป็นการตอบแทนค่ะ และเจ๊เชร่ายังบอกให้เบลูฟพยายามคิดด้วยตัวเองว่าควรจะทำอะไร ซึ่งเบลูฟบอกว่าจะพยายามเข้ากับพ่อของตัวเองให้ได้ค่ะ

- จากข้อมูลที่ได้จาก "เบลูฟ" (ที่ไม่ค่อยอยากจะพูดถึงเรื่องผี ๆ ซักเท่าไร เพราะกลัวเหมือนกัน) มีอยู่คืนที่เขาผลอยหลับไปในโกดังเพราะเมาเหมือนทุกทีนั้น ก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมากลางดึกจึงเดินออกไปรับลมข้างนอกแล้วก็ได้เห็น "เงาสีขาว" ที่ดูเหมือนว่าจะใส่ผ้าคลุมและใส่เสื้อผ้าโบราณเต้นไปเต้นมาอยู่บนฟ้า และบินหายไปทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือตอนประมาณตี 2 ค่ะ

- เมื่อได้รับข้อมูลมาแล้ว ก็ให้ไปหาข้อมูลจากผู้พบเห็นเหตุการณ์คนต่อไปได้เลยค่ะ

☆ในช่วงนี้ แนะนำให้แวะไปแถว ๆ หอคอยฟ้าครามก่อนค่ะ
แต่อย่าเพิ่งเคลียร์ซับเควสต์ (2) ถ่ายรูป [หอคอยฟ้าคราม] นะคะ
เพราะถ้าเคลียร์ตอนนี้จะไม่ได้รับโบนัส BP ไว้ค่อยมาเคลียร์ตอนหลังจะดีกว่าค่ะ
ที่ให้แวะไป เพราะอยากจะให้สู้กับศัตรูตามเก็บวัตถุดิบอาหารที่ตกได้จากศัตรูค่ะ
หากเก็บได้ตามที่บอกจะได้รับโบนัส BP ของซับเควสต์ (1) ฮันเตอร์วัตถุดิบผู้มาถึง ค่ะ☆

☆หากเจอศัตรู "โคว์ลี่บัวส์" (หมูเขียว) หรือ "ลอร์โดรัน" (นกกระจอกเทศ) ที่อยู่แถว ๆ นี้
บางทีจะเจอ "ซาซ่าแพนด้า" โผล่มาด้วย ซึ่งเจ้าตัวนี้เวลาโจมตีเราอาจทำให้เกิดอาการ "ตายคาที่"
แต่ถ้าปราบได้ จะได้รับ "ราวตากผ้าแบบประหยัด" 『徳用物干し竿』 อาวุธที่ดีที่สุดของเอสเทลในบทนี้
ถ้าไม่ได้ยังไง ก็มีขายที่บอสมาร์เก็ตในบทที่ 5 ค่ะ☆

แอร์ แลตเท่น 『エア=レッテン』

- ใช้ "ทางหลวงไอน่า" มุ่งสู่ "แอร์ แลตเท่น" ค่ะ

- เมื่อมาถึงแอร์ แลตเท่น เอสเทลไม่อยากเชื่อเลยว่าสถานที่สวย ๆ อย่างนี้จะมี "สิ่งนั้น" ออกมา

◆ในกรณีที่มากับ "เจ๊เชร่า" เอสเทลจะไม่เรียก "เงาสีขาว" ว่า "ผี" แต่เลี่ยงไปใช้คำว่า "สิ่งนั้น" แทนค่ะ เจ๊เชร่าก็เลยบังคับให้เอสเทลเรียกว่า "ผี" ตรง ๆ (แกล้งเด็กอีกและ) แต่ฆ่าให้ตายเอสเทลก็ไม่ยอมเรียกค่ะ

- คุยกับ "หัวหน้ากองฮาน" 『ハーン隊長』 เพื่อสอบถามรายละเอียด (ในกรณีที่เคลียร์ซับเควสต์ (27) เกลี้ยกล่อมนักเดินทาง หัวหน้ากองจะจำเอสเทลได้ค่ะ)
- หัวหน้ากองฮานบอกว่า เป็นเรื่องน่าอายที่มีเหตุการณ์เห็นผีที่นี่ เพราะเขาคิดว่าพลทหารที่เห็นคงละเมอไปเองมากกว่า เราจึงบอกข้อมูลที่ได้จากจางให้หัวหน้ากองฟังว่ามีผู้พบเห็น "เงาสีขาว" ไปทั่วพื้นที่รูอันค่ะ หัวหน้ากองฮานได้ฟังดังนั้น จึงให้เราไปคุยกับ "พลทหารนิคส์" คนที่พบผีที่ว่าค่ะ

- ไปที่ชั้น 2 ของด่าน หน้าทางเข้าสู่อุโมงค์คัลเดีย คุยกับ "พลทหารนิคส์" 『兵士ニクス』 ค่ะ พอนิคส์รู้ว่าที่เขาเห็นนั้นไม่ใช่ความฝันก็กลัวจนขนลุกซู่เลยค่ะ (ซึ่งเอสเทลก็เข้าใจความรู้สึกนี้ดี เพราะเธอก็เป็นแม่สาวกลัวผี ฮา)
- จากข้อมูลของพลทหารนิคส์ได้รับทราบว่า เมื่อกลางดึกของ 3 วันก่อนเขาเห็นบางอย่างที่ขาว ๆ มัว ๆ ใส่เสื้อแบบโบราณเต้นไปเต้นมาเหนือน้ำตก เห็นดังนั้นนิคส์ก็เลยยิงปืนไรเฟิลขู่ แต่จู่ ๆ เจ้าสิ่งนั้นก็หายไปทางท้องฟ้าด้านทิศเหนือค่ะ
- ถึงจะกลัวแต่เอสเทลคิดว่าไอ้ที่สิ่งนั้นออกมาปรากฏตัวให้เห็นต้องมีเหตุผลอะไรแน่ ๆ จึงพยายามตรวจสอบต่อไปค่ะ

- ลงมาที่ชั้น 1 จะพบกับเด็กผู้หญิงที่ดูเหมือนจะมาท่องเที่ยวกับพ่อแม่ของเธอ

- "นี่ พี่สาวคนนั้นน่ะ น้ำตกนี่ชื่อว่าอะไรเหรอ? น้ำมากมายขนาดนี้ จะไหลไปถึงที่ไหนเหรอ?" จู่ ๆ เด็กหญิงที่ยืนดูน้ำตกก็หันมาถามเอสเทล เอสเทลจึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ เด็กหญิงคนนั้นเพื่อบอกว่าที่นี่คือ แอร์ แลตเท่น และสงสัยว่าหนูน้อยคนนี้คงมาจากต่างประเทศจึงถามเธอว่ามาจากประเทศไหนค่ะ

เด็กหญิง "เอ๊ะ เร็นน่ะเหรอ? อื้ม เร็นมาจากที่ไกลแสนไกลมาก ๆ เลยล่ะ"
เอสเทล "งั้นเหรอ ชื่อเร็นจังเหรอ ชื่อน่ารักจังเลยน๊า"
เร็น "อุหึหึ ใช่มั้ยล่ะ? ก็เป็นชื่อที่ปาป๊ากะมาม๊าตั้งให้นี่นา"
แม่ของเร็น "เร็น อย่าไปรบกวนพี่สาวเค้าสิลูก"
พ่อของเร็น "ฮะฮะ ขอโทษที่ทำความเดือดร้อนให้กับพวกคุณ......"
เร็น "หื~ม เร็น ไม่ได้ทำให้เดือดร้อนซักหน่อย"
เอสเทล "อะฮะฮะ อย่าใส่ใจไปเลยค่ะ"

- พ่อของเร็นจะบอกว่าเขาทำการค้าขายระหว่างประเทศจึงเดินทางมาที่ลีเบร์ลบ่อย ๆ ปกติจะยุ่ง ๆ แต่คราวนี้ก็ได้พาลูกและภรรยามาท่องเที่ยวที่นี่ด้วยค่ะ
- เร็นจะถามชื่อของเอสเทล ดังนั้นเอสเทลก็เลยแนะนำตัวกับเร็นว่าเธอเป็นเบรเซอร์ชื่อเอสเทล ไบรท์ค่ะ
- หลังจากนั้นครอบครัวของเร็นจะขอแยกตัวไป เมื่อเอสเทลมองเร็นแล้วก็นึกถึงตอนที่ได้พบกับโยชัวร์ เพราะตอนที่พบกันครั้งแรกทั้งเธอทั้งโยชัวร์ก็อายุประมาณนี้ค่ะ

สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเชีย 『マーシア孤児院』

(3) ทดลองระบบประภาคาร

- ใช้ "ถนนเลียบทะเลเมเว" มุ่งหน้าสู่ "สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเชีย" เพื่อสอบถามเรื่อง "เงาสีขาว" ค่ะ

- เมื่อมาถึงเราจะเห็นว่า สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้รับการซ่อมแซมจากตอนที่เกิดคดีวางเพลิงให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมแล้ว และได้พบกับ "ผ.อ. เทเรซ่า" 『テレサ院長』 ค่ะ

◆ในกรณีที่มากับ "เจ๊เชร่า" ถึงผ.อ. เทเรซ่ากับเจ๊เชร่าเพิ่งจะพบหน้ากันเป็นครั้งแรก แต่เจ๊เชร่าก็ได้ฟังเรื่องราวต่าง ๆ ของที่นี่จากเอสเทลมาก่อนแล้วค่ะ

- ผ.อ. เทเรซ่าบอกว่า พวกเด็ก ๆ ไปเรียนหนังสือในโรงเรียนวันอาทิตย์กับบาทหลวงลาดตระเวนที่หมู่บ้านมาโนเลีย ซึ่งพอเธอรู้ว่าพวกเรามาสอบถามเด็ก ๆ เรื่อง "เงาสีขาว" ทำให้ทราบว่าเด็กที่เห็น "คุณลุงสีขาว" คือ "โปลี่" 『ポーリィ』 ค่ะ
- ผ.อ. เทเรซ่าจะเชิญพวกเอสเทลเข้าไปดื่มชาทานขนมด้านในกันก่อน เอสเทลเห็นผ.อ. เทเรซ่าไม่ถามเรื่องโยชัวร์เลยจึงลองพูดออกไปว่า

เอสเทล "ผ.อ. ไม่เห็นถามถึง......... โยชัวร์เลยนะคะ?"
ผ.อ. เทเรซ่า ".........ได้ฟังมาจากคลอเซ่แล้วล่ะค่ะ เห็นเด็กคนนั้นกังวลใจมาก ดิฉันจึงได้ให้คำปรึกษาแก่เธอไป... คุณเอสเทล......... คงเจอเรื่องลำบากมามากมายสินะคะ"
เอสเทล "......อ๊ะ............. อะฮะฮะ...... ไม่หรอก .........ถ้ามีคนแบบผ.อ. มาคอยปลอบล่ะก็...... ชั้น...... ---- ชักจะทนต่อไปไม่ไหวซะแล้วสิ......"

- เอสเทลไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้ ได้แต่ก้มหน้าลงด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย โดยที่ทุกคนได้แต่มองดู

ผ.อ. เทเรซ่า ".............ไม่จำเป็นต้องอดทนหรอกค่ะ ก็คนสำคัญข้างกายไม่อยู่แล้วนี่คะ......"

- ผ.อ. เทเรซ่าเข้าไปกอดเอสเทลด้วยความอบอุ่น

เอสเทล "......อา.........."
ผ.อ. เทเรซ่า "ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น...... แม้ว่าจะไม่สามารถมาแทนที่คุณแม่ของคุณได้...... แต่ขอให้ดิฉันได้โอบกอดคุณเอาไว้อย่างนี้นาน ๆ ก็แล้วกันนะคะ"

- ภายในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เอสเทลรู้สึกดีขึ้นมากแล้วแต่ก็รู้สึกอายตัวเองเหมือนกัน เพราะตอนแรกตั้งใจไว้ว่าจะให้ผ.อ. เทเรซ่าได้เห็นเธอในแบบที่ให้ความรู้สึกว่าเป็นเบรเซอร์ทางการมากกว่านี้ต่างหากค่ะ
- เอสเทลถามผ.อ. เทเรซ่า ถึงเรื่องที่คลอเซ่ก็เป็นกังวลเรื่องของเธอกับโยชัวร์
(จากคำบอกเล่าของ ผ.อ. เทเรซ่า เรื่องที่คลอเซ่กังวลนั้น เพราะเหล่าคนสำคัญกำลังเจ็บปวด แต่ทว่าเธอไม่สามารถเป็นกำลังให้ได้ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่คลอเซ่เกลียดมากที่สุดค่ะ)
- เอสเทลจะรู้สึกดีใจที่คลอเซ่เห็นพวกเธอเป็นคนสำคัญ และตัดสินใจว่าต้องรีบไปพบกับคลอเซ่เร็ว ๆ แต่ผ.อ. บอกว่าตอนนี้เป็นสัปดาห์แห่งการสอบจึงยังเข้าไปในโรงเรียนไม่ได้ค่ะ ส่วนพวกเด็ก ๆ นั้นคิดว่าคงเรียนกันเสร็จแล้ว แต่คงกำลังเล่นกันอยู่ในหมู่บ้าน นอกจากนั้น ผ.อ. ยังบอกอีกว่ามีบาทหลวงลาดตระเวนคนใหม่มา และดูเหมือนบาทหลวงคนนั้นจะเป็นที่ชื่นชอบของพวกเด็ก ๆ มากด้วยค่ะ

- ว่าแล้ว เอสเทลก็ตัดสินใจว่าจะไปรับพวกเด็ก ๆ มาที่นี่แทนคำขอบคุณน้ำชากับขนมที่ได้กินไปค่ะ

◆ในตอนที่ออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า "เจ๊เชร่า" รู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวของผ.อ. เทเรซ่า คล้าย ๆ กับคุณเรน่าแม่ของเอสเทลค่ะ ซึ่งเอสเทลก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน นอกจากนั้นเอสเทลยังรู้สึกว่าราชินีอาริเชียก็คล้าย ๆ กับแม่ของเธอด้วยเช่นกันค่ะ เจ๊เชร่าบอกว่าสำหรับตัวเธอนั้นคงยากที่จะมีบรรยากาศแบบนั้น เอสเทลเลยแซวเจ๊ไปว่าปัญหาใหญ่ของเจ๊ ก็คือเหล้านั่นแหล่ะ

หมู่บ้านมาโนเลีย 『マノリア村』

◆ในกรณีที่มากับ "เจ๊เชร่า" เจ๊จะบอกว่าไม่ได้มาที่หมู่บ้านนี้ตั้งนานค่ะ จริง ๆ แล้ว นอกจากเมืองรอเลนซ์ เจ๊เชร่ามักจะไปทำงานที่เมืองรูอันหรือที่นครหลวงบ่อย ๆ ส่วนอากัตนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่ได้สังกัดสาขาใด ๆ หมอนั่นก็ไปมาเรื่อยเปื่อยอยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่เอสเทลไม่เคยเห็นอากัตแถว ๆ เมืองรอเลนซ์ก็เพราะที่นั่นมีป๋าคาซิอุสที่ชอบทำตัวเป็นคุณพ่อ ซึ่งเป็นแบบที่อากัตแพ้ทางก็เลยไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้น่ะค่ะ พอเอสเทลได้ฟังก็คิดว่าตรงจุดนั้น อาจจะเป็นจุดที่น่ารักของอากัตก็เป็นได้นะ

★ในโรงเตี๊ยมแมกโนเลียขาว พบกับ "ดาลิโอ" 『ダリオ』 พ่อบ้านของดัลมอร์นายกเทศมนตรีคนก่อน ดื่มเหล้าพึมพำคนเดียวว่า "ในช่วงที่ชั้นไม่อยู่ มันเกิดอะไรกันขึ้น"

★ส่วน "เล็กซ์" 『レックス』 เจ้าของโรงเตี๊ยมที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ ก็จำเอสเทลที่เคยมาซื้อแซนด์วิชกับเขาได้ค่ะ

★หากเราไปที่โกดังกังหันลมในหมู่บ้านมาโนเลีย เอสเทลจะนึกถึงตอนที่เคยมานั่งกินข้าวด้วยกันกับโยชัวร์ค่ะ ซึ่งเอสเทลบอกว่าตอนนั้นเธอเหมือนเด็ก ๆ ที่ไม่รู้แม้กระทั่งความรู้สึกของตนเอง ไม่อายสายตาใครพูดออกไปได้หน้าตาเฉยว่า "อ้~าม" กับโยชัวร์ค่ะ

- สำรวจประตูโกดัง เอสเทลจะสงสัยว่าเย็นป่านนี้แล้วทำไมเด็ก ๆ ยังไม่เลิกเรียนกันอีก กำลังเรียนอะไรกันอยู่น๊า ว่าแล้วเอสเทลก็เลยแง้มประตูแอบดูค่ะ แล้วก็ต้องประหลาดใจ ก็คน ๆ นั้นน่ะ...
- บาทหลวงที่อยู่ด้านในโกดังคนนั้น ก็คือ "หลวงพ่อเควิน" 『ケビン神父』 นี่เอง เขากำลังเล่านิทานเรื่อง "อัศวินตุ๊กตา" 『人形の騎士』 ให้พวกเด็ก ๆ ฟังรวดเดียว 22 เล่มจบค่ะ
- เควินสังเกตเห็นมีคนมายืนอยู่ที่หน้าประตู ก็เลยบอกว่าการเรียนการสอนจบแล้วจะเข้ามาก็ได้ พอเควินได้เห็นเอสเทลก็ตกใจ ส่วนพวกเด็ก ๆ เห็นเอสเทลมาหาจึงรีบกรูกันเข้าไปล้อมตัวเอสเทลด้วยความดีใจ
- เควินดีใจที่เอสเทลจำเขาได้ แถมยังไม่ลืมหยอดมุกอีกว่า "หรือว่านี่จะเป็นโชคชะตาที่นำพาให้มาพบกันอีกครั้งน๊า❤"

สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเชีย 『マーシア孤児院』

ผ.อ. เทเรซ่า "เป็นเช่นนั้นเองหรือคะ...... ท่านบาทหลวงกับคุณเอสเทล รู้จักกันมาก่อนสินะ หึหึ โลกมันแคบนะคะ"
หลวงพ่อเควิน "ใช่แล้~ว เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ด้วยนะคร๊าบ แต่ถึงกับให้ผมมาทานอาหารกลางวันด้วยอย่างนี้ ต้องขอโทษที่รบกวนจริง ๆ นะครับ"
ผ.อ. เทเรซ่า "ไม่หรอก พอดีเลยล่ะค่ะ ถือว่าเป็นการขอบคุณที่ช่วยสั่งสอนดูแลพวกเด็ก ๆ ก็แล้วกันนะคะ"
ครัม "นี่~ พี่เอสเทล ไม่เห็นพี่โยชัวร์เลย วันนี้ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ?"
เอสเทล "อ๊ะ อืม......... ก็นะ เขามีธุระนิดหน่อย เลยมาด้วยกันไม่ได้น่ะ"
หลวงพ่อเควิน "............................."
ดาเนียล "งั้นเหรอ....... ช่วยไม่ได้น๊า"
ครัม "อือ~ อยากจะให้พี่โยชัวร์มาเห็นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่กลับมาเป็นเหมือนเดิมซักหน่อ~ย"
มารี่ "จริงด้วย น่าเสียดายจังเลยค่ะ"
โปลี่ "อยากเห็นพี่โยชัวร์เป็นองค์หญิงอีกครั้งจังเลย"
เอสเทล "อ๊ะ อาฮะฮะ......"

(เอสเทลถามพวกเด็ก ๆ ว่าเรียนกันนานเลย แล้วที่ได้ยินตอนสุดท้ายนั่นเป็นนวนิยายอะไรเหรอ ซึ่งเด็ก ๆ แต่ละคนก็คิดไปตามแบบฉบับของเขาค่ะ ครัมจะบอกว่าเป็นเรื่องแอคชั่นการต่อสู้ของผู้ใช้ตุ๊กตา ส่วนมารี่จะบอกว่าเป็นเรื่องเลิฟโรมานซ์ค่ะ แต่จริง ๆ แล้ว เควินบอกว่ามันเป็นนวนิยายสำหรับเด็กหนุ่มต่างหากล่ะ)
- พอเควินถามว่าเอสเทลมาทำอะไรที่พื้นที่รูอัน ก็เลยทำให้เอสเทลนึกเรื่อง "คุณลุงสีขาว" ขึ้นมาได้ เธอจึงถามรายละเอียดกับโปลี่ค่ะ
- โปลี่บอกแค่ว่าเห็นคุณลุงสีขาวหมุนไปหมุนมาน่าสนุกดีจัง ดังนั้นมารี่ (ที่ดูจะพูดรู้เรื่องกว่าโปลี่) จึงขอเล่าให้เอสเทลฟังแทนค่ะ
- จากข้อมูลที่ได้ ที่โปลี่เห็น "คุณลุงสีขาว" นั้น เป็นเรื่องเมื่อ 4 วันก่อนในช่วงหลังทานอาหารเย็นกันเสร็จแล้ว โปลี่เห็นคุณลุงสีขาวอยู่บนฟ้าเต้นไปเต้นมา แต่พอโปลี่ทักทายไปก็บินหายไปเลย ในตอนแรก ผ.อ. เทเรซ่าคิดว่าโปลี่ตาฝาด แต่ว่าดาเนียลก็เห็นด้วยเหมือนกัน ดาเนียลบอกว่าเขาเห็นเหมือนอะไรขาว ๆ บินฉิวไปทางตะวันออกค่ะ ซึ่งโปลี่บอกว่าไม่เห็นหน้าคุณลุงสีขาวที่ว่า เพราะว่าเขาใส่หน้ากากอยู่ค่ะ
- จากนั้น พวกเราจะกลับไปรายงานผลที่สาขา ซึ่งเควินก็จะขอตามไปจนถึงเมืองรูอันเพื่อขึ้นเรือประจำทางเดินทางไปพื้นที่อื่นต่อไปค่ะ **หลวงพ่อเควินเข้ากลุ่ม**

- ใช้ "ถนนเลียบทะเลเมเว" กลับไปที่เมืองรูอันค่ะ

เมืองรูอัน 『ルーアン市』

- เมื่อมาถึงเมืองรูอัน เควินจะขอบคุณพวกเอสเทลที่พาเขามาส่งถึงที่เมือง แต่พวกเอสเทลเห็นว่าถึงแม้จะไม่มีเบรเซอร์พามาด้วยฝีมือของเควินซึ่งใช้โบว์กันอาวุธที่ไม่ค่อยมีใครใช้นั้น ก็สามารถมาถึงที่เมืองได้ด้วยตัวเองอย่างสบาย ๆ อยู่แล้ว ซึ่งเควินถล่มตัวว่าที่ต้องมีฝีมือในการต่อสู้ ก็เพราะงานของบาทหลวงลาดตระเวนต้องไปไหนมาไหนอยู่เรื่อย ๆ ตรงนี้ทำให้เอสเทลคิดว่างานของเควินดู ๆ ไปก็มีส่วนคล้าย ๆ กับงานของเบรเซอร์เหมือนกันค่ะ

หลวงพ่อเควิน "❤แหม เอสเทลจังนี่ปากหวานจังเลยน๊า เล่นชมกันอย่างงี้เดี๋ยวพี่ชายก็เอาจริงขึ้นมาซะดีมั้ยเนี่ย?"
เอสเทล "พะ พูดเรื่องอะไรอยู่น่ะ"
หลวงพ่อเควิน "ฮะฮะ เรื่องนี้พักไว้ก่อนก็ได้ --- เมื่อกี๊ เรื่องผีที่พูดถึงกันน่ะ ดูเหมือนว่าจะมีคนมาขอคำปรึกษากับทางโบสถ์รูอันเหมือนกันนะ แถมหัวหน้าบาทหลวงธีโอโดรก็ไม่คิดว่าจะเป็นวิญญาณธรรมดา ๆ ซะด้วยสิ"
เอสเทล "ไม่ใช่วิญญาณธรรมดา......?"

- จากตรงนี้ เราจะทราบว่าตามคำสอนของโบสถ์นั้น คนเราเมื่อตายไปวิญญาณที่ดีจะขึ้นไปสู่สรวงสวรรค์ ส่วนวิญญาณชั่วร้ายจะตกลงสู่นรกภูมิค่ะ แต่นาน ๆ ครั้งก็จะมีวิญญาณที่ตัดสินไม่ได้ว่าควรจะไปที่ไหนอยู่ด้วยเหมือนกัน (เหมือนของไทยแฮะ)

เอสเทล "อูย...... วิญญาณหลงทางสินะ...... แต่ไอ้ที่บอกว่าไม่ธรรมดาเนี่ย หมายถึงอะไรกันล่ะ"
หลวงพ่อเควิน "ในหลาย ๆ กรณี วิญญาณธรรมดาส่วนใหญ่ก็จะมีสิ่งที่ยึดติดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่หรือคน แต่วิญญาณคราวนี้ไม่ได้มุ่งไปทางไหนทั้งนั้น ได้ยินท่านหัวหน้าบาทหลวงเคยพูดอยู่บ่อย ๆ น่ะ"
เอสเทล "หมายความว่า........... อย่างนี้นี่เองเหรอ"
หลวงพ่อเควิน "แหม มันก็เป็นแค่การอ้างอิงจากการตรวจสอบล่ะนะ เอาล่ะ ชั้นจะกลับไปที่โบสถ์ก่อนล่ะ แล้วเจอกันใหม่นะ --- พวกเอสเทลจัง"

- หลังจากเควินไปแล้ว เอสเทลจะรู้สึกว่าถึงเควินจะพูดแบบพวกผู้รับใช้ศาสนา แต่ดูยังไงก็ไม่เห็นเหมือนกับบาทหลวงเลยจริง ๆ **หลวงพ่อเควินออกจากกลุ่ม**

☆เครื่องสวมใส่และควอทซ์ของ "เควิน" ตัวเกมถอดให้อัตโนมัติค่ะ☆

◆ในกรณีที่มากับ "เจ๊เชร่า" เธอจะบอกว่า "ดูเหมือนว่าบาทหลวงลาดตระเวนจะมีคนแต่คนแปลก ๆ นะ แม้แต่สมัยที่ชั้นเคยอยู่คณะละครสัตว์ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงมีซิสเตอร์ลาดตระเวนนิสัยแปลก ๆ เดินทางไปกับพวกเราด้วยน่ะ"

★หากไปที่โบสถ์รูอัน จะพบกับ "หลวงพ่อเควิน" กำลังรายงานผลการสอนหนังสือในโรงเรียนวันอาทิตย์ กับหัวหน้าบาทหลวงธีโอโดรก่อนที่จะออกเดินทางไปที่อื่นอีกค่ะ

★หากไปคุยกับ "ผู้เฒ่ามูราต" 『ムラート老人』 ที่ชั้นใต้ดินด้านหลังของโฮเต็ลบลังเช่ เขาจะบอกว่ามีคนยืมเรือออกไปแล้ว โดยคนที่ยืมไปพูดทิ้งท้ายกับปู่แกเอาไว้ว่าจะนั่งบรรเลงบทเพลงอยู่บนเรือค่ะ
(แล้วหลังจากนี้ อีกซักพักเราจะรู้ว่าใครกันที่ยืมเรือไป คือ 555)

- ไปรายงานผลกับ "จาง" ที่สาขา เมื่อเข้าไปในสมาคมจะพบกับ "ไนแอล" 『ナイアル』 และ "โดรธี" 『ドロジー』 ที่มาทำข่าวการเลือกตั้ง แต่พอดีพวกเขาได้ยินข่าว "เงาสีขาว" ก็เลยมาสอบถามข้อมูลกับทางสมาคมค่ะ แถมโดรธียังถ่ายรูปอะไรบางอย่างได้จากบนดาดฟ้าของโรงแรมด้วยนะ ซึ่งพวกเขาคิดว่าน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่องที่พวกเอสเทลกำลังตรวจสอบอยู่ค่ะ

- เอสเทลเห็นรูปถ่ายแล้วแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่า นี่คือรูปถ่ายวิญญาณ (ปฏิเสธเต็มที่เลยแหล่ะ) แถมโทษว่าเป็นเพราะออร์เบิลคาเมร่าไม่ดีมากกว่าซะงั้น แต่โดรธีเถียงว่าเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะกล้องของเธอใช้ควอทซ์ไวแสงรุ่นใหม่ล่าสุดจากโรงงานกลาง แถมยังมีการบำรุงรักษาอย่างยอดเยี่ยมเลยด้วย เอสเทลเลยทำหน้าตาหน้ากลัวใส่โดรธี จนโดรธีกลัวไปเลยล่ะค่ะ
(หมายความว่าเอสเทลน่ากลัวกว่ารูปถ่ายวิญญาณใช้มั้ยอ่ะ หนูโดรธี)

- เรื่องนี้จางเห็นว่าสมาคมเบรเซอร์ควรจะร่วมมือกับพวกนักข่าวในคดีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ค่ะ

- "เปรมิโอ" แห่งคาสิโนบาร์ลาวันทาร์วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาแจ้งว่า ฝ่ายผู้สนับสนุนนอร์แมนกับฝ่ายผู้สนับสนุนพอลทอส กำลังมีเรื่องกันอยู่บนสะพานใหญ่แลนแกรนด์ จึงอยากให้พวกเบรเซอร์ไปช่วยระงับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นค่ะ
(แต่ไนแอลตัดสินใจเร็วกว่า พอได้กลิ่นข่าวร้อน ๆ เขาก็รีบสั่งโดรธีให้ออกไปทำข่าวกับเขาทันทีค่ะ)

- ออกไปยับยั้งเหตุการณ์ชุลมุนบนสะพานใหญ่แลนแกรนด์ค่ะ

- ฝ่ายสนับสนุนนอร์แมนได้กล่าวว่าที่มีวิญญาณโผล่ออกมาที่โรงแรม แถมลูกชายของนอร์แมนก็ช็อกเพราะเรื่องนี้นั้น จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องที่ฝ่ายสนับสนุนพอลทอสเป็นคนสร้างเรื่องขึ้นมา แต่ฝ่ายสนับสนุนพอลทอสเห็นว่าลูกชายของนอร์แมนไปเข้ากับพวกเรเว่นกลุ่มเด็กเกเร จึงบอกว่าไม่น่าจะไปเชื่อคำพูดของเด็กแบบนั้น ดังนั้นพวกผู้สนับสนุนทั้ง 2 ฝ่ายก็ยิ่งเถียงกันดุเดือดมากขึ้น แต่ทั้งนอร์แมนทั้งพอลทอสกลับเห็นว่าไม่ควรจะมาทะเลาะกันรุนแรงแบบนี้
- ในขณะที่เอสเทลจะเข้าไปห้ามไม่ให้เหตุการณ์รุนแรงไปกว่านี้ เสียงลูทก็แว่วมาแต่ไกล (อีกและ)

ชายหนุ่มผมทอง "หึ มีเรื่องลำบากใช่มั้ย"

- ปรากฏร่างชายหนุ่มหน้าตาดี (แต่สมองเพี๊ยน) ร้องบรรเลงเพลงแห่งความรักอีกครั้ง (ความรักสีอำพัน)

โอลิเวียร์ "หึ... ดูเหมือนทุกคนจะรู้สึกแล้วสินะ ความเป็นจริงเพียงหนึ่งเดียวก็คือรักอันเป็นนิรันดร์ไงล่ะ ถ้าจะให้พูดก็คือ เลิฟ อีส เอเทอร์นอล"

- กลุ่มคนมากมายเมื่อสักครู่ ต่างคนต่างก็หายวับไปแทบจะในทันที (เข้าใจความรู้สึกค่ะ)

◆เจ๊เชร่าพูดด้วยสีหน้าหน่าย ๆ ว่า "เฮ้อ อีหรอบนี้อีกแล้วเหรอ"

(ถึงคนจะหนีไปกันหมด แต่โอลิเวียร์ก็ยังไม่รู้สึกตัวว่าที่ชาวเมืองหนีไปเพราะเพลงของตัวเองนั่นแหล่ะ แถมโดรธีมนุษย์ประเภทเดียวกันกับโอลิเวียร์ก็ชื่นชมถ่ายรูปเขาซะยกใหญ่ ส่วนพวกเราน่ะเหรอ ตัดสินใจทิ้ง 2 คนไว้ที่นี่แล้วกลับไปคุยกันที่สมาคมดีกว่า)

- เมื่อกลับมาที่สมาคม พวกเอสเทลรู้สึกสงสัยว่าทำไมโอลิเวียร์ถึงมาอยู่ที่รูอันได้ ซึ่งเขาบอกว่ามิวเลอร์ได้ติดต่อไปที่โรงเตี๊ยมโมมิจิบอกว่าเอสเทลกลับมาแล้วก็เลยรีบมาหาที่นี่ค่ะ เอสเทลจึงถือโอกาสนี้ขอบคุณโอลิเวียร์ที่ให้ความช่วยเหลือตอนเหตุการณ์ปฏิวัติที่เธอยังไมได้กล่าวขอบคุณเขาค่ะ

เอสเทล "ขอบใจนะ โอลิเวียร์ ดีใจจริง ๆ ที่ได้พบกันอีกครั้ง"
โอลิเวียร์ "งะ งั้นเหรอ... อื~ม เอสเทลคุงว่านอนสอนง่ายขึ้น แถมดูเหมือนลักษณะท่าทางจะแตกต่างไปจากเดิมด้วย ❤ถ้าไม่รีบรุกให้ดุเดือดกว่านี้ล่ะก็ ......จะกลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจเติมเต็มได้นะเนี่ย"
เอสเทล "อย่ามาทำหน้าแดง แล้วพูดเรื่องพรรค์นั้นออกมานะยะ"

- เอสเทลไม่อยากพูดกับตาเพี๊ยนไปมากกว่านี้เลยจำใจเป็นฝ่ายสงบลงดีกว่า แล้วก็หันไปแนะนำโอลิเวียร์ให้จางรู้จักแทนค่ะ

◆ในกรณีที่มากับ "เจ๊เชร่า" โอลิเวียร์จะแซวว่า "ถ้าเป็นเรื่องของผมนี่เชร่าคุงรู้ไปหมดซะทุกอย่างเลยนะ" แต่เจ๊เชร่าบอกว่า "ถ้าประวัติส่วนตัวล่ะก็คงไม่ แต่ถ้าเป็นนิสัยส่วนใหญ่ล่ะก็นะ"

- เอสเทลจะรายงานข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้มารวมไปถึงข้อมูลที่ได้มาจากหลวงพ่อเควินให้พวกไนแอลฟัง และดูเหมือนว่าโอลิเวียร์จะสะดุดใจกับสถานที่ที่วิญญาณปรากฏตัวตามที่เอสเทลบอก ซึ่งตรงนี้จางก็คิดแบบเดียวกับโอลิเวียร์ค่ะ
- โอลิเวียร์จะดูแผนที่และอธิบายสถานที่ทั้ง 3 แห่งที่เอสเทลไปหาข้อมูลมา และบอกกับเอสเทลว่าข้อมูลที่ได้มานั้นมีจุดที่เชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาด โดยจะมีคำตอบให้เลือกดังนี้ค่ะ

白い影の現れた時間
เวลาที่ปรากฏตัวของเงาสีขาว
-
白い影の去った方角
ทิศทางที่หายไปของเงาสีขาว
Bonus BP
白い影のとった行動
การกระทำของเงาสีขาว
-

- ซึ่งจุดเชื่อมที่แปลกประหลาดนั่นก็คือ ทิศทางที่หายไปของเงาสีขาวค่ะ
(จุดต่าง ๆ ที่เงาสีขาวหายไปนั้น พวกเรเว่นบอกว่า "ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ" ส่วนพลทหารที่แอร์ แลตเท่น คือ "ทิศเหนือ" และพวกเด็ก ๆ ที่มาเชียคือ "ทิศตะวันออก" ค่ะ)
- ซึ่งทั้ง 3 จุดนี้ก็คือจุดเชื่อมใหญ่ ๆ และชี้ให้เห็นว่าจุดที่เงาสีขาวหายไปนั้นคือ "โรงเรียนเจนิสแห่งราชอาณาจักร" ค่ะ
(แหม โอลิเวียร์เนี่ย เอาเข้าจริง ๆ ก็เก่งเหมือนกันนะ)
- ดังนั้นแล้ว เราจึงต้องเข้าไปตรวจสอบที่โรงเรียนเจนิสค่ะ ไนแอลจะให้โดรธีรับผิดชอบข่าวนี้ ส่วนตัวเขาจะไปทำข่าวเลือกตั้งต่อ ส่วนจางก็จะรับหน้าที่ติดต่อไปที่โรงเรียนเตรียมไว้ก่อนค่ะ
(ก่อนจะไป ไนแอลจะบอกกับเอสเทลว่าเขารู้เรื่องโยชัวร์จากคุณพ่อของเอสเทลแล้ว ดังนั้นถ้าเขาได้ข่าวอะไรเกี่ยวกับโยชัวร์ล่ะก็จะแจ้งมาที่สมาคม พร้อมกับพูดให้กำลังใจเอสเทลให้พยายามต่อไปด้วย ว่าแล้วไนแอลก็รีบเดินออกไปด้วยความเขินค่ะ)
- เมื่อออกมานอกสมาคม คราวนี้เอสเทลจะออกปากขอให้โอลิเวียร์ไปด้วยกันกับพวกเธอ ทำให้โอลิเวียร์ประหลาดใจนิดหน่อยค่ะ (โดยปกติ นายนี่จะชอบแส่เข้ามาเองตั้งกะเมื่อก่อนแล้วค่ะ) **โอลิเวียร์เข้ากลุ่ม + โดรธีเข้าเป็น NPC**

◆ในกรณีที่มากับ "เจ๊เชร่า" เจ๊จะถามโอลิเวียร์ก่อนให้เขามาเข้ากลุ่มว่า "เธอรู้จักกับอาจารย์คาซิอุสที่อยู่ที่ลีเบร์ลตอนนี้ใช่มั้ย?" ซึ่งโอลิเวียร์จะตอบว่า "คำตอบก็คือ เยส ผมรู้จักคุณคาซิอุส แค่นี้จะยอมรับได้มั้ยล่ะ?" ดูเหมือนว่าเจ๊แกจะพอใจในคำตอบของโอลิเวียร์ และขู่ว่าถ้าหากเขาถอดใจไม่ช่วยเหลือต่อไปให้ตลอดล่ะก็ จะให้ไปเป็นเพื่อนดื่มด้วยกันจนถึงเช้าเลยค่ะ โดรธีรู้สึกว่า 2 คนนี้มีกลิ่นกรุ่นแห่งความเป็นผู้ใหญ่ที่เร่าร้อนมาก ๆ ค่ะ

(6) อาจารย์โรงเรียนวันอาทิตย์ **ต้องเคลียร์ก่อนไปทำเหตุการณ์ที่โรงเรียนเจนิสนะคะ ไม่เช่นนั้นซับเควสต์นี้จะหายไปค่ะ**
(7) ประกาศจับสัตว์ปิศาจบนยอดเขาโครเน่
(8) ประกาศจับสัตว์ปิศาจบนทางหลวงไอน่า

☆อย่าลืมเคลียร์ซับเควสต์ (2) ถ่ายรูป [หอคอยฟ้าคราม]
หากเคลียร์ในตอนที่มีโดรธีเป็น NPC แล้วล่ะก็ จะได้รับโบนัส BP ค่ะ☆

โรงเรียนเจนิสแห่งราชอาณาจักร 『ジェニス王立学園』

- ใช้ "ถนนเลียบทะเลเมเว" มุ่งสู่โรงเรียนเจนิสได้เลยค่ะ

★ในช่วงนี้ถ้าแวะไปคุยกับ "ครัม" ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเชีย เขาจะเสียใจจริง ๆ ที่โยชัวร์ไม่ได้มาด้วย และฝากให้พี่เอสเทลไปบอกกับพี่โยชัวร์ว่าพวกเขาทุกคนกำลังพยามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดอยู่ที่นี่ ซึ่งเอสเทลก็รับปากครัมค่ะ

★คุยกับ "คาร่า" ที่โรงเตี๊ยมแมกโนเลียขาว เธอจะบอกว่า "ดาลิโอ" พ่อบ้านของนายกเทศมนตรีคนก่อนที่นั่งดื่มเหล้าอยู่ตรงโต๊ะนั่น เอาแต่พร่ำบอกว่า "ฉันที่ไม่ใช่ฉัน"
(จะมีเฉลยคำพูดนี้ในตอนท้ายค่ะ)

- เมื่อมาถึงโรงเรียนเจนิส เอสเทลกับโดรธีจะพูดถึงตอนที่โยชัวร์แต่งหญิง โอลิเวียร์รู้สึกเสียดายที่ตัวเองไม่ได้เห็นโยชัวร์แต่งหญิงค่ะ (อยากจะเห็นไปทำไมกันล่ะหือ)
- ในขณะที่กำลังคุยกันอยู่ "