มาทำความรู้จัก กับตัวอักษรญี่ปุ่นกันเถอะ!!
posted on 31 May 2007 12:22 by gin-no-ishi in All-about-Japanese
ในเอนทรี่นี้จะเอาไว้บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นนะคะ
(ขอใช้คำว่าบอกเล่านะคะ เพราะยังไม่เก่งถึงขั้นสอนใครต่อใครได้ค่ะ)
เพื่อน ๆ คนไหนคิดจะเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นแต่ยังไม่มีพื้นฐานก็ลองเข้ามาอ่านดูนะคะ จะได้เป็นการปูพื้นฐานก่อนเข้าเรียนค่ะ
ส่วนเพื่อนคนไหนมีความรู้ด้านภาษาญี่ปุ่นกันอยู่แล้วก็มาแลกเปลี่ยนความรู้กันได้นะคะ
ถึงแม้ตอนนี้ภาษาญี่ปุ่นจะไม่ได้รับความนิยมเท่ากับสมัยก่อน ยังไงก็ตามการที่เรามีความรู้ภาษาต่างประเทศติดตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ถือเป็นกำไรของชีวิตแล้วค่ะ
ป.ล. ตอนแรกอาจจะขลุกขลักไปบ้าง แต่ยังไงก็จะพยายามหาพวกเนื้อหาต่าง ๆ อย่างพวกหลักไวยากรณ์หรือเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ มาให้ในภายหลังนะคะ
วันนี้เราจะมาเริ่มจากพื้นฐานกันก่อนเลยแล้วกันค่ะ
★อักษรในภาษาญี่ปุ่น
ในภาษาญี่ปุ่นจะใช้อักษรอยู่ 3 ประเภท คือ
(1) อักษรฮิระงะนะ 『ひらがな』
- เป็นอักษรดั้งเดิมของญี่ปุ่นเลยค่ะ ใช้เขียนคำที่แสดงความหมายหลัก ๆ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือใช้เขียนคำของภาษาญี่ปุ่นแท้ ๆ ค่ะ
- บางที เราก็จะเห็นว่าอักษรนี้เขียนกำกับเสียงอ่านอยู่บนตัวอักษรคันจิ ซึ่งตรงนี้เราจะเรียกอีกอย่างว่า "ฟุริงะนะ" ค่ะ 『ふりがな』
- ลักษณะของอักษรฮิระงะนะ ใช้วิธีการจำง่าย ๆ ว่ารูปร่างของมันจะอ่อนช้อยราวกับเกอิชาร่ายรำค่ะ
(2) อักษรคะตะคะนะ 『カタカナ』
- เป็นอักษรที่ใช้ทับศัพท์ภาษาที่มาจากต่างประเทศค่ะ เช่น ชื่อเฉพาะหรือคำศัพท์ต่าง ๆ ชื่อบุคคล, สถานที่หรือพวกชื่อพืชและสัตว์ คำเลียนเสียง หรือใช้กรณีที่ต้องการเน้นคำก็ได้ค่ะ
- ลักษณะของอักษรคะตะคะนะ เมื่อลองเปรียบเทียบกับกับฮิระงะนะแล้ว อักษรคะตะคะนะจะมีลักษณะดูแข็ง ๆ ไม่อ่อนช้อยค่ะ แต่ก็มีอักษรคะตะคะนะบางตัวที่คล้ายกับอักษรฮิระงะนะนะคะ ยังไงก็ต้องระวังด้วยค่ะ
(3) อักษรคันจิ 『漢字』
- เป็นอักษรที่คนญี่ปุ่นยืมเข้ามาจากจีนค่ะ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเหมือนคำจากภาษาจีนเลย แต่ก็จะมีบางคำที่ญี่ปุ่นนำมาดัดแปลงเอง
- ใช้แสดงความหมาย เช่น พวกคำนาม คำกริยา ฯลฯ
- อักษรคันจินั้นอักษรแค่ 1 ตัวจะแทนทั้งเสียงและความหมาย (เราจะเห็นว่าคนญี่ปุ่นชอบนำอักษรคันจิมาใช้ผสม ๆ กันทำเป็นชื่อพิเศษต่าง ๆ ที่ดูแล้วเท่ ๆ ไงคะ)
- คนญี่ปุ่นมักจะนำอักษรคันจิมาใช้คู่กับฮิระงะนะหรือคะตะคะนะ หรือบางทีก็ใช้ตัวเดียวโดด ๆ ไปเลยค่ะ
- เสียงอ่านของอักษรคันจิจะมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบ "คุงโยมิ" 『訓読み』 และ "องโยมิ" 『音読み』 ค่ะ
- เสียงแบบ "คุง" จะเป็นเสียงอ่านแบบญี่ปุ่น ซึ่งมักอ่านแบบนี้เมื่อเจอคันจิผสมมากับฮิระงะนะค่ะ ส่วนเสียงแบบ "อง" จะเป็นเสียงอ่านแบบจีน จะอ่านแบบนี้เมื่อเจอคันจิตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป แต่ก็ไม่มีกฏตายตัวค่ะ
- ในประเทศญี่ปุ่นมีการบัญญัติให้อักษรคันจิ 1,945 ตัวเป็น "โจโยคันจิ (คันจิที่ใช้บ่อย)" 『常用漢字』 เพื่อจำกัดจำนวนคันจิในระดับหนึ่ง เพื่อไม่ให้มีคันจิยาก ๆ มากเกินไปค่ะ (แต่ก็มีคันจิยาก ๆ ใช้บ้างประปราย)
★แถวเสียง
- แยกเป็นฮิระงะนะกับคะตะคะนะ (46 เสียง) ซึ่งจะแบ่งการออกเสียงได้เป็น 2 แบบ คือ แบบ "เสียงใส" 『清音』 และแบบ "เสียงขุ่น" 『濁音』 ดังนี้เลยค่ะ
☆ひらがな (ฮิระงะนะ)☆
| あ A (อะ) |
か KA (คะ) |
さ SA (สะ) |
た TA (ทะ) |
な NA (นะ) |
は HA (ฮะ)*** |
ま MA (มะ) |
や YA (ยะ) |
ら RA (ระ) |
わ WA (วะ) |
ん N (อึน, อึง)** |
| い I (อิ) |
き KI (คิ) |
し SHI (ฌิ) |
ち CHI (ชจิ) |
に NI (นิ) |
ひ HI (ฮิ) |
み MI (มิ) |
り RI (ริ) |
|||
| う U (อุ) |
く KU (คึ) |
す SU (สึ) |
つ TSU (ทซึ) |
ぬ NU (นึ) |
ふ FU (ฟฮึ) |
む MU (มึ) |
ゆ YU (ยึ) |
る RU (รึ) |
||
| え E (เอะ) |
け KE (เคะ) |
せ SE (เสะ) |
て TE (เทะ) |
ね NE (เนะ) |
へ HE (เฮะ)**** |
め ME (เมะ) |
れ RE (เระ) |
|||
| お O (โอะ) |
こ KO (โคะ) |
そ SO (โสะ) |
と TO (โทะ) |
の NO (โนะ) |
ほ HO (โฮะ) |
も MO (โมะ) |
よ YO (โยะ) |
ろ RO (โระ) |
を WO (โอ๊ะ)* |
Note:
*を เป็นคำช่วย อ่านออกเสียง "โอ๊ะ" แต่เวลาฟังเพลงส่วนใหญ่จะออกเสียง "โว๊ะ" ค่ะ
**ん เป็นตัวสะกด อ่านออกเสียง"อึน" หรือ "อึง" ค่ะ
***は ปกติอ่านออกเสียง "ฮะ" แต่เมื่อใช้เป็นคำช่วย ต้องอ่านออกเสียง "วะ" ค่ะ
****へ ปกติอ่านออกเสียง "เฮะ" แต่เมื่อใช้เป็นคำช่วย ต้องอ่านออกเสียง "เอ๊ะ" ค่ะ
แถวเสียงขุ่น
- เิพิ่มขึ้นมาโดยการใส่ "เต็งเต็ง" 『"』 และ "มารุ" 『゜』 ลงในแถวเสียง "คะ" แถวเสียง "สะ" แถวเสียง "ทะ" และแถวเสียง "ฮะ" ดังนี้ค่ะ
|
が GA* |
ざ ZA** |
だ DA |
ば BA |
ぱ PA |
| ぎ GI* |
じ JI** |
ぢ JI |
び BI |
ぴ PI |
| ぐ GU* |
ず ZU** |
づ ZU, DU |
ぶ BU |
ぷ PU |
| げ GE* |
ぜ ZE** |
で DE |
べ BE |
ぺ PE |
| ご GO* |
ぞ ZO** |
ど DO |
ぼ BO |
ぽ PO |
Note:
*แถวเสียงนี้ เวลาอยู่หน้าอยู่พยางค์หน้าออกเสียง "กง่ะ" แต่ถ้าอยู่พยางค์หลังจะอ่านออกเสียง "หง่ะ" ซึ่งจะออกเสียงขุ่นกว่าค่ะ
**แถวเสียง "ซะ" เวลาออกเสียง ให้เอาปลายลิ้นไปแตะฟันหน้าแล้วออกเสียงให้มีลมลอดออกมา (เสียงที่ได้จะขุ่น)
และยังมีแถวเสียงที่ผสมขึ้นมา โดยการนำแถวเสียง "ยะ" มาใส่ไว้ด้านหลังค่ะ โดยแถวเสียง "ยะ" ที่นำมาต่อท้ายต้องเขียนด้วยตัวอักษรตัวเล็กนะคะ
|
きゃ KYA (เคียะ) |
しゃ SHA (ฉะ) |
ちゃ CHA (ชจะ) |
にゃ NYA (เนียะ) |
ひゃ HYA (เฮียะ) |
みゃ MYA (เมียะ) |
りゃ RYA (เรียะ) |
ぎゃ GYA (เกงียะ) |
じゃ JA (จะ) |
びゃ BYA (เบียะ) |
ぴゃ PYA (เพียะ) |
| きゅ KYU (คยึ) |
しゅ SHU (ฉึ) |
ちゅ CHU (ชจึ) |
にゅ NYU (นยึ) |
ひゅ HYU (ฮยึ) |
みゅ MYU (มยึ) |
りゅ RYU (รยึ) |
ぎゅ GYU (งยึ) |
じゅ JU (จึ) |
びゅ BYU (บยึ) |
ぴゅ PYU (พยึ) |
| きょ KYO (คโยะ) |
しょ SHO (โฉะ) |
ちょ CHO (ชโยะ) |
にょ NYO (นโยะ) |
ひょ HYO (ฮโยะ) |
みょ MYO (มโยะ) |
りょ RYO (รโยะ) |
ぎょ GYO (งโยะ) |
じょ JO (โจะ) |
びょ BYO (บโยะ) |
ぴょ PYO (พโยะ) |
Tips:
สำหรับคนไทยเสียงผสมค่อนข้างออกเสียงยากค่ะ สำหรับเสียง "เอียะ" คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ที่ยากคือแถวเสียงที่เหลือ ยกตัวอย่างเช่น "คยึ" หรือ "คโยะ" คนไทยจะออกเสียงว่า "คิว" หรือ "เคียว" ไปเลย จะว่าออกเสียงผิดไม๊ ก็ไม่น่าจะผิดอะไร เพราะมันก็เหมือนกับการออกเสียงโดยอาศัยการควบของจังหวะเสียงเร็ว ๆ แต่พึงระวังเอาไว้ว่า เสียงนี้เป็นเสียงสั้น ถ้าเป็นเสียงยาวจะต้องมี "อุ" ต่อท้าย เช่น きょう (Kyou=เคียว) หรือ りゅう (Ryuu=ริว) ดังนั้น หากจะลักไก่อ่านออกเสียงเป็น "คิว" หรือ "เคียว" ฯลฯ อย่าออกเสียงลากยาวนะคะ ให้สะบัดเสียงให้สั้นลงจะได้ถูกต้องค่ะ
☆カタカナ (คะตะคะนะ)☆
|
ア A |
カ KA |
サ SA |
タ TA |
ナ NA |
ハ HA |
マ MA |
ヤ YA |
ラ RA |
ワ WA |
ン*** N** |
| イ I |
キ KI |
シ*** SHI |
チ CHI |
ニ NI |
ヒ HI |
ミ MI |
リ RI |
|||
| ウ U |
ク KU |
ス SU |
ツ*** TSU |
ヌ NU |
フ FU |
ム MU |
ユ YU |
ル RU |
||
| エ E |
ケ KE |
セ SE |
テ TE |
ネ NE |
ヘ HE |
メ ME |
レ RE |
|||
| オ O |
コ KO |
ソ*** SO |
ト TO |
ノ*** NO |
ホ HO |
モ MO |
ヨ YO |
ロ RO |
ヲ WO* |
Note:
* และ ** ดูจากตารางฮิระงะนะประกอบค่ะ
***อักษรที่คล้ายกัน ต้องระวังด้วยนะคะ จุดสังเกตง่าย ๆ ก็คือ
シ "ชิ" ขีดด้านข้าง จะลากเข้าหาด้านข้าง เส้นด้านล่างลากขึ้นค่ะ
ツ "ทซึ" ขีดด้านข้าง จะลากลงด้านล่างแต่มีแค่ขีดเดียว เส้นด้านล่างลากลงค่ะ
ソ "โสะ" ขีดด้านข้าง จะลากลงด้านล่าง เส้นด้านล่างลากลงค่ะ
ン "อึน" ขีดด้านข้าง จะลากเข้าหาด้านข้างแต่มีแค่ขีดเดียว เส้นด้านล่างลากขึ้นค่ะ
ノ "โนะ" ลากลงมาขีดเดียวโดด ๆ เลยค่ะ
แถวเสียงขุ่น
|
ガ GA* |
ザ ZA** |
ダ DA |
バ BA |
パ PA |
| ギ GI* |
ジ JI** |
ヂ JI |
ビ BI |
ピ PI |
| グ GU* |
ズ ZU** |
ヅ ZU, DU |
ブ BU |
プ PU |
| ゲ GE* |
ゼ ZE** |
デ DE |
ベ BE |
ペ PE |
| ゴ GO* |
ゾ ZO** |
ド DO |
ボ BO |
ポ PO |
Note:
* และ ** ดูจากตารางฮิระงะนะประกอบค่ะ
และตัวอักษรคะตะคะนะก็มีการนำแถวเสียง "ยะ" ตัวเล็ก มาทำเป็นเสียงผสมเหมือนกับฮิระงะนะได้เช่นเดียวกัน ตามนี้เลยนะคะ
|
キャ KYA |
シャ SHA |
チャ CHA |
ニャ NYA |
ヒャ HYA |
ミャ MYA |
リャ RYA |
ギャ GYA |
ジャ JA |
ビャ BYA |
ピャ PYA |
| キュ KYU |
シュ SHU |
チュ CHU |
ニュ NYU |
ヒュ HYU |
ミュ MYU |
リュ RYU |
ギュ GYU |
ジュ JU |
ビュ BYU |
ピュ PYU |
| キョ KYO |
ショ SHO |
チョ CHO |
ニョ NYO |
ヒョ HYO |
ミョ MYO |
リョ RYO |
ギョ GYO |
ジョ JO |
ビョ BYO |
ピョ PYO |
นอกจากแถวเสียงที่ผสมขึ้นมา โดยใช้แถวเสียง "ยะ" ตัวเล็กมาต่อท้ายแล้ว ตัวอักษรคะตะคะนะจะมีแถวเสียงผสมที่ใช้แถวเสียงอื่น ๆ ตัวเล็กเพิ่มเติมขึ้นมาด้วย ดังนี้ค่ะ
|
ヴァ VA |
クァ KWA |
ツァ TSA |
ファ FA |
|||
| ウィ WI |
ヴィ VI |
ティ TI |
ディ DI |
フィ FI |
||
| ヴ VU |
デュ DU |
|||||
|
ウェ WE |
ヴェ VE |
ツェ TSE |
フェ FE |
|||
|
ウォ WO |
ヴォ VO |
ツォ TSO |
フォ FO |
Tips:
ถ้าต้องการให้ออกเสียงยาว ให้ใช้ 『ー』 ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนเสียงยาวในภาษาญี่ปุ่นค่ะ เช่น คำว่า "Fram=กรอบ" หรือ "Flame=เปลวไฟ" ก็จะเป็น フレーム ค่ะ
※ของดลงหลักในการเขียนทับศัพท์ภาษาอังกฤษนะคะ เพราะเห็นว่าเป็นเนื้อหาที่ค่อนข้างลงลึกและต้องอาศัยความชำนาญพอดู (เราเองก็ยังไม่คล่องเหมือนกันค่ะ)
แนะนำให้เพื่อน ๆ ลองไปหาหนังสือไวยากรณ์เบื้องต้นดี ๆ ซักเล่มมาอ่านจะดีกว่าค่ะ※
คิดว่าคงไม่ยากกันเกินไปนะคะ สำหรับตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นที่พูดกันตามจริงแล้วมีมากกว่าภาษาไทยไม่กี่ตัวเท่านั้นเอง (จริงดิ)
และถ้าเพื่อน ๆ คนไหนอยากฝึกการออกเสียงก็ไม่ยากค่ะ ลองหาเพลง, ละคร หรืออนิเมที่เป็นภาษาญี่ปุ่นมาฟัง แล้วออกเสียงตามเจ้าของภาษา รับรองว่าการออกเสียงของเพื่อน ๆ จะต้องพัฒนาขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ
เบื้องต้นก็ขอแนะนำแค่ตัวอักษรไปก่อนแล้วกันนะคะ ไว้คราวหน้าจะหาเนื้อหามาลงให้ค่ะ
ขอให้สนุกกับการเรียนภาษาญี่ปุ่น มาพยายามไปด้วยกันนะคะ
Blog-map
) เลยฮึดเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยตัวเองมาตั้งแต่ตอนนั้น








![เรียนรู้ภาษาญี่ปุ่น กับ ศ. ดร. ปรียา อิงคาภิรมย์ ที่ [โรงเรียนเด็กวัดปรียา] ค่ะ](http://gin-no-ishi.exteen.com/images/lan-dekwad.gif)
#1 By Day on 2007-05-31 17:12