第2章 白き花のマドリガル

บทที่ 2 แมดริเกิลดอกไม้ขาว

พวกเอสเทลที่ได้เดินทางเข้าสู่พื้นที่รูอันได้รับการไหว้วานให้ช่วยงานเทศกาลโรงเรียนเจนิสไปด้วย ทั้งยังมีความสุขที่ได้ใช้เวลาช่วงหนึ่งกับเพื่อนนักเรียนวัยเดียวกันไปด้วย
แต่ทว่า ในช่วงเวลานั้นกลุ่มคนชุดดำปริศนาก็ได้เริ่มดำเนินการอะไรบางอย่างในพื้นที่รูอันอยู่

Walkthrough Chart - Main Quest

หมายเลขรินเด 『リンデ号』

- บนหมายเลขรินเดที่กำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองรอเลนซ์ "โอลิเวียร์" ได้เล่าเรื่องราวของคดีที่เกิดขึ้นให้ใครบางคนฟังผ่านทางเครื่องมือสื่อสารแบบพกพา

โอลิเวียร์ "ไม่คิดว่าตระกูลคาปัวที่ถูกถอดออกจากตำแหน่งจะมาอยู่ที่นี่ แล้วก็ไม่ได้พบกับ [เขา] ด้วย เพราะดูเหมือนว่ากำลังเจอกับปัญหาบางอย่างอยู่ พวกที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ก็ยังไม่แน่ชัด แต่เรื่องที่กำลังดำเนินการขยายอิทธิพลอยู่นั้นไม่ผิดแน่ ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้เจอพวกน่าสนใจด้วยสิ อาหารอร่อยก็เยอะ คนงามก็แยะ รู้สึกถูกใจประเทศนี้แล้วล่ะ จะมาอยู่ที่นี่เลยดีไม๊น๊า... รู้แล้ว ๆ อย่าทำเสียงน่ากลัวอย่างนั้นสิ เรื่องทางนี้จะจัดการต่อเอง อย่าให้นายกฯ รู้ตัวล่ะ ....... แล้วจะติดต่อไปอีกนะ [เพื่อนรัก]"

- "อุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กแบบพกพาสินะ มีของทันสมัยไว้ใช้ด้วยเหรอเนี่ย" "เจ๊เชร่า" ที่ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ก็ออกมาคาดคั้นความจริงกับโอลิเวียร์ว่าจริง ๆ แล้วเขาเป็นใครกันแน่
(อันที่จริง เจ๊เชร่าสงสัยโอลิเวียร์มาตั้งแต่แรกแล้ว แต่ไม่ได้แสดงออกมาก็เพราะไม่อยากให้พวกเอสเทลรู้สึกไม่สบายใจไปมากกว่านี้ค่ะ)

โอลิเวียร์ "ฉายา [ประกายเงิน] 『銀閃』 นี่ไม่ได้มีไว้ประดับโก้ ๆ เลยนะ ผมจะบอกให้ก็ได้ แต่ว่ามีอยู่ 2 ข้อที่ต้องแก้นิดหน่อย หนึ่งก็คือผมไม่ได้ทำตัวตลกซักหน่อยก็มันเป็นนิสัยของผมจริง ๆ นี่นา อีกข้อนึงไม่ใช่เครื่องมือออร์บเมนท์หรอก (หมายถึงเครื่องมือสื่อสาร) เป็น [อาร์ติแฟกซ์] โบราณวัตถุของเอเรโบเนียต่างหากล่ะ"

- ได้ฟังดังนั้น เจ๊เชร่าก็ยิ่งอยากรู้ตัวจริงของโอลิเวียร์มากขึ้นไปอีก

โอลิเวียร์ "ฐานะของผมนั้นก็เหมือนคนสืบข้อมูลนั่นแหล่ะ แต่ไม่ได้จะมาล้วงข้อมูลที่มันเป็นความลับอะไรขนาดนั้นหรอก แค่มาพบคน ๆ หนึ่งเท่านั้นเอง เป็นคนที่เธอก็รู้จักดีเชียวแหล่ะ คนที่เป็นสุดยอดนักดาบ เป็นนักยุทธศาสตร์ชนิดหาตัวจับยาก เป็นผู้ขับขานบทเพลงแห่งกองทัพราชอาณาจักร เบรเซอร์ที่ได้รับสมญานามพิเศษที่มีเพียง 4 คนบนทวีปนี้ [นักดาบผู้ยิ่งใหญ่] 『剣聖』 คาซิอุส ไบรท์ ยังไงล่ะ"

 


 

เมืองบอส 『ボース市』

- ก่อนออกเดินทาง อย่าลืมไปซื้อ "ลีเบร์ลสาร ฉบับ 4" ที่ร้านโกรเซอร์ มิเน่ด้วยนะคะ

☆หากใครต้องการเคลียร์ซับเควสต์ (14) แหวนที่ถูกขโมย กับ (15) โน้ตสีดำ ก็สามารถเคลียร์ได้ในช่วงนี้ได้นะคะ ดูรายละเอียดได้ในหัวข้อซับเควสต์บทที่ 1 ได้เลยค่ะ☆

 

กำจัดสัตว์ปิศาจบนยอดเขาโครเน่
『クローネ峠の魔獣退治』 (BP2)

ด่านบนยอดเขาโครเน่ 『クローネ峠関所』

- ใช้ทางหลวงบอสฝั่งตะวันตกมุ่งหน้าไปยัง "เส้นทางภูเขาโครเน่" ได้เลยค่ะ

- เมื่อมาถึงที่ด่านโยชัวร์จะเสนอให้พักที่นี่ก่อนคืนนึง โดยให้เหตุผลว่าพระอาทิตย์ก็ใกล้ตกดินแล้วถ้าเดินทางบนเขาตอนกลางคืนจะอันตราย อาจมีทั้งสัตว์ปิศาจทั้งหินถล่มก็เป็นได้ เอสเทลได้ฟังดังนั้นก็เลยตามเลยตัดสินใจพักที่นี่ก่อนก็ได้ค่ะ

- คุยกับ "หัวหน้ากองเซรูสต์" 『ゼルスト隊長』 ในห้องพัก เขาจะอนุญาตให้เราใช้ห้องพักสำหรับนักเดินทางได้ตามสบายค่ะ

- เข้าไปในห้องทางซ้ายเพื่อพักผ่อน สักพัก "รองหัวหน้ากองเซรอส" 『セーロス副長』 จะเข้ามาพร้อมกับบอกว่า จะทำอาหารมาให้พวกเราทาน เพราะยังไงช่วงนี้ทางเขาเองก็ว่าง ๆ อยู่ เพราะคดีสลัดอากาศถูกปิดไปแล้วค่ะ
(เอสเทลจะรู้สึกว่าทหารแต่ละคน ๆ นี่ก็ใจดีเหมือนกันค่ะ แต่โยชัวร์บอกว่า "ถ้าเป็นทหารในลีเบร์ลล่ะก็นะ ....ช่างเหอะ ไปวางสัมภาระกันดีกว่า")

- เมื่อทานข้าวเสร็จ รองหัวหน้ากองเซรอสจะเข้ามาบอกว่ามีแขกมาเพิ่มอีก 1 คน และถามเราว่าจะรังเกียจไม๊ถ้าให้เขาเข้ามาพักด้วย
- พบกับ "อากัต" อีกครั้ง พออากัตรู้ว่าพวกเอสเทลใช้วิธีเดินเท้าไปรอบ ๆ ราชอาณาจักรเพื่อที่จะเป็นเบรเซอร์อย่างทางการ ก็บอกกับพวกเอสเทลว่า

อากัต "เป็นพวกเจ้าหนูที่ไม่ทุกข์ร้อนเลยนะ จะเป็นเบรเซอร์อย่างทางการได้หรือไม่นั้น คิดด้วยสามัญสำนึกซะ สามัญสำนึกน่ะ"

- เอสเทลได้ฟังอากัตสบประมาทก็โมโห

เอสเทล "อย่ามาทำกับพวกเราเหมือนเด็ก ๆ นะ ยังไง ๆ เราก็เป็นคนที่ทำให้คดีสลัดอากาศปิดลงได้แล้วกัน"
อากัต "ชั้นได้ฟังมาจากผู้เฒ่ารูแกรนแล้ว แต่ถ้าไม่มีเชราซาร์ดอยู่ละก็คิดว่าจะสามารถปิดคดีได้ด้วยตนเองหรือเปล่าล่ะ เด็กใหม่ก็คือเจ้าหนู อย่ามาขัดแข้งขัดขาเข้าล่ะ หัดดูตัวเองซะมั่ง"
เอสเทล "แล้วทีตัวเองล่ะ ขึ้นเขามากลางค่ำกลางคืนอย่างนี้มันก็อันตรายไม่ใช่หรือไง"
อากัต "เจ้าบ้า!! ชั้นมาทำงานต่างหาก อีกอย่างชั้นต้องทำงานที่ต้องขึ้นเขาลงห้วยประจำ การฝึกฝนมันก็ผิดกันอยู่แล้ว และไอ้งานที่ว่านั่น ก็เป็นงานที่พ่อของพวกนายผลักภาระมาให้ชั้นต่างหาก"

- พอพวกเอสเทลจะถามรายละเอียดของงานที่ว่า อากัตก็ดันตัดบทแล้วก็ไปนอนที่เตียงพร้อมกับบ่นว่า "หนวกหูเจ้าหนูพวกนี้จริง ๆ รีบ ๆ ไปที่รูอันแล้วไปรับงานที่นั่นซะ นั่นก็เหมาะกับพวกนายแล้วล่ะ" แล้วอากัตก็หลับไปทั้ง ๆ ที่ยังเถียงกับเอสเทลไม่จบค่ะ
(โยชัวร์บอกว่าหัวถึงหมอนแล้วหลับเลยช่างเหมือนกับเอสเทลจริง ๆ เอสเทลฟังที่โยชัวร์ค่อนขอดตัวเองก็รู้สึกเคืองอย่างแรง "อย่าเอาชั้นไปเปรียบเทียบกับหมอนั่นนะ" แต่โยชัวร์รู้สึกว่า อากัตไม่ได้คิดร้ายอย่างที่พูด เพียงแต่ต้องการจะบอกให้เราฉุกใจคิดเท่านั้นค่ะ)

- เกิดอีเวนท์สัตว์ปิศาจบุกโจมตี
- เมื่อออกไปที่หน้าประตูด่านเอสเทลจะเข้าไปช่วยพวกทหาร แต่อากัตห้ามเอาไว้โดยให้เหตุผลว่าการป้องกันด่านถือเป็นหน้าที่ของทางกองทัพ อีกอย่างสัตว์ปิศาจพวกนี้ เดี๋ยวเดียวก็จัดการได้ ซึ่งพวกทหารก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันและไม่ให้พวกเราเข้ามาช่วย
- จะมีสัญญาณเตือนภัยมาจากด้านหลัง ซึ่งทางด้านโน้นก็มีสัตว์ปิศาจบุกเข้ามาเหมือนกัน อากัตจะรีบวิ่งเข้าไปช่วย พวกเอสเทลก็เข้าไปช่วยเสริมด้วยค่ะ
(ในตอนแรก อากัตไม่อยากให้พวกเราร่วมสู้ด้วย แต่เพราะคำยืนกรานของพวกเราจึงจำยอม แต่ก็ยังไม่วายพูดจามะนาวไม่มีน้ำ "ก็ระวังอย่าให้มาเกะกะ [ดาบหนัก] ของชั้นก็แล้วกัน!!")

- ต่อสู้กับ (แอคแทคเดอเว่น *5) **อากัตร่วมต่อสู้ แต่ยังไม่เข้าเป็นพวก**

- แอทแทคเดอเว่น *5 -
- 『アタックドーベン*5』 -
**ให้อากัตใช้ท่า "บัฟเฟอร์ โรเรจ" เพื่อชาร์จ CP แล้วใช้คราฟท์สู้จะง่ายขึ้นอย่างมากค่ะ แต่ท่านี้เมื่อใช้แล้วต้องคอยเพิ่มเลือดให้อากัตด้วยนะคะ เดี๋ยวโอเวอร์โหลดซะก่อน**

- ปราบได้ อากัตจะชมพวกเราว่า "ทำได้ดีกว่าที่คิดไว้อีกนะ สมแล้วที่สานต่องานของตาลุงนั่นได้ แต่ก็ยังห่างชั้นจากเบรเซอร์อย่างทางการอยู่ดีนั่นแหล่ะ"
(จากนั้น "หัวหน้ากองเซรูสต์" จะมาบอกว่าทางด้านโน้นพวกเขาจัดการเรียบร้อยแล้ว เห็นทางนี้จัดการเรียบร้อยเหมือนกันก็ออกปากชมอากัตว่าสมกับที่เป็น [อากัตดาบหนัก] แต่อากัตบอกว่า "ก็เพราะได้เจ้าหนูพวกนี้ช่วยด้วยน่ะ" แล้วพวกทหารจะขอตัวไปเดินยามรอบ ๆ ต่อ ส่วนพวกเราอากัตบอกให้ไปพักผ่อนให้สบาย ๆ ก็แล้วกันค่ะ เอสเทลจะงง ๆ ว่านายปากเสียนั่นออกปากชมพวกเราด้วยเนี่ยมันรู้สึกแปลก ๆ โยชัวร์บอกว่า "อาจเป็นเพราะ คุณอากัตได้เห็นฝีมือที่แท้จริงของพวกเราล่ะมั๊ง คงจะเป็นคนที่ตรงไปตรงมากว่าที่คิดเอาไว้นะ")

- เช้าวันต่อมา จะทราบเรื่องว่าอากัตออกเดินทางไปแล้วตั้งแต่เช้าตรู่ค่ะ

- ออกไปคุยกับ "รองหัวหน้ากองเซรอส" ได้รับการอนุญาตให้ออกจากด่านไปยังพื้นที่รูอันค่ะ
(ได้รับทราบจากรองหัวหน้ากองเซรอสว่า ตามปกติแล้วสัตว์ปิศาจที่จะออกมาแถวด่าน มากที่สุดเท่าที่เคยมีก็แค่ 2 - 3 ตัวเท่านั้น เยอะแบบเมื่อคืนวานพวกเขาก็เพิ่งจะเจอเป็นครั้งแรกค่ะ แถมยังอารมณ์ดีบอกว่า ถ้าให้เทียบกับกองทัพจักรวรรดิล่ะก็ เจ้าพวกเมื่อวานน่ารักกว่าเป็นกองด้วยนะคะ)

ถนนสายรองมาโนเลีย 『マノリア間道』

(21) ขับไล่สัตว์ปิศาจที่ประภาคาร

- เมื่อมาถึงถนนสายรองมาโนเลีย เอสเทลจะตื่นเต้นกับทิวทัศน์ทะเลที่ไม่เคยเห็นใกล้ ๆ ขนาดนี้มาก่อน เพราะเท่าที่เธอจำได้ก็มีแต่ตอนที่เดินทางไปกับคุณพ่อแล้วเห็นทะเลไกล ๆ จากบนเรือประจำทาง ส่วนโยชัวร์ก็บอกว่า ไม่ได้เห็นทะเลมานานแล้วเหมือนกัน ดีจังที่ใช้วิธีเดินมา

☆ บนถนนสายนี้ หากเราแวะไปที่ประภาคารบาเรนน์ 『バレンヌ灯台』 จะมีเควสต์ลับให้ทำด้วยนะคะ
สามารถเคลียร์ในตอนนี้เลยก็ได้หรือจะมาเคลียร์ที่หลังก็ได้ค่ะ
แต่ซับเควสต์นี้จะมีจะมีช่วงระยะเวลาให้ทำสั้น ๆ เท่านั้นค่ะ
หากเลยเหตุการณ์ไปก็จะหายไปเลยนะคะ แนะนำให้ทำไปเลยดีก่วาค่ะ☆

หมู่บ้านมาโนเลีย 『マノリア村』

- ที่หมู่บ้านมาโนเลียแห่งนี้ จะมีดอกไม้สีขาวบานเต็มไปหมดเลยค่ะ (ดอกแมกโนเลีย) เอสเทลที่ได้กลิ่นหอมหวานของดอกไม้ก็รู้สึกหิวข้าวขึ้นมาแถมตอนนี้ก็เที่ยงพอดีเลยด้วย แต่ว่าไม่มีอาหารติดมาด้วยนี่สิ โยชัวร์เลยเสนอว่าถ้ายังไงลองไปหาซื้ออาหารดูกันค่ะ

- คุยกับ "เล็กซ์" 『レックス』 ตรงเคาน์เตอร์ในโรงเตี๊ยมแมกโนเลียขาว พวกเอสเทลจะซื้อ "กล่องข้าวกลางวันแบบพิเศษ" 『特製ランチボックス』 โดยเล็กซ์จะแนะนำให้ไปนั่งทานข้าวกลางวันกันที่จุดชมวิว โกดังกังหันลมของหมู่บ้านค่ะ

- เมื่อออกจากโรงแรม เอสเทลจะชนกับ "เด็กผู้หญิงใส่ชุดนักเรียน" (คลอเซ่ 『クローゼ』) เธอกำลังตามหาเด็กผู้ชายสวมหมวกอายุประมาณ 10 ขวบ เมื่อเราบอกว่าไม่เห็นเด็กชายคนที่ว่า เธอจะขอตัวไปตามหาต่อค่ะ
- โยชัวร์มองตามเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่วางตา ทำให้เอสเทลเข้าใจว่าเป็น "เรื่องนั้น" (เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ น่ะค่ะ) แล้วบอกโยชัวร์ว่า

เอสเทล "ไม่ต้องเขินหรอก เหมือนกับที่เขาบอกกันว่า แรกพบสบตาดอกรักก็ผลิบาน"
โยชัวร์ "ไม่ใช่อย่างนั้นซักหน่อย แค่เหมือนกับคนรู้จักเมื่อสมัยก่อนนี้ก็เท่านั้นเอง"

- ไปที่จุดชมวิวตรงกระท่อมกังหันลม เกิดอีเวนท์ทานข้าวกล่องที่ต้องอมยิ้ม
(เอสเทลอยากจะลองชิมข้าวกล่องของโยชัวร์ค่ะ แต่อยากให้โยชัวร์ป้อนให้ เพราะเอสเทลคิดว่าพี่น้องเขาก็ต้องทำแบบนี้อยู่แล้ว แต่โยชัวร์บอกว่ามันน่าอาย เอสเทลก็เลยพูดขึ้นมาว่า

เอสเทล "ไม่เป็นไรหรอกไม่มีใครเห็นซักหน่อย"
โยชัวร์ "ไม่ได้อายเพราะเรื่องนั้นซักหน่อย เฮ้อ ช่วยไม่ได้"

โยชัวร์เลยจำเป็นต้องป้อนพาเอเรียให้เอสเทล ส่วนเอสเทลก็ยัดแซนด์วิชใส่ปากโยชัวร์ค่ะ)

- เมื่อกินข้าวกันเสร็จจะเห็นเหยี่ยวสีขาว (ฮายะบุซะ 『隼』) บินผ่านไป ทำให้เอสเทลหายง่วงนอนเป็นปลิดทิ้ง

- ชนกับ "เด็กผู้ชายใส่หมวก" เอสเทลจะรู้สึกว่าเด็กผู้ชายคนนี้เป็นเด็กที่ร่าเริงเหมือนลุคที่เมืองรอเลนซ์เลย โยชัวร์จะรู้สึกอะไรบางอย่าง และบอกให้เอสเทลสำรวจดูของที่พกติดตัวว่ามีอะไรหายไปหรือเปล่า พอเเอสเทลตรวจดูแล้ว กระเป๋าสตางค์ก็ยังอยู่ ที่ติดผมก็ยังอยู่ แต่...สัญลักษณ์เบรเซอร์หายไป เจ้าเด็กซุกซนนั่น...

- คุยกับ "ซาตี้" 『サテイ』 ที่ร้านขายดอกไม้ เธอจะบอกว่าเด็กคนนั้นมากับเด็กนักเรียนโรงเรียนเจนิส ไม่ใช่เด็กในหมู่บ้านหรอก คิดว่า น่าจะเป็นเด็กที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเชียน่ะ

สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเชีย 『マーシア孤児院』

- ใช้ "ถนนเลียบทะเลเมเว" มุ่งหน้าสู่ "สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเชีย" ค่ะ

- เมื่อมาถึงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า พวกเอสเทลจะพบว่าเด็กใส่หมวกคนนั้นกำลังอวดของที่ฉกมาได้จากพี่สาวท่าทางเรื่อยเปื่อยให้เพื่อน ๆ ในสถานเลี้ยงเด็กดูอยู่ จึงรีบวิ่งเข้าไปจับเด็กคนนั้นทันทีค่ะ

- พอเอสเทลจับ "ครัม" 『クラム』 เจ้าเด็กตัวยุ่งได้แล้ว จะบังคับให้ครัมคืนสัญลักษณ์เตรียมเบรเซอร์คืนให้เธอค่ะ
- "คลอเซ่" จะเข้ามาช่วยครัม เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเอสเทลรังแกครัมอยู่

- พบกับ "ผู้อำนวยการเทเรซ่า" 『テレサ院長』
(ผ.อ. เทเรซ่าจะถามครัมว่าไปทำอะไรไม่ดีหรือเปล่า ครัมตอบว่าไม่ได้ทำแน่นอนอยู่แล้ว ผ.อ. เทเรซ่าเลยลองถามว่าเมื่อกี๊เห็นอะไรบางอย่างที่เหมือนกับเข็มกลัดตกอยู่ในห้อง ครัมเลยเผลอพูดออกมาว่าเขาใส่ไว้ในกระเป๋านี่นา ผ.อ. เทเรซ่าก็เลยบอกให้ครัมคืนของที่เอามาให้พวกเราค่ะ)
- ครัมจะคืนสัญลักษณ์เตรียมเบรเซอร์ที่ขโมยไปให้กับเอสเทลแบบไม่เต็มใจเท่าไร แล้วก็วิ่งออกไปจากสถานเลี้ยงเด็กไป ซึ่งผ.อ. เทเรซ่าบอกว่า เดี๋ยวพออารมณ์เย็นลง เด็กคนนั้นก็จะกลับมาเอง แล้วเธอจะเชิญพวกเอสเทลไปดื่มชากันข้างในค่ะ

- เราจะแนะนำตัวและก็เล่าเรื่องจนถึงเมื่อกี๊ให้ผ.อ. เทเรซ่ากับคลอเซ่ฟังค่ะ
(ผ.อ. เทเรซ่าบอกว่าครัมไม่ได้คิดไม่ดีหรอกแค่ซนเท่านั้น แต่เธอก็รู้สึกไม่สบายใจที่ครัมทำให้คนอื่นเดือดร้อน ซึ่งเอสเทลบอกว่าไม่เป็นไรเพราะยังไงก็ได้ของคืนมาแล้ว แถมได้ดื่มชาสมุนไพรกับได้กินแอปเปิ้ลพายอร่อย ๆ ด้วยค่ะ และทำให้ทราบว่าการปลูกสมุนไพรเป็นงานอดิเรกของผ.อ. เทเรซ่า ซึ่งผ.อ. ก็ได้นำสมุนไพรนี้ไปส่งให้โรงเตี๊ยมแมกโนเรียขาวไว้ทำอาหารขายด้วย ส่วนแอปเปิ้ลพายก็เป็นฝีมือของคลอเซ่นั่นเองค่ะ)

- คลอเซ่จะขอโทษที่เข้าใจเผิด ซ้ำยังให้ "ซิก" 『ジーク』 โจมตีเข้าใส่เอสเทลอีกด้วยค่ะ
(จากคำบอกเล่าของคลอเซ่ ซิกไม่ใช่เหยี่ยวธรรมดา 『鷹』 แต่เป็นเหยี่ยวฮายะบุซะ 『隼』 เหยี่ยวที่มีจอยปากแหลม มักฝึกไว้ใช้ล่าสัตว์ คลอเซ่ได้บอกอีกว่าซิกไม่ใช่เป็นแค่สัตว์ที่เธอเลี้ยง แต่เป็นเพื่อนที่ดีของเธอ นอกจากนั้นเธอยังสามารถสื่อใจกับซิกได้อีกด้วยค่ะ)

- จากนั้น พวกเอสเทลจะมุ่งหน้าไปยังเมืองรูอันต่อ คลอเซ่จึงอาสาจะนำทางไปที่เมืองรูอันให้ เพราะวันนี้เธอได้รับอนุญาตให้ออกนอกโรงเรียนได้ ถ้ากลับก่อนค่ำก็ไม่เป็นไรค่ะ **คลอเซ่เข้าเป็น NPC**

ถนนเลียบทะเลเมเว 『メーヴェ海道』

(28) ประกาศจับสัตว์ปิศาจบนถนนเลียบทะเลเมเว

- เมื่อออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเชีย จะพบกับ "ครัม" ตรงทางออกค่ะ เขาจะมาขอโทษคลอเซ่ที่เขาพูดโกหกไป แต่คลอเซ่ไม่ได้โกรธครัมเลย นอกจานั้นยังบอกให้ครัมขอโทษพวกเอสเทลด้วย ตอนแกรครัมไม่อยากขอโทษพวกเอสเทล แต่เพราะคลอเซ่ขอร้องจึงขอโทษพี่สาวเบรเซอร์แบบจำใจ แต่ไม่วายยังบอกว่า "เป็นถึงเบรเซอร์ น่าจะระวังตัวให้มากกว่านี้หน่อยนะ ขนาดเด็กอย่างเรายังฉกของมาได้เลย" พูดเสร็จ ครัมก็วิ่งเข้าไปในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทันทีค่ะ
(โยชัวร์บอกว่า ครัมคงจะเขิน ไม่กล้าขอโทษเอสเทลแบบตรง ๆ ก็เลยพยายามปิดบังความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ค่ะ)
- คลอเซ่เห็นเอสเทลกับโยชัวร์สนิทกันก็บอกว่า "เหมือนกับเป็นพี่สาวน้องชายกันจริง ๆ เลยนะคะ" แต่โยชัวร์บอกว่าดูเหมือนเป็นพี่ชายกับน้องสาวมากกว่า คลอเซ่บอกว่าเธอรู้สึกอิจฉาเพราะเธอเป็นลูกคนเดียว ตัวเธอเองก็อยากจะมีบรรยากาศเหมือนอย่างนี้บ้างค่ะ
(ดูเหมือนคลอเซ่อยากจะพูดอะไรต่อ แต่จู่ ๆ ตัวเธอก็เงียบไปแล้วบอกเอสเทลกับโยชัวร์ว่าไม่มีอะไรค่ะ)

☆ บนถนนเส้นนี้จะมีหีบสมบัติอยู่สองหีบที่มีสัตว์ปิศาจอยู่ (สโตร์บแพลนท์ *6) ทั้ง 2 หีบเลยค่ะ
อย่าลืมเก็บไปนะคะ
สโตร์บแพลนท์จะมีท่าทำให้ติดสับสนด้วย
ยังไงใส่ "ลิลลี่เนคเลส" 『リリーネックレス』 กันไว้ก่อนแล้วกันนะคะ☆

☆ ถ้าอยากจะได้โบนัส BP สำหรับซับเควสต์ (24) สำรวจแผนที่โบราณ
ก็ให้แวะช่วย "จิมมี่" 『ジミー』 ที่กำลังถูกสัตว์ปิศาจรุมอยู่เตรียมไว้ก่อนได้เลยนะคะ
(ปราบได้เอสเทลจะถามจิมมี่ว่าทำไมมาอยู่ในที่อันตรายแบบนี้
แต่เขาไม่ยอมบอกเหตุผลแล้วก็วิ่งกลับไปที่เมืองคนเดียวซะงั้นค่ะ)

เมืองรูอัน 『ルーアン市』

- ไปยังสมาคมสาขารูอัน พบกับเบรเซอร์รุ่นพี่ "คารูน่า" 『カルナ』 ที่ประจำอยู่สาขานี้ เธอจะเข้าใจผิดคิดว่า พวกเอสเทลเป็นแขกและบอกว่า "จาง" 『ジャン』 ที่เป็นประชาสัมพันธ์กำลังทำงานอยู่บนชั้น 2 มีเรื่องอะไรให้ฝากเธอไว้ก่อนค่ะ
(พอคารูน่าได้รู้ว่า เอสเทลกับโยชัวร์เป็นเตรียมเบรเซอร์ที่มาจากรอเลนซ์ คารูน่าจะบอกว่าเธอรู้เรื่องที่ช่วยเชราซาร์ดทำผลงานที่บอสแล้วล่ะ และที่รู้ว่าพวกเอสเทลจะมาที่รูอันนี่ ก็เพราะจางก็เป็นคนบอกเอาไว้เนิ่น ๆ ว่า จะมีคนใหม่ที่แววดีมา แต่ตอนนี้งานของจางคงยังไม่เสร็จง่าย ๆ ยังไงลองไปเดินดูของในเมืองก่อนแล้วกันค่ะ)

- ออกไปเดินเล่นในเมือง ซึ่งเอสเทลจะชวนคลอเซ่ไปด้วยกันกับพวกเธอค่ะ

★ถ้าแวะไปที่ "บริษัทค้าอาวุธโจแอน" 『ジョアン武器商会』 ก่อนช่วงที่คลอเซ่จะออกจากกลุ่ม คุยกับ "นิคีต้า" 『ニキータ』 รุ่นน้องของคลอเซ่ เธอจะถามคลอเซ่ว่า "เรื่องนั้น" ตัดสินใจได้หรือยัง

- ไปยัง "สะพานใหญ่แลนแกรนด์" 『ラングランド大橋』 สะพานที่เชื่อมระหว่างเมืองด้านเหนือและด้านใต้เข้าด้วยกันค่ะ

คลอเซ่ "สะพานนี้ สร้างขึ้นมาเมื่อประมาณ 40 ปีก่อนบน [แม่น้ำรูบีนู] 『ルビーヌ川』 เพื่อให้เรือจากทะเลสาบวาเลเรียสามารถข้ามไปยัง [อ่าวอาเซเรีย] ได้ค่ะ 『アセリア湾』 ซึ่งสะพานนี้จะยกขึ้นวันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น เพราะว่ามีการประดิษฐ์ออร์บเมนท์ขึ้นมาจึงสามารถสร้างสะพานที่มีประโยชน์อย่างนี้ขึ้นได้ค่ะ"

- คุยกับ "พิกาโร่" 『ピカロ』 ที่ด้านหน้าโกดังเขตเมืองด้านใต้ เขาจะลุกลี้ลุกลนไล่พวกเอสเทลให้ออกไปไกล ๆ โกดังค่ะ

- เมื่อเดินกลับไปที่สะพานใหญ่อีกครั้ง จะพบกับกลุ่มเรเว่น 3 หัวโจก "ร็อคโก้" 『ロッコ』 "เรส" 『レイス』 "ดีน" 『ディン』 ที่เข้ามาจีบพวกเอสเทลให้ไปเที่ยวกับพวกเขาค่ะ
(ดูเหมือนว่า ม้าดีดกะโหลกอย่างเอสเทล จะเป็นประเภทที่เรสชอบซะด้วยสิ)
- แต่พวกเอสเทลก็ได้ปฏิเสธไป แต่พวก 3 หัวโจกพาลซะงั้นแถมยังเรียกโยชัวร์ว่า "ไอ้หนู" ด้วย เอสเทลโกรธมากที่มาเรียกโยชัวร์อย่างนี้ แต่ตัวโยชัวร์บอกกับเอสเทลว่าเขาไม่ใส่ใจคำพูดนั้นหรอก ทำให้พวก 3 หัวโจกได้ใจมากขึ้นค่ะ โยชัวร์จึงพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยกับพวกเรเว่นว่า

โยชัวร์ "ถึงผมจะบอกว่าไม่ใส่ใจ แต่ไม่ได้พูดว่าจะไม่ทำอะไรพวกคุณถ้ามายุ่งกับพวกเธอนะ"

- พบกับ "เลขากิลเบิร์ต" 『秘書ギルバート』 ที่เดินเข้ามาพอดี เขาได้ต่อว่าพวก 3 หัวโจกค่ะ จากนั้น "นายกเทศมนตรีดัลมอร์" 『ダルモア市長』 จะเดินเข้ามาสมทบแล้วบอกกับพวกหัวโจกว่า "รูอันเป็นเมืองที่สามารถทำอะไรได้อิสระก็จริงอยู่ แต่ถ้าทำกับนักเดินทางอย่างนี้จะถือเป็นข้อยกเว้นไม่ได้" พวก 3 หัวโจกจึงสวนดัลมอร์กลับไปว่า "หนวกหู เจ้าขุนนางตกอับ" ทำให้เลขากิลเบิร์ตบอกจะไปแจ้งให้ทางสมาคมเบรเซอร์มาจัดการ แต่ 3 หัวโจกไม่กลัวเพราะไม่มีหลักฐานอะไรจะมามัดตัวเขาได้ค่ะ
- เอสเทลเลยบอกว่า "ได้ยินทุกคำพูดเลย ไม่ได้ดูสัญลักษณ์ที่ติดบนหน้าอกซ้ายนี่เหรอไงห๊า" พอ 3 หัวโจกรู้ว่า พวกเอสเทลเป็นเบรเซอร์เหมือนกับ "คน ๆ นั้น" พวก 3 หัวโจกจึงหนีไปค่ะ

- หลังจากพวกเรเว่นไปแล้ว นายกเทศมนตรีดัลมอร์จะแนะนำตัวกับพวกเอสเทล และบอกว่าเขารู้เรื่องจากจางแล้วว่าจะมีคนใหม่ที่มีแววมายังรูอัน เขายินดีที่พวกเอสเทลจะมาช่วยงานของเบรเซอร์ที่สาขารูอัน เพราะว่าตอนนี้กำลังเป็นช่วงที่วุ่นวายอยู่เลย ส่วนรายละเอียดนั้น ดัลมอร์จะให้เราลองไปสอบถามกับจางดูค่ะ
(จากตรงนี้ ทำให้เราทราบว่ากิลเบิร์ตเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเจนิสค่ะ เขาจะบอกว่าได้ยินข่าวลือมาว่าคลอเซ่ลงสมัครเป็นประธานนักเรียนแข่งกับประธานนักเรียนจิล ทำให้เขาที่เป็นศิษย์เก่านั้น รู้สึกชื่นชมที่มีรุ่นน้องที่ยอดเยี่ยมมาก)

- หลักจากพวกนายเทศมนตรีไปแล้ว คลอเซ่บอกกับพวกเอสเทลว่า เพราะมีการยกเลิกระบบขุนนางทำให้นายกเทศมนตรีดัลมอร์ที่สืบเชื้อสายขุนนาง ถูกเรียกว่าเป็นตัวแทนของชนชั้นสูงค่ะ

- กลับไปคุยกับ "จาง" ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของสาขา
(จางรู้จักกับคลอเซ่อยู่แล้ว เพราะคลอเซ่เคยมาไหว้วานให้ทางสมาคมไปช่วยปราบสัตว์ปิศาจที่โรงเรียนมาก่อนหน้านี้ค่ะ)

- หลังจากเซ็นใบรับรองการย้ายสังกัดแล้ว จางจะบอกว่าตอนนี้มีคนใหญ่คนโตที่เป็นเชื้อพระวงศ์มาดูงานที่รูอัน ค่ะ
- จากนั้น เอสเทลกับโยชัวร์จะเล่าเรื่องที่พวกเธอได้พบกับกลุ่ม "เรเว่น" ให้จางฟัง รวมทั้งลงความเห็นกันว่าจะเริ่มช่วยงานของทางสาขาในวันพรุ่งนี้ เพราะวันนี้ก็เย็นมากแล้วค่ะ

- เมื่อออกมาด้านนอกจะเป็นช่วงเวลาที่สะพานใหญ่ถูกยกขึ้นพอดีค่ะ
(คลอเซ่บอกว่า สะพานจะยกค้างไว้ 30 นาทีต่อการยกสะพาน 1 ครั้งค่ะ แล้วเธอจะนึกขึ้นมาได้ว่าถ้าพวกเอสเทลจะพักโรงแรมต้องรีบไปจองห้องไว้ก่อน เพราะว่าช่วงนี้เป็นเทศกาลท่องเที่ยว ถ้าช้าเดี๋ยวจะไม่มีห้องให้พักค่ะ)

- คุยกับ "เออร์เนสต์" 『アーネスト』 ที่ "โฮเต็ล บลังเช่" 『ホテル・ブランシェ』 เพื่อจองห้องพัก
(พวกเอสเทลจะโชคดีมาก ๆ เพราะได้ห้องสวีทชั้นบนสุดที่เเพิ่งมีคนแคนเซิ่ลไปเมื่อซักครู่ แถมยังไม่ต้องจ่ายมิร่าแม้แต่แดงเดียวด้วยนะคะ)

- หลังจากคลอเซ่ออกจากกลุ่ม ให้ขึ้นไปบนห้องพัก จะเกิดอีเวนท์ผมทรงกะลาแย่งห้องพักค่ะ
("ดยุคดิวนัน" 『デュナン公爵』 เป็นหลานชายของราชินีอาริเชียที่ 2 ซึ่งในช่วงท้ายของเกม เราจะทราบว่าราชินีอาริเชียเป็นเสด็จย่า ส่วนดยุคดิวนันเป็นเสด็จลุงของคลอเซ่ค่ะ)
- ในตอนแรกเอสเทลไม่เชื่อว่า ผมทรงกะลาคนนี้จะเป็นหลานชายของราชินีจึงไม่ยอมยกห้องให้ แต่เพราะลุง "หัวหน้าพ่อบ้านฟิลลิป" 『執事フィリップ』 ขอร้องจึงจำยอมต้องยกห้องให้แต่โดยดีค่ะ
(อันที่จริง ฟิลลิปเสนอที่จะมอบมิร่าแก่พวกเอสเทล เพราะไม่อยากให้เรื่องบานปลายค่ะ แต่พวกเอสเทลไม่เอา เพราะเห็นแก่ฟิลลิปที่ค่อนข้างลำบากใจกับนายของตนเองอยู่แล้วน่ะค่ะ)

☆ ก่อนที่จะลงไปทำเหตุการณ์ที่ห้องพักชั้นใต้ดิน อย่าลืมคุยกับ "เออร์เนสต์" อีกครั้งนะคะ
เขาจะมอบ "น้ำผลไม้คั้น" แทนคำขอโทษค่ะ☆

- ไปคุยกับ "ไนแอล" 『ナイアル』 ที่ห้องพักชั้นใต้ดิน ไนแอลจะแบ่งห้องให้เอสเทลกับโยชัวร์พักด้วย เอสเทลจะรู้สึกว่าไนแอลเซอร์วิสดีไปหน่อย แต่ไนแอลบอกว่า

ไนแอล "เพราะพวกเธอช่วยทำให้ชั้นได้สกู๊ปดี ๆ ต่างหาก แถมยังขายได้แบบถล่มถลายเลยล่ะ จากคดีในครั้งนี้ ดูเหมือนว่าพันเอกริชาร์ดจะได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากองค์ราชินีด้วยนะ ส่วนชั้นก็ได้โบนัสจากสกู๊ปนั่น ก็เลยออกมาเที่ยวปลดปล่อยพันธนาการซะบ้างน่ะ"

(พันธนาการที่ว่าหมายถึงโดรธีค่ะ ดังนั้น ตอนนี้โดรธีจึงต้องไปทำงานคนเดียว)

- เอสเทลรู้สึกว่า ถึงไนแอลจะบอกว่ามาพักผ่อน ก็ยังดูเหมือนอยากจะได้ข้อมูลไปทำข่าวด้วยอยู่ดี เอสเทลเลยถามไปว่า ไม่ได้มาทำข่าวเรื่องดยุคคนนั้นหรอกเหรอ
(จากข้อมูลของไนแอล ดยุคดิวนันเป็นคนที่ชอบทำให้ราชินีปวดหัวกับพฤติกรรมไม่ใช่น้อยค่ะ)

- หลังจากนั้นไนแอลจะพาพวกเอสเทลไปเลี้ยงข้าวเย็นที่คาสิโนบาร์ ลาวันทาร์ แถมพวกเอสเทลต้องแบกไนแอลที่ดื่มหนักไปหน่อยกลับโรงแรมด้วยนะคะ

สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเชีย 『マーシア孤児院』

- ตกดึกคืนนั้น สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเชีย "ผ.อ. เทเรซ่า" กำลังเย็บเสื้อขาด ๆ ของพวกเด็ก ๆ อยู่ ขณะที่เธอกำลังภาวนากับเทพธิดาเอดอสก่อนเข้านอนนั้น จู่ ๆ ไฟก็ลุกไหม้ขึ้นที่กำแพงด้านหน้าของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ผ.อ. เทเรซ่าปลุกพวกเด็ก ๆ ให้รีบลงไปที่ชั้น 1 แต่ทว่า......

 

ตรวจสอบสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเชีย1-2
『マーシア孤児院の調査①‐②』 {BP5(+4)}

เมืองรูอัน 『ルーアン市』

(26) กุญแจโกดัง
(30) ประกาศจับสัตว์ปิศาจบนทางหลวงไอน่า
(31) ค้นหาผลิตภัณฑ์รุ่นทดลอง

- วันต่อมาไนแอลจะแยกกับพวกเอสเทลในสภาพยังไม่สร่างเมา จากนั้นให้ไปคุยกับ "จาง" ที่สมาคม เพื่อรับการแนะนำงานค่ะ
- ขณะที่เขากำลังเลือกงานให้พวกเอสเทลอยู่นั้น จะมีโทรศัพท์จาก "โรงเตี๊ยมแมกโนเรียขาว" แจ้งเข้ามาว่า เมื่อคืนนี้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ขึ้นที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเชีย ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นคดีหรืออุบัติเหตุ ดังนั้น เขาจะให้พวกเอสเทลรับหน้าที่ในการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุค่ะ
(ตรงนี้จะได้รู้ถึงความสนิทสนมกับผู้คนไปทั่วของจางด้วยะนะคะ เพราะจางเขาแซวเจ้าของโรงเตี๊ยม "เล็กซ์" ว่า "น่าแปลกที่นายติดต่อมาด้วยเครื่องสื่อสารโกโรโกโสน่ะ" แบบนี้น่ะค่ะ ช่างเป็นชายหนุ่มที่อารมณ์ดีเหลือร้ายจริง ๆ ค่ะ)

สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเชีย 『マーシア孤児院』

- มุ่งหน้าสู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเชีย โดยใช้ "ถนนเลียบทะเลเมเว" (ทางออกด้านเหนือของเมืองค่ะ)
- เมื่อมาถึงเราจะพบกับสภาพสภาพของสถานเลี้ยงเด็กฯ ที่ดำเป็นตอตะโก
- "แซ็ค" 『ザック』 และ "โซเรโน่" 『ソレノ』 คนจากหมู่บ้านมาโนเลียที่เข้ามาช่วยเหลือได้บอกกับพวกเอสเทลว่า พวกมาเชียไปหลบภัยอยู่ที่โรงเตี๊มในหมู่บ้านมาโนเลียและโชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรไปค่ะ เอสเทลได้ยินดังนั้นก็โล่งใจ และตัดสินใจจะไปเยี่ยมเด็ก ๆ แต่โยชัวร์เห็นว่าควรทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุก่อน เพราะยิ่งตรวจสอบได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งได้หลักฐานที่ชัดเจนมากเท่านั้นค่ะ

- ให้สำรวจสถานที่ที่น่าสงสัยดังนี้เลยนะคะ
(1) ร่องรอยที่เหลือทิ้งไว้ตรงประตู
(2) กำแพงหินที่เป็นต้นเพลิง
(3) แปลงสมุนไพร
(4) ถังไม้
(5) ดินตรงแปลงดอกไม้
(6) ถังนม
(7) ฟืนที่ใช้สำหรับเตาผิง
(8) โต๊ะกลางแจ้ง

- เมื่อสำรวจ (1) กับ (2) และสถานที่อื่น ๆ ตั้งแต่ 4 ที่ขึ้นไป ก็ให้ไปคุยกับ "แซ็ค" และ "โซเรโน่" ได้เลยค่ะ

- โยชัวร์จะสันนิษฐานคดีจากข้อมูลที่ได้ มีคำตอบให้เราเลือกค่ะ

山火事に巻き込まれた
ผลพวงจากไฟป่า
BP+1
何者かによって放火された
มีใครบางคนวางเพลิง
BP+2
照明器具の発熱による事故
อุบัติเหตุจากเครื่องกำเนิดพลังงานความร้อนในอุปกรณ์ส่องสว่าง
BP+0

- จากข้อมูลที่ได้และจากการสันนิษฐาน ทำให้รู้ว่ามีคนวางเพลิงจากด้านนอกตรงกำแพงหิน และทำลายสถานที่รอบ ๆ เพื่อเป็นการอำพรางคดีค่ะ

- "คลอเซ่" ซึ่งได้รับทราบข่าวเรื่องสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไฟไหม้จากอาจารย์ใหญ่ก็ได้รีบรุดมาที่นี่ เธอรู้สึกโกรธที่มีคนทำเรื่องโหดร้ายเช่นนี้ เอสเทลจะเข้าไปกุมมือคลอเซ่แล้วบอกกับเธอว่า

เอสเทล "แม้แต่ชั้นเองที่เพิ่งรู้จักกับเด็ก ๆ พวกนั้นก็ยังโกรธเลย ฉะนั้นถ้าคลอเซ่จะโกรธมันก็แปลกหรอกนะ"

- ไปเยี่ยมผ.อ. เทเรซ่ากับพวกเด็ก ๆ ที่หมู่บ้านมาโนเลียค่ะ **คลอเซ่เข้าเป็น NPC**

หมู่บ้านมาโนเลีย 『マノリア村』

- ที่โรงเตี๊ยมแมกโนเลียขาว ขึ้นไปพบ "ผ.อ. เทเรซ่า" กับพวกเด็ก ๆ ที่ลี้ภัยมาอยู่ที่นี่ค่ะ
(พวกเด็ก ๆ พอรู้ว่าเอสเทลกับโยชัวร์ได้ไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุมา ก็ถามกันใหญ่ว่าเจออะไรบ้างหรือเปล่า แต่เอสเทลกับโยชัวร์ไม่อยากพูดต่อหน้าพวกเด็ก ๆ คลอเซ่เห็นดังนั้นก็เลยชวนเด็ก ๆ ลงไปหาอะไรทานกันด้านล่างโดยบอกว่าจะทำของหวานให้พวกเด็ก ๆ ทานค่ะ)
- หลังจากพวกเด็ก ๆ ออกไปแล้ว เอสเทลกับโยชัวร์จะเล่ารายละเอียดของคดีให้กับผ.อ. เทเรซ่าฟังว่าคดีนี้น่าจะเป็นการวางเพลิงค่ะ
- โยชัวร์จะขอให้ผ.อ. เทเรซ่าลองนึกดูว่า มีพวกที่เข้าข่ายต้องสงสัยหรือว่าหลังจากเกิดเหตุมีเหตุการณ์อะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือเปล่า เช่น มีผู้ชายหรือคนน่าสงสัยมาป้วนเปี้ยนหรือไม่ ผ.อ. เทเรซ่าครุ่นคิดอยู่นานแล้วบอกพวกเราว่า

ผ.อ. เทเรซ่า "ผู้ชายอย่างนั้นเหรอคะ.... แต่คิดว่าเขาคงไม่เกี่ยวข้องหรอกค่ะ ก็เพราะตอนที่คานตกลงมาขวางทางออกเอาไว้ คิดว่าคงจะไม่รอดแล้ว แต่ก็มีคนช่วยพวกเราออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กที่ไฟกำลังไหม้อยู่ คน ๆ นั้นก็บอกว่าจะไปตามคนในหมู่บ้านมาช่วย แต่ก็หายไปหลังจากนั้น พอไปถามคนในหมู่บ้านก็ไม่มีใครรู้จักเลย เท่าที่จำได้เขาเป็นชายหนุ่มอายุประมาณ 20 ปีกว่า ๆ สวมโค้ทสีงาและมีผมสีเงินที่งดงามมาก ๆ ค่ะ ทั้ง ๆ ที่ยังหนุ่มอยู่แท้ ๆ แต่กลับมีแววตาที่ยากหยั่งถึง แต่ดูท่าทางแล้วคงไม่ใช่คนไม่ดีหรอกค่ะ"

(โยชัวร์จะรู้สึกสะดุดใจกับผู้ชายคนที่ ผ.อ. พูดถึงค่ะ)

- จากนั้น "นายกเทศมนตรีดัลมอร์" กับ "เลขากิลเบิร์ต" จะเข้ามาเยี่ยมผ.อ. เทเรซ่าค่ะ
(จากตรงนี้จะทราบว่า ดัลมอร์รู้จักกับเทเรซ่ามานาน ทั้งยังรู้จักโจเซฟสามีที่เสียไปแล้วของเทเรซ่า ซึ่งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาเชียสร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของโจเซฟและเทเรซ่าค่ะ)
- เลขากิลเบิร์ตบอกว่า ไม่แน่ว่าอาจเป็นฝีมือของพวกหัวโจกที่พวกเอสเทลเจอเมื่อวานก็เป็นได้ เพราะพวกนี้ ชอบทำความวุ่นวายให้ท่านนายกเทศมนตรีเดือดร้อนอยู่แล้ว ดัลมอร์จะบอกให้กิลเบิร์ตหยุดพูดถึงเรื่องนี้ แล้วหันไปถามผ.อ. เทเรซ่าว่าต่อจากนี้จะทำยังไง และเสนอให้ความช่วยเหลือให้ไปอาศัยกับพวกเด็ก ๆ ที่คฤหาสน์อีกแห่งของเขาในนครหลวง โดยเขาจะไม่คิดมิร่าเลย ผ.อ. เทเรซ่ารู้สึกลำบากใจ จึงขอเวลาให้เธอคิดดูก่อนค่ะ

- เมื่อดัลมอร์กับกิลเบิร์ตออกไปแล้ว "คลอเซ่" ที่เข้ามาจะพูดกับ ผ.อ. เทเรซ่าว่า "ถ้าไปอยู่ที่นครหลวงก็ดีเหมือนกันนะคะ แต่ว่า..... สวนสมุนไพรก็จะไม่มีคนคอยดูแล แล้วก็สถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำเกี่ยวกับคุณโจเซฟก็....." ซึ่งตรงนี้ผ.อ. เทเรซ่าก็คิดเหมือนกับคลอเซ่ แต่ตอนนี้ผ.อ. อยากให้คลอเซ่ทำใจให้สบายแล้วตั้งใจเตรียมงานเทศกาลโรงเรียนเพื่อพวกเด็ก ๆ ที่ตั้งตารอคอยดีกว่า ทั้งยังฝากให้พวกเอสเทลช่วยจัดการเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นด้วย

- ที่หน้าโรงเตี๊ยม เอสเทลจะอดสงสัยไม่ได้ว่า ที่คลอเซ่รู้จักกับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้มาเชีย เพราะเป็นเด็กกำพร้าหรือเปล่า คลอเซ่จะบอกว่าที่ได้มารู้จักกับคุณโจเซฟที่เสียไปเมื่อหลายปีก่อน เพราะว่ามีเหตุให้ต้องรบกวนเขา ไม่ใช่เพราะเธอเป็นเด็กในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าค่ะ

- "มารี่" 『マリィ』 จะวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกว่า ตอนที่คุณลุง 2 คนมา (โห เหมารวมว่ากิลเบิร์ตเป็นคุณลุงไปด้วยซะงั้นน่ะ) ครัมก็ขึ้นไปบนชั้น 2 แล้วอยู่ ๆ ก็พูดว่า "อภัยให้ไม่ได้" แล้วก็วิ่งไปไหนก็ไม่รู้ค่ะ

- จะมีคำถามให้เลือกอีกเช่นกันค่ะ

孤児院を放火した犯人
คนร้ายที่วางเพลิงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
BP+1
ダルモア市長と秘書
นายกเทศมนตรีดัลมอร์กับเลขา
BP+0
倉庫にたむろする連中
พวกที่รวมตัวกันในโกดัง
BP+2

- เมือพวกเอสเทลสรุปได้ว่าครัมคงได้ยินเรื่องที่เลขากิลเบิร์ตพูดเลยไปหาพวกเรเว่นที่โกดังเพื่อแก้แค้นแน่ ๆ เลย

เมืองรูอัน 『ルーアン市』

- เมื่อตามครัมไปจนถึงสะพานใหญ่แลนแกรนด์ พวกเอสเทลจะวิ่งข้ามตามครัมไปไม่ทัน เพราะเป็นจังหวะที่สะพานยกขึ้นพอดีและกว่าสะพานจะยกลงอีกครั้งก็อีก 30 นาทีให้หลัง ทั้งหมดจึงต้องหาทางอื่นเพื่อข้ามไปยังเมืองอีกฝั่งก็คือการใช้เรือเล็กค่ะ

- ไปที่ชั้นใต้ดินของโฮเต็ลบลังเช่ เดินออกไปทางประตูหลังจะเจอท่าเทียบเรือ พวกเอสเทลจะขอยืมเรือจาก "ผู้เฒ่ามูราต" 『ムラート老人』 แต่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่เรือลำนี้ท่านดยุคได้จองเอาไว้แล้ว คลอเซ่เพยายามขอร้องผู้เฒ่ามูราต พอผู้เฒ่าเห็นคลอเซ่ทำหน้าเศร้า ๆ จึงนึกถึงหลานสาวของตัวเองขึ้นมา และยอมให้พวกเรายืมเรือค่ะ
(จากตรงนี้ จะได้เห็นถึงความเก่งกาจของโยชัวร์ที่มีความสามารถรอบตัวเข้าขั้นสุดยอดมาก ๆ เพราะอายุแค่นี้ก็บังคับเรือได้แล้วนะคะ)

- เมื่อมาถึงเขตเมืองด้านใต้ "ซิก" จะบินมาเพื่อส่งข่าวให้ว่าครัมอยู่ที่โกดังด้านในสุดค่ะ

- เมื่อมาถึงที่โกดัง "ครัม" กำลังบอกให้พวกเรเว่นขอโทษกับสิ่งที่ลงไป แต่พวกเรเว่นไม่เข้าใจว่าครัมพูดถึงเรื่องอะไร และบอกให้ครัมกลับไปดูดนมแม่ซะ ครัมได้ยินก็พุ่งเข้าใส่พวกเรเว่นแล้วตะโกนบอกด้วยความโกรธว่า

ครัม "เราไม่มีแม่ แม่ของเราก็คืออาจารย์ (หมายถึงผ.อ. เทเรซ่าค่ะ)"

- เมื่อคลอเซ่เข้ามาเห็นเหตุการณ์ตอนนั้นเอง เธอได้บอกให้พวกเรเว่นเลิกรังแกเด็กที่ไม่มีทางสู้ค่ะ
- พวกเอสเทลบอกให้คลอเซ่ถอยออกมา แต่คลอเซ่ขอร้องให้ตัวเธอร่วมต่อสู้กับพวกเอสเทลด้วยค่ะ โดยเธอบอกว่า "อันที่จริง ดิฉันไม่อยากจะใช้ดาบหรอกนะคะ แต่ดิฉันได้รับการสั่งสอนมาว่าดาบนั้นควรกวัดแกว่งในเวลาที่ต้องช่วยเหลือผู้คน ซึ่งก็คือเวลาเช่นนี้นั่นเองค่ะ" **คลอเซ่เข้ากลุ่ม สามารถบังคับสู้ได้แล้วค่ะ**

- ร็อคโก้ + เรส + ดีน + เรเว่นเมมเบอร์ *3 -
- 『ロッコ + レイス + ディン + レイヴンメンバー*3』 -
**แนะนำให้จัดการ 3 หัวโจกก่อนนะคะ เพราะพวกนี้สามารถใช้ท่าสนับสนุนต่าง ๆ อย่างเพิ่มเลือดหรือชุบชีวิตให้ลูกน้องได้ค่ะ**

- เมื่อปราบได้ คลอเซ่จะขอให้พวกเรเว่นปล่อยครัม แต่พวกเรเว่นไม่ยอมค่ะ

- พบกับ "อากัต" ที่เข้ามาในโกดังแล้วบอกกับพวกเรเว่นว่าจำเสียงของเขาไม่ได้เหรอไอ้เจ้าพวกนี้ ว่าแล้วอากัตก็ปั๊กเรสไปทีนึงพร้อมกับบอกว่า

อากัต "ต่อปากต่อคำกับผู้หญิง ทุบตีเจ้าหนู จะอ่อนกันเกินไปหน่อยหรือเปล่า"
ร็อคโก้ "แล้วเกี่ยวอะไรกับแก กับคนที่ออกจากทีมไปแล้วน่ะ!!"

- อากัตก็เลยปั๊กร็อคโก้ไปอีกคน ส่วนดีนหนุ่มหัวเขียวขอร้องว่าอย่าทำอะไรเขาว่าแล้วก็รีบปล่อยครัมออกมาค่ะ
- เอสเทลถามว่าทำไมอากัตถึงมาที่นี่ในเวลาที่เหมาะเจาะได้แบบนี้ อากัตบอกว่าได้ฟังเรื่องมาจากจางว่า พวกลูกเจี๊ยบกำลังตรวจสอบคดีวางเพลิงอยู่ แล้วเขาก็หันไปบอกกับครัมว่า "ไอ้หนูใจกล้าดีนี่ แต่ทำอย่างนี้จะทำให้แม่เป็นห่วงไม่ใช่เหรอ"
- จากนั้น "ผ.อ. เทเรซ่า" จะเข้ามาบอกกับครัมว่า เธอเข้าใจความรู้สึกของครัมดีค่ะ รวมทั้งขอร้องให้ครัมอย่าทำอะไรอย่างนี้อีก พอครัมเห็นผ.อ. เทเรซ่าที่เป็นห่วงเขามาก ๆ ก็ร้องไห้โฮวิ่งเข้าไปกอดผ.อ.เทเรซ่าค่ะ

- จากนั้น อากัตจะให้พวกเราพาทุกคนออกไปก่อน ส่วนเขาจะจัดการต่อทางนี้เอง

- ที่ทางออกของเมืองรูอันพวกเอสเทลจะมาส่ง "ผ.อ. เทเรซ่า" กับ "ครัม" โยชัวร์ที่เพิ่งกลับมาหลังจากเอาเรือไปคืนก็มาถึงด้วยเช่นกันค่ะ
- "ครัม" จะขอโทษพวกเราทุกคนและต่อว่าตัวเองว่าอ่อนแอแบบนี้ จึงปกป้องใครไม่ได้ โยชัวร์ได้ยินดังนั้นก็ได้บอกกับครัมว่า

โยชัวร์ "ถ้าได้พยายามเผชิญหน้ากับบางสิ่งเพื่อที่จะปกป้องสิ่งสำคัญด้วยพลังของตนเอง เรื่องนั้นน่ะ แม้แต่ผู้ใหญ่ก็ไม่สามารถทำได้ง่าย ๆ เลยนะ เพราะงั้นพี่คิดว่าเธอเท่ห์มาก ๆ เลยล่ะ ส่วนเรื่องหาคนร้ายนั่น พี่ก็มีวิธีของพี่ เธอเองก็มีสิ่งที่มีแต่เธอเท่านั้นที่ทำได้ ซึ่งก็คือการปกป้องคนที่สมควรปกป้อง ปกป้องอาจารย์หรือเด็กคนอื่น ๆ ยังไงล่ะ ไม่ว่าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะช่วยเหลือ ใส่ใจ และสนับสนุนเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ครัม นั่นเป็นเรื่องที่มีแต่เธอเท่านั้นที่ทำได้นะ"

- เพราะคำพูดของโยชัวร์ ทำให้ครัมกลับมาร่าเริงอีกครั้งและก็เดินทางกลับไปมาโนเลียอย่างสดใสค่ะ

- กลับไปคุยกับ "จาง" ที่สมาคม
(จากตรงนี้จะทราบว่า จางกับอากัตรู้จักกันมาก่อนค่ะ แถมจางยังไม่เกรงกลัวกับคำพูดห้วน ๆ ตรง ๆ ของอากัตที่คนอื่นมักจะกลัวกันด้วยนะคะ)

จาง "อากัตมาที่รูอันนี่ด้วยเรื่องของคดีอื่นน่ะ แล้วอากัตก็เคยเป็นลีดเดอร์ของพวกเรเว่นมาก่อนด้วยนะ แต่มันเป็นเรื่องเมื่อนานมาแล้ว รู้สึกจะเป็นตอนที่อายุพอ ๆ กับพวกเอสเทลเนี่ยแหล่ะ"

- เมื่ออากัตตามมาที่สมาคม จะให้จางหยุดพูดเรื่องของเขาแล้วบอกกับทุกคนว่า

อากัต "เจ้าพวกบ้านั่นมันไม่รู้เรื่องคดีวางเพลิง เพราะเมื่อคืนวานเจ้าพวกนั้นมันดื่มเหล้าจนเมา คนเมาวางเพลิงไม่ได้หรอก"

- แล้วอากัตจะบอกว่าเขาจะทำคดีนี้ต่อเองค่ะ แน่นอนว่า เอสเทลกับโยชัวร์ต้องไม่ยอมอยู่แล้ว จึงขอเหตุผลที่อากัตทำแบบนี้

อากัต "คนที่เป็นเบรเซอร์ต้องสามารถสะสางเรื่องราวต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง แต่การที่เอาคนธรรมดาอย่างเด็กนักเรียนคนนี้มาเกี่ยวพันด้วย ก็ไม่สามารถเป็นเบรเซอร์ที่ดีได้หรอกนะเฟ้ย"

- จากนั้น อากัตจะใช้สิทธิ์ของเบรเซอร์อย่างทางการดึงงานตรวจสอบนี้ไปทำเองคนเดียวค่ะ
(โยชัวร์จะขอช่วยอากัตทำการตรวจสอบด้วย แต่อากัตปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่า การตรวจสอบน่ะไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนคน พูดจบเขาก็เดินออกไปค่ะ)
- เอสเทลรู้สึกไม่พอใจอากัตที่พูดอะไรแบบนั้น แต่โยชัวร์คิดว่าอากัตพูดไม่ผิดหรอก เพราะพวกเขาก็ไม่ได้เรื่องจริง ๆ นั่นแหล่ะ
- คลอเซ่เห็นพวกเอสเทลไม่สบายใจก็พูดขอโทษ และบอกว่า "ถ้าหากดิฉันไม่ชักดาบออกมาล่ะก็" เอสเทลบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคลอเซ่หรอก และบอกให้คลอเซ่ทำใจให้สบาย ๆ ค่ะ
(ตรงนี้ จางบอกกับพวกเอสเทลว่าอากัตแค่พูดไม่เก่งเท่านั้นเอง แถมคดีนี้ก็ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับคดีที่อากัตกำลังตามอยู่ด้วย ดังนั้น การมอบงานนี้ให้อากัตไปทำก็อาจจะเป็นการดีก็เป็นได้ค่ะ)

- รายงานผลกับจาง เอสเทลจะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรเพื่อเด็กพวกนั้นเลยค่ะ คลอเซ่เห็นดังนั้นก็นึกอะไรขึ้นมาได้

คลอเซ่ "คุณจางคะ งานของเบรเซอร์ก็คือการทำตามคำขอร้องของชาวเมืองสินะคะ ถ้าดิฉันอยากจะขอให้พวกคุณเอสเทลไปช่วยเตรียมงานเทศกาลโรงเรียนของดิฉัน เพื่อจะได้เป็นการทำเพื่อเด็ก ๆ ที่ตั้งตารอคอยงานเทศกาลนี้อยู่น่ะค่ะ เพราะตอนนี้ทางดิฉันกำลังขาดคนอยู่ 2 คนและกำลังต้องการคนนึงที่เป็นเด็กผู้หญิงที่มีทักษะเรื่องอาวุธอย่างคุณเอสเทล ส่วนอีกคนหนึ่งนั้น ถ้าพูดจากปากของดิฉัน...มันน่าอายค่ะ"

- โยชัวร์ได้ฟังดังนั้น ก็ชักสังหรณ์ใจแปลก ๆ ซะแล้วสิ

 

ช่วยงานเทศกาลโรงเรียน
『学園祭の手伝い』 {BP5(+5)}

เมืองรูอัน 『ルーアン市』

(22) ค้นหาและคุ้มภัย
(23) ขนส่งกระเป๋าเครื่องมือปรับแต่ง
(24) สำรวจแผนที่โบราณ
(25) คดีโจรกรรมเชิงเทียน
(27) เกลี้ยกล่อมนักเดินทาง

- ก่อนออกจากเมืองอย่าลืมซื้อ "ลีเบร์ลสาร ฉบับ 5" จากร้านค้าปลอดภาษีโอนีล 『オニール免税店』 ด้วยนะคะ จะได้อัฟเดทข่าวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกันหน่อยค่ะ

โรงเรียนเจนิสแห่งราชอาณาจักร 『ジェニス王立学園』

- ใช้ "ถนนเลียบทะเลเมเว" เข้าสู่ "ถนนป่าละเมาะวิสต้า" มุ่งหน้าไปยังโรงเรียนเจนิสแห่งราชอาณาจักรค่ะ

☆ ระวังนะคะ เมื่อเข้าไปในโรงเรียนแล้วจะไม่สามารถไปไหนได้อย่างอิสระ
จนกว่าจะเคลียร์เมนเควสต์นี้จบจนก่อนค่ะ
ลองเช็คดูว่าลืมซื้ออาวุธหรือลืมทำอะไรบ้าง แต่ถ้าเรียบร้อยแล้วก็ลุยเลยค่ะ☆

- คุยกับ "อาจารย์ใหญ่โคลินซ์" 『コリンス学園長』 ที่ห้องอาจารย์ใหญ่บนชั้น 1 ของอาคารหลักค่ะ
(คลอเซ่จะเล่าความคืบหน้าของคดีไฟไหม้ให้อาจารย์ใหญ่ฟัง พร้อมทั้งบอกว่าเอสเทลกับโยชัวร์ที่เป็นเบรเซอร์ ก็จะมาช่วยงานโรงเรียนด้วย ซึ่งในระหว่างที่ช่วยงานโรงเรียนนี้ อาจารย์ใหญ่โคลินซ์จะให้พวกเอสเทลพักอยู่ที่โรงเรียนค่ะ)

- เมื่อระฆังหมดคาบเรียนดังขึ้น ให้พวกเราไปแนะนำตัวกันต่อที่สภานักเรียนได้เลยค่ะ
- ไปที่ชั้น 2 ของคลับเฮ้าส์ พบกับ "จิล" 『ジル』 ประธานนักเรียน และ "ฮันส์" 『ハンス』 รองประธานฯ ที่กำลังหนักใจ เรื่องยังหาคนไม่ได้
(คลอเซ่ได้บอกจิลว่า เธอได้ขอร้องให้พวกเอสเทลมาช่วยงานโรงเรียนตามที่ได้สัญญากับจิลเอาไว้ค่ะ จิลเห็นหน่วยก้านเอสเทลแล้ว จึงถามเอสเทลว่าใช้ดาบได้ไม๊ เอสเทลบอกว่า "ปกติใช้วิชาพลองนะ แต่ก็เคยเรียนดาบมาจากคุณพ่อด้วยเหมือนกัน")
- จิลจะให้เอสเทลแสดงเป็น "อัศวินแดงยูริอุส" 『紅騎士ユリウス』 แห่งตระกูลขุนนางและให้คลอเซ่แสดงเป็น "อัศวินน้ำเงินออสการ์" 『紺騎士オスカー』 ค่ะ

จิล "ที่ต้องหาคนอื่นมาช่วยก็เพราะไม่มีเด็กผู้หญิงคนไหนดวลดาบกับคลอเซ่ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อน่ะสิ แถมเด็กคนนี้ยังเอาชนะเด็กผู้ชายในการแข่งขันฟันดาบซะด้วยนะ... แล้วคนที่แพ้ก็ไม่ใช่ใครอื่น ก็คือฮันส์ที่อยู่ตรงนั้นยังไงล่ะ"

- ฮันส์รีบแก้ตัวว่าจริง ๆ แล้วเขาไม่ได้อ่อนแอหรอกนะ แต่คลอเซ่เก่งเกินไปต่างหากค่ะ
- โยชัวร์รู้สึกว่าดีเหมือนกันนะ ถ้าเป็นการแสดงดวลดาบระหว่างอัศวินหญิงน่ะ แต่ฮันส์บอกว่าไม่ใช่อัศวินหญิงหรอกทั้ง 2 คนเล่นเป็นอัศวินหนุ่มต่างหาก ซึ่งเรื่องที่จะแสดงก็คือ "แมดริเกิลดอกไม้ขาว" นั่นเองค่ะ

จิล "เรื่องนี้เป็นเรื่องเล่าขานที่มีชื่อเสียงซึ่งเคยใช้แสดงในนครหลวงเมื่อสมัยที่ยังไม่มีการยกเลิกระบบขุนนางน่ะ เป็นเรื่องของอัศวินผู้ที่เกิดในตระกูลขุนนางกับอัศวินผู้ที่เกิดจากสามัญชน ซึ่งต้องมาเผชิญชะตากรรมแห่งความรักกับองค์หญิงแห่งราชวงศ์ ถึงแม้ฐานันดรจะแตกต่างกัน แต่ทั้ง 3 ก็เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันถึงแผนการและความแค้นของฝ่ายขุนนางกับชาวเมืองน่ะ แต่ยังไงสุดท้ายก็จบแบบมีความสุข แฮปปี้เอ็นดิ้งจ้ะ และทางสภานักเรียนก็ได้ทำให้มันน่าสนใจขึ้นโดยสลับบทระหว่างหญิงกับชาย ดังนั้นบทที่สำคัญที่สุดก็คือโยชัวร์คุงที่รับบทเป็น [เซชิเรียองค์หญิงขาว] 『白の姫セシリア』 ไงล่ะ"

- ได้ฟังดังนั้ทุกคนก็เห็นด้วย แต่เจ้าตัวไม่ได้ยินยอมด้วยเล๊ย แต่โดนบังคับเต็ม ๆ ค่ะ

- จากนั้น ทุกคนจะไปลองชุดกันหอประชุม ฮันส์ถึงกับออกปากชมโยชัวร์ที่แต่งหญิงว่า "ถ้าชั้นไม่รู้ว่านายเป็นผู้ชาย คงจะเข้ามาจีบอย่างแน่นอนเลยล่ะ" แต่โยชัวร์ไม่รู้สึกดีใจที่ฮันส์เอ่ยปากชมเลยแม้แต่น้อยค่ะ

- ตอนกลางคืน โยชัวร์จะไปพักหอชายกับฮันส์ ส่วนเอสเทลจะไปพักที่หอหญิงกับคลอเซ่และจิลค่ะ

- เมื่อเอสเทลเห็นคลอเซ่และจิลสนิทกันมากก็รู้สึกอิจฉานิด ๆ ถึงแม้ว่าเธอจะมีเพื่อนดี ๆ อยู่ที่รอเลนซ์ แต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้มาอยู่ร่วมกันแบบนี้ จิลกับคลอเซ่จะบอกให้เอสเทลลองนึกดูดี ๆ ว่าใครเดินทางมาด้วยกันนอนห้องเดียวกันกับเอสเทล

เอสเทล "หรือว่าจะเป็น....เรื่องของโยชัวร์ เป็นไปไม่ได้หรอกน่า เราเป็นพี่น้องกันต่างหากล่ะ หลายปีมานี่ก็เป็นเหมือนกับครอบครัวเดียวกันด้วย"
จิล "เธอคิดอย่างนั้น แล้วทางโยชัวร์ล่ะ ผู้ชายอายุขนาดนั้นจะไม่คิดอะไรเลยกับเด็กผู้หญิงที่เดินทางร่วมกันมาตลอดเลยยังงั้นเหรอ"

- คลอเซ่เห็นเอสเทลเริ่มคิดมาก จึงรีบบอกให้จิลหยุดพูดถึงเรื่องนี้ แล้วไปนอนกันดีกว่าค่ะ

- เกิดอีเวนท์ต่าง ๆ ในช่วงที่เอสเทลกับโยชัวร์ได้ใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนค่ะ

- ก่อนวันเปิดงาน เอสเทลกับคลอเซ่จะซ้อมกันที่หอประชุม โดยสามารถผ่านฉากดวลและบทพูดที่ยากได้โดยไม่ผิดเลย คลอเซ่จะดีใจที่ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ซึ่งเมื่อทำได้แบบนี้แล้วก็จะสามารถทำให้ผ.อ. เทเรซ่ากับพวกเด็ก ๆ มีความสุขได้ เอสเทลก็รู้สึกว่าคลอเซ่เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันกับเด็กกำพร้าพวกนั้นเลยนะ

คลอเซ่ "คนที่สอนให้ดิฉันรู้จักคำว่าครอบครัวก็คือผ.อ. เทเรซ่าค่ะ ในตอนที่ดิฉันเกิดมาคุณพ่อคุณแม่ก็เสียไปแล้ว ญาติที่ร่ำรวยจึงรับดิฉันไปเลี้ยง ทว่า..... ดิฉันกลับไม่มีอิสระในการดำเนินชีวิต สิ่งที่เรียกว่าครอบครัวดิฉันก็ไม่เคยรู้จักจนกระทั่งวันนั้นของเมื่อ 10 ปีก่อน วันที่ได้มาพบกับพวกอาจารย์ ตอนนั้นดิฉันได้หนีจากกองทัพจักรวรรดิมาที่รูอันแห่งนี่กับคนรู้จัก แล้วก็ได้มาพบกับผ.อ. เทเรซ่ากับคุณโจเซฟซึ่งเป็นสามีค่ะ ซึ่งนั่น ก็ทำให้ดิฉันได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่ว่าคุณแม่และคุณพ่อนั้นเป็นเช่นไร และครอบครัวที่อบอุ่นเป็นเช่นไรค่ะ"

- หลังจากนั้นทั้งสองคนจะพูดถึงโยชัวร์ว่า ถึงโยชัวร์จะไม่ชอบยังไงแต่ก็สามารถแสดงได้สุดยอดอย่างกับมืออาชีพ คลอเซ่จะไม่สบายใจและรู้สึกผิดนิด ๆ กับเรื่องฉากสุดท้ายที่เป็นบทของออสการ์กับองค์หญิงค่ะ

เอสเทล "อย่าพูดเรื่องแบบนั้นเหมือนจิลสิ เพราะยังไงโยชัวร์ก็มองชั้นเป็นแค่น้องสาวเท่านั้นน่ะ เวลาอยู่กับคุณพ่อ โยชัวร์ก็ชอบทำเหมือนกับว่าชั้นเป็นเด็ก ๆ อยู่เรื่อย เพราะงั้นไม่ต้องใส่ใจเรื่องนั้นหรอกนะ"

- โยชัวร์กับฮันส์จะเข้ามาเรียกพวกเอสเทลไปกินข้าวเย็นกัน เพราะว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่พวกเอสเทลจะพักอยู่ที่โรงเรียนนี่แล้วค่ะ
- จากนั้น โยชัวร์กับฮันส์จะไปรอที่ห้องอาหารก่อน โดยเอสเทลกับคลอเซ่จะไปตามมาจิลมาสมทบทีหลังค่ะ

- ไปรับ "จิล" ที่ห้องอาจารย์ใหญ่
(จิลกำลังปรึกษาเรื่องอะไรบางอย่างกับอาจารย์ใหญ่ และกำชับไม่ให้อาจารย์ใหญ่บอกพวกเอสเทลด้วย โดยให้เรารอคำเฉลยในถึงพรุ่งนี้ที่จะมาถึงดีกว่าค่ะ)

☆ ก่อนที่จะไปคุยกับโยชัวร์และฮันส์ที่คลับเฮ้าส์ชั้น 1
จะมีเควสต์ลับอยู่ 3 เควสต์นะคะ ถ้าต้องการสะสม BP ก็อย่าลืมเคลียร์ล่ะ☆

(32) ช่วยงานเทศกาลโรงเรียน กำจัดสัตว์ปิศาจที่อาคารเรียนเก่า
(33) ช่วยงานเทศกาลโรงเรียน ตกแต่งสนามโรงเรียน
(34) ช่วยงานเทศกาลโรงเรียน รวบรวมเอกสารงานวิจัย

- ไปคุยกับโยชัวร์ที่โรงอาหารชั้น 1 ของคลับเฮ้าส์ พวกเราทุกคนจะสั่งอาหารมาเลี้ยงส่งท้ายกันค่ะ

- และแล้วก็ถึงวันงานเทศกาลค่ะ

☆ ในช่วงนี้จะมีบูทอาหารของพวกนักเรียนมาตั้งขายที่สนามโรงเรียนด้วย อย่าพลาดเมนูอาหารใหม่ ๆ นะคะ☆

★ ถ้าเดินดูรอบ ๆ ภายในโรงเรียนจะพบ "ไนแอล" ที่กำลังซื้ออะไรกินอยู่ที่สนามโรงเรียนด้วยนะคะ

★ รวมทั้ง "นายกเทศมนตรีเมเบล" ที่มางานเทศกาลโรงเรียนทุกปี เพราะเธอก็เป็นศิษย์เก่าของที่นี่ โดยมี "รีร่า" เมดสาวคนสนิทติดตามมาด้วยค่ะ
(โยชัวร์รู้สึกหน่ายใจนิด ๆ เพราะไม่อยากให้คนรู้จักมาเห็นตัวเองแสดงละครที่ต้องแต่งหญิงขึ้นมานิด ๆ ค่ะ)

★ บนชั้น 2 จะได้พบกับ "ดยุคดิวนัน" และ "หัวหน้าพ่อบ้านฟิลลิป" ที่มาเที่ยวชมงานด้วยค่ะ

☆ส่วนอีกห้อง จะมีเครื่องทำนายดวง วัดค่าความสัมพันธ์จากดวงชะตาด้วย
ลองไปเล่นดูได้เลยค่ะ☆

★ และถ้าเข้าไปที่คลับเฮ้าส์ จะพบกับ "ร้อยเอกคาโนเน่" มานั่งดื่มกาแฟที่นี่ด้วย เธอบอกว่าพันเอกริชาร์ดมักจะมาที่โรงเรียนนี้ตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว แต่เดี๋ยวนี้พันเอกริชาร์ดงานยุ่งมากจึงมาไม่ได้ แต่ถ้ามีเวลาเขาต้องมาอย่างแน่นอนค่ะ

- เมื่อเข้าไปที่คลับเฮ้าส์ จะพบ "ศจ. อัลบา" 『アルバ教授』 ที่มาตรวจสอบ "หอคอยฟ้าคราม" จึงถือโอกาสมาเยี่ยมชมงานโรงเรียนเผื่อจะมีข้อมูลอะไรบ้างค่ะ เขาบอกว่าอยากจะดูข้อมูลที่พวกนักเรียนวิจัยกัน แต่ไม่รู้ว่าต้องไปที่ห้องไหน ดังนั้นพวกเอสเทลจะอาสาพาเขาชมสถานที่ค่ะ

☆ ถ้ายังดูของไม่เสร็จสามารถไปเดินดูของก่อน แล้วค่อยมาคุยกับศจ. อัลบาอีกครั้งก็ได้ค่ะ☆

- หลักจากแยกกับศจ. อัลบาแล้ว ลงมาที่ชั้น 1 ของอาคารหลัก จะพบ "ผ.อ.เทเรซ่า" กับพวกเด็ก ๆ ที่มาเที่ยวงานค่ะ
(โยชัวร์สังเกตเห็นสีหน้าลำบากใจของผ.อ. เทเรซ่า จึงพาพวกเด็ก ๆ ไปดูชุดที่ใช้แสดงและให้เอสเทลกับคลอเซ่ค่อย ๆ คุยกับผ.อ. เทเรซ่าไปค่ะ ซึ่ง ผ.อ. เทเรซ่าบอกว่าไม่อยากพูดต่อหน้าพวกเด็ก ๆ ว่าได้ตัดสินใจรับคำเชิญของดัลมอร์แล้ว หลังจากจบงานเทศกาลคิดว่าจะสารภาพเรื่องนี้กับพวกเด็ก ๆ ค่ะ)

- ไปที่ด้านหลังเวที จะไม่พบโยชัวร์อยู่กับพวกเด็ก ๆ "โปลี่" บอกว่าที่พี่โยชัวร์ไม่อยู่ที่นี่ ก็เพราะออกไปตามหาชายผมเงินคนที่ช่วยพวกเขาไว้ตอนไฟไหม้ค่ะ

อาคารเรียนเก่า 『旧校舎』

- พวกเอสเทลจะวิ่งตามซิกไปหาโยชัวร์ที่อาคารเรียนเก่าที่ระเบียงบนชั้น 2 ซึ่งที่นั่น โยชัวร์กำลังหนักใจ เพราะคลาดสายตาจากผู้ชายผมเงินไปแล้ว แต่ก็สามารถระบุได้ว่าเขาคงไม่ใช่คนร้ายที่วางเพลิงแน่นอนค่ะ
(จากตรงนี้ เอสเทลได้บอกโยชัวร์ว่า "อย่าออกมาคนเดียวอย่างนี้สิ ไม่ได้เป็นห่วงหรอกนะ แต่ว่าทีมเวิร์คเป็นสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เหรอ" ทำให้คลอเซ่ขำท่าทางและคำพูดของเอสเทลที่พยายามปิดบังความเป็นห่วงโยชัวร์เอาไว้อย่างเต็มที่ค่ะ)

โรงเรียนเจนิสแห่งราชอาณาจักร 『ジェニス王立学園』

- เมื่อกลับมาที่โรงเรียน พวกเอสเทลจะแจ้งเรื่องชายผมเงินให้ "คารูน่า" 『カルナ』 เบรเซอร์รุ่นพี่ที่มาเฝ้าระวังเหตุร้ายที่งานเทศกาลฟังค่ะ

- จากนั้น อีก 30 นาทีต่อมา ก็ถึงถึงเวลาขึ้นแสดงพอดี

"แมดริเกิลดอกไม้ขาว" (ฉบับย่อค่ะ)

เป็นเรื่องราวในยุคสมัย 1100 ปีฏิทินเจ็ดจรัส
เมื่อประมาณ 100 ปีก่อนที่ยังคงหลงเหลือพวกขุนนางอยู่นั้น 1 ปีให้หลังการสิ้นพระชนม์ของพระราชา เรื่องราวแห่งชะตากรรมความรักของเพื่อนสนิทตั้งแต่ครั้งเยาว์วัย "องค์หญิงขาวเซซิเรีย" (โยชัวร์) "อัศวินน้ำเงินออสการ์" (คลอเซ่) และ "อัศวินแดงยูริอุส" (เอสเทล) ชะตากรรมความแค้นของฝ่ายขุนนางกับฝ่ายสามัญชนที่พยายามทำลายอีกฝ่ายหนึ่ง โดยการใช้ความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวทั้ง 3 เป็นเครื่องมือ

หาก "ออสการ์" อัศวินผู้ถือกำเนิดขึ้นในครอบครัวสามัญชนได้แต่งงานกับองค์หญิงเซชิเรียก็จะสามารถที่ล้มล้