第1章 消えた飛行客船

บทที่ 1 เรือเหาะโดยสารที่หายไป

พวกเอสเทลที่ได้รับข่าวของเหตุการณ์เรือประจำทางที่หายสาบสูญ เพื่อที่จะตามหาพ่อคาซิอุสก็ได้เดินทางเข้าสู่พื้นที่บอสโดยการเดินเท้า
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับพวกสลัดอากาศที่กำลังก่อความวุ่นวายอยู่ในขณะนี้
การเดินทางของพวกเอสเทลก็ได้ดำเนินต่อไป แถมยังได้เพื่อนพ้องที่มีลักษณเฉพาะตัวเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย

Walkthrough Chart - Main Quest

ตั้งแต่บทนี้จะเริ่มมี "เควสต์ลับ" แล้วนะคะ
เควสต์ลับหรือเควสต์ซ่อนก็คือ เควสต์ที่ไม่ได้มีการจ้างวานผ่านทางสมาคมเบรเซอร์ค่ะ พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นเควสต์ที่ต้องหาเองค่ะ

 


 

บ้านตระกูลไบรท์ 『ブライト家』

- โยชัวร์และเจ๊เชร่าที่หลงเป็นห่วงว่าเอสเทลจะคิดมากจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งสองต่างก็ประหลาดใจกับพลังใจที่เข้มแข็งและการมองไปข้างหน้าของเอสเทลที่ได้ตัดสินใจเดินทางออกตามหาพ่อคาซิอุส โดยเริ่มจากจุดที่เรือประจำทางได้หายสาบสูญไปก็คือ พื้นที่บอส

เมืองรอเลนซ์ 『ロレント市』

(9) ส่งจดหมาย

- ไปที่สมาคมพวกเอสเทลจะแจ้งเรื่องที่ทั้ง 3 คนจะเดินทางไปพื้นที่บอสกับ "ไอน่า" และฝากเรื่องงานทางนี้ให้กับ "ริจจ์" 『リッジ』 เบรเซอร์ประจำสาขารอเลนซ์แทนค่ะ
- จากนั้นไอน่ามีเรื่องที่จะต้องคุยกับเจ๊เชร่าก่อน เจ๊เชร่าจึงให้พวกเอสเทลไปรอบนชั้น 2 แต่เอสเทลขอเปลี่ยนไปรอที่หน้าหอนาฬิกาแทน เพราะว่าเธอมีคนที่อยากจะไปทักทาย พร้อมทั้งขอให้โยชัวร์ไปกับเธอด้วย

- เมื่อเอสเทลกับโยชัวร์มาที่หอนาฬิกา โยชัวร์จะถามเอสเทลว่าก่อนหน้านี้เอสเทลเหมือนไม่ค่อยอยากขึ้นมาที่จุดชมวิวบนนี้ เอสเทลได้ให้เหตุผลว่า

เอสเทล "เมื่อ 10 ปีก่อนตอนที่เกิดเหตุการณ์สงคราม 100 วันนั้น ชั้นน่ะ อยากจะรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามที่คุณพ่อซึ่งเป็นทหารอยู่ในตอนนั้นกำลังต่อสู้อยู่เป็นพวกคนแบบไหนก็เลยขึ้นมาดูจากบนนี้ แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นและได้ทำให้แม่ตายไปเพราะสละชีวิตปกป้องชั้น ตอนที่ชั้นกำลังจะร้องไห้เพราะเกิดตกใจกลัวนั้น คุณแม่กลับร้องเพลงกล่อมเด็กที่ชั้นชอบมากให้ฟัง ที่ไม่อยากขึ้นมาไม่ใช่ว่ากลัวจะนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนนั้น แต่เพราะรู้สึกว่าไม่อยากจะคอยพี่งพาคุณแม่ไปมากกว่านี้ และอยากจะมีจิตใจที่เข้มแข็งเหมือนกับคุณแม่ วันนี้ที่ขึ้นมาเพราะอยากจะขอให้คุณแม่ช่วยคุ้มครองให้คุณพ่อกลับมาอย่างปลอดภัยน่ะ"

- โยชัวร์ได้ฟังดังนั้นก็พูดว่า

โยชัวร์ "ความเจ็บปวดของเธอแม้ไม่อาจแบกรับมาได้ทั้งหมด แต่จะขออยู่เคียงข้างเธอไปอย่างนี้ ถ้าไม่รังเกียจล่ะก็ไหล่ของผมยินดีให้ยืมได้ทุกเมื่อ"

- เอสเทลก็สวนแบบทันควันว่า

เอสเทล "ฮ่าฮ่า โยชัวร์จะเท่เกินไปแล้ว อย่าพูดเรื่องแบบนี้ง่าย ๆ สิ ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงคนอื่นล่ะก็ต้องเข้าใจผิดแน่ ๆ ในอนาคตโยชัวร์คงจะเป็นประเภทที่ต้องเหนื่อยกับข่าวรัก ๆ ใคร่ ๆ แน่นอนเลยล่ะนะ เฮ้อ พี่สาวคนนี้เริ่มจะเป็นห่วงซะแล้วสิ"

- พอโยชัวร์ลงไปแล้วเอสเทลจะพึมพัมกับตัวเองว่า "เพิ่งจะรู้ตัวว่าเหตุผลที่เธออยากเป็นเบรเซอร์จริง ๆ นั้น ก็เพราะอยากจะปกป้องใครต่อใครด้วยความอ่อนโยนและความเข้มแข็งเหมือนคุณแม่นั่นเอง ยังไงก็ขอให้คุณแม่ช่วยปกป้องให้คุณพ่อกลับมาอย่างปลอดภัยด้วยนะ"

- เมื่อลงมาเจ๊เชร่าจะแซวว่า "เมื่อตะกี๊บรรยากาศดี๊ดีเนอะ" แถมเจ๊แกยังแก้ตัวอีกว่าไม่ได้แอบดูนะ แต่มันเป็นจังหวะที่แหงนหน้ามองดูเวลา แล้วบังเอิ๊ญบังเอิญเหลือบไปเห็นทั้งคู่กำลังสวีตกันพอดี แต่ถ้ามีออร์เบิลคาเมร่าจะดีกว่านี้มากเลย
(โยชัวร์ทำหน้าเบื่อโลกเต็มที่ค่ะ ส่วนเอสเทลก็ไม่ทันมุขเช่นเคย)

- อย่าลืมซื้อ "ลีเบร์ลสาร ฉบับ 2" จากร้านสารพัดอย่างรินอนด้วยนะคะ

★รวมทั้งลองเข้าไปในบาร์อาเบนด์ดูรายการอาหารใหม่ ๆ อย่าง "มิลค์เครป" 『ミルクレープ』 ที่ "เอลิซซ่า" 『エリッサ』 (ลูกสาวเจ้าของบาร์ 1 ในกลุ่ม 3 สาวเพื่อนสมัยเด็กของเอสเทล) เป็นคนคิดเมนูด้วยตัวเองเชียวนะคะ

สะพานเวรูท 『ヴェルテ橋』

- มุ่งหน้าสู่สะพานเวรูทด้วย "ทางหลวงมิลฮี" (ทางออกด้านตะวันตกของเมือง)

☆ก่อนอื่นให้ไปคุยกับ "พลทหารฮาโรลด์" แล้วจะได้รับ "คาร์เนเรีย เล่ม 2" ค่ะ

- คุยกับ "หัวหน้ากองแอสตอน" จะได้รับ "ใบผ่านทาง" 『通行許可証』 นอกจากนั้น เขายังกำชับอีกด้วยว่าพวกที่เป็นเบรเซอร์อย่างพวกเอสเทล หากจำเป็นต้องไปที่ประตูฮาเก้นล่ะก็ให้ระวังตัวให้ดีด้วย แต่รายละเอียดนอกเหนือจากนี้ เขาเองไม่อาจพูดอะไรมากไปกว่านี้ได้

- นำ "ใบผ่านทาง" ไปให้ "พลทหารสก็อต" 『兵士スコット』 ที่เฝ้าประตูอยู่ ก็จะสามารถเข้าไปสู่พื้นที่บอสได้

☆ถ้าเราเข้าไปพื้นที่บอสแล้ว ต่อไปจะไม่สามารถกลับมายังเมืองรอเลนซ์ได้อีกนะคะ
เพื่อความชัวร์สำรวจก่อนดีกว่าว่าลืมทำอะไรที่รอเลนซ์หรือเปล่า☆

ทางหลวงบอสฝั่งตะวันออก『東ボース街道』

- พบกับ "กรัซ" 『グラッツ』 เบรเซอร์รุ่นพี่ที่ประจำสาขาบอสบนทางหลวงบอสฝั่งตะวันออก เขากำลังทำงานคุ้มภัยให้กับการขนส่งสิ่งของต่าง ๆ ที่ต้องเปลี่ยนมาขนส่งทางบกแทน เนื่องจากเรือประจำทางหยุดบินเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นค่ะ
- ก่อนไปกรัซก็เปรย ๆ ให้ระวังตัวเรื่องที่ประตูฮาเก้นเหมือนกัน ทำให้เอสเทลสงสัยว่าคุณแอสตอนก็ดีคุณกรัซก็ดี ทำไมมีแต่คนพูดอะไรเป็นนัย ๆ นะ ยังไงก็ลองไปสอบถามจากผู้เฒ่ารูแกรนที่สาขาบอสดูก่อนละกัน

 

คดีเรือประจำทางหายสาบสูญ1-2
『定期船失踪事件①‐②』 {BP5(+3)}

เมืองบอส 『ボース市』

- สอบถามเรื่องราวกับ "ผู้เฒ่ารูแกรน" 『ルグラン老人』 ที่สมาคมสาขาบอส
(จะทราบว่า ตอนนี้ทางกองทัพราชอาณาจักรกำลังตรวจสอบคดีเรือประจำทางหายสาบสูญอยู่ แต่ทว่าทางกองทัพกลับไม่มีการแจ้งข้อมูลมาให้ทั้งชาวเมืองหรือทางสมาคมเลย ซึ่งปกติทางกองทัพกับสมาคมก็ให้ความร่วมกันด้วยดีมาตลอด แต่ดูเหมือนคนที่ให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับจะเป็น "นายพลมอร์แกน" 『モルガン将軍』 ที่มีชื่อเสียงจากการต่อสู้กับกองทัพจักรวรรดิเมื่อ 10 ปีก่อน แถมสถานที่ ๆ ทางกองทัพเข้าไปตรวจสอบอยู่ ก็เป็นสถานที่ที่ห้ามเบรเซอร์เข้าไปด้วย ยังไงก็แล้วแต่เมื่อมีการไหว้วานให้ช่วยตรวจสอบคดีอย่างเป็นทางการจากนายกเทศมนตรีของบอส ก็สามารถทำให้พวกเอสเทลเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวกค่ะ)

- เอสเทลจะตัดสินใจรับงานนี้ แต่ว่า "เตรียมเบรเซอร์" อย่างพวกเอสเทลนั้นสังกัดอยู่ก้บสาขารอเลนซ์ ถ้าต้องรับงานของสาขาทางนี้ต้องมีการย้ายสังกัดก่อน
- ผู้เฒ่ารูแกรนจึงให้พวกเอสเทลเซ็นเอกสาร เพื่อเป็นการรับรองว่าได้ย้ายสังกัดมาอยู่ที่สาขาบอสเรียบร้อย
(จากคำบอกเล่าของเจ๊เชร่า จริง ๆ แล้วถ้าได้เป็น "เบรเซอร์อย่างทางการ" 『正遊撃士』 ไม่ว่าจะสังกัดอยู่สาขาไหนก็สามารถรับงานได้ทั่วราชอาณาจักรค่ะ ซึ่งจะแตกต่างกับ "เตรียมเบรเซอร์" 『準遊撃士』 อย่างพวกเอสเทลที่สังกัดอยู่สาขาไหนต้องรับงานสาขานั้น ๆ ค่ะ)

(10) รวบรวมเครื่องปรุง
(16) ตรวจสอบสัตว์ปิศาจแห่งเส้นทางภูเขา
(17) ประกาศจับสัตว์ปิศาจบนทางหลวงบอสฝั่งตะวันออก

- ไปที่คฤหาสน์นายกเทศมนตรี คุยกับ "หัวหน้าพ่อบ้านเมนทอส" 『執事メントス』 จะทราบว่าท่านเทศมนตรีตอนนี้อยู่ที่โบสถ์

- ไปที่โบสถ์เมื่อคุยกับเมด "รีร่า" 『リラ』 เธอจะบอกว่านายกเทศมนตรีโดดการสวดมนต์ไปดูงานที่มาร์เก็ตค่ะ

บอสมาร์เก็ต 『ボースマーゲット』

☆คนที่ลืมเก็บ "คาร์เนเรีย เล่ม 1" และ "คาร์เนเรีย เล่ม 2" สามารถมาหาซื้อได้ที่ร้านขายหนังสือ "โกรเซอร์ มิเน่" 『グローザー・ミネ』 ในบอสมาร์เก็ตได้ในช่วงนี้ค่ะ☆

- เมื่อเข้าไปจะเกิดอีเวนท์เพบ "นายกเทศมนตรีเมเบล" 『メイベル市長』 ที่กำลังสั่งให้ร้านค้าที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาของโดยไม่ได้รับอนุญาตลดราคาลงให้เหมือนเดิมค่ะ

ภัตตาคารอันติโรเซ่ 『レストラン・アンテローゼ』

- ได้รับการไหว้วานให้ทำการตรวจสอบเรื่อง "เรือประจำทางที่หายไป" แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ นายพลมอร์แกน (ซึ่งเราจะทราบว่า ท่านนายพลเป็นเพื่อนของพ่อเมเบลที่เสียไป) เกลียดพวกเบรเซอร์อย่างแรง ซึ่งตรงนี้จะทำให้การทำงานชิ้นนี้ยากขึ้นค่ะ
- เพื่อที่จะขอเข้าไปตรวจสอบสถานที่ เมเบลจะมอบ "จดหมายจากนายกเทศมนตรีเมเบล" 『メイベル市長の手紙』 ให้กับพวกเราเพื่อไปพบกับนายพลมอร์แกน แต่เอสเทลจะกังวลว่านายพลมอร์แกนจะให้พบหรือเปล่าเนี่ยสิ เมเบลเลยแนะนำว่าให้บอกไปแต่เพียงว่า เป็นคนที่นายกเทศมนตรีใช้มาก็พอแล้ว
(เอสเทลรู้สึกไม่ดีที่ต้องโกหก โยชัวร์พูดให้เอสเทลสบายใจว่า ไม่ถือว่าเป็นการโกหกหรอก แค่ไม่ได้บอกความจริงก็เท่านั้นเอง)

ประตูฮาเก้น 『ハーゲン門』

★ช่วงนี้ถ้าเราแวะกลับไปที่สะพานเวรูท ก็จะได้เจอเบรเซอร์รุ่นพี่ประจำสาขาบอสอย่าง "อาเนราส" 『アネラス』 (ที่ปลื้มเจ๊เชร่าสุด ๆ) ซึ่งเธอกำลังทำงานปราบสัตว์ปิศาจ ที่อยู่แถว ๆ นี้ด้วยนะคะ

- ใช้ "ทางหลวงบอสฝั่งตะวันออก" ผ่าน "ไอเซ่นโร้ด" 『アイゼンロード』 เพื่อมุ่งหน้าสู่ประตูฮาเก้นค่ะ

- ก่อนที่จะเข้าไปคุยกับทหาร เจ๊เชร่าจะให้เอสเทลและโยชัวร์ถอดสัญลักษณ์เตรียมเบรเซอร์ที่ติดไว้ที่หน้าอกออกก่อน เพราะถ้านายพลมอร์แกนเห็นล่ะก็ คงเจรจาไม่สำเร็จแน่

- คุยกับพลทหารที่อยู่หน้าประตู จะรู้ว่าตอนนี้นายพลมอร์แกนไม่อยู่อีกสักพักถึงจะกลับมา พวกเอสเทลก็เลยไปฆ่าเวลาที่สถานที่พักแรมค่ะ

- คุยกับ "ผู้ชายผมสีทอง" ("โอลิเวียร์" 『オリビエ』) ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า ตัวเขานั้นได้เดินทางมาจากจักรวรรดิเอเรโบเนียเมื่อกี๊ ที่มาก็เพราะเป็นเรื่องงานครึ่งนึง เที่ยวสนุก ๆ อีกครึ่งนึง และยังรู้ด้วยว่าพวกเอสเทลเป็นเบรเซอร์ทั้ง ๆ ที่ถอดสัญลักษณ์เบรเซอร์ออก โดยให้เหตุผลว่าที่เอเรโบเนียก็มีสมาคมเบรเซอร์เหมือนกัน แต่เขาไม่ใช่เบรเซอร์หรอกนะ ก็แค่รู้จักคนที่เป็นเบรเซอร์อยู่ไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งพวกเอสเทลก็มีกลิ่นอายที่เหมือนคนเหล่านั้นน่ะค่ะ
- โยชัวร์สงสัย จึงถามโอลิเวียร์ว่า "มองได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนี้ คุณเป็นแค่นักเดินทางธรรมดา ๆ จริงหรือครับ" โอลิเวียร์กลับตอบไม่ตรงคำถามว่า "หนุ่มรูปงามผมดำขลับอย่างเธอ ทั้งเย็นชาทั้งร้อนแรง นัยน์ตาสีอำพันช่างเหมือนกับบรันดีชั้นดีเลย รู้สึกอยากจะดึงเข้ามากอดแล้วจุ๊บซะจริง ๆ" (โยชัวร์ถึงกับผงะไปเลยค่ะ)
- ขณะที่คุยกันอยู่พลทหารจะเข้ามาแจ้งว่าท่านนายพลมาถึงแล้ว พวกเอสเทลเลยรีบเดินออกไปพบ (บวกกับอารมณ์ที่ไม่อยากคุยต่ออยู่แล้ว) แต่ทำมั๊ยนายเพี้ยนถึงได้ตามมาด้วย เอสเทลก็เลยไล่ให้กลับไปในที่พักซะ

☆ก่อนจะออกไปทำอีเวนท์ต่อไป ให้กลับเข้าไปที่สถานที่พักแรมอีกครั้ง คุยกับ "มัลโก้" 『マルゴ』 ที่อยู่ด้านในสถานที่พัก จะได้รับ "คาร์เนเรีย เล่ม 3" ค่ะ

- คุยกับทหารคนเดิมแล้วเข้าไปพบนายพลมอร์แกนในห้องในสุดซ้ายมือ

- เมื่อเข้าไป "นายพลมอร์แกน" จะบอกว่าเขารู้จักนายกเทศมนตรีเมเบลเมื่อตอนยังเป็นเด็ก เอสเทลจะมอบ "จดหมายจากนายกเทศมนตรีเมเบล" ให้กับนายพล
- เมื่อนายพลอ่านเนื้อความในจดหมายแล้ว ก็ตกลงที่จะบอกรายละเอียดของคดีนี้ให้พวกเราค่ะ แต่เอสเทลดันดีใจออกนอกหน้าไปหน่อย นายพลกเลยสงสัยว่าทำไมต้องดีใจขนาดนั้นด้วย โชคดีที่โยชัวร์รีบแก้ต่างให้นายพลก็เลยเล่ารายละเอียดของคดีให้ฟังว่า

นายพลมอร์แกน "เรือประจำทาง [หมายเลขรินเด] 『リンデ号』 หลังจากที่ลงจอดที่ท่าเทียบเรือเหาะบอสแล้ว ก็ได้หายไประหว่างที่มุ่งหน้าไปยังรอเลนซ์ ตอนนี้ก็กำลังอยู่ระหว่างการค้นหา แต่ยังไม่พบอะไรอยู่ดี แล้วโอกาสที่จะเกิดจากสัตว์ปิศาจหรือตกลงไปในทะเลสาบวาเลเรียก็เป็นไปได้ยากด้วย"

- เจ๊เชร่า เอสเทล และโยชัวร์จะพิจารณาถึงความเป็นไปได้ของคดีนี้ว่า น่าจะเกิดจากฝีมือมนุษย์ หรือก็คือ เรือเหาะถูกไฮแจ็คนั่นเอง แต่จะเป็นพวกไหนนั้นนายพลมอร์แกนเห็นว่าน่าจะเป็นฝีมือของ "ตระกูลคาปัว" 『カプア一家』 กลุ่มสลัดอากาศที่กำลังออกอาละวาดอยู่ในตอนนี้
- เมื่อเอสเทลได้ยินชื่อพวกตระกูลคาปัวก็ดันเผลอบอกไปซะอีกว่า "ไม่ใช่แค่เคยได้ยินชื่อเฉย ๆ แต่เคยเจอกันที่รอเลนซ์ตัวเป็น ๆ เลยล่ะ" ทำให้นายพลมอร์แกนรู้ว่าพวกเอสเทลเป็นเบรเซอร์ แล้วพูดนิ่ง ๆ ว่า "คิดไม่ถึงเลยว่าเด็กผู้หญิงธรรมดาอย่างนี้จะเป็นเบรเซอร์" แล้วอยู่ ๆ เขาก็ตะโกนไล่พวกเราด้วยเสียงอันดังให้ออกไปทันที

- เมื่อโดนไล่ออกมาด้านนอก นายพลมอร์แกนจะพูดด้วยความเจ็บแค้นว่า "เหมือน ๆ กันหมดเลย ถึงขนาดปิดบังตัวจริงเพื่อมาล้วงข้อมูล พวกเบรเซอร์นี่มันเชื่อถือไม่ได้เลย"
- เอสเทลได้ยินก็เลยโกรธแล้วสวนกลับไปว่า "พวกที่ไม่ยอมแจ้งข้อมูลให้สมาคมต่างหากที่ไม่ดี" เจ๊เชร่าก็รู้สึกโกรธมาก ๆ เหมือนกัน เพราะว่าเวลาเกิดปัญหาทีไร พวกกองทัพราชอาณาจักรกลับไม่รู้หน้าที่ของตัวที่ไม่ยอมแจ้งเรื่องสำคัญ ๆ ให้กลับสมาคมเบรเซอร์และชาวเมือง ไม่รู้สึกอายบ้างหรือไง

- เกิดอีเวนท์ โอลิเวียร์ เลิฟ แอนด์ พีซ

☆เพลงที่โอลิเวียร์เล่นมีชื่อว่า "ความรักสีอำพัน" ซึ่งอยู่ในอัลบั้ม 『空を見上げて』 ค่ะ
ลองฟังดูนะคะ☆

- หลังจากโอลิเวียร์บรรเลงลูทจบลง อารมณ์ประมาณว่าทุกคนรู้สึกกระอักกระอ่วนกับความติ๊งต๊องของโอลิเวียร์ จึงทำเป็นไม่สนใจและแยกย้ายกันไปค่ะ

- พวกเอสเทลจะเข้าไปนั่งคุยกันในสถานที่พักแรม (และเพิ่งจะมาแนะนำตัวกันซะงั้น)
- โอลิเวียร์ชวนเจ๊เชร่าเดทด้วย แต่ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เลยหันมาชวนโยชัวร์เดทแทน แต่ก็โดนปฏิเสธอีก แต่นายนี่ก็ไม่ยักกะชวนเอสเทล โดยให้เหตุผลว่า เพราะเอสเทลช่างไร้เสน่ห์เสียจริง แถมยังบอกให้เอสเทลไปฝึกเสน่ห์จากทั้ง 2 คนอีกต่างหาก
(ฝึกเสน่ห์กับเจ๊เชร่านี่ยังพอรับได้ แต่กับโยชัวร์นี่มัน รับไม่ได้จริง ๆ)

- โอลิเวียร์จะขอให้พาเขาไปถึงเมืองบอสด้วย เพราะว่าเขาไม่เคยมาที่นี่ เอสเทลเป็นห่วงว่าโยชัวร์จะโดนหมอนี่ทำมิดีมิร้ายเลยไม่ค่อยอยากพาได้ด้วย แต่เจ๊เชร่าบอกว่าการพาชมสถานที่ก็เป็นงานของเบรเซอร์เหมือนกันค่ะ

- ออกจากประตูฮาเก้นมุ่งสู่เมืองบอสได้เลยค่ะ

เมืองบอส 『ボース市』

(11) สำรวจแบลส์โคลว์
(12) บุคคลน่าสงสัยที่หอคอยอำพัน
(18) ประกาศจับสัตว์ปิศาจที่หุบเขาหมอก
(19) ประกาศจับสัตว์ปิศาจบนทางหลวงบอสฝั่งตะวันตก

- เมื่อมาถึงบอส โอลิเวียร์จะแยกตัวไปจุดมุ่งหมายก็คือกินกับเที่ยว
(แถมหมอนี่ยังโกหกคำโตไว้อีกว่า ถ้าจะกินอาหารหรู ๆ ที่ภัตตาคารน่ะของกล้วย ๆ ในเอเรโบเนีย แค่ร้องโอเปร่าคืนเดียวก็ได้มา 1ล้านมิร่าแล้ว)

- พอโอลิเวียร์ไปแล้ว เอสเทลเลยถามเพื่อน ๆ ว่าชาวเอเรโบเนียทุกคนเป็นคนแปลก ๆ อย่างนี้หรือเปล่าเนี่ย โยชัวร์เลยรีบพูดว่า "อย่าเหมารวมเป็นทุกคนสิแย่จริง ๆ เขาคิดว่าชาวเอเรโบเนียที่จริงจังก็มีมากนะ บ้างก็ชอบอ่านหนังสือบ้างก็เล่นดนตรีไงล่ะ"
(เอสเทลไม่รู้ว่าโยชัวร์เป็นชาวเอเรโบเนียค่ะ)

- คุยกับ "ผู้เฒ่ารูแกรน" ที่สาขาเกี่ยวกับข้อมูลที่ได้มา

- ที่หน้าคฤหาสน์นายกเทศมนตรี พบกับ "ไนแอล" กับ "โดรธี" ที่มาสัมภาษณ์นายกเทศมนตรีเมเบล แต่ไม่ได้นัดเอาไว้ ก็เลยแห้วไปตามระเบียบ (รีร่าน่ากลัวมาก)
- ให้ข้อมูลกับ "นายกเทศมนตรีเมเบล" บนชั้น 2 ของคฤหาสน์
(พวกเอสเทลจะลงความเห็นว่า ถ้าคุณพ่อขึ้นเรือเหาะไปด้วยก็ไม่น่าจะเกิดคดีแบบนี้ขึ้นได้ ทำให้เมเบลได้รู้ว่าพวกเอสเทลเป็นลูกของคาซิอุส ไบร์ทผู้มีชื่อเสียงโด่งดังค่ะ)

- เมื่อออกมานอกคฤหาสน์เอสเทลจะรู้สึกว่านายกเทศมนตรีเมเบลทำท่าแปลก ๆ หลังจากได้ยินชื่อป๋า แล้วเอสเทลจะเสนอความคิดว่า ให้พวกเราลองไปคุยกับพวกไนแอลน่าจะได้ข้อมูลอะไรดี ๆ มาก็เป็นได้

★ก่อนที่จะไปคุยกับไนแอล ถ้าเราแวะกลับไปที่ประตูฮาเก้นก็จะได้เจอ "อาเนราส" อีกครั้ง เธอจะขอโทษที่ไม่สามารถช่วยอะไรเกี่ยวกับคดีได้เลย แล้วตั้งแต่เกิดคดีเรือประจำทางหายสาบสูญเบรเซอร์ของสาขาบอสทุกคนก็ยุ่งมาก ๆ ค่ะ

- คุยกับ "ไนแอล" ที่บาร์คิลเช 『居酒屋キルシェ』 เขากำลังช็อคเลยดื่มจนเมาไม่รู้เรื่อง เพราะเจ็บใจที่ไม่สามารถหาข้อมูลมาได้ค่ะ เจ๊เชร่าว่า "พวกผู้ชายเนี่ยน๊า เวลาหาทางออกของปัญหาไม่ได้ก็ใช้เหล้าทำให้ลืม ทั้ง ๆ ที่เหล้าไม่ได้มีไว้ดื่มจนเมาขนาดนี้ซักหน่อย"
(เอสเทลแอบอุบอิบเลยว่า "ก็ใครจะไปเหมือนเจ๊เชร่ากับคุณไอน่าที่ดื่มเท่าไรก็ไม่เมากันล่ะ")

- พอไนแอลรู้ว่าพวกเอสเทลได้รับการไหว้วานให้สืบคดีนี้อยู่ ไนแอลก็เลยขอให้พวกเราช่วยบอกข้อมูลให้หน่อย แต่โยชัวร์ว่ายังไงกฏก็ต้องเป็นกฏ ทางนี้ไม่ต้องการมิร่าหรอกขอข้อมูลมาแลกเปลี่ยนกันดีกว่า ทั้ง 2 ฝ่ายจึงได้ทำการตกลงแลกเปลี่ยนข้อมูลกันค่ะ

- จากข้อมูลของไนแอล ทำให้รู้ถึงเรื่องที่ชาวบ้านในหมู่บ้านราเวนนู 『ラヴェンヌ村』 พบเห็นเงาของเรือเหาะที่คาดว่าน่าจะเป็นเรือเหาะประจำทางที่หายสบสูญไป ส่วนอีกข้อมูลนึงก็คือ ช่วงนี้ "หน่วยสืบข้อมูล" 『情報部』 ของกองทัพกำลังเคลื่อนไหวเพื่อทำอะไรบางอย่างอยู่ ซึ่งในหน่วยนี้ก็มีแต่พวกหัวกะทิ โดยมี "พันเอกริชาร์ด" ถูกมอบหมายให้ทำหน้าที่บัญชาการอยู่ แต่เอสเทลบอกว่าข้อมูลนี้ไม่เห็นจะมีประโยชน์กับพวกเราเลยเนอะ
(แต่ยังไงไนแอลก็ทำตามกฏกิฟแอนด์เทคแล้วน่ะ)

- พอไนแอลได้ข้อมูลของตระกูลคาปัวจากทางเราไปก็รีบออกไปหาโดรธีเพื่อทำข่าวต่อ ส่วนพวกเราก็มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านราเวนนูกันเลยค่ะ

★หากคุยกับ "รุคเคน" 『リュッケン』 ที่หน้าเคาน์เตอร์ในบาร์คิลเช จะได้ข้อมูลเกี่ยวกับการล่มสลายครั้งยิ่งใหญ่ในอดีตที่เขากำลังวิจัยอยู่ด้วยนะคะ
(แต่ละช่วงจะให้ข้อมูลต่างกันไปค่ะ ถ้าคุยในช่วงนี้เขาจะเล่าถึงมังกรโบราณที่มีความฉลาดยิ่งกว่ามนุษย์ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ใกล้เคียงกับพระเจ้ามากที่สุด เอสเทลพอจะจำได้ว่าเคยเรียนมาจากโรงเรียนวันอาทิตย์ว่ามังกรที่ว่า เมื่อหลาย 10 ปีก่อนเคยอาศัยอยู่ที่ลีเบร์ล แต่หลังจากที่มีการประดิษฐ์ออร์บเมนท์ขึ้นมาก็ไม่มีใครเห็นอีกเลย โยชัวร์จะประหลาดใจมากที่เอสเทลสามารถจำเรื่องที่เรียนมาได้ด้วย) ถ้าหลังจากนี้มาคุยกับเขาเรื่อย ๆ เขาจะบอกว่าที่สุดท้ายที่มีคนเห็นมังกรอยู่ก็คือ แถวพื้นที่บอสนี่เองค่ะ

(13) คำขอคุ้มภัย
(20) ประกาศจับสัตว์ปิศาจบนถนนตัดใหม่แอนเซล

เส้นทางภูเขาราเวนนู 『ラヴェンヌ山道』

- ใช้ "ทางหลวงบอสฝั่งตะวันตก" เข้าสู่ "เส้นทางภูเขาราเวนนู" ค่ะ

- พอเข้าไปที่เส้นทางภูเขาราเวนนู จะพบกับ "เบรเซอร์หนุ่มผมแดง" ("อากัต" เบรเซอร์รุ่นเดียวกันกับเจ๊เชร่า) ซึ่งเจ๊เชร่าจะพูดกับอากัตว่า "นึกว่าอยู่ที่สาขานครหลวงซะอีก มาเกี่ยวกับเรื่องคดีที่เกิดขึ้นเหรอ" อากัตตอบว่ามาทำธุระส่วนตัวไม่เกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้นค่ะ แถมยังบอกอีกว่าก็ดีแล้วที่เป็นพวกเชราซาร์ดที่เป็นคนมาดูเรื่องทางนี้เลยทำให้เขาวางใจไปได้ค่ะ เจ๊เชร่าก็เลยตอกกลับไปว่า "ไม่เย็นชาไปหน่อยเหรอ อาจารย์อาจจะถูกจับไปก็ได้นะ" แต่อากัตกลับหัวเราะแล้วบอกว่า "คาซิอุส ไบร์ท ตาลุงกินไม่ลงนั่นน่ะเหรอจะถูกพวกสลัดอากาศจับไป ตลกเกินไปแล้ว เข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า" แล้วเขาก็สังเกตเห็นพวกเอสเทล พอเจ๊เชร่าบอกว่าเป็นลูกของป๋า อากัตก็เลยว่า "เด็กผู้ชายก็โอเคอยู่หรอก แต่ยัยหนูนี่เป็นลูกของคาซิอุส ไบรท์จริง ๆ อ่ะ" ก่อนไปอากัตยังแซวว่าให้เชราซาร์ดระวังตัวหน่อยล่ะ เดี๋ยวพวกหนู ๆ นี่จะไปขัดแข้งขัดขาเข้า (ในกรณีที่เราเคลียร์ซับเควสต์ (16) ตรวจสอบสัตว์ปิศาจแห่งเส้นทางภูเขา จะมีบทพูดของอากัตที่จะถามว่าพวกเราใช่ไม๊ที่เป็นคนปราบสัตว์ปิศาจที่ว่า)

- พออากัตไปแล้ว เอสเทลจะรู้สึกว่าไม่ค่อยถูกชะตากับอีตานี่เท่าไรเลย แล้วตกลงนายนี่เป็นใครกันนะ โยชัวร์เลยบอกว่าถ้าเข้าใจไม่ผิดน่าจะเป็น "อากัตดาบหนัก" เจ๊เชร่ายังเสริมอีกว่า "อากัต ครอสเนอร์ เป็นเบรเซอร์อย่างทางการ ที่ไม่ตัดสินใจว่าจะสังกัดอยู่กับสาขาไหน แต่เดินทางทำงานไปรอบ ๆ ทั่วทุกพื้นที่ อาวุธที่ใช้ก็คือดาบใหญ่ที่สามารถฟันสัตว์ปิศาจให้เป็นสองส่วนในดาบเดียว" แต่ถึงจะเก่งยังไง เอสเทลก็ยังเห็นว่าเป็นผู้ชายที่ไร้มารยาทที่สุด แถมยังเหมือนจะรู้จักกับคุณพ่ออีกด้วยค่ะ

หมู่บ้านราเวนนู 『ラヴェンヌ村』

- เมื่อมาถึงแล้วให้เข้าไปคุยกับ "ผู้ใหญ่บ้านไรเซ็น" 『ライゼン村長』 ในบ้านที่อยู่ด้านบน เพื่อถามถึงเรือเหาะประจำทาง ผู้ใหญ่บ้านไรเซ็นจะนึกว่าพวกเราเป็นเพื่อนกับอากัต แต่พอรู้ว่าไม่ใช่ ก็มีสีหน้ากังวลเพราะเป็นห่วงอากัตที่เดินทางคนเดียวอีกแล้วค่ะ

★ถ้าเราแวะไปดูที่หน้าหลุมศพบนเนินจะเห็นว่ามีช่อดอกไม้ที่ไม่มีในตอนแรก (ในตอนที่มาเคลียร์ (16) ตรวจสอบสัตว์ปิศาจแห่งเส้นทางภูเขา) วางอยู่ค่ะ

- จากข้อมูลของผู้ใหญ่บ้าน คนที่เห็นเรือเหาะประจำทางนั้นก็คือเด็กในหมู่บ้านที่ชื่อ "รูอี้" 『ルゥイ』

- เข้าไปคุยกับเด็กที่ชื่อ "รูอี้" ที่อยู่ตรงสะพานปลา แต่รูอี้ไม่ค่อยจะเชื่อเลยว่าเอสเทลเป็นเบรเซอร์เหมือนพี่อากัต เพราะดูแล้วไม่น่าจะเก่งซักกะติ๊ด
(เอสเทลฉุนที่โดนดูแคลนก็เลยควงพลองให้ดูซะเลย แถมติดลมจะชอต่ออีกท่าแน่ะ ดีที่โยชัวร์ห้ามไว้นะไม่งั้นคงกะโชว์อีกยาว)
- จะทราบว่ารูอี้ได้บอกว่า เขาได้เห็นเงาบินอยู่บนฟ้า 2 เงาตอนกลางดึกของวันที่เกิดเหตุ เงาอันใหญ่จะบินช้าคล้าย ๆ ว่าถูกพาไป แล้วเงานั่นก็บินหายไปทางทิศเหนือ แต่พอบอกทุกคนไปก็ไม่มีใครเชื่อเขาเลย เพราะว่าพวกทหารได้มาตรวจดูแล้วแต่ก็ไม่เจออะไร แถมยังหาว่าเขาเพ้อฝันและหัวเราะเยาะเขาด้วย แต่ตอนนี้เขาดีใจมากที่พวกเอสเทลเชื่อเขาค่ะ

- เมื่อพูดถึงทางเหนือของหมู่บ้านราเวนนูที่ ๆ น่าสงสัยก็มีแต่เหมืองร้างด้านเหนือเท่านั้น ดังนั้น ก็มุ่งสู่เหมืองร้างโดยใช้ "เส้นทางภูเขาราเวนนู" ได้เลยค่ะ (ทางไปเหมืองร้างจะอยู่ที่ทางออกด้านบนของหมู่บ้านค่ะ)

เหมืองร้าง 『廃坑』

- สำรวจที่ประตูของเหมืองร้างที่ล็อกกุญแจไว้ เอสเทลจะรู้สึกว่ามีลมพัดมาจากด้านใน แสดงว่าจะต้องมีทางออกไปยังอีกฝั่งได้แน่นอน

หมู่บ้านราเวนนู 『ラヴェヌ村』

- กลับไปคุยกับ "ผู้ใหญ่บ้านไรเซ็น" ที่อยู่หน้าหลุมศพอีกครั้ง เขาจะบอกว่าพื้นที่บอสติดกับอาณาเขตเอเรโบเนียทำให้ได้รับผลกระทบจากสงครามพอดู หมู่บ้านราเวนนูก็เช่นกัน หลุมศพนี่ก็สร้างให้กับคนที่ถูกไฟคลอกตายเพราะสงครามเมื่อ 10 ปี ได้ยินดังนั้นพวกเอสเทลก็เลยขอภาวนาให้กับป้ายหลุมศพด้วย

- ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านจะได้รับ "กุญแจเหมืองร้าง"
(จากคำบอกเล่าของผู้ใหญ่บ้านพวกทหารไม่ได้เข้าไปค้นด้านในเหมืองค่ะ)

★ก่อนจะกลับไปเหมืองร้างอย่าลืมแวะที่ "โรงเตี๊ยมทางแสงจันทร์" ที่เพิ่งเปิดขายอาหารที่ชั้น 2 (บาร์แสงจันทร์) จะมีเมนู "แอบเปิ้ลไอซ์" 『アップルアイズ』 กับ "น้ำผลไม้คั้น" 『絞りきりジュース』 ขายด้วยนะคะ

★ช่วงนี้เราจะได้เจอกับ "อาเนราส" ที่นี่ด้วยค่ะ

เหมืองร้าง 『廃坑』

- กลับไปที่เหมืองร้างอีกที พวกเอสเทลจะใช้กุญแจเพื่อเปิดประตูเข้าไปในเหมือง

- ที่สุดทางด้านในเหมืองร้างจะพบ "หมายเลขรินเด" ที่หายไปและพวกสลัดอากาศค่ะ

- คีลจะพูดแปลก ๆ ว่าไม่เหมือนกับที่พูดเอาไว้นี่ทำไมมากันเร็วนักล่ะ แต่เพราะพวกเอสเทลมากันแค่ 3 คน คีลเลยว่าคงไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าพวกโน้น พูดจบก็เกิดการต่อสู้ขึ้นค่ะ

- คีล + สลัดอากาศ *4 -
- 『キール + 空賊*4』-
**คีลจะมีท่าที่ทำให้ติดสถานะ "มืดมิด" แนะนำว่าให้ใส่เครื่องประดับ "ไวท์เบรส" 『ホワイトブレス』 กันไว้ก่อนดีกว่าค่ะ**

- เมื่อปราบได้ พวกเอสเทลจะบอกให้ปล่อยผู้โดยสารออกมา แต่ว่าคีลกลับหัวเราะเยาะพวกเอสเทลว่าไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย แล้วก็ใช้ระเบิดควันฉวยโอกาสหนีไป เมื่อเห็นเรือเหาะค่อย ๆ บินจากไป เจ๊เชร่าจะโทษตัวเองว่า "ไม่ใช่แค่หนึ่งครั้ง แต่ดันปล่อยให้หนีไปได้ถึงสองครั้งเลยเหรอเนี่ย" เอสเทลกับโยชัวร์บอกว่า อย่าโทษตัวเองอย่างนั้น เรื่องนี้พวกเขาก็ผิดด้วยเหมือนกันค่ะ

- เข้าไปสำรวจภายในเรือประจำทาง สำรวจให้ทั่วดังนี้ค่ะ
(1) ลิฟท์คาร์ที่ชั้น 1
- โยชัวร์จะวินิจฉัยว่าพวกสลัดอากาศคงจะใช้ลิฟท์คาร์นี้ขนพวกสัมภาระไป
(2) คอนโทรลพาแนลของเครื่องยนต์ขับเคลื่อน
- พบว่าออร์บเมนท์ทั้งหมดที่ติดอยู่หยุดการทำงาน
(3) ที่นั่งกัปตันเรือบนชั้น 2
(4) พวงมาลัยที่ใช้บังคับหางเสือ
(5) หน้าต่างที่ชั้น 3
(6) ชั้น 4

- เมื่อสำรวจครบแล้วให้ไปที่ "ดาดฟ้าเรือ" บนชั้น 3 เอสเทลจะรู้สึกท้อแท้ว่าอุตส่าห์มาจนขนาดนี้แต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของผู้โดยสารสักคน โยชัวร์บอกว่าพวกนั้นคงจะพาผู้โดยสารไปด้วย
- เจ๊เชร่าจะถามความเห็นของพวกเอสเทลว่า คิดว่าทำไมพวกนั้นถึงต้องเอาเรือประจำทางมาซ่อนที่นี่
- มีคำตอบให้เลือกตามนี้ค่ะ

積荷の選別をするため
เพื่อเลือกคลังสินค้าใหม่
BP+1
人質を空賊艇に移すため
เพื่อเคลื่อนย้ายตัวประกันไปที่ยานสลัดอากาศ
BP+1
オーバルエンジンを奪うため
เพื่อช่วงชิงออร์เบิลเอนจิ้น
BP+1
王国軍の捜索から逃れるため
เพื่อหนีการตามล่าจากกองทัพราชอาณาจักร
BP+2
アジトが特殊な場所にあるため
เพื่อให้ฐานทัพลับไปอยู่ในสถานที่พิเศษ
BP+3

- เมื่อสรุปเรื่องราวได้ว่า ที่ซ่อนตัวของพวกสลัดอากาศเป็นสถานที่ ๆ น่าจะอยู่บนภูเขาหรือในหุบเขา ทำให้พวกเอสเทลจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากพวกกองทัพ เพื่อดำเนินการค้นหาสถานที่ที่ว่า ยังไงก็ลองกลับไปที่สมาคมให้ผู้เฒ่ารูแกรนช่วยติดต่อไปที่ประตูฮาเก้นแล้วกัน

- เมื่อออกมาด้านนอกเรือประจำทางพวกกองทัพก็มาถึงพอดี ทำให้เกิดการเข้าใจผิดกันขึ้นว่าพวกเอสเทลเป็นพวกเดียวกับสลัดอากาศ เหตุการณ์ยิ่งแย่เข้าไปอีกเพราะนายพลมอร์แกนไม่ชอบพวกเบรเซอร์ เมื่อไม่เห็นพวกสลัดอากาศพวกเอสเทลก็เลยตกเป็นผู้ต้องสงสัยไปในทันทีค่ะ

ประตูฮาเก้น 『ハーゲン門』

- เราจะถูกขังที่ห้องขังชั้นใต้ดิน โยชัวร์จะรู้สึกสะดุดใจกับคำพูดของหัวหน้ากลุ่มที่พวกเราสู้เมื่อกี๊ว่า "ผิดจากที่พูด" กับ "มาเร็วเกินไป" หรือว่าจะหมายถึงพวกกองทัพ เจ๊เชร่าเสริมว่านั่นหมายถึงว่ามีสปายภายในกองทัพที่คอยให้ข้อมูลกับพวกสลัดอากาศอยู่ ถ้าตอนนี้เป็นอาจารย์ล่ะก็จะแก้ไขเรื่องนี้ยังไงนะ

- พบกับ "โอลิเวียร์" ที่ถูกขังอยู่อีกห้อง เพราะดันไปดื่มไวน์ราคาแพงที่ภัตตาคารหรูอันติโรเซ่แล้วไม่มีเงินจ่าย
(พวกเอสเทลที่ฟังโอลิเวียร์พล่ามก็พากันหลับไปตาม ๆ กันค่ะ)

- พวกเอสเทล (รวมทั้งโอลิเวียร์) ออกจากห้องขังได้ด้วยการช่วยเหลือจาก "นายกเทศมนตรีเมเบล" ที่ช่วยพูดกับนายพลมอร์แกนให้ปล่อยพวกเราค่ะ
- "นายพลมอร์แกน" จะถามเอสเทลกับโยชัวร์ว่าเป็นลูกของ คาซิอุส ไบรท์ ใช่หรือเปล่า
(นายพลมอร์แกนยังบอกอีกว่า เอสเทลหน้าคล้าย ๆ กับเรน่าด้วย เมื่อก่อนตอนที่เขาไปเยี่ยมที่รอเลนซ์ เรน่าเคยทำอาหารให้เขากินทั้งยังได้เจอกับเอสเทลตอนที่ยังเป็นทารกน้อยด้วย)
- ถึงจะรู้ว่า เมื่อก่อนคุณพ่อเคยเป็นทหารก็เถอะ แต่เอสเทลก็อดสงสัยไม่ได้ว่านายพลมอร์แกนรู้จักพ่อของเธอได้ยังไง นายพลมอร์แกนตอบว่าเขาไม่รู้จักคาซิอุส ไบรท์ที่เป็นเบรเซอร์ รู้จักแต่คาซิอุส ไบรท์ที่เป็นทหารเท่านั้น
(เจ๊เชร่าจะบอกว่า "คนที่ทำให้นายพลมอร์แกนเกลียดเบรเซอร์เนี่ย ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นอาจารย์ก็เป็นได้นะ")

- ก่อนจะกลับเมืองบอส ดูเหมือนพวกเอสเทลจะลืมอะไรไปซักอย่าง แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าลืมอะไรไป แล้วเสียงดีดลูทก็แว่วมาทำให้ทุกคนถึงบางอ้อว่าว่าลืมอะไรไปซะนี่
(จากตรงนี้ เราจะรู้ว่าเมเบลคนนี้ยอดมาก ๆ นอกจากจะเป็นนายกเทศมนตรีหญิงที่อายุยังน้อย ยังเป็นเจ้าของบอสมาร์เก็ต ไม่เพียงเท่านั้นยังเป็นเจ้าของภัตตาคารหรูอันติโรเซ่อีกต่างหาก แถมเป็นคนใจกว้าง ไม่ติดใจเอาเรื่องที่โอลิเวียร์ไปกินไวน์ราคาแพงสุดหูรูด "แกรน ชาริเน่" ที่ขวดเดียวมีราคาประมูลตั้ง 5 ล้านมิร่าอีกด้วย)

คฤหาสน์นายกเทศมนตรีบอส 『ボース市邸』

- ที่คฤหาสน์นายกเทศมนตรี "นายกเทศมนตรีเมเบล" จะไหว้วานให้พวกเราช่วยตรวจสอบคดีปล้นเขตเมืองด้านใต้ โดยพวกเราจะลงความเห็นว่าข้อมูลที่จะได้จากนี้ต่อไป อย่าแจ้งไปทางกองทัพจะดีกว่า เพราะไม่แน่ข้อมูลอาจจะรั่วไหลได้ **โอลิเวียร์เข้าเป็นพวก**

 

คดีปล้นเขตเมืองด้านใต้1-3
『南街区の強盗事件①‐③』 (BP10)

เมืองบอส『ボース市』

(14) แหวนที่ถูกขโมย

- ตอนนี้พวกเรือประจำทางนอกจากหมายเลขรินเดจะเริ่มกลับมาบินตามปกติแล้วค่ะ

★ช่วงนี้ถ้าไปที่สมาคมบนชั้น 2 จะพบกับ "อาเนราส" อีกครั้ง จริง ๆ แล้วเธอนี่แหล่ะ ที่เป็นคนแจ้งเรื่องที่เราโดนจับให้นายกเทศมนตรีเมเบลทราบ เพราะเธอบังเอิญไปทำงานแถว ๆ หมู่บ้านราเวนนูพอดีก็เลยเห็นเหตุการณ์น่ะค่ะ

★ถ้าแวะไปที่ประตูฮาเก้น ไปคุยกับ "นายพลมอร์แกน" เราจะเห็นว่าสีหน้าท่านนายพลไม่ค่อยสู้ดี เพราะเหนือยกับการสอบสวนคดีเรือเหาะค่ะ

★และถ้าไปคุยกับทหารที่เฝ้ายามบนกำแพงที่ประตูฮาเก้น เขาจะบอกว่า นานมาแล้ว ดูเหมือนจะมีหมู่บ้านที่อยู่ในเขตเอเรโบเนียที่ชื่อ "เฮอร์เมล" 『ハーメル』 ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของกำแพงนี่ แต่เพราะผลพวงจากสงครามร้อยวันทำให้หมู่บ้านนี้หายไปจากแผนที่ค่ะ

- คุยกับ "ไนแอล" และ "โดรธี" ที่ชั้น 2 ของ "โรงงานรูซีล" 『ルシール工房』 (เขตเมืองด้านใต้) ที่กำลังถ่ายรูปทำข่าวคดีปล้นเมืองอยู่
(โอลิเวียร์กับโดรธีจะเป็นพวกนิสัยแบบเดียวกันคือ มีความเป็นตัวของตัวเองสุด ๆ แต่รู้สึกว่าของโดรธีจะเป็นไปในทางที่ดีกว่านะคะ)

- เมื่อไปสอบถามกับพวกชาวเมือง พวกเขาจะไม่สามารถบอกรายละเอียดใด ๆ กับพวกเอสเทลได้เพราะมีทหารอยู่ ให้ไปคุยกับพวกพลทหารที่อยู่ตามบ้านเรือนในละแวกนั้นให้หมดค่ะ

- เมื่อคุยกับทหารครบแล้วให้ออกมาด้านนอก จะพบกับพวกทหารมาไล่พวกเราและบอกว่าถ้าจะหาข้อมูลก็รอให้พวกกองทัพหาเสร็จก่อน

- พบกับ "พันเอกริชาร์ด" 『リシャール大佐』 และ "ร้อยเอกคาโนเน่" 『カノーネ大尉』 ที่เข้ามาไกล่เกลี่ยให้ พันเอกริชาร์ดจะออกคำสั่งให้พวกทหารถอนกำลังออกจากเมือง แล้วก็ขอโทษที่ทางกองทัพเสียมารยาทกับคนของทางสมาคมเบรเซอร์
- ก่อนไป เขาจะแนะนำตัวเองกับพวกเอสเทล ทั้งยังบอกพวกเอสเทลว่าถ้าได้ข้อมูลอะไรมาก็ขอให้แจ้งเขาด้วย
(จากการบอกเล่าของไนแอล (ที่ไม่เคยเห็นหน้าริชาร์ดมาก่อน) ดูเหมือนว่าพันเอกริชาร์ดจะเป็นที่นิยมอย่างมากในนครหลวงค่ะ)

- หลังจากพวกทหารไปหมดแล้ว ให้กลับไปคุยกับพวกชาวเมืองอีกทีค่ะ

- คุยกับ "คุณยายเซซิล" 『セシル婆さん』 ยายแกจะเล่าว่าเมื่อคืนวานได้ยินเสียงประตูเปิดก็นึกว่าสามีของเธอ แต่พอออกไปดูกลับเป็นชายสวมหน้ากากวิ่งหนีไปทางทิศเหนือ และท่าทางตอนนี้ ตาแก่สามีของเธอ คงจะไปตกปลาที่ที่ริมทะเลสาบวาเลเรียแล้วยังไม่กลับมาเลยตั้งแต่เมื่อวาน
- ในขณะที่คุยกับอยู่นั่นเอง "ผู้เฒ่าคุวาโน่" 『クワノ老人』 สามีของคุณยายก็กลับมาพอดี
- พวกเอสเทลก็ได้เล่าเรื่องสลัดอากาศบุกปล้นเมืองให้ผู้เฒ่าคุวาโน่ฟัง พอผู้เฒ่าได้ฟังดังนั้นจึงนึกขึ้นมาได้ว่า ดูเหมือนเพื่อนตกปลาของเขาที่อยู่ที่ริมทะเลสาบวาเลเรียบอกว่าเห็นเจ้าพวกที่ว่าด้วยค่ะ
- ดังนั้น พวกเราจะตัดสินใจไปถามเพื่อนของผู้เฒ่าคุวาโน่ที่ริมทะเลสาบค่ะ

- ก่อนจะไปที่ริมทะเลสาบวาเลเรีย อย่าลืมซื้อ "ลีเบร์ลสาร ฉบับ 3" ด้วยนะคะ

☆รวมทั้งอย่าลืมคุยกับ "รีโบร" 『リブロ』 ที่อยู่ข้าง ๆ ร้านหนังสือโกรเซอร์ มิเน่ เพื่อรับ "คาร์เนเรีย เล่ม 4" ด้วยนะคะ

ริมทะเลสาบวาเลเรีย 『ヴァレリア湖畔』

- ใช้ "ถนนตัดใหม่แอนเซล" 『アンセル新道』 มุ่งสู่ริมทะเลสาบวาเลเรียค่ะ (ทางออกอยู่ทางทิศใต้ ของเขตเมืองด้านใต้ค่ะ)

☆ระหว่างทางถ้าใครยังไม่ได้เก็บหีบสมบัติใน "หอคอยอำพัน" ก็แวะเข้าไปเก็บได้เลยค่ะ☆

- เข้าไปใน "โรงเตี๊ยมนกกระเต็น" คุยกับ "เรนาด" 『レーナド』 ที่ด้านในเคาน์เตอร์ เขาจะบอกว่าถ้าพูดถึงเพื่อนตกปลาของผู้เฒ่าคุวาโน่ละก็ คงจะเป็นคุณลอยด์นักตกปลาอาชีพที่มาจากนครหลวง ซึ่งตอนนี้น่าจะอยู่ที่สะพานปลาค่ะ แต่เวลาเรียกเขาคงต้องเรียกดัง ๆ หน่อยนะ เพราะเวลาตกปลาเขาจะมีสมาธิมาก ๆ เลยค่ะ

- ให้ไปคุยกับ "ลอยด์" 『ロイド』 ที่สะพานปลา เอสเทลจะเรียกเขา แต่ลุงแกไม่ได้ยินที่เอสเทลเรียกอย่างที่เรนาดบอก ดังนั้น โอลิเวียร์ก็เลยขอออกโรงโดยการเป่าลมเข้าหูลอยด์ ทำให้เขาตกใจ (แบบเสียวสันหลังวาบ) และหันมาเจอพวกเอสเทล
(ลอยด์จะบอกว่า ได้เห็นพวกที่ว่าในตอนที่เขากำลังออกตกเจ้าของทะเลสาบอยู่เมื่อตอนเย็นของเมื่อวานซืน เจ๊เชร่าสงสัยว่า "เจ้าของคืออะไร" ลอยด์เลยอธิบายด้วยความยินดี (มั่ก ๆ) ว่าเจ้าของทะเลสาบก็คือ "ปลาเทร้าต์ยักษ์ในตำนานที่เป็นเจ้าของทะเลสาบวาเลเรีย" น่ะสิ เจ๊เชร่าจะรู้สึกว่าไม่น่าถามไปเลย เพราะลุงแกไม่ยอมหยุดพูดถึงเรื่องนี้ง่าย ๆ ซะงั้น แล้วลอยด์จะเล่าต่อว่า พอเขากลับมาที่โรงเตี๊ยมในตอนกลางคืน เขาก็เห็นกลุ่มคน 2 คนออกจากที่นี่ไปที่ถนนตัดใหม่แอนเซล ตอนแรกเขานึกว่าคนพวกนั้นเป็นแขกของที่นี่ แต่พอถามคนในโรงเตี๊ยมกลับไม่มีใครรู้จักเลย จึงนึกว่าเป็นคู่วิญญาณหนุ่มสาวซะอีก (เอสเทลจะรู้สึกผวามาก ๆ เพราะเธอไม่ถูกกับเรื่องผี ๆ ค่ะ) แต่ลอยด์บอกว่าคงไม่ใช่ผีหรอก เพราะเขาเห็นเด็กผู้หญิงเปลี่ยนชุดเป็นชุดนักเรียนน่ะค่ะ)

- เมื่อพวกเอสเทลได้ฟังข้อมูลจากลอยด์ จึงตัดสินใจดักจับคนร้ายในตอนกลางคืนกันค่ะ

- คุยกับ "โซฟีน่า" 『ソフィーナ』 ที่เคาน์เตอร์เพื่อจองห้องพัก

- จากนั้น จนกว่าจะถึงตอนกลางคืนก็จะเป็นเวลาส่วนตัวของทุก ๆ คนค่ะ
(เอสเทลจะว่าโยชัวร์ว่าเป็นผู้ชายแท้ ๆ แต่ไม่รู้จักออกแรงซะบ้างเลย แต่โยชัวร์บอกว่าเรื่องออกแรงน่ะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเอสเทลแล้วกัน ส่วนเขาจะไปอ่านหนังสือค่ะ)

- สำรวจที่ "สะพานปลา" แล้วกลับไปคุยกับ "โซฟีน่า" จะได้รับ "เบ็ดตกปลา" มาค่ะ

☆เราสามารถนำเบ็ดนี้ ไปตกปลาได้ 10 ครั้งเท่านั้นนะคะ
รายละเอียดของเหยื่อ วิธีการดึงและก็สถานที่ตกปลาอยู่ด้านล่างเลยค่ะ☆

สถานที่ตก เหยื่อ ดึงขึ้นแบบพรวดเดียว
『一気に引き抜』
ดึงขึ้นหลังจากที่รอสักพัก
『少し待ってから』
ดึงขึ้นหลังจากที่ค่อย ๆ ทำให้เหนื่อย
『じっくり疲れさせてから』
แถว ๆ สะพานปลา ทางด้านตะวันตก
『西側にある桟橋周辺』
ลัวร์ คาซางิ ลีเบร์ลบูน่า ซาโมน่า
เหยื่อเป็น ๆ คาซางิ โอโรโช ลีเบร์ลบูน่า
ฟราย คาซางิ เรนโบว์ คาซางิ
พื้นน้ำที่มีแสงอาทิตย์กระทบอยู่ทางด้านใต้
『้南側の日の照った水面』
ลัวร์ บู๊ทมีรู ลีเบร์ลบูน่า บู๊ทมีรู
เหยื่อเป็น ๆ คาซางิ คาซางิ บู๊ทมีรู
ฟราย คาซางิ บู๊ทมีรู บู๊ทมีรู
แถว ๆ ที่เงาสะพานยื่นออกไปทางด้านตะวันออก
『東側の木陰が伸びてる付近』
ลัวร์ ลีเบร์ลบูน่า เรนโบว์ คาซางิ
เหยื่อเป็น ๆ คาซางิ เรนโบว์ ลีเบร์ลบูน่า
ฟราย บู๊ทมีรู เรนโบว์ โอโรโช

☆"บู๊ทมีรู" เป็นรองเท้าสำหรับสวมใส่ได้นะคะ DEF+1 ก็จริง แต่ว่า MOV+3 ค่ะ☆

- หลังจากตกปลาจนหนำใจแล้ว เอสเทลจะเห็นว่าโยชัวร์ไปไหนก็ไม่รู้ แถมยังวางหนังสือ "บันทึกสงครามร้อยวัน" 『実線・百日戦役』 ทิ้งเอาไว้อีก

- ไปคุยกับ "โยชัวร์" ที่สะพานปลาทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ค่ะ
(เอสเทลจะคืนหนังสือให้กับโยชัวร์ แต่โยชัวร์ได้บอกว่าเขาได้อ่านจบไปแล้ว ก็เลยรู้สึกปวดตานิดหน่อย และเพิ่งจะออกมาเดินเล่นเอง เอสเทลจะรู้สึกว่าโยชัวร์ต้องไม่สบายใจแน่ ๆ เลย เธอจึงไม่พอใจโยชัวร์ที่เวลามีอะไรที่ไม่สบายใจก็มักจะเก็บเงียบไว้คนเดียว เธอรู้สึกว่ามันไม่แฟร์เลย เพราะเวลาเธอมีเรื่องไม่สบายใจโยชัวร์ก็เป็นคนปลอบเธออยู่ฝ่ายเดียว เธอบอกว่า ถึงแม้ว่าเธอจะไม่สามารถพึ่งพาได้เท่าคุณพ่อ แต่เธอก็จะอยู่เป็นเพื่อนโยชัวร์ไปอย่างนี้แล้วกัน โยชัวร์ได้ฟังดังนั้นก็ได้แต่พูดขอโทษ แต่เอสเทลว่าในเวลาอย่างนี้ต้องพูดว่าขอบคุณต่างหากค่ะ และเพื่อเป็นการขอบคุณ เอสเทลจะขอให้โยชัร์เป่าฮาโมนิก้าให้เธอฟัง 1 เพลง ก็คือเพลง "ที่ที่ดวงดาวคงอยู่" 『星の在り処』 ที่เธอชอบนั่นเองค่ะ)

- เมื่อฟังเพลงจบ

เอสเทล "ทำไมนะ เวลาฟังฮาโมนิก้าตอนพระอาทิตย์ตกดินถึงได้รู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมา"
โยชัวร์ " .........ไม่ถามอะไรเหมือนเคยเลยนะ"
เอสเทล "อะฮะ ก็สัญญากันไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าจนกว่าโยชัวร์จะรู้สึกอยากเล่าขึ้นมาเอง ชั้นจะไม่ถามอะไรน่ะ แล้วก็นะ ช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ก็รู้สึกว่าอะไร ๆ มันดีขึ้นด้วย"
โยชัวร์ "นั่นสิ..... 5 ปีแล้วสินะ แล้วทำไมถึงใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันโดยไม่ถามอะไรเลยล่ะ ในวันนั้นที่คุณพ่ออุ้มเด็กที่มีแต่แผลเต็มตัวไปหมด เด็กที่ไม่ยอมเล่าเรื่องราวในอดีต เด็กที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ทำไมพวกเธอถึงได้รับเข้ามาอยู่ด้วยล่ะ"
เอสเทล "มันแน่นอนอยู่แล้ว เพราะโยชัวร์ก็คือครอบครัวน่ะสิ"

- โยชัวร์ประหลาดใจในคำตอบของเอสเทลเป็นอย่างมาก

เอสเทล "เคยพูดมาก่อนหน้านี้แล้วนี่นา ชั้นน่ะ รู้เรื่องของโยชัวร์ดีนะ ทั้งชอบอ่านหนังสือ ทั้งบ้าอาวุธ จัดการเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม มนุษยสัมพันธ์ก็ดีอยู่หรอก แต่ก็มีส่วนแย่ ๆ ที่ชอบดึงให้คนอื่นมาทำตามมารยาทด้วยนี่สิ"
โยชัวร์ "ดะ เดี๋ยวก่อนสิ"
เอสเทล "แล้วก็กล้าเผชิญหน้ากับเรื่องที่ลำบาก แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนขี้เหงา"
โยชัวร์ " ..................."
เอสเทล "แน่นอนว่าถ้ารวมเรื่องในอดีตไปด้วยก็ยังถือว่าชั้นไม่ได้รู้ไปหมดซะทุกอย่างหรอก แต่พูดก็พูดเถอะนะ อดีตของคุณพ่อชั้นเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร แต่เรื่องที่ชั้นกับคุณพ่อเป็นครอบครัวเดียวกันก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยใช่ไม๊ล่ะ ถ้าพูดถึงเรื่องทั่วไปอย่างเรื่องนิสัยหรืออาหารที่ชอบ จากความรู้สึกแล้ว ชั้นคิดว่าชั้นรู้ดีนะ ในกรณีของโยชัวร์ก็เหมือนกัน"

- จากคำพูดของเอสเทลทำให้รอยยิ้มเริ่มปรากฏบนใบหน้าของโยชัวร์

โยชัวร์ ".......เอาเธอไม่อยู่จริง ๆ นะ ตั้งแต่ตอนที่พบกันครั้งแรกแล้ว ตอนที่กระโดดทับลงมานั่นน่ะ"
เอสเทล "เอ๊ะ เคยมีเรื่องอย่างงั้นด้วยเหรอ"
โยชัวร์ "อืม กับคนที่บาดเจ็บตั้งไม่รู้กี่ครั้ง"
เอสเทล "แหะแหะ นั่นมันเป็นเรื่องที่ทำผิดไปเมื่อตอนเด็กนี่นา"
โยชัวร์ "ใช่ใช่ ........ นี่เอสเทล คดีในครั้งนี้เราต้องคลี่คลายปัญหาไปด้วยกันนะ คุณพ่อถูกจับตัวไปหรือเปล่าก็ยังไม่สามารถชี้ชัดลงไปได้ ถึงจะเป็นอย่างนั้นด้วยมือของพวกเรายังไงก็ต้อง......."
เอสเทล "อื้ม"

- หลังจบอีเวนท์ เดินไปตรงบันไดเอสเทลจะคืนหนังสือให้โยชัวร์อีกครั้ง จะมีคำตอบให้เลือกดังนี้ค่ะ

私でも読める?
ชั้นก็อ่านได้ใช่ไม๊?
จะได้รับหนังสือ "บันทึกสงครามร้อยวัน" ค่ะ
確かにあげちゃえば?
ถ้ายังไงลองเอาไปให้คนอื่น?
คืนหนังสือให้โยชัวร์ให้เอาไปให้คนอื่นค่ะ

- เมื่อกลับมาที่โรงแรม จะเจอเจ๊เชร่าและโอลิเวียร์ในสภาพเมาแอ๋ (เพราะถูกเจ๊เชร่ามอม)

- หลังจากที่พาโอลิเวียร์ขึ้นไปนอนที่ห้อง ให้ออกสำรวจรอบ ๆ สถานที่กันเลยค่ะ
(1) ไปสำรวจที่สะพานปลา
(2) ขึ้นไปบนระเบียงชั้น 2 จะเห็นโจเซ็ตกับคีลเดินเข้ามา
(3) ไปที่สะพานปลา เดินไปใกล้ ๆ สะพานปลาเพื่อแอบฟัง

- เกิดอีเวนท์ตระกูลคาปัวกับผู้ชายชุดดำขึ้น
(ชายชุดดำสวมหน้ากาก จะให้ข้อมูลที่ทำให้คราวนี้พวกตระกูลคาปัวคิดจะปล้นราชินี ส่วนปัญหาที่ว่าที่ซ่อนตัวของสลัดอากาศจะถูกพวกทหารรู้เข้าหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับเวลา และยังมีเรื่องของพวกสมาคมเบรเซอร์ด้วยค่ะ)
- พวกเอสเทลตกลงกันว่าจะยังไม่ออกไปจับพวกโจเซ็ตในตอนนี้ แต่จะรอไปจับที่ซ่อนตัวของพวกสลัดอากาศเลย แต่ดูเหมือนโยชัวร์จะรู้สึกติดใจผู้ชายชุดดำคนนั้นมาก ๆ แต่พอพวกเอสเทลถามเขากลับบอกว่าไม่มีอะไร

ฐานทัพลับสลัดอากาศ 『空族砦』

(15) โน้ตสีดำ

- ออกจากริมทะเลสาบวาเลเรียเราจะเจอกับ "หมายเลขแมวป่า" 『山猫号』 ที่หน้าหอคอยอำพันค่ะ
(พวกเอสเทลจะฉวยโอกาสนี้ ลอบขึ้นเรือเหาะเพื่อไปสู่ที่ซ่อนตัวของสลัดอากาศ โอลิเวียร์ที่สร่างเมาแล้วก็ตามมาด้วย เขาว่าไม่อยากพลาดเรื่องสนุก ๆ แบบนี้ค่ะ)

- เมื่อออกมาจากหมายเลขแมวป่าจะเกิดการต่อสู้กับสลัดอากาศขึ้น (สลัดอากาศ *2)

- ในห้องที่ชั้น B1เมื่อบุกเขาไปเราจะสู้กับ (สลัดอากาศ *6)
- ปราบได้เจ๊เชร่าจะบังคับ (แบบซาดิสม์) ให้พวกสลัดอากาศบอกที่ขังผู้โดยสารค่ะ

☆อย่าลืมเก็บหีบสมบัติที่ชั้น B1 จะมี "แหวนอัญมณี" ด้วยนะคะ
ซึ่งแหวนนี้เอาไว้สำหรับเคลียร์ซับเควสต์ (14) แหวนที่ถูกขโมย ค่ะ☆

☆ส่วน "โน้ตสีดำ" ที่เอาไว้เคลียร์ซับเควสต์ (15) โน้ตสีดำ
ซึ่งสมุดเล่มนี้จะติดอยู่กับฝาของเครื่องดูดฝุ่นที่ชั้น B2 ค่ะ☆

- เมื่อลงมาชั้น B2 เอสเทลจะรู้สึกว่าที่นี่มันกว้างใหญ่เกินกว่าที่พวกสลัดอากาศจะสร้างขึ้นมาเอง เจ๊เชร่ากับโอลิเวียร์เดาเอาว่าน่าจะเป็นสถานที่ที่หลงเหลือมาจาก "การล่มสลายครั้งยิ่งใหญ่" แล้วพวกนั้นก็เลยนำมาใช้เป็นที่ซ่อนตัวก็เป็นได้ เอสเทลจะสงสัยว่า "การ่ล่มสลายครั้งยิ่งใหญ่" คืออะไร โยชัวร์เลยอธิบายให้ฟังว่าเป็นการล่มสลายของอารยธรรมเซมเรียโบราณ เมื่อ 1200 ปีก่อน ที่บอกต่อ ๆ กันมาว่าได้ล่มสลายไปเพราะภัยพิบัติจากธรรมชาติ เอสเทลจะนึกออกว่าเป็นเรื่องที่ศาสตราจารย์อัลบาเคยพูดนี่เอง

- ในห้องที่ชั้น B2 บุกเข้าจะไปจะสู้กับ (สลัดอากาศ *6)
- ปราบได้ สำรวจห้องด้านในจะพบพวกผู้โดยสารของหมายเลขรินเดที่โดนขังอยู่
(พวกเราลองมองหาป๋าคาสิอุส แต่กลับพบว่าป๋าไม่ได้ถูกจับมาด้วย)
- เมื่อฟังเรื่องราวจาก "กัปตันแกรนท์" 『グラント船長』 ทำให้รู้ว่าคาซิอุสที่มาจากนครหลวงไม่ได้อยู่ที่นี้ด้วย เพราะว่าเขาได้ลงไปจากเรือเหาะก่อนที่เรือเหาะออกจากสถานีบอส และที่ยังคงมีชื่อเป็นผู้โดยสารอยู่ก็เพราะว่าทางเรือประจำทางแก้เอกสารให้ไม่ทันนั่นเองค่ะ
(ซึ่งเป็นอย่างที่พวกเอสเทลคิดเอาไว้เลย เพราะถ้าป๋าคาซิอุสอยู่ล่ะก็ไม่มีทางที่จะเกิดเรื่องเรือประจำทางโดนปล้นได้หรอก แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมป๋าไม่ติดต่อมาหาพวกเธอ แต่ก็ต้องทำเป็นลืม ๆ เรื่องป๋าไปก่อน เพราะตอนนี้ต้องคลี่คลายคดีที่เกิดขึ้นก่อน โดยพวกเอสเทลจะให้พวกผู้โดยสารรออยู่ที่นี่ไปก่อน ส่วนพวกเธอจะเข้าไปจัดการหัวหน้าใหญ่ค่ะ)

☆จากตรงนี้ เมื่อไปต่อจะมีทางแยกที่เราสามารถทะลุออกไปที่หุบเขาหมอกได้
ถ้าเลือดเหลือน้อยก็สามารถไปพักผ่อนได้ที่กระท่อมของลุง "เวมเลอร์" นะคะ☆

- เมื่อลงไปถึงชั้นในสุด เราจะแอบฟังพวกตระกูลคาปัวอยู่นอกประตู
(โดรุนจะบอกให้ฆ่าพวกที่จับมาให้หมด แต่โจเซ็ตกับคีลไม่เห็นด้วยกับโดรุน คีลบอกกับพี่ชายตนเองว่า "ถ้าฆ่าคนล่ะก็ เทพธิดาเอดอสคงไม่ให้อภัยแน่นอน แค่เอามิร่าที่ได้มาไปซื้อที่ดินที่บ้านเกิดคืนก็พอแล้ว" โดรุนเกรี้ยวกราดแล้วปาขวดใส่คีลพร้อมกับบอกว่า "ที่ดินเล็ก ๆ นั่นไม่ต้องการ ชั้นตัดสินใจแล้ว มันตัองเป็นรีสอร์ตทางใต้สิ" ทั้งโจเซ็ตและคีลจะรู้สึกว่าพี่ใหญ่ของพวกตนดูแปลก ๆ ไปตั้งแต่พบกับคนประหลาดพวกนั้นค่ะ)

- เมื่อบุกเข้าไปจะเกิดการต่อสู้กับตระกูลคาปัว

- โดรุน + คีล + โจเซ็ต -
- 『ドルン + キール + ジョセット』 -
**แนะนำให้ปราบโจเซ็ตก่อนเพราะเธอสามารถเพิ่มเลือดให้พรรคพวกของเธอได้ นอกจากนั้นก็ไม่น่ากลัวอะไรค่ะ**
**เอสเทลกับโจเซ็ตจะมีชื่อที่ใช้เรียกกันด้วยนะคะ โจเซ็จะเรียกเอสเทลว่า "ยัยสมองกลวง" ส่วนเอสเทลจะเรียกโจเซ็ตว่า "ยัยเด็กผม" เพราะโจเซ็ตใช้สรรพนามแทนตัวเองว่า "ผม" ค่ะ**

- เมื่อปราบได้ โดรุนจะคืนสติ (และหายจากโรคตาแดง อิอิ) เขาจะจำไม่ได้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง รวมทั้งจำเรื่องปล้นเรือโดยสารไม่ได้ด้วย
(เอสเทลกับโยชัวร์รู้สึกว่าโดรุนไม่ได้พูดบ่ายเบี่ยงหรือโกหก แต่คงจำอะไรไม่ได้จริง ๆ เพราะตอนแรกโดรุนยังนึกว่าพวกเราเป็นคนเข้าใหม่ซะด้วยซ้ำ พอรู้ว่าพวกเราเป็นพวกเบรเซอร์ก็มีท่าทีตกใจ และถามคีลกับโจเซ็ตว่านี่มันเรื่องอะไรกัน คีลบอกว่าเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายอยากถาม แต่ยังไงก็ช่างเถอะเพราะพี่ทำให้มีโอกาสหนีล่ะนะ)

- ให้ตามพวกคาปัวไปโดยย้อนไปทางที่เราเข้ามาตอนแรกค่ะ

- ในขณะที่ตามตระกูลคาปัวไป จะมีสลัดอากาศมาขัดขวางเป็นระยะเพื่อไม่ให้เราตามหัวหน้าพวกเขาทันค่ะ

- เกิดการต่อสู้ขึ้น 3 ครั้ง (สลัดอากาศ *4), (สลัดอากาศ *4), (สลัดอากาศ *4)

- เมื่อมาถึงที่โกดังเรือเหาะ กองทัพราชอาณาจักรก็โผล่ออกมาซิวผลงานไปเป็นของตัวเอง โดยออกโรงจับสลัดอากาศทั้งหมดเข้าห้องขัง
- "ไนแอล" กับ "โดรธี" ก้ได้มากับทางกองทัพด้วย จะขอบคุณ "พันเอกริชาร์ด" ที่อนุญาตให้พวกเขามากับกองทัพทำให้ได้สกู๊ปเด็ด ๆ และหลังจากนี้พวกไนแอลก็จะขอสัมภาษณ์พันเอกริชาร์ด ซึ่ง "นายพลมอร์แกน" ก็ไม่ขัดข้องอะไร เพราะยังไงนี่ก็เป็นผลงานของพันเอกค่ะ
(พันเอกริชาร์ดบอกว่าเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ของหน่วยสืบข้อมูลและพวกเอสเทลที่ให้ความร่วมมือ เขาถึงได้ตามจับพวกสลัดอากาศได้ค่ะ พอนายพลมอร์แกนเห็นพวกเรา จะรู้สึกไม่พอใจที่พวกเรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แต่พันเอกริชาร์ดก็บอกว่าถ้าไม่เพราะพวกเบรเซอร์ไล่ต้อนพวกสลัดอากาศมาทางนี้ เขาก็ไม่สามารถสะสางคดีนี้ได้ง่ายดายขนาดนี้หรอก ท่านนายพลจึงจนด้วยเหตุผลและบอกให้ที่เหลือเป็นหน้าที่ของพันเอกก็แล้วกัน จากนั้น พันเอกริชาร์ดจะเข้าไปค้นด้านในต่อ ส่วนไนแอลบอกกับพวกเอสเทลว่า เขาอยากจะสัมภาษณ์พวกเอสเทลอยู่เหมือนกัน แต่วินาทีนี้ต้องขอสัมภาษณ์พันเอกริชาร์ดก่อนนะ)

สาขาบอส 『ボース支部』

- "นายกเทศมนตรีเมเบล" จะขอบคุณพวกเราที่ทำให้ทุกคนในเมืองเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง รวมทั้งขอบคุณคุณโอลิเวียร์ด้วย โอลิเวียร์บอกว่า "ถือซะว่าเป็นการตอบแทนในส่วนของ [แกรน ชาริเน่] ก็แล้วกันนะ"

- รายงานผลกับ "ผู้เฒ่ารูแกรน"
- ได้รับ "ใบรับรองคุณวุฒิเป็นเบรเซอร์อย่างทางการ" ของสาขาบอส

- พนักงานต้อนรับของท่าเทียบเรือเหาะจะนำจดหมายกับพัสดุที่ได้คืนมาจากพวกสลัดอากาศมามอบให้ ซึ่งระบุที่อยู่ว่าเป็นสมาคมเบรเซอร์ จ่าหน้าถึงครอบครัวของคาซิอุส ไบรท์
(จากตรงนี้จะทราบว่า ที่จริงแล้วของนี่ต้องส่งไปที่สาขารอเลนซ์ แต่ทางท่าเทียบเรือเหาะติดต่อไปที่สาขารอเลนซ์แล้ว "ไอน่า" แจ้งมาว่าพวกเอสเทลอยู่ที่สาขาบอส เขาก็เลยเอามาส่งที่นี่ค่ะ)
- เมื่อเอสเทลดูจดหมายก็พบว่าเป็นลายมือของคุณพ่อจริง ๆ สงสัยคงจะเขียนก่อนที่จะลงจากเรือประจำทาง แสดงว่าคุณพ่อตั้งใจที่จะติดต่อมาหาพวกเธออยู่แล้ว ส่วนพัสดุนั้นเป็นของที่คนอื่นส่งให้กับคุณพ่อแต่ไม่ได้ระบุชื่อผู้ส่งเอาไว้

- ที่ชั้น 2 ของสมาคม (ซึ่งโอลิเวียร์ก็เสนอหน้ามาอีกและ แถมรีบทวงบุญคุณเลยว่า "ไขคดีได้เพราะใครช่วยกันน๊า จู่ ๆ จะมาถอดผมออกจากการเป็นเพื่อนกันเนี่ย เกินไปหน่อยแล้วนะ" ซะงั้นอีก)
- ใจความนจดหมายที่ส่งให้พวกเอสเทลจะมีดังนี้

ถึงเอสเทล, โยชัวร์
ทำงานที่ฝากให้ทำแทนหมดแล้วหรือยัง
ช่วงแรก ๆ อาจจะเจอเรื่องที่ทำให้ขลุกขลักไปบ้าง แต่ถ้าค่อย ๆ จัดการไปทีละก้าว ๆ ด้วยความมั่นใจล่ะก็ พวกลูกต้องทำได้อย่างแน่นอน
เอาล่ะ งานของพ่อทางนี้เกิดปัญหาขึ้นมานิดหน่อย ยังไงคงยังกลับบ้านไม่ได้อีกนาน
คิดว่าคงกลับไปไม่ได้จนกว่าจะถึงงานเฉลิมฉลองวันพระราชสมภพของราชินีนะ ขอโทษพวกลูกด้ว